โมลิน ซินเดเรีย...การทวงแค้นของเทพีนาตีร่า

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 การลอบทำร้ายในเอลิเวลล์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 เม.ย. 63

 

เช้าวันใหม่แสงแดดอบอุ่นส่องประกายไปทั่วฟ้าทำให้บรรยากาศสดใสเด็กชั้นปีหนึ่งต่างตื่นเต้นออกไปเรียนแต่เช้า และเป็นธรรมดาของโมลินที่คงยังไม่สนใจเวลา จิบดื่มชาตรงระเบียงอย่างสบายอารมณ์ชมวิวทิวทัศน์เปลี่ยนไปเมื่อย้ายตึก

 

“ไม่ลงไปทานข้าวข้างล่างหรือ” 

เสียงทักขึ้นจากคริสในชุดรัดคลุมสีดำ สวมทับด้วยผ้าคลุมสีทองเปิดประตูระเบียงออกมา ซึ่งปีนี้โมลินยังอยู่ชั้นเจ็ดเช่นเดิม แต่เพื่อนร่วมชั้นคือคริสและอีกห้องเป็นของนาเดียซึ่งยังไม่ฟื้น แต่เอลิเวลล์ให้เลื่อนชั้นปีได้แล้วค่อยให้เพื่อนร่วมชั้นสอนและทำรายงานส่งทีหลังเป็นกรณีพิเศษ

 

“คริส นายได้พักบ้างรึยัง” โมลินในชุดเดรสสีเขียวมิ้นสวมทับด้วยผ้าคลุมสีทองสัญลักษณ์บ้านเดอะซันไต่ถาม พลางส่งถ้วยชาอีกใบให้กับชายหนุ่ม

“ยังเดี๋ยวก็ไปเรียนแล้ว” คริสยกชาจากโมลินมายกขึ้นดมก่อนจะค่อยๆ จีบชาทีละนิดที “เป็นชารสชาติดี” ชายหมุ่นเอ่ยชมพร้อมสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาอีกครั้ง

คริสลอบมองหญิงสาวเขาอย่างเอ่ยเตือนเรื่องออกเที่ยวยามค่ำคืนด้วยความเป็นห่วงเพื่อน แต่ก็ยังลังเลไม่แน่ใจว่าเขามีสิทธิ์แค่ไหน คิดอีกทีไปเตือนกับเจ้าเลซมันดีกว่า

โมลินยิ้มบางพร้อมเปรยถึงที่มาของชา “เป็นชาประจำของตระกูล ชามาเนีย เลซเอามาฝาก” 

“หึ สมกับเป็นตระกูลขุนนางที่ทรงอำนาจในเซนต์รัสซา” คริสกระตุกยิ้ม 

“หืม...” โมลินไม่ค่อยรู้เรื่องของตระกูลเลซนักจึงแปลกใจ

“อำนาจรองจากกษัตริย์ก็ ท่านชายเกซ ซามาเนีย พ่อของเจ้าเลซมัน เลซเองก็เปรียบได้ว่าเป็นราชนิกุลสูงศักดิ์คนหนึ่ง นี่ไม่รู้เหรอ” คริสเอ่ยเล่าเสียงเรียบ 

“ไม่ ฉันไม่เคยถาม” โมลินตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

 

ก๊อกๆๆ ก๊อกๆๆๆ 

เสียงเคาะประตูฝั่งระเบียงดังขึ้นพร้อมกันทั้งสองบาน ราอัสเดินมาจากห้องของคริส กับเลซเดินมาจากห้องของโมลิน พร้อมกันเอ่ยทักทายกันอย่างอารมณ์ดี และร่วมดื่มชาตอนเช้าร่วมกัน ถกเถียงกันถึงเรื่องเมื่อคืนนิดหน่อยว่าใครคิดโจมตีเอลิเวลล์แต่สุดท้ายก็หาคนทำไม่ได้ จึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องไร้สาระในช่วงปิดเทอมของตัวเองแทน ก่อนจะชวนกันไปเรียน

 

“โซรีลอสยังไม่กลับมาอีกหรือ” เลซเอ่ยถามลอยๆ ขณะเดินลงมาห้องอาหารรวม

 

“ยัง พวกฉันก็ห่วงอยู่” ราอัสเอ่ยตอบ 

 

ทั้งสี่สวมผ้าคลุมสัญลักษณ์ของบ้านเดอะซัน เดินลงมาต่างเป็นที่สนใจ ของเหล่ารุ่นน้องบางคนที่กำลังรีบออกไปเรียน แต่ก็ต้องหลบทางให้พวกเขาก่อน เพราะทั้งสี่ไม่ได้แวะทานอาหารแต่ตรงไปยังห้องเรียนเลยเนื่องจากใช้เวลาไปกับคุยกันเยอะเกินไป

 

“มหาเวทย์ว่ายังไงบ้าง” โมลินถามต่อ

“ยังไม่มีทีท่าว่าจะส่งคนออกไปตามเพราะคนร่วมเดินทาง คือ มอสเวน ไนรัค ต่างเป็นยอดฝีมือ” คริสเอ่ยเสริม

 

“นี่รอพวกฉันด้วย” 

เสียงหวานตะโกนมาจากด้านหลัง เป็นคุณหนูอารี เจ้าหญิงแอรีช เจ้าหญิงเฟมีล่า เข้ามาสมทบจึงเดินไปพร้อมกัน ไม่วายที่แอรีชถามคริสถึงเจ้าชายโซรีลอสอีกครั้ง

 

ห้องเรียนสีทึบรอบด้านต่างเต็มไปด้วยอัขระมนตรา มีแสงสว่างจากเทียนไขสีม่วง 

นี่พวกเราเรียนมนต์ดำด้วยหรือนี่ในความคิดของทุกคน แค่ก็ทำตัวเงียบแยกย้ายหาที่นั่งของตัวเอง มีอาจาร์ซีคาลยืนเด่นสง่าอยู่หน้าห้องเรียนซึ่งรอให้เหล่าลูกศิษย์นั่งที่ให้เรียบร้อย

 

โมลินนั่งลงข้างเพื่อนร่วมหอซึ่งเมื่อวานโมลินไม่เห็นเธอเข้าร่วมพิธีต้อนรับนักเรียนใหม่

“ลิสซาร์เมื่อวานไม่เห็นเธอเลย” โมลินทักทายหญิงสาวผมลอนยาวสีน้ำตาลชอบรวบหางม้า ดวงตาสีฟ้าใส พร้อมยิ้มให้กับท่านหญิงนาลิน่า ซึ่งนาลิน่าก็ยิ้มตอบกลับมาตามมารยาท

“ฉันพึ่งมาถึงเมื่อเช้า” ลิสซาร์ตอบอย่างร่าเริง ถามไถ่กันไปเลื่ยนจนซีคาลเริ่มสอนเมื่อเห็นว่ามากับเกือบครบแล้ว

 

“ก่อนอื่น หลายคนคงรู้จักฉันบ้างแล้ว ผมอาจารย์ซีคาล นีเต ในวิชานี้เป็นการร่ายคำสาปและการป้องกัน ซึ่งเป็นกึ่งมนต์ขาวและมนต์ดำ แต่หลายคนคิดว่าการเรียนมนต์ดำเป็นสิ่งน่ารังเกียจใครมีความคิดนี้ทิ้งความคิดนี้ซะ ทุกอย่างเป็นความรู้คู่ควรศึกษามนตราจะดีหรือชั่วร้ายอยู่ที่ผู้ใช้ หากมีนักเวทย์ใช้มนต์ขาวฆ่าคนก็ไม่ต่างจากคนชั่วร้ายขอเพียงมีจิตใจมั่นคงอะไรก็ครอบงำเราไม่ได้” เสียงนิ่งจากอาจารย์กวาดตามองรอบห้อง 

“อย่างเช่นคำสาปพูดความจริง ตัวอย่าง....โมลินยืนขึ้น...” 

ซีคาลเอ่ยเสียงเรียบมองโมลินยืนขึ้นตามคำสั่ง ทั้งห้องเงียบกริบมองหญิงสาวซึ่งถูกให้เป็นตัวอย่าง โมลินรู้ดีว่าอาจารย์ต้องถามเรื่องที่เธอเคยโกหก

 

ซีคาลเริ่มร่ายเวทพุ่งเข้าหาโมลินอย่างรวดเร็ว หากแต่เลซและราอัสก็แอบร่ายเวทย์ป้องกันหญิงสาวเช่นกัน เอย์ดินเองที่เห็นเช่นนั้นส่งเวทย์ทำลายคำสาปทันทีโดยไม่มีใครรู้

“มีคนร่ายเวทย์ต้านทาน และยังทำลายคำสาป!” ซีคาลเอ่ยเสียงเข้ม “เลซ ราอัส เพื่อนคุณมีความลับอะไรหรือ” เสียงน่ากลัวส่งคำถามต่อลูกศิษย์

“ความลับ....ทุกคนย่อมต้องมีมันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ครับ” ราอัสเอ่ยตอบเสียงนิ่งคล้ายท้าทายอาจารย์หนุ่มแต่ก็ยังคงท่าทีสุภาพ

เลซจึงเอ่ยเสริม “ถ้าเราตอบหมดทุกคำถาม เราจะสูญสิ้นความเป็นตัวเอง” 

 

ซีคาลถอนหายใจเขาควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี จึงเปลี่ยนไปสอนคำสาปอื่น 

 

“หึ ขอบใจ” โมลินเอ่ยกับเลซและราอัส เมื่อนั่งลงยังเดิม

 

 

ช่วงบ่ายเป็นวิชาการต่อสู้ด้วยพลังเวทใช้อาวุธเวทมนต์ ผู้สอนคืออาจารย์ คานาส ซานน่า ซึ่งเคยสอนวิชาสัตย์เวทย์ในชั้นปีหนึ่งเมื่ออธิบายการโจมตีต่างๆ ก็ให้ผู้เรียนประลองฝีมือโดยการสุม ทุกคนจะไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของคู่ต่อสู้ จะเห็นเพียงการโจมตี เมื่อทุกคนเข้าใจกติกาอาจารย์ก็ร่ายเวทวังวนปกคลุมทุกคน

โมลินคล้ายถูกอยู่ในวังวนซึ่งมีเพียงเธอ หญิงสาวก้าวสำรวจรอบด้านไร้ที่สิ้นสุดทุกอย่างขาวโพลน และเริ่มเหน็บหนาวทั้งที่เธอสวมผ้าคลุมของเอลิเวลล์! มันไม่ควรเป็นอย่างนี้....

 

ฟิ้ว! 

“โอ๊ย! ...” 

เกล็ดน้ำแข็งแหลมคมเข้าทำร้ายโมลิน จนได้แผลฉกรรจ์ลึกตรงไหลซ้าย เลือดอาบแขนซึมออกมานอกผ้าคลุม 

“ห๊ะ...” 

ไม่ทันที่จะได้เรียกอาวุธใด เกล็ดน้ำแข็งสร้างอีกแผลลึกตรงมือขวาอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องร่ายเวทป้องกันรัศมีแดงฉาน เกล็ดเหล่านั้นละลายเมื่อเผชิญกับข่ายมนตรา หากแต่ยังคงถาโถมเข้าหาเธอ “บ้าจริง!” หญิงสาวสทบออกมาดวงหน้าฉายความไม่พอใจอยู่บ้าง 

“เพลิงรัศมี!” 

โมลินเรียกดาบไว้ในมือกวาดตามองรอบด้าน พลางคิดการเรียนการสอนนี่เอาจริงแหะ เธอเริ่มปวดจนชากับบาดแผลที่ได้รับ 

ก่อนจะมีพลังขุมใหญ่ทลายกำแพงเวทมนต์ที่เธอสร้างขึ้น หญิงสาวจึงต้องกระโจนหลบอย่างเร็ว 

 

เคร้ง! 

โมลินรีบยกดาบในมือปะทะกับดาบน้ำแข็งที่แข็งแกร่งลวดลายเกล็ดหิมะ การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงราวกับนี้ไม่ใช่การฝึก แต่เหมือนหลอกเธอมาฆ่าทิ้ง หญิงสาวสร้างดาบจากสายลมที่พึ่งเรียนมาจากอารีน เข้าปะทะเกล็ดน้ำแข็งที่แหลมคมจนแตกกระจาย เธอทั้งตั้งรับและสู้คืนอยู่นานจนเริ่มเหนื่อย ปากก็ร้องเรียกอาจาร์คานาสให้หยุดได้แล้ว! 

 

ด้านนอกเวลาล่วงเลยจนได้สิ้นสุดการเรียนการสอน เมื่อเห็นทุกคนปลอดภัย อาจารย์คานาสจึงให้แยกย้าย 

“อาจารย์คานาส โมลินยังไม่ออกมา” เลซทักขึ้น เมื่อคนอื่นเริ่มทยอยกันกลับหอพัก จนคานาสพึ่งสังเกตเห็นว่ามีวังวนหนึ่งที่ยังไม่มีใครออกมา คริส กับราอัสเริ่มเข้าไปหาเลซและถามถึงโมลินเช่นกัน

 

“ทุกคนกลับมา!” คานาสตะโกนออกคำสั่งเสียงดังลั่น มองนักเรียนพลางสำรวจจำนวนคนจนต้องขมวดคิ้ว ไม่ถูกต้อง! คานาสรีบมองไปยังวังวนสีขาวมีไอเวทแดนหิมะ ซึ่งเขาไม่ได้สร้าง... 

 

“โมลินสู้กับใครคะ” 

อารีถามขึ้นเพราะรู้จำนวนนักเรียน ทุกคนต่างรู้ว่าคนที่ปะทะคือเพื่อนร่วมชั้น “ในเมื่อครบคน และเราก็ออกมาหมดแล้ว” อารีเอ่ยอย่างตระหนัก พร้อมกับที่คานาสเรียกอาวุธของตนพุ่งเข้าทำลายวังวนนั้น 

ทว่า! พลังกับสะท้อนกลับ

 

เลซพยายามเข้าไปในวังวน แต่ถูกผลักออกมาอย่างแรง เฮย์ดิน ราอัส คริส และทุกคนพยายามทำลายพลังวังวน

“ต้องทำลายจากข้างใน” คานาสเอ่ยเสียงเครียด

“แล้วข้างในมีแค่ลินแล้วทำไมยังไม่ออกมาล่ะ” เลซถามขึ้น พลางคิดเพื่อนเขาเจอดีตั้งแต่วันแรกหรือ

 

ราอัสหลับตาลงชั่วครู่และลืมตาขึ้นมานัยน์ตาที่เคยเป็นสีฟ้าหม่นกลับเป็นสีขาวใสไม่มีแววตา พลางจองมองในวังวนเวทก่อนจะหลับตาและลืมตาใหม่แววกลับมาเป็นสีฟ้าหม่นดังเดิม

“โมลินถูกโจมตีจนบาดเจ็บ!” ราอัสเอ่ยขึ้นสีหน้าเครียดจัด “แต่ไม่เห็นคนลงมือ...” 

 

 

“อึก...” โมลินบาดเจ็บจนทรุด มองรอบด้านยังคงว่างเปล่า ร่างบางเริ่มหายใจรวยริน เมื่ออาวุธหิมะปักเข้าตรงหน้าท้อง

 

เสียงหัวเราะก้องกังวาน บ่งบอกว่าคนลงมือกับเธอเป็นหญิงสาว “เจ้าดูแคลนข้านัก ยังไม่รีบเรียกดาบโลกันตร์ออกมาอีก” เสียงใสเอ่ยขึ้นส่งกระแสหนาวเย็นแก่ผู้ได้ยิน

 

ครั้งนี้โมลินพลาดมาก เธอไม่เอาจริงเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้น

 

“เธอเป็นใคร” โมลินเอ่ยถาม 

พร้อมกับรีบยกดาบเพลิงรัศมีสกัดดาบที่พุ่งมา เธอไม่กล้าเรียกดาบโลกันตร์เพราะกลัวควบคุมพลังของมันไม่ได้ อารีนย้ำกับเธอเรื่องนี้

 

“จำเป็นหรือที่ข้าต้องตอบเจ้า” เสียงเรียบเย็นเอ่ยพร้อมกับเกล็ดน้ำแข็งมากมายพุ่งเข้าหาโมลิน แต่เธอเลือกเรียกหงส์ไฟออกมาพ้นไฟทำลายอาวุธลมพวกนั้น ก่อนจะกระโดดขึ้นหลังของมันเพื่อหนี! 

 

ดาบหนึ่งพุ่งเข้าหากลางเวหาไฟจากพาหนะเวทย์ของโมลินทำลายดาบไม่ได้ โมลินจำต้องยกเพลิงวายุปะทะ 

การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้งอย่างลำบากเพราะโมลินบาดเจ็บสาหัสมือขาวที่กดแผลตรงช่วงท้องชุ่มด้วยเลือดแดงฉาน พยายามคิดหาวิธีหนีหรือทำลายวังวน รอบด้านยังมีเกล็ดน้ำแข็งราวใบมีดเข้ารุมทำร้ายเธอไม่หยุดพัก! 

โมลินจึงสร้างพายุกรรโชกขนาดใหญ่พัดทล่มกลับ และเธอคิดว่าเหตุการณ์โจมตีเอลิเวลล์คือคนเดียวกับที่ตนกำลังปะทะอยู่! 

 

 

ด้านนอกคานาสตัดสินใจเรียกสัตว์เวทย์ฟินิกส์พร้อมกับส่งพลังเวทแห่งไฟเข้าโจมตี ทุกคนที่ถนัดเวทไฟร่วมด้วยจนไฟลุกโชนไปทั่วเป็นวงกว้าง

“เกิดอะไรขึ้น!” ฮอรัสที่เห็นรุ่นน้องชั้นปีที่สองไม่กลับบ้านเดอะซันสักคนจึงออกมาตาม รวมถึงลูซีน

“ท่านฮอรัส โมลินถูกลอบทำร้าย” เจ้าหญิงเฟมีล่าเอ่ยตอบ 

ฮอรัสหน้าเครียด

“ถูกลอบทำร้าย! ในเอลิเวลล์หรือ” เจ้าชายฮอรัสมองไปข้างหน้าพร้อมกับเรียกอาวุธออกมา “วิหคสาคร!” 

 

ลูซีนส่งพลังทำลายช่วยคนอื่นจนวังวนเริ่มสั่นไหว

 

“ฮอรัส!” คานาสเรียกขึ้น “ใช้มันเป็นธนู!” สิ้นคำจากอาจารย์ อาวุธในมือฮอรัสเป็นดาบยาวหัวสองด้านโค้งเข้าหาตัวกลายเป็นธนูลูกสอนสร้างจากมนตราอัคคีพุ่งเข้าหาวังวน

พร้อมกับวินาทีสุดท้ายที่โมลินเรียกดาบโลกันตร์ออกมาและส่งพลังทำลายวังวน ก่อนที่สติของเธอจะเริ่มเลือนราง....

 

ตูม!!!!! 

กร๊ดดดดด

เสียงระเบิดบวกกับเสียงกรีดร้องจนแสบแก้วหู วังวนระเบิดกลายเป็นเกล็ดหิมะขาวตกปกคลุมทั่วทั้งเอลิเวลล์จนขาวโพลน หงส์ไฟเวทบินหลาตรงมายังผู้คนค่อยๆ คลายปีกซึ่งมีร่างของโมลินที่หมดสติดวงหน้าซีดบาดแผลเต็มตัวและชุ่มไปด้วยเลือดจนน่าสังเวท

 

“โมลิน!” หลายเสียงผสานกัน เมื่อเห็นร่างของเพื่อนร่วมชั้นโชกไปด้วยเลือด ฮอรัสรีบเข้าไปดูร่างนั้นด้วยหัวใจกระตุกวูบ ขอให้เธอยังมีชีวิตอยู่.....

 

เธอต้องปลอดภัย.....เฮย์ดินภาวนาในใจอยากเข้าไปหาเธอหากแต่ไม่อาจฝ่ากลุ่มคนบ้านเดอะซันไปได้

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น