มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 65 : 58. ไปด้วยกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.ย. 63

59. ไปด้วยกัน
 
ดวงตาสีแดงทับทิมของแอนทีรอสจับจ้องไปยังแกะสีขาวที่กำลังนอนหมอบอยู่ตรงหน้า มองหญ้าสดหั่นวางเรียงกันบนจานตรงหน้าแกะขาวที่ราวกับมีความสามารถเสกหญ้าให้ล่องหนไปได้ หากไม่เห็นว่าแกะตรงหน้าขยับปากเคี้ยวอยู่ เขามองขนสีขาวหยิกฟูก่อนหันกลับมาดูมง เกอร์ตุ๊กตาผ้ารูปมังกรในอ้อมแขนของเขา แอนทีรอสชักอยากรู้แล้วว่าสัมผัสของแกะนั้นเป็นอย่างไรจึงโถมเข้าใส่ทั้งตัวซุกไซ้ขนนุ่มนั้น ก่อนจะถูกอุ้มจากด้านหลังขึ้นมายืนโดยพี่ชายของเขา แอนทีรอสหันไปทำแก้มป่องใส่พี่ชายอย่างไม่พอใจ
 
“แอนทีสทำแบบนั้นไม่ได้นะ” เอรอสบอกก่อนนั่งลงข้างเจ้าแกะที่ไม่สนใจอะไรนอกจากเคี้ยวหญ้าในปาก เขากดบ่าให้น้องชายนั่งลงข้าง ๆ ดึงมือมาลูบขนแกะเบา ๆ “ทำแบบนั้นเขาก็เจ็บสิ แอนทีสอยากจับต้องค่อย ๆ ลูบแบบนี้นะ”
 
เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง เป็นน้ำเสียงที่ใกล้เคียงวิคเตอร์อย่างที่สุด หากคนที่อยู่ใกล้ชิดมานานก็ยังสามารถแยกออกว่าไม่ใช่ด้วย
“ไม่เป็นไรหรอก น้องชายคนเล็กฉันก็ชอบฟัดสวีตดรีมแบบนี้เช่นกัน”
 
เอรอสหันไปหาเจ้าของน้ำเสียงนั้นผู้นั่งอยู่บนเก้าอี้หรูหราข้างวิคเตอร์ เขามีใบหน้าเหมือนวิคเตอร์ รูปร่างหน้าตาก็แทบไม่ผิดกันมีเพียงดวงตาสีทองกับเส้นผมสีเงินซึ่งแตกต่าง นอกจากนี้สิ่งยังมีงูจงอางสีดำเหลือบเขียวเลื่อมทองเลื้อยคลอเคลียอยู่ตัวหนึ่ง
 
ยามพบหน้ากันเมื่อมาถึงที่นี่บุรุษชาวสีขาวผู้นี้ก็ทักทายเอรอสขึ้นมาว่า
“เด็กน้อยได้พบหน้ากันตรง ๆ เสียทีนะ ฉันคือเซฟิรอส”
 
เอรอสคุ้นเคยกับเขาอย่างถึงที่สุด ไม่ใช่เพราะเขาเหมือนญาติผู้พี่ จนเขาเอ่ยขึ้นมาคำหนึ่ง เอรอสจึงรำลึกขึ้นได้ ครั้งแรกที่ได้พบหน้านั้นเจอเขาในฝันนั่นเอง พอนึกได้เอรอสก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอีก ในเมื่อเคยเจอกันแล้ว แถมในตอนคับขันเซฟิรอสยังเคยช่วยไว้ด้วย
 
วิคเตอร์หันไปหาเซฟิรอส เอ่ยด้วยความแปลกใจ เขาจำได้ยามคุยกันบ่อยครั้งที่เซฟิรอสต้องขอตัวเพราะน้องชายคนที่ว่า
“น้องชายของนาย...”
 
เซฟิรอสยิ้มจาง ๆ
“น้องชายคนเล็กกับฉันอายุห่างกัน 10 ปี เขามีทั้งส่วนที่ปกติและไม่ปกติ”
 
วิคเตอร์ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ แค่ผงกศีรษะรับทราบเท่านั้น
 
ระหว่างนั้นแอนทีรอสก็ยังคงลูบเจ้าแกะสวีตดรีมเล่นอย่างสนุกมือ เอรอสมองน้องชายก่อนจะหันไปทางวิคเตอร์ หลังจากไปพักที่คฤหาสน์สีงาช้างได้ร่วมอาทิตย์ วิคเตอร์ก็พาพวกเขามาที่นี่ ถึงจะบอกแอนทีสว่ามาเที่ยว แต่เอรอสดูแล้วสถานที่นี้ก็ไม่ใช้ทั้งที่เที่ยวและบ้านพักตากอากาศอยู่ดี แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูตื่นตาตื่นใจสำหรับเขาและแอนทีสไม่น้อย
 
ชายนามว่าเซฟิรอสดูสนิทสนมกับวิคมาก บางครั้งไม่ต้องเอ่ยคำใด เซฟก็จัดการสั่งข้ารับใช้ประจำตัวจัดการให้แล้ว ข้ารับใช้คนที่ว่าคือเจ้าของตัวจริงของเจ้าแกะสวีตดรีมที่น้องชายเขาติดใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเซฟนั้นบอกว่า เขายืมและยึดมาก็เท่านั้นเอง...
 
เอรอสมองน้องชายแล้วก็อดนึกถึงออร์เฟรไม่ได้ เขาทราบจากวิคตั้งแต่เข้าเรียนชั้นประถมแล้วว่า วันหนึ่งวิคจะส่งมอบโรงเรียนอนุบาลคืนให้องค์ชาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยินดีที่พ่อกับวิคให้เขาได้ไปเรียนในโรงเรียนได้มีสหายและรู้จักอะไรมากมาย เอรอสเตรียมใจที่จะกลับเข้าไปเรียนร่วมกับมังกรแห่งแสง เข้ารับการอบรมของลาเมียซี จนหลังสอบปลายภาคในช่วงปิดเทอมที่ข้ารับใช้ในปราสาทบวร์กเฮาเซ่นต่างวุ่นวายกับการเก็บข้าวของ เขาถึงได้ทราบอีกเรื่อง
 
วิคเตอร์แจ้งเขาว่า หลังจากนี้เอรอสต้องกลับไปอยู่ปราสาทแห่งแสง แต่วิคคงยังไม่กลับไปในตอนนี้ จากนั้นเอรอสถึงได้ทราบว่าเหตุใดหลังออกจากปราสาทบวร์กเฮาเซ่นพวกเขาจึงทำราวกับท่องเที่ยวไปทั่วเช่นนี้
“หลังจากนี้ ฉันตั้งใจจะไปอยู่สีขาวสักระยะหนึ่ง” วิคเตอร์กล่าวออกมา หลังบอกเล่าเหตุผล “ด้วยนิสัยของออร์เฟอุสเขาต้องออกตามหาฉันแน่ เป็นไปได้ว่าฉันอาจจะไม่ได้อยู่ที่ใดที่หนึ่งนานนัก ฉันตัดสินใจจะไม่พบหน้าเขา”
 
“วิคจะไม่พบหน้าออร์เฟรอีกหรือครับ?” เอรอสหมายถึงจากนี้ไปจนตลอดชีวิต...
 
วิคเตอร์เข้าใจสิ่งที่เอรอสต้องการสื่อ เขาจึงตอบออกไป
“จะบอกว่าทั้งชีวิต...ฟังดูเป็นได้ทั้งเรื่องง่ายและยาก อย่างน้อยไม่ใช่ตอนนี้และอีกหลายปีต่อจากนี้ครับ”
 
“ถ้าออร์เฟรไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ฯ แล้ว วิคจะยอมพบเขาไหม” เอรอสเองก็บอกไม่ถูกเมื่อได้ทราบว่า เขาจะไม่ได้เห็นภาพอันคุ้นเคยอีก
 
“ให้เป็นเรื่องของอนาคตครับ” วิคเตอร์ตอบเขาด้วยสีหน้าราบเรียบและดวงตาสงบนิ่งราวผิวน้ำเรียบไร้ระลอกคลื่น
 
“อนาคตออร์เฟรจะลืมวิคไหม?” เอรอสนึกถึงภาพของมังกรแห่งความมืดผู้มองญาติผู้พี่เขาด้วยดวงตาหวานซึ้ง
 
“ไม่มีทางหรอกครับ” เพราะรักของออร์เฟอุสผูกด้วยคำมั่น หาใช่สิ่งที่จะลืมกันได้อย่างง่ายดาย “ช่วงแรกเขาคงจะวุ่นวายใจน่าดู แต่สักพักเมื่อนึกได้ถึงหน้าที่เขาจะยอมละวางลงบ้าง แต่คงไม่เลิกล้ม อาจจะให้คนคอยจับตาดูอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นนอกจากเก็บตัว ฉันต้องคอยหลบด้วย” วิคเตอร์บอกสิ่งที่เขาคาดว่าจะเกิดขึ้นออกมา
 
เอรอสได้ยินคำตอบนั้นแล้วเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้วิคเตอร์ไปอาณาจักรสีขาวเพียงลำพัง จึงเสนอตัวอย่างไม่ลังเล
“ไม่ว่าวิคจะไปที่ใด เอรอสจะไปด้วย จะพาแอนทีสไปกับวิคด้วยนะ”
 
เอรอสจำได้ว่าเมื่อเขาบอกออกไปเช่นนั้นวิคเตอร์ก็มีสีหน้าแปลกใจ ก่อนจะกล่าวด้วยความลังเล
“หากทำเช่นนั้นเอรอสจะ...”
 
“ถ้าเรื่องเรียน วิคสอนเอรอสก็ได้ นะให้เอรอสไปด้วย...” เอรอสพยายามอ้อนวอนให้วิคเตอร์พาเขาไปด้วย
 
เมื่อได้เห็นแววตาของญาติผู้น้อง สุดท้ายวิคเตอร์จึงตัดสินว่า
“หากเคออสยินยอมให้ไป ก็จะพาไปด้วยกัน...”
 
วิคเตอร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา
“นอกจากนี้ฉันยังมีหน้าที่ของลาเมียซีอยู่ ไม่คิดจะหลบซ่อนไปตลอด ฉันจึงเตรียมจะไปอยู่สักที่หนึ่ง หลังจากทราบว่าเขาสงบลงแล้ว”
 
เอรอสเข้าใจแล้ว วิคเตอร์ตั้งใจจะไม่อยู่ปราสาทแห่งแสงถาวร เขาจะไม่ได้อยู่กับวิคเตอร์อีก ถึงอย่างนั้นเขาเชื่อว่าวิคเตอร์ยังต้องกลับมาให้พบหน้าอยู่บ้าง หรือไม่งั้นเขาจะต้องได้ทำหน้าที่แบบซาสเกียหรือบลูเมนจะได้อยู่ข้างวิคเตอร์ไปตลอด
 
วิคเตอร์มองญาติผู้น้องก่อนจะกล่าว
“ฉันคาดว่าออร์เฟอุสจะต้องมาหาเธอกับแอนทีสหลังจากนี้แน่นอน แน่นอนว่าเรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับพวกเธอ”
 
“ถ้าออร์เฟรถาม เอรอสบอกอะไรได้บ้างครับ” เอรอสสอบถามไว้ก่อน เขาจะได้ไม่เผลอพูดสิ่งใด
 
วิคเตอร์ยิ้มจาง ๆ รู้สึกพอใจในตัวญาติผู้น้องที่รู้ความนัก
“ทุกอย่าง...เธอสามารถตอบได้ทุกเรื่องตามความเป็นจริงไม่ต้องปิดบัง เมื่อเขาอยู่ฉันจะไม่อยู่ให้เขาพบเจอ...”
 
ฟังเช่นนี้เอรอสรู้สึกปลดแปลบในอก
“แล้ววิคล่ะ? ออร์เฟรคงเสียใจมาก วิคเองก็คงไม่ต่างกันใช่ไหม?”
 
“คงจะเป็นสักช่วงหนึ่ง เธอเองก็เช่นกัน ลองนึกว่าจากที่เคยมีเมซมาคอยวนเวียนอยู่รอบตัว หลังจากนี้เอรอสก็คงจะรู้สึกวูบโหวงไปบ้าง” วิคเตอร์เห็นเอรอสทำท่าเป็นห่วงเขาจนลืมเรื่องของตน
 
เอรอสหัวเราะแห้ง ๆ
“นั่นสิครับ จากที่กลัวเธอนิด ๆ แต่มาตอนนี้ หลังจากนี้คงไม่ได้พบหน้าหรือได้ยินเสียงทุกวันแล้วละ...” เขาเองก็ชินกับการมีมังกรแห่งความมืดมาคอยเจื้อยแจ้ว ชวนเขาพูดคุยอยู่ทุกวันผิดกับรันท์ที่พูดน้อยเหลือเกิน
 
“ผ่านไปสักพักคงดีขึ้น” ประโยคนี้ไม่ทราบว่าวิคเตอร์บอกตัวเอง เอรอสหรือทั้งคู่
 
จากนั้นเอรอสจึงต้องไปโน้มน้าวพ่อต่อ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากนัก เขาแค่อ้างว่ามันควรเป็นหน้าที่ของเขาที่จะปกป้องวิคทั้งกายและใจ
“ให้ผมไปเถอะ พ่อเคยบอกว่าเป็นหน้าที่ของเรา...ผมต้องปกป้องวิค ดังนั้นมันเป็นเรื่องสมควรแล้ว เอรอสจะอยู่ข้างวิค รวมถึงพาแอนทีสไปด้วยกัน”
 
ดังนั้นพอกล่าวออกไปเช่นนั้นพ่อของเขาจึงยอมให้เขาติดตามวิคเตอร์ไปทุกที่พร้อมแอนทีรอส โดยไม่ลืมกำชับว่า
“อย่ารบกวนคุณชายน้อย แต่ให้คอยสังเกตถ้ามีอะไรไม่สู้ดีให้รีบบอกคนอื่น”
 
เอรอสอยากบอกพ่อว่า แค่ซาสเกียก็ไม่มีทางปล่อยผ่านหากวิคมีทีท่าทางผิดสังเกตอย่างแน่นอน ถึงอย่างนั้นเอรอสก็ตั้งใจว่านอกจากเรียนหนังสือแล้ว เขาก็จะคอยดูแลวิคให้ดี
 
หลังออกจากอาณาจักรมังกรพวกเขาไปพักยังคฤหาสน์กรินญาก่อน หลังจากนั้นก็เป็นคฤหาสน์สีงาช้าง วันที่เปลี่ยนมาพัก บ้าน ของเซฟิรอส วิคเตอร์แจ้งเขาว่า ออร์เฟอุสมาถึงคฤหาสน์กรินญาแล้ว วันถัดมาวิคก็บอกอีกว่า ตอนนี้ออร์เฟอุสไปถึงคฤหาสน์สีงาช้างแล้ว เอรอสได้แต่นึกสงสารออร์เฟรอยู่ในใจที่ล่าช้ากว่าพวกเขาเสมอ แต่พวกเขาเป็นลาเมียซีจะไม่รู้การเคลื่อนไหวของออร์เฟรก็แปลกแล้ว
 
ระหว่างคิดอะไรเพลินอยู่นั้น เอรอสก็รู้สึกได้ถึงอุ้งมือที่คุ้นเคยลูบศีรษะเขาอย่างอ่อนโยน พอเงยหน้าขึ้นก็พบวิคเตอร์ยอบตัวอยู่ข้าง ๆ
 
“คิดอะไรอยู่ครับ? แอนทีสหลับไปแล้ว...” วิคเตอร์กล่าว
 
เอรอสมองไปยังน้องชายที่นอนเอาศีรษะอิงสวีตดรีมหลับไปแล้ว ใบหน้ากระจ่างใสมีรอยยิ้มแต้มบนมุมปากเรียกสติเอรอส
 
“อย่าคิดมากเลย ดูสิหัวคิ้วขมวดแล้ว” วิคเตอร์กล่าวแล้วอุ้มแอนทีสขึ้นมาพร้อมมงเกอร์
 
“แต่ถ้าคิดถึงใคร แม้จะอยู่ไกลแค่ใด ฉันช่วยให้พบหน้าได้นะ ถึงจะเป็นในฝันก็ตาม” เซฟิรอสประคองงูของเขาขึ้นมาจุมพิตบนหัวเบา ๆ
 
เอรอสเลิกคิ้วจะว่าไปเขาเคยพบเซฟิรอสในฝัน
“เซฟมีพลังควบคุมฝันหรือครับ” เอรอสเรียกคนโตอย่างกว่าสนิทสนมเหมือนที่เรียกวิค
 
“ไม่ใช่หรอก...ถ้าพูดให้ถูกคือฉันใช้สวีตดรีมเป็นสื่ออีกทีหนึ่ง” เซฟิรอสตอบด้วยสีหน้าเรียบ วิคเตอร์ก้าวผ่านหน้าเขาไปนั่งลงที่เดิมเจ้าตัวก็ไม่ได้หันมองเพียงเอื้อมมือออกมา วิคเตอร์จับมือเขาให้สัมผัสแอนทีรอสที่อุ้มอยู่
“เจ้าตัวเล็กหมายเลขสอง หลับสบายเชียว...” เซฟิรอสเอ่ยออกมาเบา ๆ
 
เอรอสมองเซฟิรอสก่อนมองไปทางวิคเตอร์
“เอรอสรอกลับบ้านก่อน ค่อยไปพบเมซด้วยตัวเองดีกว่า”
 
เอรอสเหลือบไปมองเซฟิรอสอีกครั้ง อันที่จริงเขามีข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับชาวสีขาวผู้นี้ แต่ก็ช่างเถิดนะ มันไม่ได้สำคัญอะไรนัก
 
-----
 
ออร์เฟอุส  เอเรบุสทำใจไว้แล้วว่าหากอีกฝ่ายไม่ต้องการให้เขาหาเจอ จะค้นหาอย่างไรก็ไม่มีทางพบ ถึงกระนั้นเขาก็ยินดีทำตัวโง่งมติดตามค้นหาไปทุกที่ที่นึกได้ จนถึงบ้านสีขาวงาช้างหลังนั้น หลังยืนพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่เขาก็หันหลังกลับ ผู้ติดตามคนสนิทกระตุ้นเตือนเขาว่ายังมีงานรออยู่ ออร์เฟอุสจึงได้ตัดสินใจกลับมาอาณาจักรมังกร ไล่ตามคนผู้นั้น...เขายินดีตามตลอดชีวิตตั้งแต่วิคเตอร์บอกเล่าให้เขาฟัง ให้เขาตัดสินใจเอง แต่ตอนนี้เขาต้องเก็บอารมณ์ทุกอย่างลงแล้วทำหน้าที่ของตนให้ดี ขาไปเขาสั่งให้คนเปิดประตูเชื่อมขากลับเขาก็ทำเช่นเดียวกัน แต่จุดหมายของครั้งนี้เป็นปราสาทเอเรบุส
 
วิเรยาส์รีบก้าวออกมาหาบุตรชายคนโตทันที เมื่อได้ยินว่าผู้มาเป็นใคร นางเข้ามากอดบุตรชายก่อนพาไปนั่งลง จากนั้นก็กอดลูบหน้าลูบหลังอยู่นาน เมื่อพิจารณาสีหน้าบุตรชายแล้วจึงกล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“แม่ได้ยินว่าลูกไปที่ใดสักที่อย่างกะทันหัน เกิดอะไรขึ้นหรือ ใครทำให้ลูกต้องเสียใจ?”
 
“ข้าไปตามหาคนผู้หนึ่ง เขา...จากข้าไปแล้ว หา...ไม่พบ” ออร์เฟอุสตอบเขาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ระวังไม่ให้ตัวเองน้ำตาไหลตอนนี้
 
เลดี้วิเรยาส์ได้ยินเข้าก็มีสีหน้าตกใจ
“เด็กคนนั้นไปแล้วหรือ?” นางกล่าวขึ้น มองสบตาบุตรชาย น้ำเสียงนางคล้ายอ่อนใจ “หลายปีก่อนแองกุสต์เคยขอ...ขอให้เด็กคนนั้นไปจากลูก...”
 
ออร์เฟอุสได้ยินก็เบิกตากว้างทันที เขาเผลอกำมือเข้าหากันไม่รู้ตัว ปะติดปะต่อจากที่วิคเตอร์เล่าว่า หลังพบแน็กซ์กับเนฟฟ์ก็ยังแวะมาคุยกับบิดาเขาอยู่นาน...ออร์เฟอุสพยายามเก็บสีหน้าตัวเองไม่แสดงอารมณ์ใด ยิ้มให้มารดาก่อนกล่าวปลอบว่าไม่เป็นไร
“ข้าขอตัวไปพบท่านพ่อก่อน” ยามเอ่ยออกมา สีหน้าของมารดาดูไม่ดีเท่าไร ออร์เฟอุสจึงกุมมือมารดาเอาไว้ “ข้าแค่มาคุยตามที่ตั้งใจไว้แต่แรกครับ ท่านแม่วางใจข้าจะไม่ทะเลาะกับท่านพ่อแน่นอน”
 
ออร์เฟอุสปลอบมารดาให้สงบก่อนก้าวขึ้นชั้นบนและหยุดหน้าห้องทำงานของบิดา เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้ใจเย็นลง เขาตั้งใจจะคุยกับบิดาอย่างสงบ จะใช้โทสะไม่ได้ อันที่จริงเขาคาดไว้ก่อนมาแล้วว่าบิดาต้องทราบอะไรบางอย่าง แต่ไม่คาดว่าจะเป็นเช่นนี้ แบบนี้ใช่หรือไม่...เมื่อเขายอมรับที่จะรักและอยู่เคียงข้างวิคเตอร์ มังกรขาวไม่จำเป็นต้องหนีหน้าเขาหากไม่ใช่เพราะเป็นคำขอของบิดาของเขาเช่นนี้
 
ออร์เฟอุสเคาะประตูสามครั้งด้วยน้ำหนักเท่ากัน หลังรอคำอนุญาตจากภายในจึงค่อยเปิดประตูเข้าไป
 
บิดาของเขานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นพร้อมกับเหลือบมองไปยังเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของตนด้วยท่าทางเคร่งขรึม
“นั่งสิ”
 
ออร์เฟอุสนั่งลงด้วยกิริยาที่ได้รับการฝึกฝนมา เขาเอ่ยเรียกอีกฝ่าย
“ท่านพ่อ...” ขณะที่ดวงตาสีทองสบประสาน ออร์เฟอุสคล้ายสะกดอารมณ์เอาไว้ กล่าวขึ้นด้วยเสียงเรียบ เรียบเฉยกว่าที่เจ้าตัวจะคาดคิดเอาไว้เสียอีก
“เป็นท่านขอให้วิคเตอร์จากไป”
 
แองกุสต์  เอเรบุสก็ตอบรับในทันที
“เป็นข้าขอให้เขาไปจากเจ้าเอง...”
 
ออร์เฟอุสระบายลมหายใจยาว น้อยครั้งนักที่เขาจะคุยกับบิดาในเรื่องโดยไร้โทสะอย่างนี้
“ข้าก็คาดเดาได้ว่าท่านต้องมีส่วนในเรื่องนี้...ทั้งที่เขาไม่มีเหตุต้องไปจากข้า ตอนนี้ทุกอย่างสมใจท่านแล้วท่านพ่อ”
 
“วันที่เขามาพบข้า เขาก็กล่าวเช่นนี้” แองกุสต์นึกถึงวันที่ได้พูดคุยกับหลานชายของออกุสต์ แองกุสต์ปิดเปลือกตาลงนึกภาพที่เขาต้องจดจำไปอีกนาน...อาจจะชั่วชีวิต
ใบหน้าสงบของวิคเตอร์แย้มรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นอบอุ่นใจก่อนจะกล่าวต่อเขา
กระผมจะไปจากบุตรชายของท่าน ขอให้ท่านจงรับรู้ไว้ว่า...
นับจากนี้เส้นทางของบุตรชายของท่านไม่อาจมีผู้ใดเคียงข้าง เขาจะโดดเดี่ยวด้วยไม่อาจรับใครมาแทนที่กระผม หากกระผมเชื่อว่าเขาจะเป็นผู้พิทักษ์ที่ยอดเยี่ยมได้ แม้หัวใจของเขาจะบอบช้ำจากสิ่งที่ท่านต้องการ
 
“เขาได้กล่าวต่อท่านสินะว่า เขาเชื่อข้า...” ออร์เฟอุสจ้องมองบิดาของเขาผู้หลับตาลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขารอจนท่านลืมตาขึ้นมา จึงได้กล่าวช้า ๆ อย่างชัดเจน
“ท่านพ่อ...วิคเตอร์เป็นรักเดียวของข้า...ไม่มีใครแทนที่เขาได้” ออร์เฟอุสเห็นแล้วว่าในดวงตาของบิดามีรอยของความเจ็บปวด เขาจึงกล่าวต่อไม่รอช้า
“ข้ามิได้โกรธเคืองที่ท่านทำต่อข้า หากข้าโกรธที่ท่านทำร้ายเขา
ท่านพรากเราสองคนออกจากกัน จะไม่มีใครไม่เจ็บปวดหรือ”
อีกแล้ว...เจ้าต้องเจ็บอีกแล้ว...วิคเตอร์
 
ออร์เฟอุสคิดว่าเขาเข้าใจมากพอ เขาได้คำตอบทุกสิ่งแล้วไม่จำเป็นต้องได้ยินสิ่งใดจากบิดาอีกจึงลุกขึ้นยืน
“ข้า...ที่ข้าอยากตามหาเขาที่สุด เพื่อ...ปลอบใจเขา ข้าเจ็บ เขาก็ปวด
เขาต้องพราก พลัดพรากมากี่ครั้งกี่หนแล้ว ท่านไม่เข้าใจหรอก”
 
ยามได้ยินวิคเตอร์กล่าวว่า ขอบคุณที่ยังมีคุณอยู่ตรงนี้ ออร์เฟอุสยินดีเหลือเกิน เขาตัดสินใจไม่ผิดและอยู่เคียงข้างวิคเตอร์มาตลอด ไม่ต้องรักก็ได้ แต่ให้ได้อยู่กับเจ้า ตอนวิคเตอร์รับเลี้ยงดูเอรอสกับแอนทีรอสเขาก็ยิ่งเข้าใจ ดีเหลือเกินวิคเตอร์จะได้ไม่เหงา
ข้ายังเศร้าเสียใจปานนี้ เจ้าเล่า?
มีข้าอยู่ตรงนี้นะ เขาอยากบอกเหลือเกิน
วิคเตอร์หายไปแบบนี้ จะเป็นอย่างไรบ้าง ใครจะพูดคุยกับเจ้า ผู้ใดจะต่อบทกวีกับเจ้า
แย่งเจ้าดูแลแอนทีรอส ร่ำเมรัยด้วยกัน
เจ้าไม่อยากเห็นข้าทะเลาะกับท่านพ่อจึงยินยอมจากไปแต่โดยดี
ไม่อยากเห็นข้าเศร้าจึงไม่เอ่ยคำลา ไม่มีเลย...
 
-----
 
ระเบียงทางเดินถูกตกแต่งด้วยลายปูนปั้นอย่างละเอียดวิจิตรไม่แพ้ตัววิหารสีขาว แลดูเจิดจ้าจนราวกับหลุดมาอีกโลกหนึ่ง โลกอันบริสุทธิ์พ้นโลกีย์ เสียงของปลายไม้เท้ากระทบพื้นดังขึ้นเบา ๆ เป็นจังหวะจากคนข้างกาย วิคเตอร์ก้าวเดินอยู่เคียงข้างเซฟิรอสด้วยฝีเท้าไม่เร็วไม่ช้าไปกว่ากัน บังเอิญว่าวันนี้พวกเขาต่างสวมชุดสีขาวด้วยตั้งใจมายังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่นามของสีขาวอย่างมหาวิหารของพระแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ สตรีชาวสีขาวจะถูกรับเข้ามาอบรมเลี้ยงดูในนี้ตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยเป็นโอกาสที่หาได้ยากซึ่งพวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้ามา ทุกประการล้วนอาศัยเซฟิรอส
 
“ฉันขอเข้ามาค้นหนังสือที่มีแต่ที่นี่เก็บรักษาไว้ จึงเข้าดูได้เพียงส่วนที่อนุญาต เช่นนั้นเราก็ไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งคุกที่ว่าย่อมถูกซ่อนไว้ แต่ฉันมีแคสเตอร์อยู่” เซฟิรอสยกมือขึ้นลูบหัวงูสีดำของเขา
 
“อย่างไรคงวางอาณาเขตไว้แน่ นายคิดว่าเราจะได้อ่านบันทึกเกี่ยวกับเรื่องที่เราอยากรู้ไหม” วิคเตอร์ไม่คาดว่าจากเรื่องเล่าของโอเบอรอนจะทำให้เซฟิรอสติดใจเช่นกันจนลองรวบรวมข้อมูลจนที่สุดล้วนชี้มาตรงกัน
 
“เราต้องเสี่ยงดวง อย่าลืมสิว่าปกติก็ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้ามาอยู่แล้ว” เซฟิรอสตอบ
 
“ทางนี้ไม่คิดว่าแปลกหรือที่มาเพื่อค้นหนังสือ ใครก็ทราบว่านาย...” วิคเตอร์มองคนข้างกาย มองไม้เท้าหัวมังกรในมือเซฟิรอส
 
เซฟิรอสไม่ได้หันมองวิคเตอร์เพียงตอบเรียบเรื่อยว่า
“ฉันถึงได้ให้นายมาด้วยเป็นข้ออ้างว่า ฉันจำเป็นต้องมีผู้ช่วยไงเล่า”
 
สุดยอด... วิคเตอร์ชมอยู่ในใจ
 
“หากจะมีเรื่องแปลก มันแปลกตั้งแต่ โอเบอรอนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรมากกว่า” แล้วเหตุใดจึงออกมาได้ ซึ่งเซฟิรอสคิดว่าการเข้ามาน่าจะยากกว่าการออก
 
“มีทางให้พอเดาอยู่นะ หากนายทราบว่าเขาไม่มีทักษะการใช้ชีวิตอยู่ในโลกภายนอกแต่แรกเลย...” วิคเตอร์บอกตามตรง
 
“นั่นคู่ควรให้ฉันสนใจอย่างไรเล่า...” เซฟิรอสยกยิ้มด้วยสีหน้าราวเห็นสิ่งที่ถูกใจ
 
(จบตอนที่ 59) Day 28 (2019) RIDE
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk:
เหลืออีก 3 ตอนสุดท้าย...ปาดน้ำตา

ตอนนี้ขนาดนี้ ตอนหน้าแบบว่า...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น