โมลิน ซินเดเรีย...การทวงแค้นของเทพีนาตีร่า

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 เพื่อนรักเลซลินในเวนโต้บาร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

 

ทางเดินลาดด้วยหินอ่อนตรงไปสู้ยังจุดลงทะเบียนเอลิเวลล์ เด็กรุ่นหลายคนต่างพากันมาสมัคร หวังจะได้เป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนมหาเวทย์อันเรืองชื่อ ซึ่งจะได้พบคนมีชื่อเสียงมากมายรวมถึงราชนิกุลชั้นสูงจากหลายราชวงศ์

 

สองร่างสง่าแสนงดงามและองอาจดึงดูดสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา

ร่างหนึ่งดวงหน้าสวยหวานหมดจดงดงามราวภาพฝันเหนือโฉมสะคราญเรือนผมสีดำราวแพไหมชั้นดี ดวงตาสวยสีดำราวท้องฟ้ายามราตรี จมูกปลายเชิดรั้น ริมฝีปากรูปกระจับอมชมพูผิวขาวละเอียดรูปร่างบอบบางราวกับจะแตกหักได้ทุกเมื่อ สวมเดรสสีแดงสดยาวครอบเท้ายิ่งส่งให้ทุกสายตาจ้องมองจนไม่อาจละสายตาจากเธอได้

ตรงกันข้ามคือชายหนุ่มผมดำนัยน์ตาสีนิลกาฬดูลึกลับหน้าค้นหา ใบหน้าหล่อเหล่าบุคลิกที่เปลี่ยนไปจนไม่มีใครจำได้ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเพียงคนรอความเมตตาจากคนสันจร

 

“เวลาช่างน่ากลัว เพียงไม่นานผมกลับรู้สึกเปลี่ยนไปมาก บางครั้งก็อยากให้เวลาหยุดเดิน” เฮย์ดินเอ่ยกับโมลินที่พึ่งเดินทางมาถึง จึงนั่งพักจิบชาร้านเฟริซีที่เธอเคยนั่งตอนมาถึงเอลิเวลล์ครั้งแรก สร้างจากหินอ่อนสีเทา มีดอกไม้สีฟ้าอ่อนแปลกตาส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ประดับอยู่ ด้านหน้ามีโต๊ะสีขาวลวดลายวิจิตร

ชายหนุ่มรอบมองโมลินโดยเธอไม่รู้ตัว เขาจำภาพวันนั้นได้ดี

เฮย์ดินไม่อาจละสายตาได้ตั้งแต่เธอก้าวเดินเข้ามาในตลาดเอลิเวลล์ หญิงสาวเจิดจรัสเป็นประกายวันนั้นเป็นอย่างไรวันนี้ก็ยังคงงดงาม

เธอมีความงามอย่างที่หญิงสาวทุกคนพึ่งปรารถนา

“นายเปลี่ยนไปมาก ทั้งรูปร่างดูสง่าและตัวสูงขึ้นเยอะ” โมลินเปรยยิ้มๆ มองผู้คนผ่านไปมามีทั้งคนรู้จักเอ่ยทักทายกันตามประสา พลางหันมองคนข้างกายเขาไม่เหมือนเดิม แต่เธอไม่รู้จะอธิบายยังไง

“ตามกาลเวลาครับ” เฮย์ดินเอ่ยตอบเสียงเนิบๆ 

“ช่วงปิดเทอมเป็นยังไงบ้าง” โมลินเอ่ยถามก้มมองชา ซึ่งยังคงร้อนจากดอกรัศมีเพลิง

“หึ ผม...ได้ค้นพบเรื่องราวบางอย่าง ซึ่งมันทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนราวฟ้ากับดิน” ชายหนุ่มตอบแค่นั้นแล้วเงียบไป

“ถึงไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่ก็ยินดีด้วย” โมลินยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ

เธอยังคงเหมือนเดิมอยู่ด้วยแล้วทำให้เขามีความสุข

“มันไม่ใช่เรื่องที่ผมอยากให้เป็น” ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงแฝงความเจ็บปวดมองโมลินด้วยความรู้สึกบางอย่าง โมลินมองสบตาคมนั้นไม่อาจพูดสิ่งใดเพราะชายหนุ่มไม่เล่าหรืออธิบายชีวิตของตนให้ฟังเธอจึงไม่รู้จะช่วยยังไง

 

เฮย์ดินขยับกายลุกขึ้นยื่นมือมาตรงหน้าหญิงสาว “ใกล้ค่ำแล้ว ผมอยากซื้อชุดให้คุณ”

โมลินเลิกคิ้วพลางเผยอยิ้มแฝงความอย่างสงสัย คนตรงหน้าไปทำอะไรมาแต่ก็ยื่นมือจับมือแกร่ง ชายหนุ่มพาเธอเดินเล่นท่ามกลางผู้คนพลุ่งพล่าน

 

เมื่อการคัดเลือกเข้าหอของชั้นปีที่หนึ่งเสร็จสิ้น และร่วมรับประทานอาหารค่ำเสร็จตั้งแต่ชั้นปีสองจึงแยกย้าย เหลือแต่คนที่มีหน้าที่อย่างพวก ราอัส คริส รวมไปถึงอารี แอริส เฟมีล่า โซรูส ซาเวียร์ ต้องคอยดูแลและแนะนำรุ่นน้อง ตามจริงต้องมีเจ้าชายโซรีลอสเป็นหัวหน้าหลักแต่เขาติดภารกิจจากมหาเวทย์เนนิสยังไม่กลับมา

 

“ไม่มีกำไลคู่แล้วแปลกๆ กลัวเกิดเรื่องแล้วเราจะช่วยเหลือกันไม่ทัน” เลซชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเรือนผมสีเงินยวง นัยน์ตาแดงฉานเดินคู่มากับโมลินพูดขึ้น ระหว่างเดินกลับบ้านเดอะซันท่ามกลางเสียงพูดคุยของเหล่าเพื่อนร่วมบ้าน

“เมื่อถึงที่สุดเราก็ต้องพึ่งตัวเอง” โมลินเอ่ยตอบเพื่อน พลางทักทายรุ่นพี่ซึ่งกำลังเดินผ่าน

“แล้วมีเพื่อนไว้ทำไม” เลซย้อนถามกลับ

“เอาไว้ปรับทุกข์” หญิงสาวยิ้มมุมปากตอบอย่างไม่คิดมากทำให้เธอดูสวยแบบร้ายๆ ก่อนเอ่ยต่อ “โซรีลอสไปทำภารกิจอะไรให้เนมิส”

“เหมือนจะเดินทางตามหาวิธีรักษา พวกที่เคยถูกรอสเกียร์ดึงพลังชีวิตไป”

“แล้วยังไม่กลับมาหรือ”

“ยัง....ออกตามหาสิ่งที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงรึเปล่าเป็นเรื่องอยาก นี่ก็เลยกำหนดแล้วแต่ยังไม่กลับมา” เลซส่ายหัวพลางกล่าวต่อ “ปีนี้ขอแบบเรียนสบายๆ เถอะ ไม่เอาแล้วนะปัญหาเธอก็เหมือนกันอย่าดึงปัญหามาล่ะ”

“จำได้ว่าวันแรกนายพาฉันเข้าป่าหวงห้าม” โมลินพูดเสียงเยาะมองเพื่อนด้วยหางตา

“ปีนี้ไม่แล้ว กลับตัวดีกว่า...” เลซพึมพำหันมองโมลิน

“ขอให้จริงเถอะ” เสียงขบขันจากโมลินพยายามเอ่ย

“หึ ท่านแม่ฝากของมาให้เธอเยอะแยะเลย ท่านเสียดายมากเธอไม่ยอมแวะหาท่านช่วงปิดเทอม”

“หวังว่าท่านน้าลีนาคงไม่โกรธ”

“ไม่กล้าโกรธหรอก”

 

แปะๆๆ เสียงตบมือเรียกร้องความสนใจจาก ราอัสร่างสูงสง่าชายหนุ่มผมเงินดูหล่อร้ายดวงตาสีฟ้าหม่น หน้าตาคมเข้มในผ้าคลุมสีทองภายในคือเครื่องแบบเอลิเวลล์สีน้ำเงิน

ซึ่งรีบตามเพื่อนชั้นปีสองมาจนถึงบ้านเดอะซันพร้อมคนอื่นทั้งที่เขาควรมาพร้อมกับชั้นปีหนึ่ง

ราอัสไปยืนอยู่กลางโถ่งของบ้านเดอะซันพูดขึ้นเมื่อเหล่าผ่องเพื่อนมารวมตัวกันตรงหน้าเขา “ปีนี้พวกเราต้องไปอยู่ยังตึกแฉกที่สอง และผมขอความร่วมมือช่วยดูแลชั้นปีหนึ่งด้วยทุกคนคือความรับผิดชอบของเรา” ราอัสเอ่ยเสียงจริงจังกวาดตามองเพื่อน ก่อนจะให้แยกย้ายไปยังห้องตัวเอง

ในขณะที่โมลินกับเลซกำลังจะเดินผ่านราอัส เขากลับเอ่ยทักทายโมลินก่อน

“ดีใจที่ได้พบกันอีก โมลิน” ราอัสชาย

“แล้วทำไมถึงคิดว่าจะไม่ได้เจอ” โมลินถามกลับเผยอยิ้มเล็กน้อยมองสำรวจราอัส เขาดูเหมือนผู้ใหญ่ขึ้นซึ่งปีนี้ต้องคอยคุมรุ่นน้อง

“ก็คุณ เหมือนไม่ใส่ใจเอลิเวลล์เท่าไรจากไปได้ทุกเมื่อ”

“ไร้สาระน่า ปีนี้ลำบากหน่อยล่ะ” โมลินยิ้มๆ ตบแขนเพื่อนก่อนจะทักทาย เจ้าหญิงแอรีชซึ่งงดงามราวเทพธิดาเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนนัยน์สีเทาเข้มในชุดจั้มสีม่วงเหลือบสวมทับด้วยผ้าคลุมทองที่กำลังเดินเข้ามาส่งยิ้มทักทายเธอ

“แล้วถ้าคนอื่นจากไปบ้างล่ะ” เลซพูดหยอกกลุ่มเพื่อนๆ

“ถ้าเป็นนายไม่ต้องกลับมาก็ได้ ชวนโมลินไปก่อเรื่องตลอด” ราอัสสวนคืน

เลซส่ายหัวกับคำพูดเพื่อนที่ยังตาปอดมองว่าโมลินเป็นคนเรียบร้อย ก่อนจะหนีขึ้นห้องอย่างขี้เกียจเสวนาท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนอื่น แต่โมลินยังอยู่คุยกับพวกแอรีชต่อ

 

จนมีชั้นปีที่หนึ่งเดินเข้ามาในห้องโถง โดยมีคริสชายหนุ่มผมยาวสีเงินเปียข้างสามแถวนัตน์ตาสีฟ้าครามท่าทางน่าเกรงขามเดินนำมาอย่างเงียบๆ คริสหันมองโมลินพยักหน้าทักทายเธอ ก่อนโมลินจะเดินจากไป

 

คล้อยหลังโมลินไม่นานกลับมีเสียงจากชั้นปีหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างอยากรู้อยากเห็น

“รุ่นพี่ครับนั้นใช่ รุ่นพี่โมลินหรือเปล่า” เด็กรุ่นน้องถามขึ้น

ราอัสเมื่อได้ยินใช้สายตานิ่งเหลือบมองรุ่นน้อง

“ถามทำไม” เสียงเรียบจากคริสถามกลับ

“ก็ที่ผมมาเรียนเพราะชื่อเสียงของเธอน่ะสิครับ ใครหลายคนว่ารุ่นพี่โมลินเก่งมาก” เด็กหนุ่มตาสีฟ้าสวยผมสีขาวตัวสูงตอบหน้าระรื่น

“อย่ายุ่งกับรุ่นพี่โมลิน” ราอัสเอ่ยเตือนรุ่นน้อง

“ทำไมครับ” คนเดิมยังถามต่อ แต่ถูกเพื่อนดึงไว

“ผมขอโทษแทนเพื่อนด้วยครับ” เด็กหนุ่มท่าทางเรียบร้อยเอ่ยแทนเพื่อน พวกราอัสก็ไม่คิดใส่ใจนักเพียงอยากให้เด็กพวกนี้ให้เกียรติโมลินในฐานะรุ่นพี่

 

 

 

 

โมลินล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างสีม่วงเข้ม ถึงจะเปลี่ยนแฉกแต่ทุกอย่างไม่ต่างกันนัก ห้องยังคงตกแต่งอย่างเดิมเพราะเป็นเวทปรารถนาทุกอย่างจะเปลี่ยนไปตามแต่ใจเธอต้องการ

ก๊อกๆๆ

อยู่เงียบได้ไม่นานมีเสียงเคาะประตูและเปิดเข้ามาทันที

 

“ฉันเอาของมาให้” เลซเอ่ยขึ้นอย่างเบื่อหน่ายโยนชุดเดรสหลายชุดกับเครื่องประดับลงทับตัวของโมลิน ก่อนจะเดินเลยไปนั่งยังโซฟารับแขก

 

โมลินค่อยๆ ขยับเขยื้อนตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง พลางมองชุดสวยทำจากผ้าเนื้อดีก่อนจะหัวเราะออกมา วันนี้เธอได้มาเยอะมากเฮย์ดินซื้อให้เธอสี่ห้าชุดจนต้องบอกว่าไม่เอาแล้วเขาถึงยอมหยุด

ร่างบางเดินไปตรงโซฟามีเลซนั่งอยู่มองกระดาษซึ่งมีวางไว้บนโต๊ะไว้ก่อนแล้ว

“อะไร” โมลินถามขึ้น เลซมองกระดาษอย่างเบื่อหน่าย

“ตารางเวรเฝ้าหอกับ เฝ้าระวังป่าวาโร” เลซตอบยื่นให้โมลินดู “วันที่เราเฝ้าระวังป่าวาโร เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง”

เลซยกน้ำที่โมลินเอามาจากข้างนอกขึ้นดื่ม อย่างไม่ขอเจ้าของก่อน

“เลซ...นั่น” โมลินเอ่ยไม่ทันจบ น้ำในขวดก็หายเข้าไปในปากของสหายหนุ่มเสียแล้ว

“โมลิน นี่” ชายหนุ่มยกขึ้นดูน้ำข้างในรสชาติแปลกลิ้น

“วิสกี้...”

เลซขมวดคิ้วกับคำตอบ “มันเป็นของต้องห้ามในเอลิเวลล์ ต้องทำลาย” ว่าแล้วเลซก็ยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดขวด

“ดื่มก่อนนอนมันทำให้หลับสบาย” โมลินมองอาการของเพื่อนที่นั่งตรงข้ามนิ่งๆ สงสัยปีนี้มันคงกลับตัวเป็นเด็กดีจริงๆ

“เธอหลับยากหรือ”

“นิดหน่อย”

“แต่ฉันกลัวเธอจะโดนทัณฑ์บนและคนอื่นจะมองไม่ดี น้ำมึนเมาผิดกฎ” เลซกล่าวจริงจัง

โมลินหรี่ตามองเพื่อนอย่างไม่เชื่อว่าเลซจะเป็นคนเคร่งกฎมันไม่ถูกต้องสำหรับนิสัยชายหนุ่ม คิดได้ไม่นานเลซเผยอยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“แต่ดื่มนอกเอลิเวลล์ได้ และปีสองไม่มีกฎห้ามออกไป!”

ว่าแล้ว! ....มันเป็นเด็กดีได้ไม่นาน

 

โมลินยิ้มหน้าระรื่นเป็นคนลากเลซเข้าไปในร้านแห่งหนึ่งซึ่งชายหนุ่มไม่เคยสัมผัสบรรยากาศร้านแบบนี้เท่าไหร่ เสียงดนตรีรื่นเริงจากบาร์ใหญ่ในซอกซอยลึกประดับด้วยค็อกเทลหลากสี เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย

เลซกับโมลินในชุดธรรมดาเลือกนั่งด้านในสุดไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมา โมลินมองเครื่องดื่มค็อกเทลเรืองแสงหลากสีลอยไปมากลางอากาศมากมายให้นักท่องราตรีหยิบดื่มได้ตามต้องการ เรียกได้ว่าเดินไปทางไหนไม่ต้องกลัวขาดตอนมีให้ดื่มทุกที่ทำให้มุมมืดมีสีสัน

 

มือเรียวหยิบแก้วสีฟ้าขอบแก้วรอยเกลือมาดื่มรวดเดียวหมด ตามด้วยสีชมพู่และอีกหลายๆ แก้วอย่างเพลิดเพลิน

“ดูเธอมีความสุขในเวนโต้บาร์มากกว่าในเอลิเวลล์อีกนะ” เลซเอ่ยเย้าในตอนนี้พวกเขามานั่งเล่นในร้านเวนโต้บาร์โดยสายลมค่อยพัดพาเครื่องดื่ม เสริฟ์แก่เหล่านักท่องราตรี

“ไม่เหมือนกัน” โมลินโยกตัวไปมาหันมองเลซ ชายหนุ่มวางเครื่องดื่มในมือลง “ฉันคุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้เพราะอารีนชอบดื่ม เขาไม่อยากทิ้งฉันห่างตัวจึงพาฉันเข้าบาร์ตั้งแต่เด็ก แรกๆ ฉันไม่ชอบแต่ถ้าเป็นความสุขของอารีนฉันก็ไม่อยากท้วง”

“เธอชอบบาร์เพราะอารีนหรือ” เลซชวนคุย

โมลินพยักหน้ารับ “เขาทำเพื่อฉันมากแล้วแค่สละมานั่งใกล้ๆ ให้เขาวางใจทำไมฉันจะทำให้อารีนไม่ได้”

“เธอไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงอีกแล้ว” เลซเอ่ยเสียงนิ่ง

โมลินมุมปากออกมา “หึ คงยากความหวาดระแวงกลายเป็นเพื่อนสนิทฉันไปแล้ว”

“มันแค่อดีตอยู่กับปัจจุบันเถอะ” เลซย้ำเตือนไม่มีใครมีความสุขได้ท่ามกลางความกังวลต่อภัยอันตราย

“เหตุการณ์ทุกอย่างยังเป็นปัจจุบันเลซ ตราบใดที่ยังมีมเหสีเอเคียร่า” เลซขมวดคิ้วกับคำตอบเธอพลางมองโมลิน แต่หญิงสาวเบือนหน้ามองผู้คนมากมายอย่างเพลินตาตามบรรยากาศรื่นเริงชวนให้ผ่อนคลาย 

“ระหว่างปิดเทอมเธอถูกลอบทำร้ายหรือ” เลซถามเสียงเข้มอย่างต้องการคำตอบ 

โมลินปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบ มือเรียวยกแก้วมาร์ตินี่ขึ้นดื่ม

เลซถอนหายใจพอเดาได้ว่าที่เธอขาดการติดต่อไปในช่วงปิดเทอมคงมีเหตุการณ์มากมายให้เผชิญ “ไว้ปิดเทอมอีกทีฉันจะไปกับเธอ หรือจะมาอยู่บ้านฉันก็ได้” 

“ขอบใจ...” หญิงสาวตอบรับไปก่อน ยังไม่ได้คิดถึงอนาคต 

ทั้งสองปล่อยให้เสียงเพลงขับกล่อมไปเรื่อยๆ

"สถานที่แบบนี้ไม่เหมาะกับเธอเลย" เลซเอ่ยหลังจากยกแก้วดื่มจนหมดวางมันลงบนโต๊ะทว่าแก้วลอยตัวหายไปในความมืด

"หรืออาจจะเหมาะที่สุด" หญิงสาวแย้งมองเครื่องดื่มอย่างมีความสุขเพราะเธอหลงใหลในรสชาติของมัน แต่ถูกอารีนห้ามทว่าเธอก็มีแอบดื่มอยู่ตามแต่โอกาสจะอำนวย โมลินเผลอยิ้มออกมาเมื่อคิดถึงช่วงเวลาดีๆ เสียงหัวเราะเค้าน้ำตากับอารีน

 

ชายหนุ่มถอนหายใจ "แต่มันเป็นที่อโคจร ความเป็นเธอสวยงามจนไร้ที่ติ ฉันอาจจะมองเธอไม่ต่างจากคนอื่นมอง"

"หึ ความจริงหลายอย่างมันไม่ได้สวยงามแบบนั้น หลายครั้ง...ฉันเอาน้ำตามาซ้อนไว้ที่นี้ ความมืดสลัวทำให้ฉันหลุดพ้นจากสายตาผู้คนโดยยังมีตัวตนไม่ต้องใช้เวทย์พรางตา" โมลินเอ่ยยิ้มๆ ยกเครื่องดื่มรวดเดียวหมดพลางจับแก้วใหม่สีชมพูซึ่งกำลังจะลอยหนีไป

 

เป็นจริงอย่างโมลินกล่าวเขามองไม่เห็นดวงหน้าหญิงสาวในเวลานี้ ทำได้เพียงเดาอารมณ์ในน้ำเสียง

"โมลิน...." เลซเรียกเสียงนิ่งเมื่อโมลินดื่มมากเกินไป “แก้วสุดท้ายแล้วนะ” 

"เลซ อย่าให้อิสระฉันหายตอนอยู่กับนายอีกคนเลย เดี๋ยวจะกลายเป็นฉันต้องแอบมาที่นี่โดยไม่มีนาย"

ชายหนุ่มถอนหายใจแต่ก็ยอมตามใจหญิงสาว ทว่าเขาไม่ดื่มแล้วกลัวจะพากันเมาแล้วกลับเอลิเวลล์ไม่ได้

 

ทว่าอยู่ๆ พลังจากผู้เรืองเวทย์ไฟปล่อยออกปกคลุมทั่วบริเวณร้านเสียงเพลงหยุดชะงัก โมลินซึ่งเริ่มมึนกับเลซรีบพุ่งตัวออกไปดูข้างนอกบาร์ 

ทุกอย่างสีขาวโพลนด้วยเกล็ดน้ำแข็งอากาศเหน็บหนาวแต่ยังมีหลายแห่งถูกคุ้มกันด้วยผู้เรืองเวทย์ในสถานการณ์เอลิเวลล์ถูกโจมตี!

 

สองเกลอขมวดคิ้วเป็นปมไม่นานก็ได้สติว่าต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง

 

"คิก้า! " สิ้นคำหงส์ไฟปรากฏอย่างสง่าพร้อมกับพาร่างโมลินทะยานขึ้นกลางเวหาตามด้วยเลซเหนือมังกรขาว

 

ภาพเบื้องหน้าเกล็ดน้ำแข็งกำลังลามมุ่งไปทางใจกลางเอลิเวลล์โรงเรียนของพวกเขา! โมลินกับเลซบินด้วยความเร็วจนล้ำหน้าการเคลื่อนตัวของเกล็ดน้ำแข็ง สองเพื่อนรักร่ายเวทย์ไฟปกกัน แต่อำนาจเบื้องหลังแกร่งเกินไป!

"เลซ! ถอนพลังออกไปแจ้งสภาสูงแห่งเอลิเวลล์ฉันจะกันไว้เราต้านสองคนไม่ไหว! " หญิงสาวตะโกนลั่น 

เลซใคร่ครวญสักครู่จนยอมถอนเวทย์เพราะเขารู้ซึ้งดีว่าหญิงสาวเชี่ยวชาญมนตราอัคคีกว่าเขามาก

 

เมื่อเลซจากไปเกล็ดน้ำแข็งเป็นเส้นเล็กแทรกแซงเข้าเขตมนตราสีแดงของโมลิน เธอหรี่ตามองเล็กน้อย กระโดดลอยตัวขึ้นสูงเหนือพื้นดินราวสองเมตร เรียกอาวุธไว้ในมือขาวละเอียดนั่น

 

"ดาบโลกันตร์! " 

เสียงหวานร่ายเวทย์พลังเวทย์แดงฉานพุ่งพวยออกจากร่างหญิงสาวเป็นบริเวณกว้าง เมื่อร่ายมนตราอัคคีจบลง เธอพุ่งตัวลงพื้นดินปักดาบโลกันตร์กลางปฐพี ความร้อนแผ่ออกเป็นวงกว้างก่อนจะหยุดการเคลื่อนตัวของเกล็ดน้ำแข็ง สองพลังจึงปะทะกันอย่างนั้นและหากนานกว่านี้ ยังไม่มีคนมาช่วย....

โมลินหลับตาตั้งจิตให้มั่นเพราะไฟกำลังจะเผาผลาญเธอเช่นกันเส้นไฟวิ่งพล่านทั่วตัวหญิงสาว

 

"โมลินถอนพลังกลับมา" เสียงหนึ่งตะโกนบอกเธอพร้อมกับอีกหลายร่างปรากฏพวกเขาร่ายมนตราอัคคีพร้อมกันค่อยๆ สลายเกล็ดน้ำแข็งออกไป

เส้นพลังของโมลินลดตัวลงมามีเส้นพลังอีกมากมายแทนที่จากทั้งของรุ่นพี่และเพื่อนร่วมชั้น จนรอบกายโมลินสงบจึงลืมตามองรอบด้านเต็มไปด้วยผู้เรืองเวทย์ 

โมลินลุกขึ้นดึงดาบโลกันตร์ทว่าก็เกือบเซล้ม ไม่ใช่เพราะเสียพลังไปมาก

 

"โมลินเป็นยังไงบ้าง" 

รีนาต้าเข้ามาดูอาการของรุ่นน้องสาว เธอได้แต่ยิ้มเหยๆ อย่างเอ่ยอะไรไม่ได้เพราะเริ่มเวียนหัวพยายามประคองตัวให้ตรง ทว่าร่างบอบบางของโมลินกลับล้มลง

"โมลิน! " เสียงอุทานลั่นของรีนาต้าทำให้ฮอรัสรีบเข้ามาหาหญิงสาวพลางเข้าประคองโมลินสำรวจเธอว่าบาดเจ็บตรงไหนร่างกายปกติ แต่กลิ่นค็อกเทลหอมจากตัวเธอทำให้รู้ว่ารุ่นน้องสาวสลบเพราะเมา! 

 

ฮอรัสถอนหายใจพลางส่ายหน้ากับความซน วันแรกก็ก่อเรื่องอีกแล้วก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้น กลัวคนอื่นจะรู้ว่าเด็กสาวแอบออกเที่ยวไม่อยากให้ใครมองโมลินไม่ดี

"โมลินเป็นอะไร" ราอัสเข้ามาถามเพราะสถานการณ์สงบหมดแล้วนักเวทย์จากเอลิเวลล์บางกลุ่มออกช่วยเหลือชาวบ้าน

"แค่หมดสติเพราะเสียพลังมาก” เสียงนิ่งจากฮอรัสพร้อมกับเลี่ยงพาโมลินกลับเข้าเอลิเวลล์และส่งเธอยังห้องพักส่วนตัว

 

เลซเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็คิดจะกลับไปพักบ้างกำลังจะเดินผ่านพวกราอัสเมื่อไม่มีหน้าที่ตัวเองแล้ว

"พวกนายออกไปไหนมา" คริสยกมือตบบ่าแกร่งของเลซเป็นการรั้งเขาไว้พร้อมตั้งคำถาม เพราะเลซรู้เหตุการณ์ก่อนแสดงว่าออกมานอกเอลิเวลล์ก่อนแล้ว

"ออกมาเที่ยวพร้อมทำหน้าที่ของภาคีเฮ็ลฟ์" เลซเอ่ยตอบเสียงนิ่ง 

ราอัสกับคริสประสานเสียงกันถอนหายใจ มองเพื่อนหัวเงินยวงจะบอกว่าสร้างปัญหาก็ไม่ใช่แต่เหมือนสองเพื่อนรักก่อเรื่อง

"ถ้าออกมาทำหน้าที่ ก็ไม่ควรดื่มจนเมา" คริสเอ่ยออกมาแค่นั้นอย่างรู้ทัน เพราะได้กลิ่นค็อกเทลจากเลซเช่นกัน พลางคิดสองเพื่อนรักเลซลินนี่พร้อมใจกันลงเหวจริงๆ ไม่มีหรอกจะตักเตือนกัน "และโมลินเป็นผู้หญิง..."

"พี่เห็นด้วยกับคริสนะเลซ จะออกไปเที่ยวไม่น่าชวนโมลินเลย" รีนาต้าเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะผละไปหาลูซีนเพื่อออกสำรวจคนบาดเจ็บ

"เอาเป็นว่าฉันขอโทษพวกนายทุกคน" เลซเอ่ยอย่างเสียไม่ได้เมื่อราอัสกับคริสมองเขาพลางส่ายหัวอย่างระอา เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าคนชวนเข้าบาร์น่ะโมลิน เขาแค่อยากออกมาเที่ยวออกเอลิเวลล์ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตกับการเข้าบาร์! 

ส่วนคนต้นเรื่องหลับหนีปัญหาไปแล้ว! 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น