โมลิน ซินเดเรีย...การทวงแค้นของเทพีนาตีร่า

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 คำสารภาพของเจ้าชายฮอรัส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

 

อีกแล้ว....คำพูดหนึ่งดังขึ้นในหัวโมลินเมื่อเธอลืมตาเผยนัยน์ตาสวยราวท้องฟ้ายามราตรีแสนหนักอือขึ้นมา

 

เห็นเพดานของห้องพยาบาลในทุกครั้งเกิดเรื่องมักจบที่นี้เสมอ เธอยังไม่ตายหรือนี่ ความทรงจำสุดท้ายดาบเกล็ดหิมะงดงามนั่นพุ่งเข้าสังหารเธอ

 

“เป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงทั้งห่วงใยและยินดีเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนเจ็บนอนลืมตามองรอบๆ อยู่นาน

โมลินเบือนสายตามองผู้เอ่ยถาม

“ฮอรัส...” โมลินลุกนั่งอย่างยากลำบากเพราะยังมีอาการเจ็บตรงหน้าท้อง โดยมีชายหนุ่มค่อยช่วยประคอง โมลินเหลือบเห็นข้างหัวเตียงมี ดอกเนวีร่า วางไว้เธอจึงเอื้อมมือหยิบมาชม เนวีร่าส่งกลิ่นไอน้ำยามเช้าโดยมีเวทย์รัตติกาลจางๆ ปกคลุมไว้พอเดาได้ว่าต้องเป็นเฮย์ดินแน่ที่นำมันมาให้เธอ

ฮอรัสมองดอกไม้นั้นด้วยสายตาเรียบนิ่ง พลางคิดไปถึงคนที่เอามาให้แก่หญิงสาวทุกวัน

“ฉันรอดได้ยังไง” เธอถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย

“หลายคนทำลายวังวนจนสำเร็จ”

เจ้าชายฮอรัสเอ่ยตอบมองสำรวจคนตรงหน้า อาจารย์เซอร์ซีบอกว่าอาการขนาดนี้คงเสียชีวิต หากแต่คนตรงหน้ามีบางอย่างฉุดรั้งรักษาพลังชีวิตไว้ เขารู้สึกขอบคุณบางอย่างนั้นจริงๆ ที่คุ้มครองเธอ

โมลินนิ่งงันทำให้ความเงียบโรยตัวอยู่นาน

ฮอรัสยืนไปจับมือหญิงสาวมากอบกุมอย่างอ่อนโยน “โมลิน...”

“ใครกันที่ลงมือกับเราได้ขนาดนี้” เขารู้สึกโกรธทุกครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

“ฉันไม่รู้ แต่ช่างมันเถอะ” โมลินยิ้มให้คนตรงหน้า พร้อมกับสายตางามของหญิงสาวเหลือบไปเห็นร่างหนึ่ง

เธอจำได้ว่าใคร ท่านหญิงนาลิน่าแห่งกลอเรีย....

 

“โมลิน...” ฮอรัสหยิบกำไลซึ่งคล้ายกับกำไลคู่ที่ใช้กับชั้นปีหนึ่งออกมา ซึ่งกำลังบรรจงสวมมันให้เธอ “ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเราพี่จะรู้”

มือเรียวดึงตัวหนีเล็กน้อย ทำให้ฮอรัสชะงัก เงยหน้ามองสบกับหญิงสาวเธอมีสีหน้าลำบากใจอย่างยากจะอธิบาย

 

ชายหนุ่มเผยยิ้มอ่อนอย่างไม่ถือสา “ถ้าเราสงสัยในการกระทำครั้งนี้ พี่คงยังไม่ได้บอกเราและไม่คิดว่าจะบอกเร็วขนาดนี้ พี่พึ่งตัดสินใจได้ตอนเห็นเราบาดเจ็บ” สายตาคมเปี่ยมด้วยอำนาจอย่างผู้เหนือคนมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาอบอุ่นเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

“...ผมรักคุณ ...รักมานานแล้ว หลงรักและเฝ้าคิดถึงแต่เด็กหญิงจอมซนคนนั้น”

คำเอ่ยเปรยไปถึงช่วงเวลาในวัยเด็กของทั้งสอง ในเวลานั้นทั้งสองสนุกไม่ต่างกัน หากแต่โชคตะตาหรืออะไรที่ทำให้ความรู้สึกของทั้งสองในตอนนี้กลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

 

 

อีกด้านหนึ่งของประตูคำประโยคของเจ้าชายฮอรัส เซบัสอัส แห่งกลอเรีย ดั่งฟ้าผ่าตรงกลางใจของคนแอบฟัง ท่านหญิงนาลิน่าน้ำตานองหน้าอยากจะวิ่งไปให้ไกลแต่เท้ากลับหนักอือ หัวใจแสนปวดร้าว คนที่เธอรักและคอยเฝ้าเอาใจกำลังจะกลายเป็นของคนอื่น...

 

โมลินเงียบไปทบทวนความรู้สึกของตัวเองก่อนเรียบเรียงคำพูด

“ฮอรัส ฉัน...เห็นคุณเป็นรุ่นพี่คนหนึ่งและฉันเคารพคุณ และถ้าคุณรักฉันเพราะเด็กซนคนนั้นคุณลืมมันเถอะให้เป็นแค่อดีต” โมลินรู้สึกผิดที่ต้องเอ่ยกับคนตรงหน้าแบบนี้ แต่ดีกว่าให้ความหวังซึ่งไม่มีวันเป็นจริง!

 

“โมลินเราซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเองขอบคุณที่ไม่เคยหลอกลวงกัน และผมก็ซื่อตรงกับหัวใจตัวเองเช่นกันคือเลือกเราตั้งแต่แรก ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าลืมอดีตไม่ได้แต่เพราะไม่เคยคิดจะลืม ไม่ใช่ว่าตัดใจจากเราไม่ได้แต่ไม่เคยคิดจะทำ ......วันหนึ่งถ้าเรารักใครสักคนจะเข้าใจความรู้สึกนี้” ฮอรัสกล่าวขึ้น

ครั้งนี้เขาผิดหวังแต่ยังคงยิ้มอ่อนโยนให้กับหญิงสาวตรงหน้า ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับสื่อถึงความเจ็บปวดแววตาแฝงความผิดหวัง

 

“ฮอรัสฉันขอโทษ...” โมลินไม่รู้ว่าเธอผิดหรือเปล่า แต่รอยยิ้มของชายหนุ่มทำให้เธอต้องรับผิด

 

“ผมคาดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แต่เลือกจะบอกขอแค่เรารับรู้ไว้” พูดออกไปอย่างนั้น แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะทนได้ไหมหากคนตรงหน้า จะมีเจ้าของโดยไม่ใช่เขา

 

“ฮอรัสฉันอยากบอกว่า....นาลิน่าเค้ารัก....”

โมลินพยายามชี้ให้เห็นความรักที่ใครอีกคนมอบแด่ ชายตรงหน้า แต่เจ้าชายฮอรัสเอ่ยขัดขึ้น

 

“ผมจะไม่ดึงนาลิน่าเข้ามา เธอควรได้รับความรักแท้จริงจากชายอื่น ซึ่งผมไม่อาจให้ความรักแบบนั้นแก่นาลิน่าได้....”

 

 

 

 

ลิสซาร์ที่มาทันได้ยินทุกอย่างดึงเพื่อนสาวออกมาจากตรงนั้น หาที่สงบให้เธอได้ร้องไห้ “นาลิน่า...”

 

“เธอเห็นไหมลิส อึก อืออออ” นาลิน่าพยายามพูดพลางสะอึ้นไห้อย่างกลั้นเสียงร้องไม่ไหว ลิสซาร์ทำได้แค่ดึงเพื่อนเข้ามากอดปลอบ

 

“ทำไมการจะได้ความรักจากท่านฮอรัสถึงยากเย็นนัก ในขณะโมลินได้รักไปอย่างง่ายดาย ฉันใช้เวลาเกินครึ่งชีวิตเฝ้ารักท่านฮอรัส แต่โมลินใช้เวลาเพียงเศษเสี้ยวกลับได้ทั้งหัวใจรักและซื่อตรงจากเขา! ”

 

“นาลิน่าเธอควรตัดใจ” ลิสซาร์เอ่ยเตือนเพื่อน

 

หากแต่เหมือนท่านหญิงนาลิน่าจะไม่รับรู้ ยังคงพรั่งพูนคำพูดออกมา

“ความห่วงหามีให้โมลินอย่างเหลือล้น แต่กับฉัน..เพียงเศษแววตาที่อาทรยังไม่เคยได้รับ” นาลิน่าเอ่ยอย่างรวดร้าว

 

“เธอมีค่า มากกว่าจะรอรับเศษอะไรพวกนั้น” ลิสซาร์เอ่ยค้าน

 

“ลิสซาร์ ...ฉันรักท่านฮอรัสไม่ใช่เพราะเขาจะได้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไปของอาณาจักรกลอเรีย แต่ฉันรักเขาจริงๆ ฉันยังเคยอยากให้เขาเป็นเพียงคนธรรมดา จะได้ไม่ต้องมีใครคอยแย่งเขาไป” นาลิน่าพูดเสียงสั่นน้ำตายังคงรินไหลอย่างควบคุมไม่ได้

 

“นาลิน่าใครจะแย่งเจ้าชายฮอรัสฉันไม่รู้ แต่โมลินไม่คิดจะลงแข่งกับเธอเลยฉันแค่จะบอกว่าโมลินไม่มีส่วนผิด” ลิสซาร์ตัดไฟแต่ต้นลมกลัวคนที่กำลังเสียใจอยู่นี้จะหาทางกำจัดโมลิน

 

“โมลินหรือ ทำไมใครๆ ต่างรักโมลิน! ”

 

“ทุกคนก็รักเธอเห็นเธอเป็นคนสำคัญ ถ้าเธอลองมองอย่างไร้อคติทุกสายตามองเธอกับโมลินไม่ต่างกัน แต่เป็นเธอต่างหากที่มองว่าโมลินเหนือกว่า” ลิสซาร์พยายามเอ่ยปลอบเพื่อน แต่สิ่งที่พูดนั้นเป็นความจริงสำหรับทุกคนนาลิน่างดงาม

“เธอกำลังปล่อยให้ความรัก ทำให้เธอไร้ค่า” ลิสซาร์เอ่ยต่อหวังว่าคนตรงจะคิดได้

 

***

 

 

“เฮ! โมลิน...ฉันกำลังจะไปหาเธออยู่เลย” เลซทักขึ้นเมื่อเจอกันระหว่างทางตอนเช้ามืดซึ่งโมลินขอกลับมา ฮอรัสอยากมาส่งเธอแต่หญิงสาวขอแยกตัวออกมาก่อน เพราะทนบรรยากาศอึดอัดไม่ไม่ไหว “ดีใจที่เธอฟื้น” ว่าแล้วก็จับแขนเพื่อนตรวจอะไรนิดหน่อย

 

“อืม ฉันหวังว่าจะอยู่อย่างสงบแต่นี่วันแรกก็เจอแล้ว” โมลินเปรยพลางเดินกลับบ้านเดอะซันด้วยกันกับเพื่อนสนิท

 

“เธอคิดว่าใช่มเหสีเอเคียร์ร่าไหม” เลซเอ่ยถาม

 

“ฉันไม่รู้แต่มันไม่สำคัญหรอก ตอนนี้ความตายเข้าใกล้ฉันมากกว่าที่คิด” โมลินเอ่ยเสียงเรียบ “นายอย่ากังวลเลยฉันพร้อมจะรับทุกชะตากรรม และฉันชินแล้วกับเรื่องแบบนี้”

 

“แม้แต่ในเอลิเวลล์ยังไม่ปลอดภัย” เลซเอ่ยเสียงเครียด “เราเหมือนเป้านิ่ง...”

 

“ไม่ใช่เรา อาจจะแค่ฉัน” โมลินแก้คำพูดของเลซ

 

“ถูกแล้วคือเราฉันไม่ทิ้งเธอหรอก ถึงเธอไล่ฉันก็ไม่ไป” เลซเอ่ยเสียงหนักแน่นไม่มีแววล้อเล่นอย่างทุกที

 

“หึ...” โมลินชกคนข้างกายเบาๆ เพราะเธอเองก็ยังเจ็บอยู่

 

เมื่อเดินเข้ามายังบ้านเดอะซันเลซให้โมลินขึ้นห้องไปก่อน เขาอาสาไปนำอาหารเช้าขึ้นไปเสิร์ฟเธอบนห้อง

 

 

***

ระเบียงกว้างไว้สำหรับผู้พักทั้งสามห้องต่อหนึ่งชั้น สายลมเย็นพัดผ่านมากระทบใบหน้าหอบกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ให้อบอวล ทำให้โมลินรู้สึกผ่อนคลาย

 

“โมลินเธอฟื้นแล้ว” คริสอยู่ในชุดลำลองเพราะวันนี้ไม่มีเรียน ก้าวเดินจากห้องตัวเองออกมาหาเธอ

 

โมลินยิ้มน้อยๆ เป็นการทักทาย

“พึ่งตื่นเหรอ” หญิงสาวทักกลับ

 

“อืม กาแฟไหม” คริสยกกาแฟขึ้นดื่มพลางถามโมลิน

 

“ฉันไม่เคยดื่ม” โมลินตอบแต่กลิ่นหอมนั้นชวนให้ลิ้มลองอยู่ในที

 

“ต้องลอง เดี๋ยวฉันไปเอามาให้” ว่าแล้วร่างสันทัดเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง สักพักออกมาพร้อมชุดปรุงของกาแฟ วางแก้วกาแฟดำตรงหน้าหญิงสาว

 

“ลองชิมแบบไม่ใส่อะไรก่อน” คริสแนะนำ โมลินจึงทำตาม

 

“มันขมไป” หญิงสาวเอ่ยอย่างขยาด

คริสหัวเราะกับท่าทางนั้น ก่อนจะส่งนมกับน้ำตาลก้อนแก่โมลิน

 

โมลินมองอย่างไม่รู้จะใส่อะไรก่อน จนคริสต้องเป็นคนชงกาแฟให้เอง

 

“อร่อยหวานกลมกล่อมดี” โมลินเอ่ยพร้อมกับยิ้มกว้างเมื่อได้เครื่องดื่มใหม่ๆ

 

“กินข้าวเช้าแล้วหรือ” คริสชวนคุย

 

“ยัง เลซกำลังไปเอามา”

 

“มาพอดี” คริสเอ่ยขึ้น เมื่อชายหนุ่มผมเงินเดินออกมาจากห้องนอนของโมลิน

 

“วันนี้เป็นซุปข้าวโพด กับสลัดดอกไม้” เลซเอ่ยวางอาหารตรงหน้า ทั้งสามต่างแยกกันกินอย่างอร่อยเมื่ออาหารมีจำกัดทำให้รู้สึกว่ามันอร่อยกว่าปกติ

 

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องของคริสดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงของราอัสเดินมาหาทั้งสามซึ่งกำลังพูดคุยกันอย่างสนุก

 

“อัส อาหารหมดแล้วแต่ยังทัน ชาร้อนๆ ของตระกูลซามาเนียอยู่” คริสเอ่ยกับเพื่อนตัวเองที่ช่วงนี้งานหนักเพราะต้องรับหน้าที่แทน โซรีลอส

ราอัสนั่งลงร่วมโต๊ะมองเลซกับโมลินพลางจิบชารสชาติดี

 

“ขอบคุณที่เธอปลอดภัย โมลิน” ราอัสพูดขึ้นเสียงจริงจัง มีแววเครียดในน้ำเสียง “มหาเวทย์กำลังหาตัวคนลงมืออยู่”

 

“แล้วเจอไหม” เลซโผล่ถามขึ้น

 

“ยัง คนลงมือมีพลังเวทย์สูงมากส่งแค่จิตมาเล่นงาน ตอนนี้การอารักขาของโรงเรียนต้องเพิ่มขึ้น” ราอัสอธิบายเพิ่ม

 

“ก็หมายถึงพวกเราต้องเข้มงวดเพิ่ม” คริสเอ่ยเป็นเชิงถาม

 

“ไม่ใช่แค่เราหมายถึงชั้นปีอื่นด้วย ยิ่งป่าวาโรยิ่งต้องคอยดูเป็นพิเศษ” ราอัสพูดเป็นการเป็นงาน พลางมองไปทางโมลินอีกครั้ง

 

“มีอะไรรึเปล่า ฉันเห็นนายมองเลซกับฉันแปลกๆ” โมลินถามอย่างไม่จริงจังนัก

ราอัสพยักหน้ามองสองเพื่อนรัก

 

“กษัตริย์โซลาริสมีพระประสงค์อยากพบโมลินกับเลซ ตอนนี้พระองค์ประทับอยู่ป้อมปราการรับรองทางเข้าเอลิเวลล์ มหาเวทย์เนมิสให้ฉันมาตามพวกเธอ” ราอัสพูดเรียบๆ เหมือนการมาของราชาแห่งเจนอาร์เซียไม่ใช่เรื่องสำคัญ

 

“เรื่องอะไรถึงอยากพบพวกฉัน” โมลินขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ

 

“ฉันเดาว่าเรื่องที่โซรีลอสยังไม่กลับมา” คริสเอ่ยเสียงเครียดตามจริงเขาอาสาออกไปตาม แต่เนมิสอยากให้คริสกับราอัสอยู่ช่วยงานคอยดูแลชั้นปีหนึ่ง

 

“ไม่เป็นปัญหาหากต้องไป” โมลินเห็นเป็นเรื่องธรรมดา

 

“กษัตริย์โซลาริสให้เข้าเฝ้าเมื่อไหร่” เลซถามขึ้นบ้าง เริ่มคิดไปถึงเรื่องต่างๆ

 

“เดี๋ยวนี้...”

เลซกับโมลินดื่มชาจนหมดจึงขอตัวออกไปตามที่ราอัสบอก

 

คริสมองหน้าเพื่อนซึ่งมีแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“รอสองคนกลับมาเราจะรู้เอง” คริสเอ่ยกับราอัส

 

“ถ้าเป็นอย่างที่เราคิดฉันเป็นห่วงโมลิน พึ่งฟื้นและเหมือนมีคนจ้องสังหารเธอ” ราอัสถอนหายใจยกมือกุมขมับ

 

“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น อาจจะเป็นแค่ก่อกวนเอลิเวลล์” คริสเอ่ยค้านบ้าง

 

ราอัสมองไปทางเพื่อนพลางเลิกคิ้ว “นายคิดแบบนั้นจริงหรือ”

“ไม่ เราไม่รู้เบื้องหลังของโมลิน เหมือนอย่างที่หลายคนไม่รู้เบื้องหลังนาย” คริสพูดพร้อมกับปราดตามองสหาย

 

“ไม่ว่าโมลินจะเป็นใคร ผู้ใดก็ไม่ควรหยิบยื่นความตายให้เธอ” ราอัสเอ่ยเสียงเหี้ยมออกมา

 

“แต่เชื่อมั่นในฝีมือโมลินเถอะเธอจะเอาตัวรอดได้” คริสเอ่ยปรามเพื่อนพลางนึกอะไรขึ้นได้ “ราอัสหากเลซกับโมลินถูกสั่งให้ออกไปตามโซรีลอสจริงเพียงสองคน นายอาจต้องเหนื่อยหน่อยเพราะฉันจะตามไปด้วย” คริสเอ่ยเสียงเรียบแต่จริงจัง ไม่มีแววล้อเล่น

 

“ฉันอยากไปด้วย” ราอัสร้องตาม

 

“สงสารพวกผู้หญิง ต้องรับมือกับเหล่ารุ่นน้องไม่ไหวหรอก ถึงจะมีพวกโซรูสคอยช่วยก็เถอะ”

 

****

 

ทางเดินถูกปกคลุมด้วยสีม่วงของกลีบดอกอินทนิทร่วงหล่นโรยราจากต้นสูงตระง่าระหว่างทาง สองเพื่อนก้าวเท้าเดินอย่างไม่รีบร้อง มองสิ่งแวดล้อมบรรยากาศไปทั่ว

 

“ช่วงที่เธอหมดสติมีคนจากหอรัตติกาลไปเยี่ยมเธอด้วย” เลซเอ่ยเล่าถึงช่วงสี่ห้าวันที่ผ่านมา

 

“เฮย์ดินเหรอ” โมลินถามขึ้นคนเดียวที่เธอสนิท

 

“เฮย์ดินก็ใช่เขาไปหาเธอทุกวัน ฉันหมายถึงพวกรุ่นพี่เวนัส มีดาร์ซี่คนที่เคยทำเธอเจ็บด้วย เธอคงเห็นของมากมายในห้องนอนแล้ว”

 

“มีน้ำใจกันจริง” โมลินรู้สึกดีที่ยังมีคนห่วงใยเธอ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น