มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 66 : 60. ความรู้สึกตรงที่หัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.ย. 63

60. ความรู้สึกตรงที่หัวใจ
 
ไม่บ่อยนักแรมซีย์จะได้พบหน้าญาติผู้พี่ของเขาในปราสาทเอเรบุส เขาติดตามท่านแม่ไปเพื่อเยี่ยมเยียนท่านป้า ก่อนได้รับคำเชิญชวนให้อยู่ทานอาหารค่ำพร้อมท่านดยุคผู้จะมาสมทบหลังจากนี้
 
แรมซีย์ได้ยินเกี่ยวกับญาติผู้พี่ของเขาจากท่านแม่ หลังเขาและสหายได้ร่ำลาครูแล้วแยกย้ายกัน กลับกลายเป็นว่าครูได้หายหน้าไปจากญาติผู้พี่ของเขาตามที่รับปากท่านลุงไว้ ความกังวลต่อบุตรชายคนโตของท่านป้าย่อมถูกถ่ายทอดให้ท่านแม่ของเขารับรู้ จากนั้นก็เป็นแรมซีย์มาร่วมรับรู้ เขาจึงจินตนาการไปต่าง ๆ นานาว่าญาติผู้พี่เขาจะเป็นเช่นไรกัน
 
ออร์เฟอุสมาถึงก่อนเวลาอาหาร ข้ารับใช้เชิญเขาไปยังห้องนั่งเล่นที่มีทั้งมารดา ท่านน้าและญาติผู้น้องของเขาอยู่ หลังทักทายพูดคุยกับมารดาเรียบร้อย พอหันไปพบท่านน้าผู้เลี้ยงดูเขามาจึงรู้สึกละอายใจไม่น้อย ทั้งที่ทราบดีว่าท่านน้าเป็นห่วงเขามาเพียงใด
 
อะเซเลียเห็นหน้าหลานชายแล้วก็ดึงเขาเข้ามากอด ลูบศีรษะ ลูบหลังกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“หากไม่อยากมาที่นี่เพราะพี่เขย ไปอ้อนน้าก็ไม่เป็นไรหรอก”
 
ใช่ว่าออร์เฟอุสจะไม่อยากทำเช่นนั้น เขาทราบว่าท่านน้าและน้าเขยล้วนใจดีต่อเขา แม้มีอะไรจุกอยู่ที่คออยากกล่าวออกมามากมายก็ทำได้แค่พูดว่า
“ขอบคุณท่านน้า ทำให้ท่านเป็นห่วงแล้ว”
 
อะเซเลียปลอบหลานชายอยู่หลายคำจึงปล่อยตัวหลานชายเสียทีก่อนจูงไปนั่งลงข้างบุตรชาย แล้วชวนคุยไต่ถามไปหลายเรื่อง จนวิเรยาส์ลุกขึ้นเตรียมจะไปดูความเรียบร้อยของอาหารเย็น จึงเอ่ยชวนน้องสาวไปด้วยกัน
 
ออร์เฟอุสเหลือบมองไปยังญาติผู้น้องผู้เติบโตขึ้นมาไม่น้อย หลังสบตากันพวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันทั้งสิ้น รอจนอะเซเลียลุกออกไปแรมซีย์จึงได้เปิดปาก
 
แรมซีย์สังเกตว่าญาติผู้พี่ตอนนี้มีแววตาเครียดขึงดังที่เขาเคยได้เห็นสมัยเพิ่งเข้าเรียนอนุบาล
“ผมเพิ่งได้พบเอรอส แอนทีสกับโลรันท์มา” แรมซีย์กล่าวออกมา
 
ออร์เฟอุสพิจารณาญาติผู้น้องที่ตนเห็นตั้งแต่เป็นเด็กน้อยจนเติบโตขึ้นเป็นเด็กหนุ่ม
“ข้าก็ได้เจอพวกเขาที่ปราสาทแห่งแสงแล้ว” ออร์เฟอุสตอบออกไปก่อนจะเสริมขึ้นอีกว่า “จากนั้นข้าไปพบพวกเขาหนึ่งถึงสองสัปดาห์ครั้ง”
 
แรมซีย์ฟังแล้วอยากถอนหายใจออกมาดัง ๆ แต่ที่เคยได้ยินจากเอรอสมาก็พอเข้าใจได้  แล้วจึงกล่าวออกมา เขาเชื่อว่าญาติผู้พี่คงลืมนึกถึงไปแน่ แรมซีย์เห็นว่าอย่างน้อยชั่วเวลากล่าวถึงมังกรแห่งแสงซึ่งเคยเลี้ยงดูมาแววตาก็อ่อนลง
“ผมได้เจอในงานครบรอบก่อตั้งโรงเรียนอนุบาลที่ได้รับเชิญไปในฐานะนักเรียนรุ่นแรก แน่นอนว่าญาญ่าต้องเข้าร่วมด้วย” แรมซีย์สังเกตเห็นประกายตาอีกฝ่ายวาบขึ้น
“แต่ไม่ได้พูดคุยกันส่วนตัว ญาญ่าต้องแยกไปนั่งกับผู้อำนวยการคนปัจจุบัน ผมเลยได้นั่งคุยกับพวกเอรอส” เพราะอย่างนั้น ญาญ่าจึงได้หาเขาพบ ด้วยนั่งอยู่ข้างเอรอส...ญาญ่าจึงได้หันมาเห็นแล้วส่งยิ้มบางให้
 
ดวงตาสีทองของออร์เฟอุสกลับมานิ่งอีกครั้ง กล่าวเสียงเรียบ
“งั้นหรือ...”
 
“ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเพราะเป็นคนเดียวที่มีเวลายืดหยุ่นกว่าใคร คนอื่นล้วนอยู่ในช่วงเวลาเรียน”
 
ออร์เฟอุสผงกศีรษะรับทราบ
“ว่าแต่คนอื่นเป็นอย่างไรกันบ้าง”
 
“เคียฮีไปเข้าโรงเรียนการต่อสู้ที่เป็นโรงเรียนประจำ เวย์ราเข้าโรงเรียนการค้า เฟรยาไปเข้าโรงเรียน...อืม ชื่ออะไรนะ? โรงเรียนหญิงล้วนสำหรับกุลสตรีชั้นสูงชื่อดังนั่น”
 
“...โรงเรียนเทียร่า (รัดเกล้า)” ออร์เฟอุสต่อให้ในทันที
 
“อา...เทียร่า ผมลืมชื่อทุกที จำได้แต่ว่าช่างต่างกับโรงเรียนชายล้วนที่พวกเอิร์ดมานน์กับเออร์วิงไปเข้านัก”
 
ออร์เฟอุสหันมองญาติผู้น้อง
“พวกเขาไปเข้าวิทยาลัยนาเวล (สะดือ) งั้นหรือ”
 
แรมซีย์แค่นหัวเราะเบา ๆ
“ใช่ รัดเกล้ากับสะดือ เอิร์ดมานน์บอกว่าชื่อนี้ตั้งจากคำเรียกเดิมในแถบนั้น...จากแอ่งนาเวล เสียดายก็ตรงที่เป็นโรงเรียนประจำ ผมเลยไม่สะดวก ไม่อย่างนั้นคงได้เข้าเรียนที่นั่นแล้ว”
 
แรมซีย์สังเกตเห็นสีหน้าของท่านดยุคก่อนเอ่ยถาม
“หรือคุณเคยอยากเข้าเรียนที่นั่น?”
 
“ที่ไหนที่ได้ไปห่าง ๆ ท่านพ่อของข้าย่อมดีทั้งนั้น” ออร์เฟอุสกล่าวก่อนระบายลมหายใจ “หากเจ้าย่อมทราบว่าเป็นไปไม่ได้...”
 
“น่าเสียดายจังนะ ผมน่ะมีความสุขกับโรงเรียนนะ ถ้าไม่ติดที่ท่านลุงคงจะไปอยู่หอพักๆ ได้เรียนกับเอิร์ดมานน์กับเออร์วิงแล้ว” ระหว่างกล่าวแรมซีย์ยกนิ้วชี้ขึ้นวนในอากาศ “แถมยังมีเรื่องน่าเหลือเชื่ออีก ทั้งสองคนได้พักอยู่ห้องเดียวกันด้วย”
 
-----
 
เอิร์ดมานน์กรีดนิ้วพลิกหน้าหนังสือตรงหน้าพลางเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ เออร์วิงยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่เช่นเดิม เอิร์ดมานน์โยนคำว่า แปลกทิ้งมาสักพักหนึ่งแล้ว
 
แรกเริ่มเดิมทีวิทยาลัยนาเวลมีหอพักอยู่สิบหอ การที่เขาและเออร์วิงได้เข้ามาอยู่หอพักเดียวกันก็นับว่า บังเอิญ พอควร เมื่อเป็นนักเรียนใหม่ การจะอยู่ห้องพักใกล้กันไม่ใช่เรื่องแปลก ยิ่งห้องพักหนึ่งห้องมีอยู่สองคน ผ่านไปได้หนึ่งเทอมเพื่อนร่วมห้องพักของเขาเกิดขอลาออกเสียอย่างนั้น ทั้งที่การจะสอบเข้านาเวลไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อมาเมื่อครบปีการศึกษาปีแรก เพื่อนร่วมห้องของเออร์วิงก็ลาออกไปอีกคน เขาลาออกไปด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขและความหวังว่า ได้พบหนทางของตนแล้ว ทั้งที่ตอนเข้าเรียนครั้งแรกนั้นมีท่าทางเป็นเด็กคงแก่เรียน ตอนนั้นเอิร์ดมานน์ยังคาดว่าห้องพักเออร์วิงต้องเป็นห้องที่ไม่มีใครพูดอะไรกันแน่ เออร์วิงไม่มีใครชวนคุยก็เงียบ เพื่อนร่วมห้องก็ดูไม่ใช่คนช่างพูด
 
ดังนั้นเมื่อเริ่มชั้นปีใหม่ ครูผู้ดูแลหอพักจึงขอให้เออร์วิงย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับเขา จากนั้นชีวิตของเพื่อนร่วมชั้นตั้งแต่อนุบาลจนมาเป็นเพื่อนร่วมห้องพักก็ดำเนินมาอย่างปกติ ตื่นเช้าล้างหน้าแต่งตัวทานอาหารเช้าเข้าห้องเรียน ทานอาหารกลางวันเรียนกลับหอพัก ทำการบ้านในห้องนั่งเล่นรวมทานอาหารเย็น กลับห้องทบทวนหนังสือ เข้านอน หลัก ๆ ก็มีเท่านี้ พวกเขาแทบจะตัวติดกัน ยกเว้นว่าบางวิชาที่ลงเรียนไม่ตรงกัน หรือเขาไปห้องสมุด การที่เออร์วิงจะรบกวนให้เขารำคาญนั้นเป็นไปไม่ได้ บางครั้งเขาต้องเป็นฝ่ายชวนเออร์วิงคุยด้วยซ้ำ รวมไปถึงยามมีเพื่อนร่วมห้องต้องการคุยกับเออร์วิงแต่เจ้ามังกรวารีกำลังเหม่ออยู่ เขาก็ต้องเป็นคนกลางเรียกให้อีกฝ่ายหันมาสนใจ จากนั้นเอิร์ดมานน์ก็นึกถึงตอนที่เพื่อนร่วมห้องของเขายังอยู่แม้จะแค่เทอมเดียว กลายเป็นว่าคนนั้นยังมีส่วนที่น่ารำคาญมากกว่า จนดีใจที่อีกเทอมเขาได้ครองห้องพักคนเดียว ไม่มีคนมารบกวนเวลาอ่านหนังสือติดพันหรือบอกให้เขาดับไฟ
 
สุดท้ายแล้ว เอิร์ดมานน์จึงได้ข้อสรุปว่า มีเออร์วิงเป็นเพื่อนร่วมห้องพักก็ไม่เลวนัก มังกรวารีไม่เคยขอให้เขาดับไฟ แล้วยังนั่งอ่านหนังสือเป็นเพื่อน มีแต่เตือนว่าควรเข้านอนได้แล้วบ้าง และเป็นเออร์วิงที่คอยเตือนเขาเรื่องต่าง ๆ เช่นวันนี้ พรุ่งนี้ต้องเตรียมอะไรไปด้วย
 
-----
 
หลังจากผู้ติดตามเตือนสติจนกลับมายังอาณาจักรมังกร ออร์เฟอุสได้รับรู้สาเหตุที่วิคเตอร์ต้องจำจากจรไปแล้ว เขาก็ต้องมาสะสางงานคั่งค้างที่ทิ้งไปกะทันหัน ระหว่างนั้นเขาระลึกขึ้นได้ว่าเด็ก ๆ อยู่ที่ใด ไปกับวิคเตอร์ด้วยหรือไม่ จึงให้คนส่งจดหมายไปถึงปราสาทแห่งแสงแจ้งว่า เขาขอเข้าพบเอรอสและแอนทีรอส
 
เมื่อไปถึงปราสาทแห่งแสงออร์เฟอุสได้พบเคออสบิดาของเด็กทั้งสอง ผู้ที่เขาเคยพบมาก่อนแล้วที่คฤหาสน์กรินญา แต่ตอนนั้นด้วยอดหลับอดนอนจึงไม่มีโอกาสได้พิจารณาอีกฝ่ายนัก มาตอนนี้จึงค่อยเห็นว่า บุรุษตระกูลลาเมียซีช่างมีรูปเป็นทรัพย์ เอรอสเคยกล่าวถึงว่าได้สีดวงตามาจากมารดา ตอนนี้ออร์เฟอุสเห็นชัดว่าเช่นนั้นหน้าตาคงได้มาจากฝั่งบิดามากกว่าแอนทีรอส
 
หลังกล่าวคำทักทายและทำความเคารพตามมารยาทแล้ว เคออสจึงเอ่ยขึ้น
“ได้ยินเรื่องของท่านดยุคมาจากเอรอสมากมาย ต้องขอบคุณท่านมากที่เมตตาเด็ก ๆ”
 
เอรอสเป็นฝ่ายเข้าไปหาออร์เฟอุสด้วยการย้ายไปนั่งข้าง ๆ
 
“อย่าได้เกรงใจเลย ข้าเองก็คุ้นเคยกับเด็กทั้งคู่ดี” ออร์เฟอุสกล่าวตอบ ก่อนจะพบว่าเอรอสจ้องหน้าเขาอยู่ ก่อนจะได้เปิดปากถามเอรอสก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
 
“ออร์เฟรดีขึ้นแล้วใช่ไหม ถ้าเจอวิคเอรอสจะบอกว่าออร์เฟรไม่เป็นไรแล้ว วิคไม่ต้องเป็นห่วง” เอรอสยกมือขึ้นสัมผัสข้างดวงตาของออร์เฟอุสอย่างเบามือ
 
ออร์เฟอุสรู้สึกโล่งใจที่เขาพยายามหยุดร้องไห้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ มังกรน้อยจึงไม่ทราบว่าดวงตาที่สัมผัสนี้ก่อนหน้านั้นบวมช้ำเท่าไร ดีแล้วที่เอรอสไม่ต้องเห็นแล้วนำไปบอกต่อวิคเตอร์ว่าเขาอยู่ในสภาพใด อีกประการคือ เขาไม่แน่ใจว่าเอรอสทราบมูลเหตุที่เขากับวิคเตอร์ต้องแยกจากกันมากเพียงใด
 
ระหว่างที่กำลังพูดคุยไต่ถาม แอนทีรอสก็ลากตุ๊กตาประจำตัวเข้ามาร่วมด้วยทำเอาออร์เฟอุสรู้สึกใจอ่อนยวบ อดนึกถึงไม่ได้ว่า ขณะนี้...เวลานี้ วิคเตอร์มีใครอยู่เคียงข้างหรือไม่ มีใครมาคอยปลอบใจหรือไม่
 
จนเอรอสกระซิบถามขึ้น
“มีสิ่งใดอยากฝากไปบอกไหม ถ้าได้เจอวิคเอรอสจะบอกต่อให้...”
 
เคออสมองดูบุตรชายทั้งสองคนหยอกล้อต่อมังกรแห่งความมืดผู้สูงศักดิ์ด้วยความสนิทสนมก็นึกถึงว่า คุณชายน้อยช่างกะเวลาไว้ดีเหลือเกิน เมื่อเช้าเพิ่งพาลูกมังกรทั้งสองมาส่งคืนให้ถึงมือเขากับภรรยาก่อนจะจากไป ไม่นานก็ได้รับจดหมายแจ้งการมาเยือนของท่านดยุค
 
วิคเตอร์นั่งจิบชาอยู่ในคฤหาสน์กรินญาฝั่งอาณาจักรมังกร เขาหลับตาลงนึกถึงเมื่อครั้งเป็นเกอทรูด  กรินญาผู้พยายามรวบรวมคนในตระกูลที่ยังมีชีวิตอยู่อพยพไปสีขาว แม้นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้กลับมานั่งในที่แห่งนี้ แต่ยามได้กลับมาอาศัยอยู่ก็นำพาความสบายใจมาให้เขาไม่น้อย เขาได้รับแจ้งแล้วว่าขณะนี้ท่านดยุคไปเยือนปราสาทแห่งแสงเพื่อพบญาติผู้น้องของเขา สาเหตุที่เพิ่งกลับมาถึงอาณาจักรมังกรเมื่อเช้าเป็นเพราะเขาและเซฟิรอสพยายามเค้นสมอง พยายามขุดความทรงจำเก่าก่อนขึ้นมาช่วยกันคิดอย่างหนัก
 
ไม่คิดว่าสิ่งที่เขาสนใจจนต้องลองถามเซฟิรอส จะนำพาพวกเขาไปค้นความทรงจำที่หลงลืมไปเสียได้ ทั้งที่น่าจะเป็นความทรงจำแสนสำคัญแต่กลับเลือนรางไม่แจ่มชัดเท่าความทรงจำอื่น ทั้งเขาและเซฟิรอสล้วนประหลาดใจด้วยกันจนสุดท้ายต้องตกลงกันว่าเราจะแยกย้ายกันไปก่อน ลองพักก่อนอาจจะช่วยให้หัวแล่นจนนึกขึ้นมาก็เป็นได้ ถึงอย่างนั้นวิคเตอร์ก็ยังมีภาพจำของเซฟิรอสในช่วงเวลานั้นชัดเจน
 
วิคเตอร์เปิดเปลือกตาขึ้นทอดสายตามองไปไกล นึกถึงวันที่อุกอาจหาเรื่องเข้าไปค้นหาด้วยความอยากรู้
 
ในหอสมุดเก่าแก่ของมหาวิหาร มีคนของวิหารรอรับอยู่ด้านหน้าก่อนนำพวกเขาทั้งสองคนไปยังห้องอ่านหนังสือส่วนบุคคลที่จัดเตรียมไว้ให้โดยเฉพาะ น้ำชาและของว่างถูกเตรียมไว้บนโต๊ะข้าง บนโต๊ะอ่านหนังสือตัวใหญ่มีหนังสือที่ถูกคัดเลือกมาตามที่เซฟิรอสระบุไว้แต่ต้นอยู่สองสามกอง ข้ารับใช้ถอยออกไปหับประตูลงสนิทดีแล้วจึงยืนรอรับใช้อยู่ด้านนอก หรืออีกนัยคือเฝ้าพวกเขาเอาไว้
 
เซฟิรอสนั่งลงทันทีเขาพิงไม้เท้าไว้ข้างกาย วิคเตอร์เองก็เลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างเซฟิรอส เขาหันมองอีกฝ่ายก่อนหยิบหนังสือบนกองขึ้นมา เขาออกเสียงอ่านชื่อหนังสือดังพอให้ได้ยิน เซฟิรอสยกมือขึ้นประสานกันบนโต๊ะปิดเปลือกตาลง จากนั้นวิคเตอร์จึงเปิดไปที่สารบัญไล่สายตาดู เมื่อพบหัวข้อน่าสนใจจึงหันไปอ่านให้เซฟิรอสฟัง เมื่อเซฟิรอสพยักหน้าเขาก็พลิกหนังสือไปแล้วอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงไม่ดังนัก ระหว่างฟังวิคเตอร์อ่านออกเสียงไปนั้น วิคเตอร์สังเกตเซฟิรอสไปด้วย เขารับรู้ได้ในทันทีเมื่อเจ้างูจงอางเลื้อยหายไปไม่ได้อยู่บนไหล่ของเซฟิรอสอีก วิคเตอร์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เซฟิรอสยืมร่างงูจงอางสุดที่รักไปค้นหาเสียแล้ว
 
ระหว่างนั้นวิคเตอร์ยังคงอ่านต่อไปเรื่อย ๆ บ้างก็เปลี่ยนเล่มหนังสือ บ้างก็ค้นหาจากเล่มอื่น และคอยสังเกตปฏิกิริยาบนร่างเซฟิรอส
 
หนังสือหมดไปสองกองแล้ว วิคเตอร์คิดว่าใช้เวลาไปพอสมควรเขาเห็นว่าเซฟิรอสควรจะกลับมาได้แล้ว ขณะกำลังจะส่งกระแสความคิดเรียกอีกฝ่าย เขาก็สังเกตเห็นว่า สองมือที่ประสานกันบนโต๊ะของเซฟิรอสกำลังสั่นน้อย ๆ
 
วิคเตอร์ละมือจากหนังสือก่อนกุมมือเซฟิรอสเอาไว้ แล้วส่งกระแสความคิดเรียกอีกฝ่ายทันที
เซฟ เซฟ มีอะไร? กลับมาก่อน!’
 
ชั่วอึดใจเซฟิรอสบีบมือเขาตอบ ใบหน้าที่เหมือนกับเขานิ่งเรียบ เอื้อมมือไปข้างตัวเพื่อหยิบไม้เท้าที่พิงไว้ก่อนลุกขึ้นยืนด้วยความสงบ
“วันนี้พอแค่นี้ เรากลับกันก่อน” น้ำเสียงเซฟิรอสราบเรียบ แต่วิคเตอร์ย่อมสังเกตได้ว่ามีอะไรบางอย่าง “เห็นทีเราต้องมาอีกหลายครั้งเสียแล้ว”
 
วิคเตอร์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
 
“ฉันจะตีสนิทผู้มีของอำนาจที่นี่เอาไว้” เซฟิรอสกล่าวก่อนยื่นมือออกมา
 
วิคเตอร์เห็นว่างูจงอางสีดำเพิ่งกลับมาถึงและกำลังเลื้อยขึ้นไปสู่มือของเซฟิรอส เจ้านายก็จุมพิตบนหัวเป็นรางวัลให้ทีหนึ่ง
 
“อืม...” วิคเตอร์ตอบรับเสียงเบาเสียยิ่งกว่าตอนอ่านออกเสียง
 
จากนั้นพวกเขาทั้งคู่จึงก้าวออกจากห้องกล่าวขอบคุณข้ารับใช้ จนเดินอยู่บนระเบียงทางเดินเช่นขามา เซฟิรอสผู้ก้าวเดินราวกับล่องลอยอยู่ข้างกายจึงส่งกระแสความคิดเข้ามา โดยไม่เปลี่ยนฝีเท้า
วิคเตอร์สิ่งที่ฉันพบนั้นยิ่งกว่าที่คาด
 
วิคเตอร์รับรู้ได้ถึงห้วงอารมณของอีกฝ่ายจึงไม่ได้เอ่ยแทรกขึ้น
 
ไม่คิดว่าความสนใจของฉันจะนำพาให้พบอะไรบางอย่าง เซฟิรอสทำราวกับกำลังสูดลมหายใจเข้าเพื่อปลุกปลอบตนเอง ...ซึ่งเกี่ยวข้องกับเราทั้งคู่
 
นานทีเดียวกว่าเซฟิรอสจะขยายความออกมา
ยิ่งไปกว่านั้น ฉันรู้สึกว่ามัน...เป็นเรื่องที่เศร้ามาก
 
(จบตอนที่ 60) Day 29 (2019) INJURED
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk:
 

ตอนนี้ใช้เวลามากกว่าที่คิด ทั้งที่ตั้งใจจะเขียนให้จบในสิ้นเดือนนี้ ฮึบ ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น