มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 68 : 62. รับร่วมเรือน (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 ก.ย. 63

62. รับร่วมเรือน (จบ)
 
อดีตนักเรียนอนุบาลห้องทานตะวันต้องตกใจกันถ้วนทั่วเมื่อแรมซีย์ส่งจดหมายแจ้งถึงทุกคนว่าเขากำลังจะแต่งงาน เวย์ราถึงกับตอบจดหมายกลับมาทันทีว่า นายเพิ่งเข้าทำงาน เออร์วิงกับเอิร์ดมานน์ยังเรียนไม่จบ เฟรยากำลังสร้างตัว แต่นายกำลังจะแต่งงาน!!!
 
ดังนั้นพวกเขาจึงนัดรวมตัวกันเร็วกว่ากำหนดเดิม ในร้านที่แรมซีย์ถูกขอแต่งงาน แน่นอนว่าแรมซีย์ไม่ได้บอกใครว่าทำไมเขาถึงเลือกจองร้านนี้ และไม่มีใครสนใจเพราะแต่ละคนมาพร้อมคำถามมากมาย เอิร์ดมานน์กับเออร์วิงถึงกลับใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ออกจากหอพักมาทั้งที่ตามปกติพวกเขาจะกลับบ้านต่อเมื่อสิ้นเทอม เคียฮีกำลังจะออกไปทำภารกิจก็ถึงกับขอเปลี่ยนภารกิจเพื่อเลื่อนวันเดินทางออกไป ข่าวการแต่งงานมาถึงหลังจากพวกเขาเพิ่งจะมาพบหน้ากันไปเมื่อเดือนก่อนนี่เอง
 
แน่นอนว่าแรมซีย์มาถึงก่อนใครเขาตรงไปนั่งโต๊ะตัวเดิมที่เขาได้รับคำขอแต่งงาน จัดแจงสั่งเครื่องดื่มและขนมไว้รอรับสหาย อย่างไรเขาก็อาสาไว้ว่าวันนี้ขอเป็นเจ้ามือเอง สหายอีกห้าคนที่เหลือมาถึงก่อนเวลานัดหมายด้วยซ้ำ ราวกับนัดกันมาเพราะพวกเขาต่างมาถึงไม่ห่างกันนัก ยามเมื่อสหายแต่ละคนได้พบหน้าแรมซีย์ที่กำลังยิ้มไม่หุบอยู่นั้น ต่างก็กลืนน้ำลายเก็บคำถามที่เตรียมมาลงไปเช่นว่า ท่านลุงของนายบังคับให้แต่งงานใช่ไหม? การที่เปล่งรัศมีความสุขออกมาแบบนั้นหมายความอย่างไรกันแน่?
 
“ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม นายจะแต่งงาน!” เวย์ราถามย้ำอีกครั้งเมื่อเขาและสหายนั่งลงเรียบร้อยแล้ว
 
“ไม่ได้ล้อเล่น มาสู่ขออย่างเป็นทางการ ท่านพ่อท่านแม่อนุญาตแล้วด้วย...” แรมซีย์ตอบ ทอดสายตาไปยังบริกรผู้กำลังรินน้ำชาให้แขกผู้มาใหม่ทีละคนก่อนจะเรียงขนมลงกลางโต๊ะ
 
ด้วยคำตอบนั้นเป็นอันตัดประเด็นว่า แรมซีย์เกิดตัดสินใจโดยพลการทิ้งได้เลยหากมีการนัดพบผู้ใหญ่ก่อนแล้ว
 
เฟรยาเลื่อนสายตาจากถ้วยชาตรงหน้าขึ้นสบตาสหายมังกรแห่งความมืด
“แรมซีย์ไม่ได้โดนบังคับใช่ไหม? ตอนได้จดหมายเฟรยาอดกังวลไม่ได้” ถึงเธอจะตัดสินใจไม่พึ่งพาครอบครัว แต่แรมซีย์ไม่เหมือนกัน เขายังสามารถถูกบีบบังคับโดยญาติสนิทผู้สูงศักดิ์ของเขาได้ ถึงเห็นท่าทางแรมซีย์แล้วเธอจะเริ่มไม่แน่ใจในความคิดนี้ก็ตาม
 
แรมซีย์พอจะเดาความหมายได้จึงตอบออกไป
“ไม่ เรื่องนี้ฉันตัดสินใจเอง และไม่เกี่ยวอะไรกับท่านลุงเอเรบุสหรือผลประโยชน์ใดของท่าน”
 
“อย่างนั้นก็ค่อยยังชั่ว...” เคียฮีรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
 
แรมซีย์ผู้หลงรักครูประจำชั้นสมัยอนุบาลเพียงผู้เดียวมาโดยตลอดจะแต่งงานขึ้นมาเหล่าสหายย่อมประหลาดใจไม่น้อย ดังนั้นพวกเขาจึงค่อยตะล่อมถาม
 
“นายถูกขอแต่งงานตั้งแต่เมื่อไร” เอิร์ดมานน์ถามขึ้น
 
แรมซีย์มองรอบโต๊ะ นึกถึงวันที่ญาญ่าขอเขาแต่งงานที่นี่ แล้วเผลอตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“หลังเรานัดกันคราวก่อน จากนั้นก็นัดวันไปพบท่านพ่อท่านแม่ด้วยกัน”
 
เอิร์ดมานน์กลอกตาไปรอบแล้วจึงส่งสายตาไปให้เคียฮีถามต่อ
 
“แล้วแรมซีย์จะแต่งเมื่อไรหรือ” มังกรอัคคีถามขึ้น
 
“ฉันเห็นว่าไม่จำเป็นต้องจัดงานอะไร เลยกำหนดว่าเป็นอีกสามเดือนข้างหน้า วันที่เราย้ายไปอยู่ด้วยกันก็เหมือนวันแต่งนั่นแหละ” แรมซีย์ตอบออกมาตามตรง
 
“แล้วแรมซีย์เคยเห็นเรือนหอที่จะย้ายไปไหม?” เฟรยาถามขึ้น เมื่อแรมซีย์กล่าวว่าจะออกไปอยู่ด้วยกับฝ่ายนั้น
 
“ฉันก็ตั้งใจว่ารอชมของจริงวันที่ย้ายเข้าไปเลยดีกว่า” แรมซีย์ตอบออกมาอย่างไม่ปิดบัง
 
เหล่าสหายต่างสบตากัน เห็นได้ชัดว่าแรมซีย์เชื่อมั่นอีกฝ่ายมาก นี่ไม่ได้หลอกลวงกันใช่ไหม แต่พ่อแม่แรมซีย์ก็รับรู้แล้วนี่นา
 
เออร์วิงจึงเป็นฝ่ายถามคำถามซึ่งทุกคนอยากทราบมากที่สุดขึ้นมา
“นายแต่งให้ผู้ใดกัน?”
 
เห็นสหายทุกคนต่างตั้งใจฟัง แรมซีย์รู้สึกว่าเขาหุบยิ้มลงไม่ได้
“ยังมีใครอื่นอีกที่ฉันจะแต่งงานด้วยเล่า”
 
แน่นอนว่าทุกคนต่างทำตาโต ด้วยเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไปแล้ว เมื่อครู่แรมซีย์กล่าวว่าอะไรนะ? มาสู่ขอ? ไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม? ครูกรินไปสู่ขอแรมซีย์ แล้วแรมซีย์ก็ตอบตกลง...ถึงอย่างหลังจะไม่น่าแปลกใจก็ตาม แต่เพราะเป็นครูกริน เป็นลาเมียซีดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับเรือนหอที่จะย้ายเข้าไปแม้แต่น้อยสินะ
 
เอิร์ดมานน์สูดลมหายใจเข้า ทำใจให้เย็นลงก่อนกล่าวออกไปอย่างแฝงความระอา
“นายเล่ามาเถอะ...ว่าเรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่”
 
แรมซีย์กวาดสายตามองสหายทุกคน
“หลังจากนัดพบกันรอบก่อน ญาญ่าส่งจดหมายมาหา”
 
“แล้วครูก็ขอนายแต่งงาน...งั้นหรือ?” เวย์ราถามราวเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
 
“ใช่ ก็แบบนั้นแหละ” แรมซีย์มองไปยังขนมที่เขาสั่งมาซึ่งไม่ได้รับการเหลียวแลเพราะทุกคนมัวแต่จดจ่อกับการซักถามเขา จึงแบ่งขนมออกมาใส่จาน
 
“ครูขอนาย แล้วนายก็ตกลง...” เอิร์ดมานน์ย้ำอีกรอบ ยากเกินจะเชื่อ
 
“พวกนายก็ทราบมาตลอด ถึงญาญ่าไม่เป็นฝ่ายมาก่อน ฉันก็ต้องไปขอญาญ่าในเร็ววันนี้อยู่ดี” แรมซีย์ตอบออกมาราวเป็นเรื่องสามัญธรรมดาก่อนเลื่อนขนมไปตรงหน้าสหายทุกคน
 
หลังรับรู้เรื่องราวทั้งหมดให้คลายใจแล้ว ทุกคนจึงได้โอกาสลิ้มชิมขนมของร้าน
 
เคียฮีก็ทักขึ้นมา
“ขนมที่นี่อร่อยจัง วันหลังฉันจะมาร้านนี้อีก ปกติไม่เคยคิดจะเข้ามาเลย”
 
“แรมซีย์รู้จักร้านนี้ได้อย่างไร” เฟรยาหันมาถามบ้าง
 
“ญาญ่าขอฉันแต่งงานที่ร้านนี้” แรมซีย์ตอบออกมา
 
คำตอบนั้นทำเอาเวย์ราและเอิร์ดมานน์ถึงกับมองบนที่แท้จงใจเลือกร้านนี้เพราะเช่นนี้เอง... ส่วนเออร์วิงเห็นสีหน้าแรมซีย์แล้วก็ถามอีกฝ่ายด้วยสายตา จึงได้รับการพยักหน้าตอบ
 
เคียฮีเปรยขึ้นถึงกำหนดการ “แล้วใครกำหนดวัน อีกสามเดือนข้างหน้างั้นหรือ”
 
“ฉันกำหนดเอง อย่างไรก็ไม่ได้จัดงานอยู่แล้ว ทีแรกก็คิดว่า...”
 
เวย์ราทราบในทันทีว่าแรมซีย์คงจะกล่าวว่า พร้อมจะตามครูกรินกลับด้วยในทันทีด้วยซ้ำ จึงขัดขึ้น
“นายรีบหรือแรมซีย์?”
 
แรมซีย์ยกมุมปากขึ้นตอบ
“รีบสิรอมาสิบกว่าปีเชียวนะ แต่คิดว่าอย่างไรก็รอมานานแล้วจะรออีกสักหน่อยก็ไม่เป็นไร จะได้มีเวลาลาท่านพ่อท่านแม่และน้องชายด้วย ฉันไม่ได้รีบเพราะกลัวญาญ่าเปลี่ยนใจ แต่เกรงจะอดใจตัวเองไม่ไหว...”
 
สหายผู้ร่วมเรียนอนุบาลต่างพร้อมใจกันคิดว่า อะไรที่แรมซีย์เห็นว่าดีพวกเขาก็ว่าดี...เนอะ
 
เมื่อแรมซีย์ตัดสินใจว่าวันที่ครูกรินมารับไปอยู่ด้วยถือเป็นวันแต่งงานของเขา สหายทั้งห้าจึงพร้อมใจนัดกันมาที่คฤหาสน์บาคเฮาเซ่น พร้อมของขวัญแสดงความยินดีให้กับแรมซีย์ผู้แต่งงานก่อนใคร
 
แรมซีย์ในชุดพิธีการสีขาวแทนชุดแต่งงานนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างลอร์ดและเลดี้บาคเฮาเซ่น รวมถึงน้องชายอีกสองคนของเขาด้วยใบหน้าเบิกบานอย่างที่สุด เมื่อถึงเวลาทางฝ่ายวิคเตอร์ในชุดสูทสีขาวล้วนก็มาพร้อมขบวนรถม้า ดัสเชสแห่งลิทช์เตนชลอส มาชันเนสแห่งลาเมียซีและสามีเมเมนโต้ กับบุตรสาวบุญธรรมบลูซัลเวีย แล้วยังมีรูบี้ โอเบอรอน เอรอส แอนทีรอสพร้อมโลรันท์ติดตามมาด้วย
 
เฟรยาถึงกับตาเป็นประกายเมื่อได้พบบุคคลที่ตนชื่นชมในระยะใกล้ชิดเช่นนี้ จนเวย์ราอดสะกิดให้สำรวมอาการเอาไว้ไม่ได้ แต่อันที่จริงไม่ใช่แค่เฟรยา ไม่ว่าเคียฮี เวย์รา เอิร์ดมานน์หรือเออร์วิงก็ยังอดภูมิใจไม่ได้ที่ได้พบผู้นำตระกูลลาเมียซี การให้เกียรติเช่นนี้ย่อมเป็นการประกาศว่าลาเมียซีได้รับแรมซีย์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล จากเดิมพวกเขาล้วนคิดว่าการที่แรมซีย์ไม่ต้องการพิธีแต่งงานหรืองานเลี้ยงนั้นแลดูเรียบง่ายเกินไป แต่เมื่อเห็นขบวนมารับตัวเช่นนี้แล้วก็รู้สึกพึงพอใจ
 
หลังกล่าวทักทายกันตามมารยาท พูดคุยอย่างเป็นกันเองอยู่พักใหญ่ แรมซีย์  บาคเฮาเซ่นจึงได้ก้าวออกจากคฤหาสน์บาคเฮาเซ่นซึ่งอาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิด โดยวางมือของเขาไว้บนมือของวิคเตอร์  กรินญาผู้ที่เขาหลงรักมาสิบกว่าปีเพื่อใช้ชีวิตร่วมกันนับจากนี้เป็นต้นไป...
 
-----
 
คืนก่อนหน้าวันไปรับตัวแรมซีย์ วิคเตอร์นั่งอยู่บนเก้าอี้นอกระเบียงนอกห้องทำงานดวงตาสะท้อนสีรุ้งทอดมองออกไปยังท้องฟ้าสีรัตติกาลประดับด้วยดาวดวงเล็กดวงน้อย ข้างกันนั้นบนเก้าอี้อีกตัวเป็นร่างของซาสเกียผู้เป็นเงาของเขา
 
เจ้าของดวงตาสีสตาร์ลิ่งเกรย์มองไปยังคุณชายน้อยของเขาก่อนเอ่ยขึ้น
“ดูคุณชายน้อยไม่ตื่นเต้นเลย”
 
“เหตุใดฉันต้องตื่นเต้นเล่าซาสเกีย? ถึงจะเป็นเรื่องที่ทำให้ไม่รู้สึกดีใจหรือเสียใจก็ตาม” วิคเตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
 
“คุณชายน้อยกำลังจะแต่งงานนะครับ หาใช่การรับเด็กมาเลี้ยงดูเช่นตอนรับคุณชายเอรอสกับคุณชายแอนทีรอสมาดูแล” ซาสเกียตอบคล้ายเหนื่อยหน่ายจะทำความเข้าใจคุณชายน้อยของเขา
 
“ไม่ต่างกันเท่าไรหรอก เราต่างได้ประโยชน์กันทั้งคู่ เขาจะได้สมหวัง และฉันก็ได้ตามที่ฉันต้องการ” วิคเตอร์หันไปตอบซาสเกีย
 
ซาสเกียระบายลมหายใจ ผู้ติดตามประดุจเงาตามตัวทราบดีว่าคุณชายน้อยของเขาต้องการสิ่งใด
“ผมรู้สึกละอายใจนัก ที่คุณชายน้อยสามารถกล่อมให้คุณชายแรมซีย์ยอมรับข้อตกลงอันแยบยลของคุณได้ เช่นนี้ท่านผู้นั้นจะรู้สึกเสียใจหรือไม่ที่ตัดสินใจขอให้คุณแยกจากท่านดยุคเช่นนี้...”
 
“ถึงเขาจะไม่ขอร้อง ฉันก็ตัดสินใจทำเองอยู่ดี ให้มันเป็นเช่นนี้ดีแล้วซาสเกีย” วิคเตอร์มองอีกฝ่ายด้วยดวงตาเรียบนิ่งดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น “ฉันจะแต่งงานพรุ่งนี้แล้วซาสเกีย เธอก็ไม่ต้องเป็นห่วงฉันนัก”
 
“ครับ คุณชายน้อยเองก็อย่าได้กังวลเรื่องของผมเช่นกัน”
ซาสเกียจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาใสราวลูกแก้วสะท้อนสีรุ้ง เขาวางมือข้างหนึ่งบนหน้าอกตำแหน่งที่รับรู้ได้ถึงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ของตน ก่อนใช้มืออีกข้างช้อนมือของคุณชายน้อยขึ้นมา เขางอนิ้วของมือข้างที่วางแนบหัวใจเข้าหากันก่อนเลื่อนออกมาวางไว้กลางฝ่ามือของวิคเตอร์ เขาเคยกล่าวออกมาหลายครั้งแล้ว หากครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใดอีก
 
-----
 
อะเซเลียแจ้งข่าวการออกเรือนของบุตรชายคนโตให้พี่ชายของตนทราบหลังตอบรับคำขอของคุณครูแล้ว ในตอนนั้นวาเซอีก็ร่วมรับรู้ข่าวนี้ด้วยกัน ทราบถึงกำหนดการของแรมซีย์ ดังนั้นนางจึงกล่าวขอร้องพี่เขยและวาเซอีเอาไว้ อย่างไรออร์ฟี่ยังไม่ควรทราบเรื่องนี้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้...
 
จากนั้นรอแรมซีย์ออกเรือนไปครบอาทิตย์อะเซเลียจึงไปแจ้งเรื่องน่ายินดีนี้ให้พี่เขยและพี่สาวนางทราบ เป็นไปตามที่คิด เมื่อพี่เขยได้ยินนางเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า ผู้ที่บุตรชายของนางแต่งให้คือ หลานชายของลาเมียซี ก็ถึงกับตะลึงงันไป
 
หากเรื่องนี้นางไม่ยอม...นางสงสารหลานชายผู้ที่นางเลี้ยงดูมา แต่ก็เห็นใจคุณครูอยู่ไม่น้อย เขาทั้งสุภาพและให้เกียรติแรมซีย์ เป็นผู้ที่แรมซีย์เลือกด้วยตนเองมาสิบกว่าปี แล้วเหตุใดนางจะไม่ส่งเสริมบุตรชายของตน ไม่ว่าวันข้างหน้าจะดีหรือร้ายให้แรมซีย์ได้เรียนรู้ด้วยตนเองจนถึงที่สุด อะเซเลียมั่นใจว่าบุตรชายของนางเอกเข้มแข็งพอที่จะยิ้มรับกับทุกข์สุขในอนาคตที่ตัดสินใจเลือกทางนี้
 
แรมซีย์ของข้าจะรับเอาไว้เอง” อะเซเลียมั่นใจมากในเรื่องนี้ยามกล่าวออกไป ไม่ว่าพี่เขยของนางจะสรรหาคำใดมาโต้แย้งก็ตาม อย่างน้อยนางเชื่อมั่นในตัวคุณครูว่าเขาจะทำสิ่งที่รับปากอย่างดี เช่นที่เคยรับปากพี่เขยว่าจะไปจากออร์ฟี่ 
 
จากนั้นจึงรวบรวมกำลังใจกล่าวคำขอร้องกึ่งบังคับของนางออกไป
ข้าคิดว่าข้าคงไม่ต้องเอ่ยปากขอ ทั้งพี่เขยและท่านพี่ก็จะไม่ปริปากเรื่องที่พวกเขาแต่งงานกันออกไปให้ถึงหูออร์ฟี่ใช่ไหมคะ?”
 
ในช่วงเย็นวันเดียวกันนั้น วาเซอีทราบจากท่านอาอะเซเลีย ว่านางได้แจ้งข่าวให้แองกุสต์และวิเรยาส์ทราบเรียบร้อยแล้ว เขาผู้ทราบเรื่องทุกอย่างก่อนหน้านี้ก็รู้สึกกล่าวสิ่งใดไม่ออก เขามาเยือนคฤหาสน์เอเรบุสเพื่อมาร่วมทานอาหารค่ำกับพี่ชายของเขาตามปกติ
 
นับแต่มังกรขาวลูกครึ่งผู้นั้นจากไป รัศมีแห่งความสุขที่เคยแผ่ออกมารอบกายของออร์เฟอุสก็มลายหายไปสิ้น นานทีเดียวกว่าจะเรียกรอยยิ้มให้กลับมาอีกครั้งได้ วาเซอีและใครอีกหลายคนรอบตัวต่างพากันมาอยู่เป็นเพื่อนบ้าง ตามให้ออร์เฟอุสไปหาบ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้วาเซอีจึงไม่สามารถทำลายรอยยิ้มนั้นด้วยการแจ้งพี่ชายของเขาว่า ผู้ที่ออร์เฟอุสเฝ้าฝันถึงแต่งงานกับญาติผู้น้องของเขาเองไปแล้ว
 
หลังเสร็จสิ้นอาหารค่ำก็เป็นช่วงเวลาสนทนาพร่ำเพ้อ ไม่รู้ด้วยเหตุใดออร์เฟอุสจึงเอ่ยถึงมังกรขาวผู้นั้นขึ้นมา ทั้งที่วาเซอีพยายามเลี่ยงไม่นำมาเป็นหัวข้อการสนทนา
 
แววตาทั้งคู่ของออร์เฟอุสมีประกายขึ้นมา คล้ายเขาเพิ่งนึกขึ้นได้หลังจากใคร่ครวญมานาน
“ข้ายังสามารถทำสิ่งใดได้หรือไม่” ออร์เฟอุสถามไถ่กับตนคล้ายไม่ต้องการคำตอบ “หรือทั้งหมดเป็นเพียงสิ่งซึ่งคนเบื้องบนกำหนดมา...”
 
วาเซอีเฝ้าปลอบออร์เฟอุสมานาน จึงนึกอยากกล่าวหาคนที่พี่ชายรำพึงถึงบ้าง
“เขาจากไปยังไม่ลาเจ้าเลย”
 
“ไม่ใช่วาเซย์” ออร์เฟอุสรีบปฏิเสธแทน “การที่เขาตั้งใจไม่เอ่ยคำลาต่อกัน ย่อมหมายความว่าเราไม่เคยพรากจากกัน ข้าเชื่อ...สักวันเราจะได้พบกันอีก”
 
วาเซอีไม่กล่าวคำใดอีก เขาสบตาพี่ชายเห็นแววตาที่เคยตายกลับมีแววของความมั่นใจเต็มเปี่ยม
 
(จบตอนที่ 62) Day 31 (2019) RIPE
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk:
 
ในที่สุดก็จบลงแล้วค่ะ ช่วงเวลาที่สคิปไปในภาคแรก
แรมซีย์ผู้คิดมาตลอดว่าวันหนึ่งจะไปขอครูญาญ่า วันนี้ญาญ่ามาขอหนูไปอยู่ด้วยแล้วลูก
ส่วนคนที่ว่า เขาไม่ได้กำหนดมาให้คู่กัน // กอด
 
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมาอย่างทรหด กว่าจะจบได้ติดปัญหาไปหลายประการเลยทีเดียว ขออภัยเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะลงอาทิตย์ละตอนแท้ ๆ
 
รูปนี้คอมมิชไว้นานแล้ว ในที่สุดก็ได้ใช้เสียที...

Cr คนวาด : Illustrated by KUMIKO11


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น