โมลิน ซินเดเรีย...การทวงแค้นของเทพีนาตีร่า

ตอนที่ 7 : ความจริงของเฮย์ดิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 มิ.ย. 63

“โมลิน...” เฮย์ดินเอ่ยเรียกคนหลับตาพริ้มในอ้อมกอดเขา พลางเขย่าตัวเบา หากเป็นสถานการณ์อื่นเขาจะปล่อยให้เธอได้พักผ่อนต่ออย่างสบาย

 

“เฮย์ดินถึงแล้วเหรอ” ไนรัคถามขึ้นหลังจากงัวเงียตื่นขึ้นมา และเห็นเกวียนหยุดนิ่ง

 

“ครับ” เสียงเอ่ยตอบไนรัค

พร้อมกับหญิงสาวเริ่มลืมตาจากการปลุกของเลซที่เขย่าตัวโมลินอย่างแรงต่างจากเฮย์ดิรลิบลับ เลซกระโดดลงจากเกรียนเป็นคนแรกและจึงมาหาโมลินกับเฮย์ดินก่อน

 

“หลับสบายไหม”

เลซหยอกเย้าเพื่อนยิ้มๆ พลางคิดเพื่อนเขานี่คู่หมั้นอยู่ข้างในเกรียนมันดันมานอนสบอกชายอื่น

 

โมลินโยนของใกล้มือใส่เพื่อนอย่างแรงโทษฐานยิ้มกวนตีน และโดดลงมามองรอบตัวด้านหน้าคือกำแพงสูงสีทึบมีค้างคาวเผือกคอยเฝ้าประตูซึ่งเปิดไว้ ค้างคาวพวกนี้ไม่มีท่าทีจะเข้ามาทำร้าย ทุกพื้นที่ยังถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาอากาศหนาวจัด บรรยากาศคล้ายช่วงเช้ามืด

 

หญิงสาวเห็นโซรีลอสก้าวเดินผิดทางจึงเข้าไปดึงมือไว้ พลางคิดหากเป็นผู้ชายด้วยกันเดินจูงมือคงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เธอจึงอาสาจับมือเขาไว้ เสียงหวานคอยอธิบายถึงสิ่งรอบกายที่พบเห็น

 

ผู้มาจากเอลิเวลล์สวมผ้าคลุมสีทองสัญลักษณ์ของบ้านเดอะซันมีเพียงเฮย์ดินเป็นสีดำ ก้าวเดินเข้าไปเป็นปราสาทใหญ่โตสีรัตติกาลหน้าต่างทุกบานมีแสงสว่างเล็ดลอดออกมา ค้างคาวดำตัวเล็กส่งเสียงดัง

 

ประตูปราสาทเปิดออกราวกับต้อนรับพวกเขา ทว่าพอเข้ามาในตัวปราสาทตกแต่งอย่างงดงามด้วยของโบราณทรงคุณค่าบรรยากาศวังเวงเงียบเฉียบ รู้สึกถึงความหนาวเย็นผ่านผ้าคลุมเวทมนตร์ที่ปกติความหนาวเย็นไม่อาจแตะต้องผู้สวมใส่ได้

 

“ยินดีต้อนรับผู้มาเยือน”

เสียงหนึ่งทักทายก่อนจะค่อยๆ ปรากฏตัวตรงหน้า เป็นร่างหญิงสาวงามพิลาสสวยยวนตาใบหน้าเรียวดวงตาสีดำรูปตาเรียวคล้ายเหยี่ยว จมูกทรงหยอดน้ำ ปากบางสีแดงสด เรือนผมยาวลอนสีดำ ผิวขาวจนซีด สวมชุดสีแดง เธอเหลือบตามองเฮย์ดินเล็กน้อยด้วยไม่มีใครทันสังเกตเห็น

 

ผู้เดินทางค้อมตัวเคารพแก่หญิงสาวงดงามตรงหน้า ซึ่งพอเดาได้ว่าเธอคือแม่มดรัตติกาลหรือราชินีชาร์น่า

 

ไนรัคเริ่มกล่าว “พวกเราเดินทางมาเพื่อขอความเมตตาจากท่าน”

 

“เรายินดี”

 

แม่มดสาวยิ้มพรายเชิญแขกไปยังห้องรับรอง ทั้งห้องกว้างตกแต่งด้วยของโบราณ ตรงกลางมีร่างของนาเดีย ไฮด้า เชรี เรียซี บนเตียงขนาดใหญ่ ซึ่งถูกพวกไนรัคนำมาโดยย่อร่างพวกเธอไว้ในกล่องแก้ว

 

“ท่านช่วยพวกเธอได้ไหม และแขนของมอสเวนกับดวงตาโซรีลอส” ไนรัคเอ่ยถาม

 

“มอสเวนกับคนใกล้ตายฉันช่วยได้ แต่ดวงตาของเจ้าชายโซรีลอสต้องไปตามหาคนเอาไป หลายเดือนมานี่มีผู้คนเข้าออกดินแดนรัตติกาลของข้า”

 

“คุณพอจะตามให้ได้ไหม” โมลินกล่าวเสริมเรื่องดวงตา

 

ท่านชาร์น่ามองหญิงสาวด้วยสายตาว่างเปล่า

“ได้...แต่ค่าตอบแทนย่อมแพงตาม” ราชินีสาวยิ้มพรายส่งมาให้ผู้ถามอย่างโมลิน

 

“ค่าตอบแทนสำหรับดวงตาของโซรีลอสคืออะไร” โมลินเอ่ยอย่างสงสัยของ คนที่นอนอยู่พวกไนรัคเตรียมมาแล้วล้วนเป็นของที่มีชิ้นเดียว และแขนของมอสเวนแลกกับแหวนประจำตระกูลราเชลของมอสเวน

 

“ข้ายังไม่บอกตอนนี้แต่เป็นของที่เจ้าสามารถให้ได้ จะตกลงไหม” ชาร์น่ามองโมลินอย่างท้าทายว่าเธอกล้าตกลงรึเปล่า

 

“โมลินไม่ต้อง” โซรีลอสเอ่ยอย่างหนักแน่น เขาไม่กลัวหากต้องอยู่กับความมืด แค่ให้เวลาเขาปรับตัว

 

ทว่าโมลินพยักหน้าเป็นคำตอบแก่ท่านชาร์น่าโดยโซรีลอสไม่รู้

 

“ท่านชาร์น่า ผมยังสงสัยค้างคาวเผือกโจมตีโมลินกับโซรีลอสทำไม” มอสเวนถามขึ้น

 

“ฉันไม่รู้” ราชินีชาร์น่าเชิดหน้าเอ่ยอย่างไม่หยี่ละ

 

“แต่พวกมันเป็นบริวารท่าน” มอสเวนเอ่ยเสริม

 

แม่มดรัตติกาลถอนหายใจ “อำนาจในดินแดน ใช่ว่าเป็นของข้าเพียงคนเดียว”

 

“ยังมีใครอีกหรือ” เลซถามอย่างสงสัยและอยากรู้

 

“คำถามนี้ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ ...เอาล่ะพวกเจ้าไปพักได้แล้ว ขอเวลาแค่วันเดียวทุกอย่างจะเรียบร้อย”

ทุกคนจำต้องออกไป รวมถึงเลซยังคงไม่คลายความสงสัย

 

 

โมลินมาส่งโซรีลอสยังห้องพักจัดการทุกสิ่งให้เขา

 

“โมลินอย่าเสียสละอะไรเพื่อฉัน เราเคยคุยกันเรื่องนี้หลังจากฉันฟื้นจากคำสาปเหรัน” โซรีลอสพูดขึ้นเสียงเข้ม

 

“ฉันไม่เคยรับปาก และครั้งนี้ไม่ใช่การสละชีวิต”

 

“เธอรู้ได้ยังไง”

 

“ไม่รู้ ฉันสัญญาว่าหากต้องสละชีวิตเพื่อดวงตานาย ฉันจะไม่ทำ วางใจเถอะ” โมลินเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะผละจากไป หากแต่มือแกร่งรั้งไว้

 

“เธอทำทุกอย่างเพราะอะไร” คำถามจากเจ้าชายตาปอด ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยสง่างาม และเขาต้องกลับไปเป็นเช่นนั้นในความคิดของโมลิน

“เพราะนายคือเพื่อนฉัน โซรีลอส ไม่ใช่เพราะเราเป็นคู่หมั้นกัน ฉันช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ” โมลินเอ่ย ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

 

“เธอรู้...”

 

“ฉันพึ่งรู้จากพ่อของนาย พึ่งรู้ว่ากำไลข้อเท้าเป็นของหมั้น แต่ทุกอย่างอยู่ว่าเราตัดสินใจให้เรื่องของเราดำเนินไปอย่างไร” ว่าแล้วหญิงสาวก็คุกเข่าลงเอื้อมมือจะปลดกำไลข้อเท้าแก่โซรีลอส แต่เขาขยับเท้าหนี ดวงหน้าหวานละมุนขมวดคิ้วมุ่นเงยมองเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลา

 

“ให้เวลาฉันสักหน่อย” โซรีลอสเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้านิ่งเฉย เขารู้ฐานะโมลินตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นกำไลบนข้อเท้าเรียวตั้งแต่ปีหนึ่ง และเขาก็ยอมรับเธอตั้งแต่นั้นมา

 

โมลินถอยห่างมองคนตรงหน้าก่อนจะออกห้องตรงไปหาชาร์น่า

 

“มาแล้วหรือ” เสียงเอ่ยทักจากเจ้าของห้อง โมลินมองเพื่อนร่วมสถาบันของเธอที่รอการกลับมามีชีวิต

 

“ฉันมาเอาคำตอบ” โมลินมองไปยังแม่มดสาวซึ่งกำลังอ่านตำราเวทมนตร์

 

ราชินีชาร์น่าปิดหนังสือเลิกคิ้วเรียวมองเด็กสาวและตั้งคำถาม “แน่ใจหรือ”

 

“ค่าตอบแทนคืออะไร” โมลินเอ่ยอย่างไม่ลังเล

 

“ดาบโลกันตร์” ชาร์น่าเอ่ยเสียงเนิบๆ “แลกกับดวงเนตรเจ้าชายแห่งเจนอาร์เซีย”

 

“ตกลง” โมลินตอบอย่างหนักแน่น ถึงจะรู้สึกผิดเพราะดาบนั้นอารีนหามาให้เธอ แต่หากวันใดเหตุการณ์นี้ประสบแก่เธอก็อยากได้รับความเมตตานี้บ้าง “คุณจะได้มัน เมื่อดวงตาโซรีลอสกลับไปหาเจ้าของ” โมลินเอ่ยจบหันหลังออกจากห้องทันทีไม่ยอมให้ชาร์น่ามีข้อต่อรองเพิ่ม

 

คล้อยหลังร่างบางจากไป ร่างสูงของเฮย์ดินก้าวออกมาจากมุมมืดเดินเข้ามานั่งไม่ไกลจากท่านชาร์น่า

 

“ทำไมถึงต้องการดาบโลกันตร์ของเธอ” เฮย์ดินเอ่ยถาม มองแม่มดสาวด้วยแววตาเปลี่ยนไปจากเดิม

 

“อย่ายุ่งเรื่องนี้เฮย์ดิน” ชาร์น่าเอ่ยอย่างไม่สนใจความเกรี้ยวกราดที่ถูกส่งมาจากชายหนุ่ม

 

“ผมต้องยุ่ง หากมันเกี่ยวกับโมลิน”

 

“เฮย์ดิน โมลินคือศัตรูของเรา! แค่ฉันยอมช่วยพวกมันก็ดีแล้ว”

 

“แล้วค้างคาวเผือกที่จ้องสังหารเธอล่ะ เราคุยกันเรื่องนี้แล้ว” เฮย์ดินเอ่ยด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์

 

“ไปถามแม่ของเธอ” ชาร์น่าเอ่ยเสียงเหี้ยมดวงตาฉายความโกรธออกมาอย่างปิดไม่มิด

 

“...พระมารดา...” เฮย์ดินขมวดคิ้ว พลางสะกดอารมณ์

 

“เอเคียร่า ยังยืนยันคำเดิมว่าโมลินไม่ควรมีชีวิตอยู่ ...และเฮย์ดินอย่าลืมว่าเราเป็นใคร มันเป็นไปไม่ได้! ความสัมพันธ์ของหลานกับเธอ เป็นสิ่งที่ผิดมหันต์” ท่านชาร์น่าเอ่ยเตือนหลานชาย ใช่แล้วมเหสีเอเคียร่าเป็นน้องสาวของราชินีชาร์น่าอำนาจครึ่งหนึ่งเป็นของเฮย์ดินและ เอเคียร่า มเหสีแห่งเมอร์เซียผู้เป็นแม่

 

“ในอดีตเคยมีแม้แต่ พี่น้องร่วมพ่อแม่แต่งงานกันเองในสายเลือด” เฮย์ดินพยายามหาเหตุผล ที่จะได้รักหญิงในดวงใจต่อไป เขาพึ่งรู้ว่าโมลินเป็นน้องสาวต่างมารดา

ทว่าเมื่อรับรู้เขาก็ปักใจรักเธอไปแล้ว ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มสมเพชตัวเอง “ผมขอเพียงตอนนี้โมลินต้องไม่รู้ว่าผมเป็นใคร”

 

“หากวันใดโมลินรู้ความจริงแล้วเธอจะยอมหรือ ไม่แน่เธออาจปันใจให้ชายอื่นไปแล้ว” ชาร์น่าพยายามยั่วยุ

 

“ผมรู้จักเธอดีพอ ต่อให้คนตาบอดเป็นคนอื่นเธอก็จะทำแบบนี้”

 

“ถึงอย่างนั้น...ก็ใช่ว่าเธอจะรักหลานในแบบเดียวกัน” แม่มดแห่งรัตติกาลพูดแค่นั้นแต่เฮย์ดินผุดลุกจากไปอย่างไม่ต้องการฟังคำคัดค้านอีก

 

สำหรับชาร์น่า รักและห่วงใยเฮย์ดินเพราะเธอเลี้ยงเขามาแต่เด็ก

“เฮย์ดิน...” ราชินีชาร์น่าเรียกหลานชายไว้ “หากภายนอกอยู่ยากและวุ่นวาย ดินแดนของเรายังขาดราชารัตติกาลและราชินี ซึ่งผืนดินนี้เป็นไปได้ทุกอย่างตามที่หลานต้องการ” แม่มดสาวยิ้มอบอุ่นส่งแก่หลานชายที่ก้มหัวให้เธอก่อนจะจากไป หญิงสาวได้แต่มองตาม โชคชะตาใยโหดร้ายกับน้องสาวและหลานชายของเธอนัก

 

ความรักเผาผลาญจิตใจที่งดงามของเอเคียร่า

ความรักกำลังทำให้เฮย์ดินเลือกมองข้ามความถูกผิด

 

 

ในห้องนอนกว้างของตกแต่งเรียบหรูสีดำซึ่งเป็นสีโปรดเจ้าของห้อง เฮย์ดินหลังจากดื่มอย่างหนักในหัวคิดว้าวุ่นถึงหญิงสาวผู้ครอบครองดวงใจของเขา

เขายังจำวันแรกที่เธอปรากฏตัวได้ดี ในขณะที่เฮย์ดินหนีการไล่ล่าจากหน่วยล่าสังหารของอาณาจักรอัมบาเนีย เขาเบื่อการเป็นที่สนใจจากผู้คนจึงคิดพิเรนทร์ไปเป็นขอทานน่าสงสาร ผู้ไม่มีใครเหลียวแลทำให้เขาได้เห็นส่วนลึกของใจคน... เขาเคยคิดไว้ว่าจะรักคนที่จิตใจทว่าครั้งแรกที่ได้เห็นโมลิน ความเป็นจริงคือโมลินไม่ได้แตกต่างไปจากหญิงอื่น

แต่เป็นเขาที่พยายามทำตัวน่าสงสารเพื่อพยายามดึงความเมตตาจากโมลิน ให้เธอมีจิตใจงดงามอย่างที่เขาต้องการและใช้เหตุผลนั้นรักเธอ...

 

...โมลิน... คุณจะรู้ไหมว่าทำให้ผมหลงใหลแค่คุณตั้งแต่นั้นมา ทำให้ผมไม่อยากห่างจากคุณ

...หลงใหลในรูปโฉมแรก

...หลงรักต่อจิตใจงดงามในเวลาต่อมา

...หลงรอยยิ้มอ่อนหวานเมื่อได้เคียงข้าง

...หลงจนโงหัวไม่ขึ้น

...หลงจนหาทางกลับไปยังจุดเดิมไม่เจอ

...หลง...จนมองข้ามความผิดถูกของผู้คน

 

 

 

(❁´◡`❁)   (✿◡‿◡)    

ในที่สุดไรท์ก็มาต่อ ถึงจะมีคนอ่านไม่มาก

เรื่องนี้ไรท์ลงอีกเว็บหนึ่งคือ เว็บรีดนะคะ

โดยใช้ชื่อ

โมลิน ซินเดเรีย...การทวงแค้นของเทพีนาตีร่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น