โมลิน ซินเดเรีย...การทวงแค้นของเทพีนาตีร่า

ตอนที่ 11 : คำสาปราชินีเหมันต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

 

“ไม่ต้องไปส่งหรอก” โมลินพูดขึ้นเมื่ออยู่หน้าหอรัตติกาลหลังจากที่เฮย์ดินรีบพาเธอออกจากร้านเพราะกลัวห้ามเธอไม่ได้

“ก็ได้ผมส่งแค่นี้ ฝันดี”

ร่างบางของโมลินแทนที่จะกลับหอ ทว่าเธอเดินตรงไปทางป่าวาโรน่าวันนี้เป็นเวรเฝ้าของเธอ จึงไม่ได้ไปเวนโต้บาร์

ระหว่างทางปรากฏดอกไม้น้ำแข็งตามพื้นผลจากอากาศหนาวเย็นยะเยือก ทั้งลมพัดแรงจัด

“ไปไหนมาไม่กลับหอ” เลซถามขึ้น

“ออกไปข้างนอก” โมลินตอบเสียงเนิบๆ พลางชกเพื่อนก่อนจะเดินไปประจำจุดของตัวเองไม่ไกลจากเลซนัก

“ต่อไปบอกฉันด้วย ห้ามไปคนเดียว” เลซตะโกนบอกเพื่อน

“ฉันไปกับเฮย์ดิน” โมลินตอบกลับ

“ช่วงค่ำฮอรัสกับโซรีลอสหาเธอ” เลซเอ่ยพร้อมกับเดินตรวจ โมลินเองก็เดินไปเรื่อย

สองเพื่อนรักซึ่งนั่งลงบนพื้นหญ้า

“ทำไมหน้าเครียดล่ะ” เลซถามยกมือผลักหัวเพื่อนเล่น

“คืนนี้จันทร์เต็มดวง ปีที่แล้วเกิดเรื่อง ไม่ช้าเราต้องมีคนเสียสละพลังชีวิตให้แก่รอสเกียร์” โมลินกล่าวดวงตางามมองท้องฟ้าเบื้องบนซึ่งฝนหยุดตกนานแล้ว

“เธอคิดจะทำอะไร” เลซถามขึ้นมั่วๆ โมลินส่ายศีรษะเล็กน้อย

“มันเกินกว่ากำลังของฉัน”

“เอาน่า ไม่ใช่แค่เอลิเวลล์ต้องรับภาระ รอสเกียร์ไม่ได้สู้คนเดียว หลายอาณาจักรให้การสนับสนุนเรา” ชายหนุ่มเปรยให้ฟัง

“ตามจริงเขาหมดหน้าที่นานแล้ว...แต่เพราะความซื่อตรงต่อความรัก ต่อพระนางโซฮา...” หญิงสาวเล่าความคิดของตัวเองพลางนึกถึงมหาเวทย์รอสเกียร์

“อ้อ กษัตริย์โซลาริสส่งเทียบเชิญร่วมงานเลี้ยงขอบคุณเป็นการส่วนตัว ที่โรงแรมโรซาลินด์ ในเขตเอลิเวลล์นี่เอง” ชายหนุ่มเรือนผมสีเงินพูดจบก็ล้มตัวลงนอนหลับตาพัก

ตูม!!!! เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดั่งมาจากตึกเรียนกลางรุ่นพี่หลายคนที่เฝ้าป่าวาโรน่าจากไปดูสถานการณ์

ทว่าโมลินกลับลังเล ไวเท่าความคิดเธอพุ่งตรงไปอย่างเร็วยังปราสาทรอสเกียร์

ภาพเบื้องหน้าปราสาทรอสเกียร์ปรากฏ ด้านหน้ามีทะเลสาบขนาดใหญ่ โมลินจึงคิดเข้าไปทักทายมหาเวทย์รอสเกียร์

ทันทีที่ย่างเข้าเขตปราสาทบรรยากาศเคยหนาวเยือกเย็นกลับร้อนดั่งนรก โมลินวิ่งตรงไปยังห้องผนึกเทพีนาตีร่า!

ภาพที่เห็นไฟจากดาบโลกันตร์แผดเผาไปทั่วทั้งห้อง รูปปั้นที่เคยใช้จองจำเทพีนาตีร่ากลายเป็นเพียงเศษซาก รอสเกียร์กำลังปะทะกับหญิงสาวเรือนผมสีขาวนัยน์ตาสีเทาผิวขาวดุจหิมะ และสมุนสาวชุดขาวมากมายต่างรุมทำร้ายเขา ทว่าเธอใช้ดาบโลกันตร์พยายามทำลายผนึก รอสเกียร์เห็นทั้งสองจึงผละจากการต่อสู้พลางออกคำสั่ง

“รับมือราชินีเหมันต์ กับพวกจิ้งจอกหิมะ” รอสเกียร์สั่งก่อนจะหันไปร่ายเวทปิดผนึกด้านหลัง

“ดาบมังกรอัคคี!”

“เสี้ยวจันทรา!”

โมลินพุ่งสกัดสาวงาม เลซใช้เสี้ยวจันทราสังหารสาวชุดขาวไปหลายคนทว่าร่างที่ล่วงลงพื้นกลายเป็นจิ้งจอกหิมะ

“เจอกันอีกแล้ว โมลิน...” ราชินีเหมันต์ยิ้มพราย เมื่อสนุมกำลังลอบทำร้ายโมลินด้านหลัง ทว่าหญิงสาวใช้ลมเป็นอาวุธสังหารจิ้งจอกหิมะเป็นชิ้นๆ

“เธอคือคนลอบทำร้ายฉัน” โมลินทวน จ้องมองแววตาแสนเย็นชา จนรู้สึกเย็นวาบขั่วหัวใจจนร่างกายไม่อาจขยับได้

“โมลิน!” เลซตะโกนลั่นเมื่อเริ่มปรากฏกรงขังน้ำแข็งรอบกายเพื่อนของเขา ไวเท่าความคิดหญิงสาวฝืนใช้ดาบมังกรอัคคีในมือทำลายกรงจนละลาย เข้าสู้กับราชินีหิมะซึ่งกำลังมุ่งหามหาเวทย์รอยเกียร์

ทว่าถูกสกัดจากเหล่าหินซึ่งเริ่มกลายรูปร่างเป็นมนุษย์แต่เนื้อกายเป็นหินจำนวนมาก

เพล้ง!!! เสียงหินแตกจากฝีมือโมลิน ใจกระตุกวูบ สายตางามนองด้วยน้ำตา เมื่อเหลือบไปเห็นร่างรอสเกียร์ทรุดลงจมกองเลือด

“เลซ! รอสเกียร์” โมลินตะโกนเสียงสั่น บอกชายหนุ่มซึ่งรับมือกับจิ้งจอก เธอเองก็ต้องรับมือกับมนุษย์หิน จิตใจที่ว้าวุ่น “โอ๊ย...” ทำให้โมลินถูกชกจนไหล่แทบหลุด “ไม่.....” นัยน์ตางามฉายแววตะลึง

เสียงสนั่นไหวหวั่นดังไปทั่ว ปราสาทสั่นคลอนอย่างแรง เสียงหัวเราะดังมาจาก...

ร่างงดงามโฉมพิลาสความงามที่ยากจะหาผู้ใดเทียบหนึ่งในนั้นคือเทพเนญ่า มีราชินีหิมะถวายความเคารพ

....ผนึกถูกทำลาย เทพีนาตีร่าหวนคืนอิสรภาพ.....

“เราต้องรีบออกไปจากที่นี้ องค์เทพี” เทพเนญ่าเอ่ยอย่างนอบน้อม ต่อร่างสง่าเพียงหนึ่งกวาดตามองไปรอบจนหยุดมองยังโมลิน

ดาบโลกันตร์จากราชินีหิมะพุ่งเข้าหาโมลินหวังปลีดชีพ ทว่าดาบไม่ยอมสังหารเจ้าของ เสี้ยวจันทราจึงลอยจากพื้นพุ่งเข้ากลางอกของโมลิน อึก!

ดาบโลกันตร์ตกลงข้างกายหญิงสาวเสียงดัง 

ร่างของเหล่าเทพหายไปจากการมองเห็น ปราสาทรอสเกียร์สั่นไหวอีกครั้ง จนผนังเริ่มถล่ม 

“ห่วงหาแลอาทรต่อลูกรัก จำต้องพรากจากอกแม่ ขอส่งดาบทรงฤทธิ์เหนืออื่นใด ไว้ให้เจ้าแคล้วคลาดจากเภทภัย” 

โมลินที่นอนจมกองเลือดอยู่ได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งเอ่ยถึงข้อความบนดาบโลกันตร์ สายงามเหลือบเห็นดาบโลกันตร์ที่อยู่ข้างกายแม่มดชาร์น่าอยากได้ดาบนี้แต่กลับมาอยู่ในมือราชินีเหมันต์เพราะสามารถทำลายผนึกมาแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้ราชินีเหมันต์ก็ใช้ดาบโลกันตร์ทำลายผนึกปลดปล่อย เทพีนาตีร่าได้สำเร็จ เสียงข้อความบนดาบยังดังวนครั้งแล้วครั้งเล่ากล่าวข้อความบนดาบโลกันตร์อย่างคนอาวรณ์ต่อบางสิ่ง โมลินจึงใช้แรงเฮือกสุดท้ายเอื้อมมือหยิบดาบโลกันตร์มาไว้ในมือ เส้นพลังบางอย่างจากดาบโลกันตร์กำลังพยายามประคองชีวิตเธอ โมลินจึงเก็บดาบไว้ในตัว

 

“โมลิน” เลซรีบเข้าประคองหญิงสาว ทั้งที่ตัวเขาเองเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์

“เลซ! โมลิน!”

โซรีลอส คริส ราอัส ที่เข้ามาโดยเวทป้องกันเข้าประคองคนทั้งสอง

“ช่วยรอสเกียร์ด้วย” เลซเอ่ยบอก โซรีลอสชี้บอกคริส ชายหนุ่มตรงเข้าไปหาอีกร่างซึ่งบาดเจ็บอยู่ ทั้งหมดรีบพากันออกจากปราสาทรอสเกียร์

ตูม!!!! ทุกคนจ้องมองปราสาท ครั้งหนึ่งเคยตระง่า บัดนี้กลับพังพินาจลงในพริบตา

หลายคนเข้ามาในเหตุการณ์ กลุ่มของฮอรัสตรงเข้ามาหารุ่นน้อง ฮอรัสมองหญิงสาวซึ่งเลือดท่วมตัวพลางพุ่งเข้าประชิดร่ายเวทรักษา

“โมลินเธอต้องรอด...” ฮอรัสพึมพำ

รีนาต้าเห็นร่างโมลินถูกดาบเวททรงพลังปักกลางอก มือสั่นเท้ายื่นไปจับชีพจรของรุ่นน้องสาว...ก่อนจะสะอึ้นออกมา

“รีนาต้า!” ลูซีนเข้าหาดึงคนรักมากอด

    “โมลินเค้า....อึก...” รีนาต้าปล่อยโฮอย่างไม่อาจอดกลั้น

หลายคนพยายามยื้อชีวิตรุ่นน้องอย่างสิ้นหวัง

ร่างหนึ่งปรากฏชายหนุ่มร่างสูงสง่าผ่าเผย เรือนผมสีน้ำตาลอ่อน นัยน์สีเขียวมรกต มองมายังโมลินแฝงความอาทร

อารีนที่มาโดยสัตว์เวทคุกเข่าข้างโมลินท่าทางสงบ ทว่าในหัวพยายามคิดหาวิธีให้คนที่เขารักมีชีวิตอยู่ต่อจนคิดได้... ดาบเหนือกาล!

มือแกร่งยื่นจับมือเรียวเรียกดาบเหนือกาลออกมาจากร่างซึ่งบัดนี้ไร้ลมหายใจไปแล้ว

ใช้พลังผลักทุกคนออกจากร่างของโมลิน ทุกคนมองการกระทำนั้น ทว่าไม่มีใครคัดค้านพอคาดเดาได้ว่าต้องเป็นวิธีช่วยหญิงสาว

ดาบเหนือกาลลอยเด่นเบื้องหน้า เสียงร่ายเวทดังขึ้นอย่างมั่นคง ร่างกายไร้ซึ่งลมหายใจลอยกลางอากาศ

ลมพัดกรรโชก ท้องฟ้าดับความมืดบดบังจันทรา รัตติกาลครอบง่ำทุกพื้นที่ มีเพียงแสงจากสัตว์เวทบินว่อนเอลิเวลล์

เสี้ยวจันทรากลางอกค่อยๆ ถอดออกเปลือกตาที่ปิดสนิทเริ่มเคลื่อนไหว อารีนกระอักเลือดเพราะฝืนพลังและธรรมชาติทว่าก็พุ่งตัวเข้ารับร่างของโมลินได้ทัน เสี้ยวจันทราตกลงข้างกาย

“อารีน...” หญิงสาวเปล่งเสียงอย่างอ่อนแรง ทว่าก็ฝืนตัวสวมกอดคนตรงหน้าอย่างรู้สึกอบอุ่น

“ปลอดภัยแล้ว...” อารีนช่วยประคองร่างบางลุกขึ้นหลายคนเข้ามาหาหญิงสาว รวมถึงเลซที่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ยกเว้นรอสเกียร์ต้องนำไปยังห้องพยาบาล

เอลิเวลล์เคยสงบบัดนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล ผืนฟ้าเหนือเวหาเต็มด้วยผู้ลาดตระเวร

เลซ โมลิน โซรีลอส คริส ราอัส กำลังเดินกลับบ้านเดอะซันเพราะถูกสั่ง ส่วนพวกชั้นปีอื่นถูกเรียกประชุมด่วนจากมหาเวทย์เนมิส

“โมลิน เป็นอะไร” เลซซึ่งหน้าตาซีดเซียว ถามเพื่อนอย่างเป็นห่วงเมื่อหญิงสาวยกมือประทับตรงหัวใจอยู่นาน

พวกโซรีลอสเริ่มหันมามอง เลซที่จับแขนเพื่อนทว่าเย็นเฉียบ “โมลิน..อารีนย้อนการรักษาแค่ก่อนดาบจะถึงตัวเธอ แต่ก่อนหน้านั้นราชินีเหมันต์...”

“ฉันไม่รู้ คงไม่มีอะไรเลวร้ายแล้วล่ะ” โมลินเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ แต่ในอกของเธอราวมีน้ำแข็งหนาวเย็นปกคลุมอยู่

จนถึงบ้านเดอะซันหลายคนเข้ามาหาพวกเขา โมลินขอแยกตัวขึ้นห้องก่อน โดยมีสายตาหลายคู่มองตามอย่างเป็นห่วง

“ฉันขอไปพักก่อนนะ” เลซพูดและเดินหนีทันที

พวกชั้นปีสองคนอื่นยังต้องค่อยฟังเหตุการณ์อย่างพร้อมรับมือ

“นาเดียจะไปไหน” โซรีลอสเอ่ยถามหญิงสาวสวยบาดตากำลังเดินผ่านห้องนั่งเล่นซึ่งมีพวกโซรีลอสกับพวกแอรีสนั่งอยู่ เจ้าชายแห่งเจนอาร์เซียเดินเข้ามาใกล้มองถาดอาหารในมือ

“ฉันไม่เห็นโมลินในห้องอาหารเมื่อวานเย็น คิดว่าเธอยังไม่ได้ทานอะไร” เสียงหวานตอบกลับ

“เดี๋ยวฉันไปด้วย” โซรีลอสอาสา แอรีสทำท่าจะไปด้วยทว่าราอัสขวางไว้

“โมลินคงเป็นคนสำคัญ ทุกคนต่างห่วงใยเธอ” นาเดียชวนคุยระหว่างทาง

“เธอเป็นคนเก่ง มีน้ำใจ และ...” โซรีลอสหยุดไว้แค่นั้น

“และน่ารัก แถมยังสวยมาก...ใช่ไหม” นาเดียเสริม พลางยิ้มเย้าผู้มีสักเป็นลูกผู้พี่ โซรีลอสพยักหน้ารับยิ่งทำให้หญิงสาวตาโต เพราะชายหนุ่มไม่ค่อยสนใจหญิงใดนัก แม้แต่เจ้าหญิงแอรีสที่ค่อยตามพระองค์

ก๊อกๆๆ

โซรีลอสเคาะห้องอยู่หลายครั้งกลับไม่มีเสียงตอบรับ

“เธอคงเพลียมาก” นาเดียออกความเห็น มองโซรีลอสซึ่งวางมือแกร่งกับประตู “มีอะไรหรือ” เธอจึงแตะประตูตามพลางรีบชักมือกลับเพราะความเย็นเฉียบ

ปัง! ปัง! ปัง!

โซรีลอสพยายามพังประตูเข้าไปอย่างกังวล เขากลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับคนในห้อง

ภายในห้องร่างงามหลับตาพริ้มจำต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงพังประตู สายตากวาดมองรอบห้องอย่างตะลึง ห้องของเธอราวกับเป็นห้องน้ำแข็งสีขาวโพลน

เกิดอะไรขึ้นกับเธอ! เมื่อพอตั้งสติได้เริ่มร่ายเวทแห่งไฟเพื่อละลายน้ำแข็ง ตามด้วยเวทแห่งลมให้ทุกอย่างแห้ง โมลินในเดรสสีกลีบบัวยิ่งทำให้ชวนมอง ลงจากเตียงตรงไปเปิดประตูที่กำลังจะถูกพัง

เห็นโซรีลอสกับนาเดียซึ่งมีแววกังวล

“มีอะไร...” เสียงหวานถามพลางเลิกคิ้ว

“เราเป็นห่วง เรียกเธออยู่นาน” นาเดียให้คำตอบ “และเอาอาหารมาให้” ยื่นถาดแก่หญิงสาว

“ขอบใจ ฉันหลับน่ะ พึ่งได้ยินเสียงพวกเธอ” โมลินยิ้มรับ

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอจริงๆ ใช่ไหม” โซรีลอสถามย้ำความห่วงหาแฝงในแววตา เขารู้ว่าคนตรงหน้าไม่ถูกเวทน้ำ หรือธาตุหิมะ

โมลินทำได้เพียงยิ้มรับก่อนจะขอพักผ่อนต่อ จนโซรีลอสกับนาเดียจำต้องถอย

โมลินเดินออกจากห้องไปยังระเบียงวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ ยกชาขึ้นมาจิบ ทว่าเพียงลมหายใจพ่นออกมาทำให้ชาร้อนกลายเป็นน้ำแข็ง เธอจึงวางลงอย่างปลงๆ

จะว่าหนักใจกับอาการก็ไม่เชิง แค่ยังมีลมหายใจก็ดีแล้ว เธออยากคุยกับอารีนเรื่องนี้ขอแค่ได้บอกเค้าเธอคงสบายใจกว่านี้

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น