โมลิน ซินเดเรีย...การทวงแค้นของเทพีนาตีร่า

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 คู่หมั้นของเจ้าชายโซรีลอส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

ตรงหน้าสองเกลอคือป้อมปราการก่อด้วยอิฐน้ำตาลเป็นตึกสูงมองเห็นรอบโรงเรียน มองเรือกลางอากาศร่องรอยรอบกำแพงเอลิเวลล์อยู่เสมอเพื่อค่อยสอดส่องดูแล รอบปราการมีทหารองครักษ์ในเครื่องแบบของทหารเจนอาร์เซียจำนวนหนึ่งคอยคุ้มกันทางเข้าออก

 

“ท่านเลซกับคุณโมลิน ใช่หรือไม่” องครักษ์นายหนึ่งท่าทางองอาจ เดินเข้ามาหาทั้งสองและโค้งตัวให้

 

“ใช่” เลซเอ่ยตอบ

ทหารองครักษ์จึงเดินนำทั้งสองเข้าไปในปราการรับรองแขกของโรงเรียนเอลิเวลล์

เมื่อถึงห้องหนึ่งมีกษัตริย์โซลาริสทรงอำนาจแฝงความอารี กำลังนั่งพูดคุยกับมหาเวทย์เนมิส เลซกับโมลินเข้าไปถวายการเคารพต่อองค์ราชา

 

“มาแล้ว” เนมิสเอ่ยทักทั้งสองพลางเรียกให้ไปนั่งร่วมโต๊ะ

 

“โมลินกับเลซสินะ” พ่อของโซรีลอสเอ่ยมองคนทั้งสอง “ตอนงานเลี้ยงที่โซรีลอสฟื้นจากคำสาปหัวใจเหรันฉันไม่ทันได้สนทนา ทั้งที่เธอสองคนเป็นคนสำคัญของงานวันนั้น”

 

ทั้งสองไม่แน่ใจว่าโซลาริสต้องการสื่อถึงอะไร

 

“โซรีลอส เป็นลูกชายคนเดียวของฉันและฉันรักมากที่สุดเขามักเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังรวมถึงเรื่องที่พวกเธอออกตามหาหัวใจเหรันด้วย ขอบใจจริงๆ และชื่อเสียงของพวกเธอในการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อจ้องจำเทพเนญ่าต่างเป็นที่เลื่องลือ” คำบอกกล่าวจากราชา

ทำให้สองเพื่อนรักต้องลอบมองท่าทีของมหาเวทย์เนมิสเพราะที่พวกเขาออกไปตามหาหัวใจเหรันยังเป็นความลับ ซึ่งกษัตริย์โซลาริสพอเดาได้ จึงหัวเราะออกมาว่าเด็กทั้งสองคงเกรงจะถูกลงโทษ

 

“ท่านเนมิสการกระทำของทั้งสองผิดหรือ” โซลาริสหันไปเอ่ยกับมหาเวทย์ “ถือว่าเห็นแก่เรายกโทษให้เสียสักคราเถอะ”

 

“หาไม่ ฝ่าบาท สิ่งที่เลซและโมลินกระทำ ผิดมหันต์ทว่าถูกอย่างยิ่ง กระหม่อมคงไม่มีบทลงโทษใด เรื่องผ่านมานานนับปี” มหาเวทย์เนมิสมองเด็กทั้งสองที่แอบยิ้มให้กัน

 

“ดีๆ ครั้งนี้ที่เรียกมา” กษัตริย์เอ่ยอย่างจริงจัง “เราอยากขอความเห็นใจจากทั้งสองออกตามหาโซรีลอสและเหล่าคณะผู้ร่วมเดินทางไปยังอาณาจักรแม่มดแห่งรัตติกาลดินแดนลึกลับยังไม่มีใครค้นพบ แต่โซรีลอสอยากลองเสี่ยงเพื่อช่วยชีวิตนาเดีย ซึ่งเป็นญาติฝั่งแม่เขาและเขาไปโดยไม่บอกเราจนมารู้จากท่านเนมิส” กษัตริย์โซลาริสดำรัสอย่างกังวลเมื่อพูดถึงคนเป็นลูก

 

“เรื่องนี้ไม่บังคับ” มหาเวทย์เนมิสเอ่ยขึ้นบ้าง “ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเธอ สองคนนี้ตอนชั้นปีหนึ่งแทบไม่ได้เรียน และโมลินพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บ”

 

“จริงหรือ” ราชาแห่งเจนอาร์เซียมองหญิงสาว ซึ่งเห็นว่าโมลินมีท่าทีปกติไม่บ่งบอกอาการเจ็บใด “บาดเจ็บจากเหตุการณ์ใด” คำถามจากโซลาริส

 

“หน้าอายหากต้องกล่าวว่าความปลอดภัยในเอลิเวลล์หละหลวมไป จนนักเรียนต้องบาดเจ็บภายใต้การคุ้มครองจากเรา” เนมิสมีน้ำเสียงรู้สึกผิดเพราะไม่เคยเกิดเหตุลอบทำร้ายเด็กๆ ในโรงเรียนแห่งนี้ นี่ถือเป็นข้อผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของเขา

 

โซลาริสพยักหน้ารับรู้จึงหันไปกล่าวกับเด็กทั้งสอง

“ว่าอย่างไร โมลิน เลซ เราเองก็ไม่บังคับ” กษัตริย์โซรีลอสตรัสถามทั้งสองด้วยท่าทีปกติ

 

“ยินดีกระหม่อม/ยินดีเพคะ” ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน โดยไม่ปรึกษากันแต่รู้ความคิดของอีกคน

 

คำตอบนั้นทำให้เจ้าเหนือหัวแห่งเจนอาร์เซียเผยยิ้มออกมา “สมกับเป็นสายเลือดตระกูลซามาเนียกล้าหาญและทำเพื่อผู้อื่นโดยแท้ แล้วโมลินเล่าเป็นคนอาณาจักรใด”

 

“เมอร์เซียเพคะ”

 

“เมอร์เซีย” กษัตริย์ทวนคำ “น่าอิจฉา โมรอท ฮาเกน ที่มีประชาชนซึ่งกล้าหาญและงดงามยากจะหาใครเทียบ” โซลาริสเอ่ยชมโมลินขึ้นมา

 

“พระองค์รู้จักกับกษัตริย์โมรอท เป็นการส่วนพระองค์หรือกระหม่อม” เลซเอ่ยถามเพราะคำที่โซลาริสใช้เรียกกษัตริย์โมรอทไม่ค่อยเป็นทางการนัก

 

“แน่นอน เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนในโรงเรียนสเตนาร์ทฝั่งเหนือ เราอยากรู้การปกครองจึงดั้นด้นไปร่ำเรียนเสียไกล” โซลาริสกระตุกยิ้มและเอ่ยต่อ “เรายังขอบุตรของเขา องค์หญิงโรลีเซีย มาเป็นคู่หมั้นของโซรีลอสอยู่เลย...” 

 

 

เลซมองเพื่อนยิ้มๆ โมลินเองก็พึ่งรู้เรื่องนี้ 

“แล้วกษัตริย์โมรอทยกพระธิดาให้ไหมกระหม่อม” เลซเอ่ยถามแทนเจ้าตัว

 

“โมรอทไม่มีปัญหา เราหมั้นพวกเขาไว้โดยมีกำไลข้อเท้าของทั้งสองสร้างขึ้นมาคู่กัน ทั้งเจ้าหญิงโรลีเซียกับโซรีลอสถอดกำไลข้อเท้าออกไม่ได้ นอกจากพวกเขาจะถอดให้กันเอง เฉพาะสองราชวงศ์เท่านั้นที่รู้เพราะยังไงก็อยากรอการตัดสินใจของทั้งสองอีกที แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครได้เห็นองค์หญิงอีกเลยตั้งแต่องค์จักรพรรดินีมัทซีลินสวรรคต” 

 

คำตอบนั้นทำให้โมลินคิดถึงกำไลข้อเท้าของเธอซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายจนเธอหลงลืมว่าได้ใส่มันไว้ตลอด เธอก็พึงรู้วิธีถอดกำไลก็วันนี้ เป็นสิ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อน แม้แต่อารีนเองก็คงไม่รู้ไม่งั้นคงไม่หาวิธีถอดช่วยเธออยู่นาน ซึ่งไม่เคยเป็นผล วันนี้กระจ่างแล้วว่าทำไม!

 

เลซกระตุกยิ้มเมื่อเขาก็เคยถามเรื่องกำไลข้อเท้ากับเพื่อนตอนอยู่ในหมู่บ้านเวนวอส

 

“จะเป็นอะไรไหมถ้าจะขอให้เดินทางเร็วที่สุด อยากนำทหารไปเท่าไรหรืออยากให้ช่วยอะไรพูดมาเถอะ” ราชาโซลาริสเสนอ “เพราะโซรีลอสจะตายไม่ได้ เขายังมีหน้าที่ต้องทำ” เสียงทรงอำนาจจากกษัตริย์ ทำให้โมลินสะดุดใจเล็กน้อยแม้แต่ความตายโซรีลอสก็ไม่มีสิทธิ์เลือกหรือ ...ช่างน่ากลัว...กับการเป็นสมาชิกเลือดสีน้ำเงิน

 

“ถ้าคิดดีแล้วก็ออกเดินทาง ณ เวลานี้เถอะ ฉันกลัวหากมีหลายคนรู้เรื่อง แล้วจะมีคนขอตามไปจะยิ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่” มหาเวทย์เนมิสเสนอความเห็นอย่างเดาความคิดของลูกศิษย์แต่ละคนได้

 

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า อาณาจักรแห่งแม่มดรัตติกาลอยู่ไหน” โมลินเอ่ยถาม ผู้สูงอายุทั้งสองมองกลับมาก่อนเอ่ยตอบ

 

“เท่าที่รู้ป่ารัตติกาลข้างเอลิเวลล์เราเป็นประตูทางเข้าเพื่อไปยังอาณาจักรลึกลับนั้น คิดว่าคณะของโซรีลอสหน้าจะหาทางเข้าไปได้แล้วแต่ยังไม่ออกมา” มหาเวยท์บอกกล่าวแก่ลูกศิษย์ “จะไม่มีความช่วยเหลือ เพราะอำนาจเราหรือกษัตริย์พระองค์ใดก็ไม่อาจเข้าไปได้...” 

 

 

***

 

 

เลซและโมลินมองทางเข้าป่ารัตติกาลตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในเวลาตะวันใกล้ลับขอบฟ้ามีเพียงแสงแดดสุดท้ายร่ำไร ภายในป่ารัตติกาลมืดครึ้มด้วยพฤกษาใหญ่จนป่าแห่งนี้ดูเหมือนตอนกลางคืนอยู่ตลอดเวลา ทว่าป่ารัตติกาลแห่งนี้กลับมีแสงไฟจากเหล่าพืชบางชนิดเรืองแสงแทน อย่างต้นเบลิตสูงใหญ่มีผลเป็นสีทองส่องสว่างคล้านโคมไฟ 

 

เลซจึงออกปากชวนโมลินนั่งพักกินผลเบลิตอย่างที่เคยทำตอนมาด้วยกันครั้งแรก

 

รอบบริเวรมีสัตว์เวทน้อยใหญ่อาศัยอยู่หลากหลายสายพันธุ์

 

โมลินเรียกหงส์ไฟออกมาเพื่อส่องสว่างมากขึ้นกว่าเดิม 

“คิก้า” สัตว์เวทย์บินไปทั่วเหมือนสำรวจถิ่นเก่าของตน มันเกิด ณ ป่าแห่งนี้ก็จริงแต่ไม่ได้อาศัยเพราะมันตามหญิงสาวไปตั้งแต่ฟักออกจากไข่ตั้งแต่วินาทีแรกเลย

 

“เคเรน” เลซเองก็เรียกมังกรขาวออกมาเปิดหูเปิดตาเช่นกัน 

 

“นายคิดว่าเราจะหาทางเข้าอาณาจักรแม่มดแห่งรัตติกาลเจอไหม” โมลินเอ่ยถามเลซ ซึ่งกำลังเด็ดผลเบลิตกินอย่างอร่อย พลางยื่นให้หญิงสาว แต่โมลินส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“ไม่กินเหรอ อ้อ! ลืมไปคงเบื่อล่ะเจ้าเฮย์ดินมันเอาไปให้เธอออกบ่อย”

เลซเย้าเพื่อนยกผลเบลิตมากัดกินต่อพลางตอบคำถามของเพื่อน “ตามจริงเราควรปรึกษาเฮย์ดินเขาอาจรู้ คณะที่เดินทางไปก่อนหน้า มีคนจากหอรัตติกาลอย่างมิลาเดีย ฟาลีนมาส่งจนถึงทางเข้า แต่เราเล่นมาแบบไม่รู้อะไรเลย เผลอๆ ทางเข้าไม่ได้อยู่ในป่านี้” 

โมลินคิดตามเด็กหอรัตติกาลอาจรู้จักป่านี้มากกว่าเหล่าอาจารย์ในเอลิเวลล์อีก มิลาเดียเป็นพี่สาวของนาเดียย่อมต้องอำนวยความช่วยเหลือแก่โซรีลอส แต่พวกเธอกลับมาอย่างเป็นศูนย์ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับป่านี้เลย

 

แต่ก็เอ่ยให้กำลังใจตัวเอง 

“เดี๋ยวรู้เองแหละ ฉันไม่อยากดึงเฮย์ดินมาด้วย เขาตั้งใจกับการเรียนในเอลิเวลล์มาก” โมลินพูดและเดินมองสำรวจรอบๆ จวบจนมองเห็นทางเดินเล็กๆ ซึ่งถูกหญ้าดอกไม้ปกคลุมจนเกือบมองไม่เห็น

 

“เลซ บางครั้งมันอาจไม่ได้ซับซ้อนอย่างเราคิดไว้ก็เป็นได้” โมลินเผยยิ้มน้อย

 

“ยังไง” เลซ

 

โมลินไปดึงเพื่อนมาและชี้ทางเดินให้เลซเห็น

“ในเมื่อเราไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เราก็ลองเดินไปตามทางที่มีสิดีกว่าต้องนั่งรอโดยไม่รู้ว่ารออะไร นายคิดว่ามันจะไปสิ้นสุดตรงไหน” หญิงสาวเปรยด้วยรอยยิ้ม 

 

“ปะ ไปกันเถอะ”

เลซว่าแล้วก็ถือผลเบลิตไปลูกหนึ่งเดินคู่ไปกับโมลิน มีหงส์ไฟนำไปข้างหน้าด้านหลังมีมังกรขาวของเลซค่อยคุ้มกัน

 

สองเพื่อนรักต่างพูดคุยกันไปต่างๆ นานา จนหัวเราะร่วนกับเรื่องบังเอิญที่รับรู้วันนี้

“แต่เอาจริงๆ นะโซรีลอสก็ดีทุกอย่าง” ชายหนุ่มยังคงสนับสนุนให้โมลินเปิดใจให้โซรีลอส

 

“พอหน่าเลซ ให้ฉันคิดเรื่องนี้เอง ว่าแต่นายกับอาร์ทีมิสเหมาะสมกันออก” โมลินเอ่ยหยอกสหาย แต่เท้าของทั้งคู่ของยังคงก้าวเดินไปข้างหน้า

 

“อย่ายุ่งเรื่องของฉันหน่า” เลซบอกปัดหน้าตาเฉย

 

“ทีนายยังยุ่งเรื่องของฉัน” หญิงสาวตอบกลับหน้าใสซื่อ

 

“อย่าลืมท่านแม่ให้ฉันดูแลเธอ” เลซยิ้มมุมปากและพูดเล่าต่อ “และให้ดูเรื่องคนรักให้เธอด้วย”

 

โมลินหัวเราะออกมาตลกกับคำเอ่ยก่อนจะพากันหัวเราะที่เลซกำลังทำตัวเป็นพี่ชาย ก่อนจะชะงักเมื่อพวกเขาเดินมาแล้วแต่ หงส์ไฟคิก้ากับมังกรขาวเคเรนไม่ยอมตามมาด้วยได้แต่บินวนอยู่ห่างๆ

 

ทั้งสองสบสานตากันก่อนจะมองไปข้างหน้าซึ่งไม่มีสิ่งมีชีวิตใดและไร้ซึ่งแสงใดๆ โมลินเดินกลับมาหาสัตว์เวทย์ของตนกวาดตามองไปรอบด้าน ก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม

 

“เลซ!” หญิงสาวตะโกนเรียกเพื่อน ซึ่งอยู่ไกลออกไป

 

“อะไร” เลซรีบเดินเข้ามาหา มองตามโมลิน

 

“ฉันจำได้ว่านั้น มังกรไฟรัตติกาลของโซรีลอส” เลซเอ่ยเมื่อเห็นมังกรมีเขาสองข้างลำตัวไม่มีรูปร่างเป็นไฟสีดำร้อนแรง

 

“ใช่ กริฟฟินฉันจำได้ว่าของไนรัค มังกรน้ำของมอสเวน” โมลินเอ่ยเมื่อเห็นกริฟฟินส่วนหัวขาคู่หน้าและปีกเป็นนกอินทรีส่วนหลังเป็นสิงโต และมังกรน้ำตัวใหญ่ปีกกว้างมีน้ำไหลเวียนรอบตัวตลอดเวลา

 

“สัตว์เวทย์อยู่นี่ แล้วเจ้าตัวล่ะ”  เลซถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ

 

“อย่างน้อยก็รู้ว่าเรามาถูกทางเดินไปต่อเถอะ” หญิงสาวออกตัวเดินตามทางเดินมืดมิดมีแสงสว่างนำนำจากผลเบลิตเล็กน้อย

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น