มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 7 : 6. น้ำลายยืด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 มี.ค. 62

น้ำลายยืด
 
เป็นดังที่เออร์วิงว่า...ไม่ว่าใครก็อยากเป็นที่รัก ลูกมังกรทั้ง 6 หันมองไปรอบด้าน เหมือนจะมีการจับกลุ่มกันเป็นคู่ๆ พวกเขาเริ่มสังเกตได้แล้วว่าใครกันที่พกยาเสน่ห์อยู่
 
เวย์รากำหมัดสูดลมหายใจเข้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดจะทำสักครั้ง เขากำลังจะก้าวขึ้นไปยืนบนขอบยกสูงของแปลงดอกไม้ หางตาเห็นเงาสีแดงก้าวขึ้นไปยังตำแหน่งที่เขาตั้งใจจะขึ้นไปยืนเป็นเคียฮีนั่นเอง
 
เคียฮีตะโกนด้วยเสียงดังไม่น้อย
“ฟังนะ! พวกเธอรู้แล้วหรือว่ายานั่นใช้อย่างไร ใช้ไม่ถูกวิธีมันก็เหมือนกินโฟลต์ไม่ถูกวิธี จะรู้รสชาติที่แท้จริงได้อย่างไร”
 
เอิร์ดมานน์เงยหน้าขึ้นมองฟ้าทอดถอนใจ เวย์ราหมดความมั่นใจตั้งแต่โดนตัดหน้าแล้วเออร์วิงจึงได้แต่ตบบ่าปลอบใจ
 
“ถึงจะเปรียบแบบนั้น แต่เคียฮีก็อธิบายได้เข้าใจง่ายดีล่ะนะ” เฟรยาว่า
 
แรมซีย์มองเคียฮีที่ก้าวลงมาก็ยิ้มให้เมื่อเห็นว่า เด็กที่จับกลุ่มกันก่อนหน้านี้เริ่มมีปฏิกิริยาต่างกันไป คนที่ไม่รู้เรื่องยามาก่อนก็สงสัย คนที่เคยได้ยินมาเริ่มลังเล บางคนเดินแยกออกไป “ฉันว่า ตอนนี้เราคงต้องแยกย้ายกันก่อน ป่านนี้ท่านแม่คงมาคอยแล้ว” แรมซีย์สรุป
 
ในเช้าวันต่อมาเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นก่อนเข้าแถว เมื่อเด็กนักเรียนคนหนึ่งมีอาการหน้ามืดล้มลง เด็กที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เรียกครูให้มาช่วย ครูที่เข้ามาดูจึงรีบพาเด็กไปยังห้องพยาบาล แรมซีย์เพิ่งก้าวเข้ารั้วโรงเรียนจึงทันเห็นเหตุการณ์ พอมองไปพบมังกรแห่งความมืดพอลยืนหน้าซีดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แรมซีย์ไม่รอช้าก้าวเข้าไปทัก
 
“เด็กที่ล้มลงไป ใช้ยาของนายใช่ไหมพอล นายบอกว่านายจะหยุดแล้วนี่”
 
“แรมซีย์ฉันหยุด แต่ฉันห้ามพีทกับโพไม่ได้...” พอลพูดเสียงสั่น เขาหันไปเห็นมังกรวายุและมังกรพฤกษาที่กล่าวถึงก้าวเข้ามาหา พอลร้องบอกทันที “แย่แล้ว! เรากำลังจะแย่ ฉันบอกแล้วว่าเราไม่ควรทำออกมามากมายขนาดนั้น ไม่ควรกระจายมันออกไป...”
 
แรมซีย์หันไปหามังกรผู้มาใหม่ มังกรวายุเขาคุ้นหน้าส่วนอีกคนคงเป็นมังกรพฤกษาเพราะเขาไม่เคยพบ  
 
“นายไม่ทราบหรอกว่ายานั่นมันอันตรายแค่ใด และที่เลวร้ายที่สุดคือ พวกนายขายมันแลกเงิน นายจะรับผิดชอบไหวหรือ”
 
“ทำเป็นสู่รู้! เป็นเด็กเล็กจะมารู้อะไร” มังกรพฤกษาเห็นท่าทางที่ไม่เกรงกลัวกระทั่งเด็กที่โตกว่าของแรมซีย์จึงอดหมั่นไส้ไม่ได้
 
“ฉันทราบเพราะครูอนุบาลสอนมา ครูสอนให้เราระวังยาที่เป็นอันตราย...”
 
แรมซีย์ยังพูดไม่ทันจบ มีเสียงเด็กผู้หญิงกรีดร้องออกมา ตามด้วยคำว่า ช่วยด้วย! เพราะเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ กุมอกตัวเองก่อนล้มลงไป
 
แรมซีย์หันกลับไปเขม้นมอง “นั่นคือผลของยาที่พวกนายทำขึ้น!” แรมซีย์เลิกให้ความสนใจ เขารีบไปที่ห้องเรียนเก็บกระเป๋าก่อนจะลากเพื่อนที่มาถึงก่อนไปที่ห้องผอ. ด้วยกัน ระหว่างทางมีเสียงดังเป็นระยะให้พวกเขาหลีกทางเป็นระยะ เช่นนั้นจึงได้เห็นหน้าเด็กชายผู้หนึ่งนอนอยู่บนเปลพยาบาล ตัวเขามีอาการชักกระตุก ตาเหลือก จนน้ำลายไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เด็กคนนี้คือมังกรวายุนามว่า เฟอร์ดินานด์  นันเดเวอร์ที่ตอนนี้ไม่มีท่าทางของหนุ่มทรงเสน่ห์อยู่เลย เด็กทั้ง 6 คะเนดูจำนวนคนที่ถูกพาไปห้องพยาบาล บางคนไม่สามารถไปเองได้ บางคนต้องมีคนประคอง
 
“ต้องให้ผอ.มอราเลสตามครูญาญ่ามาเดี๋ยวนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว” แรมซีย์กล่าวอย่างร้อนใจระหว่างทาง
 
แรมซีย์เคาะประตูห้องผอ.ตามมารยาทก่อนเปิดเข้าไปโดยไม่รอ แรมซีย์ผู้ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดินก้าวเข้าไปยืนต่อหน้าผอ.ที่กำลังคุยกับครูอีกคนอยู่ แรมซีย์เดาว่าน่าเป็นเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงโพล่งออกไปทันที
 
“รีบตามครูญาญ่ามาที่นี่เร็วเข้า ครูน่าจะมีทางช่วย”
 
เมื่อเออร์วิงก้าวตามแรมซีย์เข้าไปในห้อง เขากวาดสายตามองรอบด้านก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะเป็นประกาย เอิร์ดมานน์ที่รู้จักเจ้ามังกรวารีดีกว่าใครก็ลอบถอนใจ ดูท่าเออร์วิงจะหาจุดมาใช้โน้มน้าวได้แล้ว
 
ระหว่างที่ผอ.มอรอเรสยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เออร์วิงจึงก้าวขึ้นมายืนข้างแรมซีย์ด้วยท่าทางอันเยือกเย็น เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นเชิงขออนุญาตแล้วขยายความ
 
“คุณครูที่เรากล่าวถึงคือ เอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่น คุณครูเป็นครูที่สอนพวกเราตอนอนุบาล เป็นข้ารับใช้ขององค์ชายมังกรลำดับที่สี่ และ...หลานชายของเลดี้ลาเมียซี คุณครูเคยเป็นผู้ปรุงยามาก่อน น่าจะช่วยเหลือเรื่องเหล่านี้ได้ นอกจากนี้...หากนี่เกิดเพราะเวทมังกรแห่งความมืด ครูที่เป็นลูกครึ่งมังกรแห่งแสงด้วยคงช่วยเราแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ได้ดี”
 
ผอ.มอราเลสกำลังว้าวุ่นต่อเรื่องที่ได้รับรายงานมาพอฟังคำอธิบายจบ เพียงได้ยินชื่อก็ว่าคุ้น ยิ่งว่าเป็นหลานชายของเลดี้ลาเมียซีเขาจึงรีบสั่งการให้เลขาติดต่อขอความช่วยเหลือไปทันที
 
เคียฮีกวาดตามองไปรอบห้องผอ.บ้าง แล้วเวย์รากับเฟรยาจึงเข้าใจว่าเออร์วิงยกนามท่านย่าของครูกรินขึ้นมาทำไม ในตู้โชว์ติดผนังด้านหนึ่งมีกรอบรูปเล็กรูปน้อยที่มีรูปของเลดี้ลาเมียซี บางรูปตัดมาจากหนังสือ บางอันเป็นบทความที่ตัดมาเช่นกัน ผอ.คงเป็นหนึ่งในผู้ชื่นชมเลดี้กระมัง
 
เออร์วิงมองผอ.มอราเลสที่ตอนนี้ต้องรับฟังรายงานจากครูที่เข้าออกห้องเป็นระยะ เขาคิดว่าตอนนี้ผอ.น่าจะฟังพวกเขาอยู่บ้างล่ะนะ
 
“ผมมีจดหมายสอบถามครูกรินเรื่องผลกระทบจากยามาบางส่วน ครูแนะนำให้รักษาตามอาการไปก่อน หนึ่งในตัวยานั้นเป็นยากล่อมประสาทอาจทำให้มีอาการง่วงซึม สับสน ปวดศีรษะ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เวียนศีรษะ พูดไม่ชัด ตาพร่ามัว คลื่นไส้ อาเจียนไปจนถึงความจำเสื่อมชั่วขณะ”
 
“ฉันจะแนะนำทางห้องพยาบาลไปเช่นนั้น” ผอ.หันไปสั่งการกับเลขา
 
ระหว่างนั้น แรมซีย์ เวย์ราและเฟรยาเล่าเรื่องคร่าวๆ ให้ผอ.ฟังถึงเรื่องที่เริ่มจากชุมนุมมังกรแห่งความมืดกับมังกรวายุ เอิร์ดมานน์จึงแนะผอ.ว่า ระหว่างนี้ให้เก็บหลักฐานและข้อมูลต่างๆ ไว้รอสอบสวนหาสาเหตุด้วยยิ่ง ผอ.เห็นด้วยดังนั้นเพราะยิ่งปล่อยไว้นานเด็กบางคนอาจจะร้อนตัวทำลายหลักฐานเสียก่อนจึงสั่งการลงไปทั้งตามตัวเด็กต้นเรื่องทั้งสามคนมาสอบถาม
 
ไม่นานหลังจากที่ได้แจ้งขอความช่วยเหลือ ครูกรินในชุดสูทสีเทาเข้มเกือบดำ ผูกโบว์หางยาวสีเดียวกันที่คอเสื้อ ก็เดินทางมาถึงพร้อมผู้ติดตาม ผอ.จึงรีบออกไปต้อนรับทันที
 
ผอ.มอราเลส ไม่เคยพบหน้าหลานชายแห่งลาเมียผู้มิค่อยได้ออกงานสังคมนัก ดังนั้นยามได้พบกับคุณครูกรินญาของเด็กๆ ก็ตะลึงกับรูปโฉมนั้น จนกล่าวแนะนำตัวอย่างตะกุกตะกัก หากอีกฝ่ายมิได้ใส่ใจ แนะนำตัวอย่างสุภาพนัก มอราเลสรู้สึกปลาบปลื้มเขาเคยได้ยินมาว่า สามีของเลดี้ที่เป็นมังกรขาวนั้นรูปงาม มังกรขาวลูกครึ่งตรงหน้ายืนยันคำร่ำลือนั้นได้ดี
 
กรินญามองผอ.มอราเลส ผู้กำลังว้าวุ่นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขากล่าวขึ้น
“สักครู่เมเมนโต้จากปราสาทแห่งแสงจะมาถึง เขาเป็นแพทย์ ตอนนี้ผมขอดูอาการเบื้องต้นก่อน”
 
ผอ.ไม่รอช้าจึงก้าวนำทางไปยังห้องพยาบาลทันที ระหว่างทางกรินญาบอกเหล่าอดีตลูกศิษย์  
ต้องขอบคุณความรอบคอบของเออร์วิง เขาส่งจดหมายมาหาเล่าเรื่องให้ฟัง กับรายชื่อวัตถุดิบที่แรมซีย์จำออกมาทำให้พอคาดเดาได้เบื้องต้น แต่ฉันไม่สามารถยื่นมือเข้ามายุ่งได้โดยไม่มีคำสั่งหรือขอร้องขอจากเจ้าของสถานที่ จึงได้แต่เตรียมตัวเอาไว้
 
ครูกรินเตรียมพร้อมไว้ก่อนถึงมาที่นี่ได้ทันทีสินะคะ เฟรยากล่าวขึ้น
 
แรมซีย์ผู้เพิ่งสะกิดใจตอนที่เออร์วิงบอกว่าเขียนจดหมายไปหาครู จึงเปรยขึ้น
“แล้วถ้าผมขอความช่วยเหลือไปแต่แรก ครูญาญ่าจะมาไหมครับ”
 
กรินญาก้มลงตอบอดีตลูกศิษย์ เรื่องบางอย่างนั้นมีลำดับขั้นตอน
“ต้องเป็นเจ้าของสถานที่ร้องขอไปน่ะ แรมซีย์บางเรื่องที่มันเกินกำลังตัวเอง เธออาจต้องขอความช่วยเหลือ อาจจะไม่ใช่ฉัน อาจจะเป็นผู้ใหญ่ที่เธอนึกออก”
 
แรมซีย์กลอกตาทันที เขาทราบว่าครูญาญ่าหมายถึงใคร
 
กรินญายิ้มจางๆ
อันที่จริงแรมซีย์ถ้าเธอแจ้งท่านดยุคถึงเรื่องนี้แต่แรก มันอาจจะจบเร็วกว่านี้ก็ได้
 
เมื่อได้ยินคำกล่าวถึงญาติผู้พี่ แรมซีย์ก็ร้องฮึทันที
ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะทำสำเร็จ พอล...คนที่เป็นเจ้าของหนังสือเขาดูชื่นชมตำราเล่มนั้นมาก เขาอาจจะพยายามทำ...ลองปรุงยาดู เพราะเขาขอให้มังกรแห่งความมืดช่วยกันค้นตาราพืชที่ไม่รู้จัก ถ้าทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเขาอาจจะค่อยๆ เรียนรู้ว่ายาของเขามันอันตรายก็ได้
 
แรมซีย์หยุดนึกถึงผู้ที่เขาไม่ค่อยอยากนึกถึงเท่าไรนัก
 
อีกอย่างถ้าถึงหูคนๆ นั้น ญาญ่าก็ทราบว่า เขาคงส่งคนมาริบตำราพอลไป จับตาดูคนอื่น ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรนอกจากความเสียดาย เพราะเขาตัดเส้นทางการพยายามคนอื่น ถึงผลจะไม่ได้ดี แต่พวกเขาก็ได้พยายาม มันแค่การเล่นสนุกในตอนแรกที่เลยเถิด ตอนแรกที่เวย์ราบอกว่าพวกเขาทำสำเร็จ ผมยังออกจะเหลือเชื่อ คนๆ นั้นคงไม่ทราบด้วยซ้ำว่าการเล่นสนุกเป็นอย่างไร
 
กรินญาลูบศีรษะแรมซีย์
แรมซีย์ท่านดยุคไม่ได้เกิดมาแล้วโตเป็นผู้ใหญ่เลยเสียหน่อย เขาก็ผ่านวัยเด็กมาเช่นพวกเธอ
 
แรมซีย์ส่ายหน้าทันที เขารู้จักญาติผู้พี่จากท่านลุงเอเรบุส จากที่เขาแวะเวียนมาพบครูญาญ่า
เขาไม่เข้าใจพวกเราหรอก เขาทราบวิธีจัดการทุกอย่างให้หมดจด โดยที่อาจจะจบเรื่องไปตั้งแต่วันหยุดสุดสัปดาห์นั้น โดยไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น อย่างมากวันจันทร์พอลคงมาโอดครวญว่าตำราหาย แต่ผมว่าพวกเด็กโตก็ไม่คาดว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นแบบนี้ ผมกับเวย์ราถึงได้เตือนพวกเด็กโตเรื่องที่จะทดลองยา เขาจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่ผมจะไปขอร้อง
 
ท้ายประโยคนั้นทำเอากรินญาอดขันมิได้
 
ทำไมฉันสอนให้พวกเธออ่อนน้อมทราบไหม? นั่นไม่ได้ทำให้พวกเธอเสียเกียรติเลยสักนิด หากเธอแสดงความแข็งกร้าว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอยู่สูงกว่าหรือต่ำกว่าย่อมเกิดอคติที่จะช่วยเหลือพวกเธอ ฉันอาจจะสั่งการข้ารับใช้หรือคนใต้อาณัติฉันได้ แต่ฉันคงสั่งมังกรแห่งความมืดไม่ได้ เช่นเดียวกับมังกรแห่งความมืดก็สั่งมังกรแห่งแสงไม่ได้ บางครั้งมันก็มีเรื่องที่ไม่อาจกระทำด้วยตัวเองได้ ต้องขอร้องผู้อื่นอยู่ดี
 
เมื่อไปถึงห้องพยาบาล กรินญาก็ได้รับแจ้งจากผู้ติดตามว่าเมเมนโต้  ลาเมียซี มาถึงแล้วเช่นกัน กรินญากวาดตาดูเด็กที่นอนกันจนห้องพยาบาลแน่น ต้องเปิดห้องข้างๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นห้องพยาบาลชั่วคราว กรินญาเห็นเด็กคนหนึ่งมีอาการหนักกว่าใคร เป็นเฟอร์ดินันด์นั่นเอง เขาเข้าไปตรวจดูอาการระหว่างรอเมเมนโต้
 
“อาการของเด็กคนนี้แปลกกว่าใคร” กรินญาหันไปบอกผอ.มอราเลส “ไม่ใช่แค่เพียงผลของยากล่อมประสาท”
 
จนเมเมนโต้มาถึงกรินญากล่าวทักทาย หลังพูดคุยกันเล็กน้อย แล้วฝากให้ดูอาการเด็กๆ ผอ.มอราเลสนำกรินญาไปยังอีกห้อง ตอนนี้กลางห้องนั้นมีเด็กนักเรียนสามคนยืนอยู่ พอลมังกรแห่งความมืดยืนก้มหน้า ในขณะที่มังกรวายุพีทและมังกรพฤกษาโพยืนมองหน้ากันไปมา
 
ผอ.มอราเลสมองเด็กทั้งสามก่อนอธิบายตามที่ได้รับรายงานมา
“เด็กต้นเรื่องที่เป็นมังกรวายุกับมังกรพฤกษานำยาไปทิ้งลงสระน้ำก่อนจะไปตามตัวมา ครูประจำชั้นพอทราบนิสัยเด็กจึงไปค้นที่ๆ พวกเขาชอบไปขลุกจึงได้มาเป็นวัตถุดิบทำยากับตำราปรุงยาเล่มนั้นครับ”
 
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแรมซีย์จึงหยิบเอายาที่ได้มาจากกริซซีย์ให้ครูญาญ่า
 
กรินญาสอบถามจากเด็กต้นเรื่อง ดูหลักฐานทั้งหมดที่ถูกเก็บมา ระหว่างนั้นก็จดอะไรบางอย่างลงสมุดก่อนฉีกออกส่งให้ผู้ติดตาม สั่งให้มอบให้เมเมนโต้ ก่อนที่จะมานั่งลงยังชุดเก้าอี้ที่ผอ.จัดเตรียมไว้
 
“ก่อนอื่น เรื่องยาที่ปรุงผสมกับเวทย์มังกรแห่งความมืดนั้น ส่วนของเวทย์ไม่มีผลเนื่องจากเด็กคนนั้นยังรวมพลังได้ไม่ดีพอ จึงผสานเข้ากับยาไม่ได้ อาการที่แสดงออกของลูกมังกรจึงเป็นผลจากตัวยาเท่านั้น เพียงแต่ว่า เด็กที่อาการหนักที่สุดนามว่านันเดเวอร์นั้น...จากการสอบถามแล้วพบว่า เขาเป็นคนเดียวที่ได้รับยาชุดที่สอง”
 
กรินญาแจกแจงให้ผอ.มอราเลสฟังจากการสรุปผลเบื้องต้น
“ยาถูกปรุงขึ้นสองชุด ชุดแรกพวกเขาทำในปริมาณมาก เมื่อเห็นว่าชุดแรกได้ผล...ที่ไม่เป็นจริง ชุดที่สองทำในปริมาณน้อยกว่า แต่เด็กที่มีนามว่านันเดเวอร์ยอมทุ่มเงินซื้อมันไปทั้งหมด ยาชุดที่สองต่างจากชุดแรกตรงที่วัตถุดิบตัวหนึ่งนั้น พวกเขาหามาผิด มันอาจจะคล้ายกันมากแต่มีข้อสังเกตเล็กน้อยในความแตกต่าง ซึ่งตัวที่ผิดนั้นเอง นอกจากให้ผลในทางกล่อมประสาทยังมีพิษทำลายระบบประสาท ซึ่งเขาเลือกดื่มมันเข้าไปจึงได้รับพิษจากยาเต็มที่”
 
ดวงตาสีรุ้งมองไปยังเด็กทั้งสามที่เป็นตัวการ
“ยาเสน่ห์เป็นยากล่อมประสาทชนิดหนึ่ง ในทางการรักษาเราต้องควบคุมปริมาณการใช้และคนไข้ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์มิได้ใช้กันได้ทั่วไป
 
ฉันเป็นผู้ปรุงยา เราต้องใช้เวลาหลายปีในการศึกษา เพื่อเรียนรู้ให้เกิดความผิดพลาดที่น้อยที่สุด ยาเป็นได้ทั้งยาที่ช่วยชีวิต และยาพิษ ปริมาณที่มากเกินไปเพียงเล็กน้อยก็มีผลเสียต่อร่างกาย”
 
กรินญาดึงสายตากลับมาสบตาผอ.มอราเลส
“เรื่องที่เกิดขึ้นผมคงต้องส่งรายงานถึงองค์ชาย รวมทั้งคงต้องขอของกลางทั้งตำราปรุงยาไปด้วย ส่วนการลงโทษเป็นการพิจารณาของผอ.แล้ว นอกจากนี้ถ้าจะให้แนะนำ ดูท่าผอ. คงต้องอบรมเรื่องอันตรายของสิ่งที่เป็นพิษให้เด็กๆ เข้าใจแล้วครับ”
 
สุดท้ายกรินญาสั่งผู้ติดตามให้ทำลายวัตถุดิบทั้งหมด เขาเลือกหยิบไปเพียงยาที่แรมซีย์นำมาให้กับตำราปรุงยา พอลซึ่งเป็นเจ้าของมองมันด้วยสายตาที่บอกถึงความเสียดาย กรินญาสังเกตเห็นจึงถามขึ้นว่า
“เธอสนใจเรื่องการปรุงยาหรือ”
 
พอลตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ครับ”
 
“ฉันจำต้องเก็บมันไปเพื่อส่งมอบให้องค์ชาย แต่ถ้าเธอสนใจเรื่องการปรุงยา ไว้ฉันจะให้คนนำตาราปรุงยาขั้นต้นมาให้ ที่เธอสามารถศึกษาด้วยตนเอง และจงจำไว้ว่ามันมีประโยชน์ก็มีโทษ”
 
หลังจากกล่าวลาผอ. กรินญาจึงหันไปหาอดีตลูกศิษย์
“พวกเธอช่วยกันได้ดี ฉันภูมิใจมาก ตอนนี้ต้องไปดูอาการเด็กที่ได้รับผลของยาแล้ว ไว้ค่อยคุยกัน”
 
เขาลูบศีรษะเด็กทั้ง 6 แล้วจึงเดินกลับไปที่ห้องพยาบาล
 
------------------------
 
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของกรินญาในปราสาทบวร์กเฮาเซ่นดังขึ้น หญิงรับใช้เปิดประตูก่อนเชื้อเชิญแขกให้เข้าไปในห้องก่อนปิดประตูตามหลังอย่างไร้เสียง
 
“ได้ยินว่าพวกลูกมังกรแห่งความมืดก่อเรื่องที่รร.ของเจ้าเด็กแรมซีย์” ดยุคแห่งดราเค่นบวร์ก ออร์เฟอุส  เอเรบุสกล่าวขณะก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาสีทองของเขามองไปยังเจ้าของห้องที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ
 
ใกล้กับโต๊ะเขียนหนังสือของเจ้าของห้องที่เขาคุ้นเคย ตอนนี้มีโต๊เขียนหนังสือของเด็กตั้งอยู่และถูกจับจองโดยลูกมังกรแห่งแสงเอรอส ที่ตอนนี้ฉีกกระดาษสีออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนทากาวติดลงบนกระดาษอีกแผ่นตรงหน้า โดยมีรูบี้นั่งดูอยู่ฝั่งตรงข้าม
 
ออร์เฟอุสมองสิ่งที่เด็กน้อยทำก่อนหันไปถามว่าคืออะไร จึงได้คำตอบสั้นๆ
“การบ้านครับ”
 
กรินญาเลื่อนตำราปรุงยาที่ยึดมาไปตรงหน้าออร์เฟอุส
“ลูกมังกรแห่งความมืดเป็นเจ้าของตำราเล่มนี้ แต่ถ้าไม่ได้ความร่วมมือของมังกรวายุและมังกรพฤกษาด้วยคงทำไม่สำเร็จ”
 
ออร์เฟอุสหยิบตำราเล่มนั้นขึ้นพลิกดู กล่าวขึ้นลอยๆ
“เป็นเด็กเป็นเล็กแท้ๆ”
 
กรินญามองตำราในมือของออร์เฟอุสก่อนกล่าวตอบ
“ถึงพวกเขาจะเป็นเด็ก หากก็อยากเป็นที่รัก ยิ่งกำลังอยู่ในวัยนั้นด้วย ความยับยั้งชั่งใจจึงน้อย
หนึ่งในอดีตลูกศิษย์ส่งจดหมายมาแจ้งเรื่องแต่แรก แต่ผมทำอะไรไม่ได้มาก”
 
“เดาว่าคนส่งคงไม่ใช่แรมซีย์ เด็กนั่นจะต้องคิดจัดการด้วยตัวเองก่อน” ออร์เฟอุสว่าตามที่คาดคะเนด้วยเขาทราบว่าบิดาเขาคงสอนให้ญาติผู้น้องเขาเป็นเช่นนั้น
 
“เขาพยายามได้ดีแล้ว เพราะแต่แรก เริ่มจากชุมนุมของมังกรแห่งความมืดที่ไม่มีความรู้ด้านการปรุงยาเลย ซ้ำยังไม่รู้จักวัตถุดิบ หากมังกรวายุที่ใช้ห้องร่วมกันดักฟัง ซึ่งตามนิสัยมังกรวายุก็ชอบเล่นอะไรพิเรนทร์ ตามด้วยมังกรพฤษาที่มาร่วมมือกัน”
 
“ถึงจะเป็นเช่นนั้น มิว่าเรื่องเล็กน้อยใดก็ตาม หากเราหยุดไว้แต่ต้น ทุกอย่างจะไม่เกิด เจ้านั่นยังเด็กอยู่ คงไม่ทราบสินะว่าตัวเองสามารถออกคำสั่งใดได้บ้าง แค่คำสั่งเดียวเรื่องทุกอย่างจะจบ” ออร์เฟอุสละสายตาจากหนังสือขึ้นสบตาวิคเตอร์
“ท่านน้าคงไม่ได้สั่งสอนให้ทราบว่า เขามีสิทธิ์สั่งการคนของเอเรบุสได้ อาจเพราะไม่อยากให้เด็กนั่นเคยตัว หากเราดองเป็นญาติกัน...ท่านพ่อ มอบคนของเราไว้ดูแลทางนั้นอยู่ เจ้าน่าจะเดาได้”
 
ใช่ว่าวิคเตอร์จะไม่ทราบ ตัวเขาก็เป็นเช่นนั้น...เด็กที่ทราบถึงอำนาจมากล้นในมือแต่เล็ก

“แต่เอาเถอะ อย่างไรก็จบเรื่องแล้ว” ออร์เฟอุสตัดบท
 
“เพียงแต่ว่า...หลังจากนี้แรมซีย์อาจจะอยู่ยากสักหน่อย เรื่องการลงโทษผมให้เป็นหน้าที่ของผอ. หากมังกรวายุและมังกรพฤษาที่เป็นตัวต้นเรื่องอาจจะเขม่นเขาไม่น้อย” วิคเตอร์เปรยขึ้น
 
“จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัยสินะ แต่สำหรับเรื่องนี้เจ้าอย่าได้กังวลไป มังกรแห่งความมืดไม่ใส่ใจเรื่องพรรค์นั้น” ออร์เฟอุสปิดตำราลง สบตาลูกครึ่งมังกรแห่งแสงผู้ทัดเทียมกับตน
“ลาเมียซีน่าจะสั่งสอนเจ้ามาเช่นเดียวกัน ผู้ยิ่งใหญ่มินำพาความเห็นของเศษธุลี”  
 
สำหรับวิคเตอร์คำสอนนั่นช่างสมกับที่เป็นมังกรแห่งความมืด แน่นอนว่าลาเมียซีก็สอนเขามาเช่นกัน ในวลีที่มีความหมายเดียวกัน
 
ออร์เฟอุสยกยิ้มมุมปาก มองลึกเข้าไปในดวงตาที่สะท้อนสีรุ้งคู่นั้น
“ข้าจึงได้บอกว่า เจ้านั้นคู่ควร...”
 
รูบี้ที่นั่งฟังบนสนทนานั้นอยู่ไม่ไกลนึกต่อบทสนทนาในใจ ที่จริงเขาชินกับเหตุการณ์เหล่านี้ มังกรแห่งความมืดนี้หนอ ขนาดว่าพี่พาไปดูหลุมศพของน้องสาวพี่แล้วแท้ๆ แต่ก็นะ
 
ในหลุมลึกอันมืดมนแห่งชีวิต
รังความทรงจำอันเปล่าเปลี่ยว
มิปริปากสักคำ
 
ออร์เฟอุสวางตำราลงบนโต๊ะ
“หากข้าจะยืมมันคงต้องไปขอจากเนฟฟ์ หลังจากที่เจ้าส่งมอบให้เขาแล้วสินะ”
 
“คงต้องเป็นเช่นนั้น...” วิคเตอร์ตอบรับ
 
“เจ้ารู้จักผู้เขียนตำราเล่มนี้หรือไม่” ออร์เฟอุสตั้งคำถาม
                       
“นามของผู้เขียนนั้น...โดยปกติผู้ปรุงยาจะมีบันทึกนามของศิษย์ในสำนักเอาไว้ ผมตรวจสอบดูแล้วไม่มีชื่อในรายนามเหล่านั้น จึงลองสอบถามร้านหนังสือที่รู้จัก ร้านหนังสือเก่า ว่ารู้จักตำรานี้บ้างไหม เหมือนตำรานี้จะพิมพ์จำนวนไม่มากนัก จำหน่ายกันใต้ดินอย่างลับๆ”
 
“ร้านหนังสือใต้ดิน? น่าสนใจนี่” ออร์เฟอุสตาวาวเมื่อได้ยินเช่นนั้น
 
“คุณจะไปด้วยตัวเองหรือ” ปกติวิคเตอร์ให้คนของเขาจัดการ
 
“ข้าอยากไปเห็นร้านหนังสือใต้ดินที่เจ้าว่า” ออร์เฟอุสตอบตรงอย่างไม่ปิดบัง
 
“คุณไปด้วยสภาพนี้ไม่ได้หรอกครับ” วิคเตอร์ทราบดีว่าที่แห่งนั้นไม่ได้เหมาะสำหรับชนชั้นสูง
 
(จบตอนที่ 6) Day 6 DROOLING
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
เรื่องโฟลต์เราว่าบางคนก็ไม่ทราบว่าจริงๆ เขามีวิธีกินอยู่นะ คือเอาช้อนคนๆ ข้างไอศกรีมที่ลอยอยู่ให้มันขึ้นเป็นเกล็ดน้ำแข็งแล้วตักกิน แต่ส่วนใหญ่ไม่ตักไอศกริมกินก่อนก็ดูดน้ำกินก่อนนั่นแล
 
ครั้งแรกที่เห็นคำว่า ‘drooling’ นี้ในลิสต์ คิดว่าตอนนี้คงต้องจ่ายค่าตัวแพงให้ครูกรินแน่ๆ ครูกรินต้องถอดอีกแล้ว ใช่สินะครูกรินต้องอ่อย (?) แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเลย (ฮา) แต่ครูกรินก็มีบท
 
อ่อยเล็กน้อย : ชอบพาร์ตผู้ใหญ่ของตอนหน้าจังเลย คือบางทีเราจะเขียนยาวๆ เอาไว้ค่อยมาตัดแบ่งใส่ในตอนทีละน้อย คู่นี้เขาออกนิดหน่อยก็พอดีต่อใจ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น