มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 64 : 58. โอบรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.ย. 63

58. โอบรัก
 
เมเซอร์  เอเซอร์ได้รับจดหมายแจ้งก่อนเปิดเทอมแล้วว่าเธอจะได้อยู่ห้องไหนในการเลื่อนชั้นเรียนใหม่ เธอไม่กล้าแม้แต่จะมีจดหมายไปถามเอรอสว่าอยู่ห้องเดียวกันหรือไม่หากก่อนหน้าก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ได้อยู่ห้องเดียวกัน ดังนั้นยามมาถึงโรงเรียนในตอนเช้าจึงได้แวะดูประกาศและรายชื่อนักเรียนในแต่ละห้อง สิ่งที่ทำให้เมเซอร์ต้องตกใจที่สุดคือ เธอไล่รายชื่อทุกห้องในชั้นเดียวกันไม่มีชื่อของเอรอสหรือโลรันท์เลย กระทั่งลองดูของทุกชั้นทุกห้องก็ไม่มี เมเซอร์จึงรีบนำกระเป๋าไปห้องเรียนใหม่หาที่นั่งโดยเร็ว ยังไม่ทันมองว่าเพื่อนร่วมชั้นใหม่มีคนรู้จักบ้างหรือไม่ ก่อนพุ่งไปยังห้องพักครูแล้วมองหาอดีตครูประจำชั้นคนก่อนที่จะถูกเลื่อนชั้นมาแล้วถามสิ่งที่คาในใจทันที
 
“ลาออกหรือคะ?” เมเซอร์ทวนคำตอบ ก่อนครูประจำชั้นจะย้ำอีกว่า หลังสอบปลายภาคเสร็จสิ้น เอรอสกับโลรันท์ก็ทำเรื่องลาออกแล้ว
 
เมเซอร์รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ กลับไปห้องเรียนนั่งที่อย่างเหม่อลอย ไม่ใส่ใจกับเพื่อนใหม่ในห้องเรียนใหม่แม้แต่น้อย ในความคิดของเธอคือ ทำไมเอรอสถึงลาออก ทำไม? ทำไม? วนไปมา หลังถอนหายใจไปหลายรอบเธอเพิ่งจะเริ่มเงยหน้ามองรอบตัว เพื่อนนักเรียนที่รู้จักมาก่อนก็เข้ามาถามทันทีว่าเธอไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าสีหน้าไม่ดีเลย เมเซอร์ได้แต่ปฏิเสธไปว่าไม่เป็นอะไร เธอก็แค่...ผิดหวังที่ในโรงเรียนไม่มีคนที่เธอชอบแล้ว เธอนั่งนิ่งอยู่อีกพักหนึ่งก่อนจะเปิดกระเป๋าหนังสือ หยิบของออกมาใส่ช่องใต้โต๊ะ ทันใดนั้นเองเธอก็สัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ด้านใน พอก้มมองดูเป็นจดหมายฉบับหนึ่ง เมเซอร์หยิบขึ้นมาพลิกดูก่อนพบว่าบนหน้าซองนั้นจ่าหน้าถึงเธอด้วยลายมือคุ้นเคย...ลายมือของเอรอส
 
เมเซอร์ไม่รอช้ารีบเปิดออกคลี่จดหมายอ่านทันที
 
-----
(จดหมายถูกนำมาสอดไว้ใต้โต๊ะ โดยไม่ทราบที่มา)
เมเซอร์,
 
ก่อนอื่นผมต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เมื่อจดหมายถึงมือแล้วเมซคงนั่งอยู่ในชั้นเรียนใหม่ซึ่งผมไม่มีโอกาสได้สัมผัสแล้ว ญาติผู้พี่ของผม...หรือครูกรินของพวกเราได้คืนบรรดาศักดิ์รวบถึงมอบโรงเรียนอนุบาลคืนให้องค์ชายแล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นผมจึงตัดสินใจกลับลาเมียซีเช่นกัน จึงได้ทำเรื่องลาออกจากโรงเรียนพร้อมกับโลรันท์
 
พวกเรายังเด็ก คิดว่าไม่นานคงทำใจได้กับการลาจากและชินต่อการปรับตัวในที่ใหม่ ผมทำใจตั้งแต่ก่อนทำเรื่องลาออกเสียอีก แต่...ก็ยังทำใจได้ยากเหลือเกินดังนั้นผมจึงจินตนาการได้ว่าเมซจะรู้สึกเช่นไรตอนอ่านจดหมายฉบับนี้
 
ถึงอย่างนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ถึงเราจะไม่ได้เรียนโรงเรียนเดียวกันผมก็ยังอยู่ที่ปราสาทแห่งแสง ทั้งผมและโลรันท์คงมีโอกาสพบกันอีกนะเมเซอร์ ผมถือโอกาสเขียนในส่วนของโลรันท์ด้วย ผมเชื่อว่าเขาคงไม่ทำอะไรเช่นนี้หรอก
 
รักษาตัวด้วย,
เอรอส โรส ลาเมียซี
 
-----
 
นักเรียนที่รู้จักเมเซอร์รีบเข้ามาหาทันทีถามไถ่อีกครั้ง
“เมซเป็นอะไร ไปห้องพยาบาลไหม?”
 
“ไม่...ไม่ต้อง...เอรอสเขาลาออกไปแล้ว...” ยิ่งกว่าไม่มีเอรอส ถึงกลับไปที่โรงเรียนอนุบาลครูเอสก็ไม่อยู่ที่ตรงนั้นอีกแล้ว
 
ทันใดนั้นเองในห้องก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น มีใครบางคนพูดว่า สมบัติของโรงเรียน คนนั้นน่ะเหรอ? ลาออกแล้ว?
 
อีกด้านหนึ่งนั้นเอรอสนั่งอยู่บนโต๊ะไม้ตัวใหญ่ทาสีเข้ม เขากำลังก้มหน้าเขียนอะไรบนสมุดตรงหน้าก่อนวางปากกาขนนกลง เขาเหลือบมองไปทางด้านข้าง แอนทีรอสน้องชายของเขากำลังเปิดหนังสือภาพดูรูปอยู่ ในอ้อมแขนกอดตุ๊กตาผ้าไว้แน่นจนมองไม่ออกว่าสภาพเดิมเป็นอย่างไรก่อนมองไปยังฝั่งตรงข้ามของตน โลรันท์กำลังเขียนอะไรบางอย่างลงบนสมุดเช่นเดียวกับที่เอรอสทำก่อนหน้า หลังถูกจดจ้องอยู่นานจึงค่อยเงยหน้าขึ้นเห็นรอยยิ้มสดใสราวแสงตะวันของเอรอส
 
“ป่านนี้เมซคงได้รับจดหมายแล้ว...” เอรอสเปรยขึ้นมา
 
โลรันท์ไม่ได้เอ่ยคำใด ยังคงมองดวงตาสีชมพูดั่งอัญมณีนิ่ง
 
“ออกจะเสียดายอยู่บ้างที่ไม่ได้บอกต่อหน้า ...เมซจะร้องไห้หรือเปล่านะ? แย่จังเลยนะทำให้เธอร้องไห้เสียแล้ว เมซไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกเนอะ” เอรอสพูดออกมายาวเหยียดเขาประสานมือไว้ด้านหน้าอย่างใช้ความคิด
 
โลรันท์แค่พยักหน้าให้ เขาวางปากกาขนนกลงบ้าง
 
“ในบรรดาสหายร่วมเรียนอนุบาลมาก็มีเมซนี่แหละสนิทกันที่สุด จนได้มาเรียนร่วมโรงเรียนเดียวกันต่อ” เอรอสเลื่อนมือไปหาถ้วยน้ำชาที่วางอยู่ด้างหนึ่งแล้วยกขึ้นจิบให้ใจสงบลง
“ต้องขอบคุณวิคที่ทำให้ผมได้เข้าโรงเรียนธรรมดานะ รันท์ก็เห็นด้วยใช่ไหม?” โดยไม่รอฟังคำตอบที่ถามขึ้นลอย ๆ เอรอสมองไปทางน้องชาย “อยู่กับลาเมียซีผมคงได้รับการประคบประหงมเกินไปแน่เลย พวกครูฝึกทำหน้าอย่างกับอะไรดีเวลาผมเจ็บหรือได้แผล วิคยังไม่เคยว่าอะไรเลยแค่ถามว่าผมไปได้มายังไงแล้วบอกว่าต้องระวังอย่างไรเท่านั้น”
 
โลรันท์ถอนหายใจก่อนจะเปิดปากขึ้น
“กับเอรอสพวกเขาดูจะเป็นกังวลเกินไปนั่นละ” สำหรับตัวเขานั้นเรียกได้ว่านอกสายตามากกว่า
 
เอรอสหันกลับมาหาโลรันท์กล่าว
“ผมต้องมาถามบลูเมนกับซาสเกียว่าเพราะอะไรเลยละ ทั้งสองบอกว่า พวกครูเห็นว่าผมเป็นลูกของพ่อก็กังวลมากแล้ว ยิ่งผมอยู่ในความดูแลของวิคอีก พวกเขาเกรงใจพ่อเอามาก ๆ เลย...”
 
ไม่เกรงใจนักฆ่ามือวางอันดับต้น ๆ ของตระกูลก็แปลกแล้ว...โลรันท์คิด แต่สิ่งที่เขากล่าวออกไปคือ “อย่าห่วงเลยหลังจากนี้ ฉันจะคอยอยู่ข้างเอรอสเอง”
 
“รันท์เป็นทั้งสหาย ทั้งพี่ชายของเอรอสเลยนะ ขอบคุณนะที่เลือกอยู่กับลาเมียซีต่อ” เอรอสยิ้มออกมาอีกครั้ง
 
“เอรอสต่างหากที่ทำให้ฉันเลือกอยู่ที่นี่ต่อ” โลรันท์ตอบ
 
ระหว่างที่กำลังนิ่งงันนั้นเอรอสรู้สึกถึงแรงดึง พอหันไปแอนทีรอสกำลังดึงแขนเสื้อของเขาก่อนจะชี้ให้ดูรูปในหนังสือภาพ
“...พี่” เด็กน้อยเห็นทั้งคู่มัวแต่พูดคุยกันไม่สนใจเขาบ้างเลย
 
เอรอสจึงต้องละสายตาจากมังกรแห่งความมืดมาหาน้องชายสุดที่รักของเขา แอนทีรอสเรียกให้เขาดูรูปในหนังสือด้วยกัน
 
สำหรับโลรันท์แอนสีรอสลูกมังกรแห่งแสงผู้มีดวงตาสีแดงราวสีของทับทิมไม่ได้ดึงความสนใจจากเขานักหรอก จึงหยิบปากกาขนนกขึ้นมาจุ่มหมึกแล้วจรดปากกาลงอีกครั้ง
 
-----
 
ออร์เฟอุสถือกุหลาบโอสิเรียกลีบดอกด้านนอกสีแดงด้านในเป็นสีขาวก้าวมาตามทาง ผู้ติดตามก้าวนำไปเคาะประตูปราสาท รอจนเนิ่นนานไม่มีคนมาเปิดประตูผิดจากทุกครา ผู้ติดตามจึงจับห่วงด้านหน้าเคาะลงไปอีกสามครั้ง รอสักพักใหญ่จึงได้ยินเสียงคนเข้ามาใกล้ เป็นชายผู้หนึ่งท่าทางมีอายุทว่าพวกเขาไม่คุ้นหน้าเลย
 
“เจ้าเป็นใคร? ไม่คุ้นหน้าเลย ท่านดยุคมาพบท่านกรินญา”  ผู้ติดตามกล่าวออกไปรวดเดียวด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
 
“ในปราสาทไม่มีผู้อื่นนอกจากข้า พวกเขาจ้างข้ามาเฝ้าที่นี่รอนายคนใหม่จะย้ายเข้ามาอยู่” บุรุษผู้นั้นตอบไม่ได้ฟังดูหยาบคายและดูสุภาพ
 
ออร์เฟอุสได้ยินคำตอบนั้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“เจ้าของคนเก่าไม่อยู่แล้ว?” เขาถามย้ำ “เช่นนั้นเจ้าทราบหรือไม่ว่าเขาไปที่ใด”
 
“ไม่มีใครทราบ พวกเขาออกไปตอนไหนข้ายังไม่รู้เลย ตอนที่มาถึงข้าเห็นทั้งปราสาทว่างเปล่าหมดแล้ว” ชายผู้นั้นเปิดประตูออกให้เห็นสภาพภายใน ของที่เคยอยู่ก็ไม่อยู่
 
ไม่มีความจำเป็นต้องเข้าไปอีก ออร์เฟอุสหันหลังให้ปราสาทก่อนสั่งผู้ติดตาม
 
“เจ้าลองไปสอบถามยังปราสาทแห่งแสง หากเขาอยู่ที่นั่นให้รีบแจ้งข้า” ออร์เฟอุสออกคำสั่งทั้งรู้แน่ว่า ที่แห่งนั้นก็ไม่มีแม้แต่เงาของวิคเตอร์แน่นอน
 
ผู้ติดตามค้อมกายรับทราบรีบออกไปจัดการให้ตามประสงค์ของนายทันที ออร์เฟอุสหันกายก้าวไปยังทิศทางของเรือนกระจก เห็นจากที่ไกลใจก็หายแล้ว ยิ่งเข้าใกล้ความรู้สึกก็ถาโถมเข้ากลางใจ เรือนกระจกที่เห็นเหลือเพียงแต่โครง ด้านในกลับว่างเปล่า  กระทั่งแปลงสมุนไพรด้านนอกยังถูกจัดการกลบปรับพื้นที่ใหม่ ไม่ให้เห็นว่าเคยเป็นแปลงปลูกมาก่อน ออร์เฟอุสไม่อาจบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ เขาแค่อยากพบ...อยากพบหน้าวิคเตอร์เท่านั้น ก่อนจะครุ่นคิดว่าจะพบวิคเตอร์ได้ที่ใด
 
ดวงใจเขาร้อนรนคิดว่าหากคลาดกันเพียงนิดก็อาจจะไม่ได้พบกันอีก รีบรุดกลับมาคฤหาสน์ดราเค่นบวร์กสั่งการให้ข้ารับใช้เปิดประตูเชื่อมเพื่อนำเขาไปยังอาณาจักรสีขาวได้อย่างรวดเร็วที่สุด ระหว่างนั้นเองผู้ติดตามซึ่งเขาใช้ไปปราสาทแห่งแสงส่งข้อความกลับมาล่วงหน้าว่า ไม่พบ
 
ออร์เฟอุสไม่เข้าใจเลยสักนิด วันก่อนยังพูดคุยกันอยู่ เหตุใดวันนี้มังกรผู้นั้นจึงจำจากไปเสียแล้ว ไม่แม้จะเอ่ยคำลา... ออร์เฟอุสก้าวผ่านประตูก็มาอยู่หน้าคฤหาสน์กรินญาแล้ว ผู้ติดตามอีกคนทราบความร้อนรนดีจึงก้าวนำไป พ่อบ้านคฤหาสน์กรินญารีบค้อมกายทำความเคารพผู้สูงศักดิ์ทันทีที่ทราบการมาถึง
 
“กราบเรียนท่านดยุค นายท่านไม่อยู่ที่นี่ขอรับ” พ่อบ่นประจำคฤหาสน์แจ้งอย่างนอบน้อม
 
ออร์เฟอุสกำมือเข้าหากันโดยไม่รู้ตัวพิศมองนัยน์ตาของพ่อบ้านไม่พบว่ามีเรื่องปิดบังก่อนจะกล่าวออกมา
“ข้า...ขอข้าเข้าไปด้านในได้หรือไม่”
 
พ่อบ้านค้อมกายลงอีกครั้งก่อนผายมือเชิญ ออร์เฟอุสสาวเท้าอย่างรวดเร็วเข้าไปด้านใน แทบจะสำรวจทุกซอกทุกมุมของคฤหาสน์ พ่อบ้านหรือข้ารับใช้ก็มิได้ห้ามปราม ปล่อยเขากระทำตามอำเภอใจราวกับได้รับคำสั่งไว้เช่นนั้น ออร์เฟอุสสูดหายใจเข้าเรียกสติ แล้วจึงเรียกหาพ่อบ้านอีกครั้ง พ่อบ้านจึงเชิญผู้สูงศักดิ์นั่งพักในห้องรับรอง เรียนเชิญให้พักผ่อนในคฤหาสน์สักคืน
 
“เขาสั่งเอาไว้ใช่หรือไม่” หลังดื่มชาให้สงบอารมณ์ลง ออร์เฟอุสจึงถามขึ้น “สั่งให้ปล่อยข้าทำตามใจ”
 
พ่อบ้านตอบรับในทันทีก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกคำ
“นายท่านไม่ได้อยู่ในที่ซึ่งท่านจะหาพบขอรับ”
 
วิคเตอร์เอนหลังในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้นอนกลางสวนกุหลาบแดงขาว ข้างมือมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง บนอกมีรูบี้ในร่างเดิมนอนหลับอยู่ เขาปิดเปลือกตาลงคุยกับเซฟิรอสในหัว
 
นายก็มาสีขาวทั้งที อยากหลบหน้าคน มา บ้าน ฉันก็ได้วิคเตอร์ คนที่ว่าเข้ามาไม่ได้และนึกไม่ถึงเซฟิรอสส่งกระแสความคิดมา
 
ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้น วิคเตอร์แย้งไปในทันที อีกประการฉันพาญาติผู้น้องมาด้วยอีกสองคน
 
เซฟิรอสรีบตอบกลับมาทันที
เทพแห่งความรักตัวน้อยทั้งสอง พามาด้วยกันนั่นแหละ
 
คิดว่าไปพบนายแล้ว จะให้ฉันตอบอย่างไร วิคเตอร์ถามออกไป เรื่องนี้ใช่จะพูดง่ายนัก
 
กับเอรอสเขาเคยพบฉันอยู่ กับอีกคนนายหลอกล่อเสียหน่อยว่าจะพามาดูอะไรสนุก ๆ ก็ได้ เซฟิรอสเสนอแนะ
 
อะไรสนุก ๆ หรือ? วิคเตอร์ชักไม่แน่ใจในคำแนะนำนั้น
 
บอกว่านายแยกร่างอย่างไร เซฟิรอสว่ามีแววของความขบขัน
 
ฉันมีข้ออ้างดีกว่านั้นเยอะ เอาเถิดฉันจะไปรบกวนนายก็แล้วกัน วิคเตอร์ตอบอีกฝ่ายไป หลังนิ่งเงียบไปนานเขาจึงเรียกอีกฝ่าย นี่เซฟิรอส...
 
เซฟิรอสรับรู้อารมณ์ของวิคเตอร์ผ่านกระแสความคิด จิตวิญญาณของพวกเขาเชื่อมโยงถึงกันอยู่
นายหลบหน้า...หนีหน้า เพราะพ่อเขาไม่อยากให้นายอยู่กับบุตรชายเขา
 
วิคเตอร์ระบายลมหายใจยกมือขึ้นลูบรูบี้บนอก
มังกรแห่งความมืด... เปิดลิ้นชักความทรงจำนายดูเซฟิรอส เรา...ฉันกับนายรู้จักเขามาสามชาติแล้วนะ
 
เซฟิรอสใช้เวลาไม่นานในการตอบกลับมา
เราทิ้งเขามาทุกชาติ ไม่สิชาตินี้นายคนเดียวที่ทิ้งเขา...หาใช่ฉัน
 
บางครั้งบอกว่าทิ้งก็ไม่ถูก... วิคเตอร์หมายถึงการแยกจากระหว่างพวกเขาในอีกสองชาติที่ผ่านมา
 
คำมั่นคำเดียวผูกกันไว้นานปานนี้เทียว เซฟิรอสรำพึง
 
อืม...ผูกไว้ ผูกเอาไว้ว่าจะตามรักทุกชาติ วิคเตอร์ยืนยัน
 
ชาตินี้เขาเห็นนายเป็นรักแรกพบวิคเตอร์ แล้วหากพบฉันล่ะจะรักแบบเดียวกับที่รักนายไหม เซฟิรอสเอ่ยข้อสงสัยของตนออกมา
 
ไม่อาจรู้ได้ วิคเตอร์ตอบออกไปก่อนจะตัดการติดต่อกับเซฟิรอส เขาลืมตาขึ้นทอดสายตามองไปยังแปลงกุหลาบรอบกาย วิคเตอร์สูดกลิ่นกุหลาบเข้าปอด นึกถึงคนที่สร้างคฤหาสน์หลังนี้ขึ้นมา ก่อนจะรำพึงกับตัวเองขึ้นมาเบา ๆ
“...แรมเซย์ ฉันเพิ่งรู้จักนายในชาตินี้ ทว่าฉันรู้จักเขามาชาตินี้เป็นชาติที่สาม...” วิคเตอร์นึกถึงเรื่องราวบนผาเอื้อมตะวันในวันนั้น ...บางครั้งเอ่ยคำลามันยากนัก
 
“แรมเซย์...เราก็ไม่ได้เอ่ยคำลาต่อกัน เพราะฉันหวังว่าเราจะพบกันอีก” วิคเตอร์เอ่ยกับตัวเอง “ในเมื่อฉันรอใครที่ไม่มีวันกลับมาอีก จะรอนานเพิ่มอีกคนก็ไม่เป็นไร เรายังไม่ได้ลากันนี่” กับคนผู้นั้นก็ไม่ได้ลาเช่นกัน...
 
ไม่ต้องรัก ยามได้พบ ได้พูดคุยกัน จวบจนวันหนึ่งไม่อาจได้พบเจอกันอีก มันก็อดรู้สึกไม่ได้ หาใช่ครั้งแรกของการต้องพรากจาก อีกไม่นานเขาก็คงจะเคยชิน หลังชินต่อการพบเห็นคนผู้นั้นเข้ามาวนเวียนรอบตัว แล้วจะชินว่าหลังจากนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีก
“มีวาสนาพานพบ แล้วก็จากกันไป ก็เท่านั้นใช่ไหมแรมเซย์?”
 
วิคเตอร์ขยับกายขึ้นนั่งเมื่อได้ยินเสียงมาแต่ไกล เอรอสจูงมือแอนทีรอสเข้ามาหา แขนข้างที่ว่างของแอนทีรอสรัดตุ๊กตาผ้านามมง เกอร์ ที่ย่อมาจาก มง เปอติเกอร์ (ดวงใจน้อยของผม) ไว้แน่น ด้านหลังยังมีโลรันท์ตามมาอยู่ไม่ห่าง เพราะแอนทีรอสเดินได้ไม่เร็วนักเอรอสจึงชะลอฝีเท้ารอให้น้องชายค่อย ๆ เดินจนมาถึงหน้าโต๊ะ และม้านั่งในสวน
 
“ท่านพี่” เอรอสส่งเสียงเรียก เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างวิคเตอร์ อุ้มแอนทีสขึ้นนั่งด้านข้าง
 
“ทำการบ้านเสร็จแล้วหรือครับ” วิคเตอร์ถามทั้งสาม
 
เอรอสเป็นฝ่ายตอบแทนทุกคน
“เสร็จหมดแล้วครับเลยชวนแอนทีสมาเดินเล่น”
 
วิคเตอร์มองไปยังโลรันท์ที่ตามมาด้านหลังโบกมือให้นั่งลงก่อนจะกล่าว
“เก่งมากทำเสร็จไวเช่นนี้ ไว้จะให้รางวัลพาไปเที่ยวสถานที่พิเศษเสียหน่อย” เขาต่อประโยคในใจว่า อย่าง บ้าน ของเซฟิรอสก็แล้วกัน
 
พวกเขามาอยู่คฤหาสน์สีงาช้างหลังนี้หลายวันแล้ว โลรันท์ประเมินจากเรื่องราวที่นำมาประติดประต่อจากคำพูดเจ้าบ้านผู้มาต้อนรับพวกเขาตอนมาถึง
เอรอสเข้าใจว่าคฤหาสน์หลังนี้เป็นของสหายวิคเตอร์
แอนทีรอสย่อมยังไม่เข้าใจ
หากโลรันท์เข้าใจ...คฤหาสน์หลังนี้เดิมทีถูกสร้างเพื่อเป็น เรือนหอ ของคนเคยรักของวิคเตอร์
 
พูดคุยกันได้ไม่นานรูบี้ที่หลับอยู่ดูจะมีปฏิกิริยา เขายกหูยาว ๆ ขึ้นเล็กน้อย จากนั้นซุกตัวเข้าไปในเสื้อของวิคเตอร์ทันที เมื่อเห็นท่าทางนั้นแล้ววิคเตอร์เข้าใจโดยไม่ต้องถามไถ่ ผู้ที่ก้าวเข้ามาหาคือ บิชอป  เอนเดอร์
 
วิคเตอร์พบอาแล็งและเอนเดอร์ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง เดิมทีเขาตั้งใจจะมาพักในคฤหาสน์กรินญาฝั่งสีขาวก่อนแล้วค่อยหาไปที่อื่น อย่างไรเมื่อออร์เฟอุสทราบว่าเขาไม่อยู่ปราสาทบวร์กเฮาเซ่นแล้วไม่นานคงมาตามหาเขาที่นี่เช่นกัน
 
อาแล็ง  เจอร์วิสเอ่ยเชิญให้เขามาพักในคฤหาสน์สีงาช้างหลังนี้ โน้มน้าวว่าอย่างไรแรมเซย์ก็ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเขา จะมาพักให้แรมเซย์ได้สมใจหน่อยจะเป็นไร นอกจากข้ารับใช้วิคเตอร์จัดการพาญาติผู้น้อง โลรันท์และผู้ติดตามมาพักที่นี่ในวันเดียวกันนั้นทันที
 
“อาจารย์น้อย...” เอนเดอร์เอ่ยเรียกด้วยความเคารพเช่นเดิม หลังนั่งลงแล้ว บนมุมปากของเขาแต้มรอยยิ้มนุ่มนวล “สีหน้าคุณดีกว่าวันแรกที่คุณมาถึงแล้ว ดีจังเลย...”
 
วิคเตอร์เลิกคิ้วถาม
“สีหน้า?”
 
เอนเดอร์เพ่งมองเล็กน้อยก่อนตอบ
“คุณเก็บสีหน้าเก่งมาแต่ไร แต่ผมเฝ้ามองคุณอยู่หลังคุณแรมเซย์มาโดยตลอดจะอ่านอารมณ์คุณไม่รู้เชียวหรือ คุณมีบางสิ่งอยู่ในใจ”
 
อย่างไรเอนเดอร์ก็เป็นศิษย์ผู้น้องแล้วยังเป็นคนสนิทที่ติดตามแรมเซย์มาตั้งสำนักใหม่ วิคเตอร์ระบายลมหายใจกล่าว
“ฉันอยู่ในช่วงคล้ายกับตอนเพิ่งปิดสำนักปรุงยาลงเอนเดอร์ เคยยุ่งจนหัวหมุนแล้ววันหนึ่งกลับว่างจนมีเวลาเหลือเฟือ”
 
เอนเดอร์มองไปทางเด็ก ๆ อาจารย์น้อยของเขาหรือจะยอมว่าง เขายังเห็นว่าสอนหนังสือให้เด็กเหล่านี้ด้วยซ้ำ เอนเดอร์หันกลับไปสบตาสีสวยของวิคเตอร์อีกครั้ง
“ไม่ใช่ครับ ใจคุณต่างหากที่มีช่องว่าง”
 
ช่องว่างนั้นมีขนาดเท่าใดก็สุดประมาณ เริ่มแรกอาจมีเพียงน้อยนิด ยามคนที่รักจากไปก็คว้านเอาหัวใจตรงนั้นตรงนี้ไป จนมีแต่ช่องว่างเต็มไปหมด
 
“ใจคุณมีแต่แผล...” เอนเดอร์เอ่ยขึ้น “ผมไม่อาจเป็นผู้เยียวยาให้คุณ ทั้งยังไม่ทราบว่าจะช่วยเหลือคุณเช่นไร เวลาแค่ถมให้มันเต็มชั่วคราว แต่ซ่อมแซมมันไม่ได้” ดวงตาของเอนเดอร์หม่นแสงลง เขาอธิษฐานขอคุณแรมเซย์ช่วยเหลืออาจารย์น้อยผู้เป็นที่รักของเราทั้งคู่ด้วย...
 
กว่าออร์เฟอุสจะนึกได้ถึง คาซาบลังกา บ้านสีขาวงาช้างซึ่งโอเบอรอนเคยพูดถึง วิคเตอร์ก็จัดแจงพาทุกคนไปอาศัยเซฟิรอสกันหมดแล้ว เขาออกจากคฤหาสน์กรินญา อาศัยสอบถามชาวสีขาวถึงพ่อค้าวาณิชตระกูลเจอร์วิส เมื่อทราบตำแหน่งที่ตั้งเขาจึงลองเลียบผ่านไปดู จากนั้นใช้เวทมังกรอำพรางกาย ลอบเข้าไปภายใน โอเบอรอนเคยเล่าให้ฟังถึงคฤหาสน์นั้นจึงลองคลำทางจากอาคารหลักไป จึงได้เห็นกอกุหลายสีแดงและสีขาวปลูกอยู่รายรอบ แค่เห็นกุหลาบแดงก็ยืนยันได้แล้ว...เป็นพันธุ์เดียวกับที่ปลูกอยู่บนหลุมศพน้องสาวของวิคเตอร์ เขาลองเข้าไปใกล้ตัวสิ่งปลูกสร้างก่อนจะพบว่าทั้งประตูหน้าต่างถูกปิดไว้จนสิ้น ไม่มีใครอาศัยอยู่ แม้ว่ารอบบ้านนั้นจะสะอาดมากก็ตาม
 
เขาเผลอรำพึงอยู่ในใจด้วยคำเดิมที่ถามตนเองนับไม่ถ้วน วิคเตอร์เจ้าอยู่หนใด ต้องค้นหาเจ้าที่ไหน?
 
(จบตอนที่ 58) Day 27 (2019) COAT
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk:
 

ท่านดยุคตามหลังกรินตลอดแหละค่ะ ไปอาศัยเซฟิรอสยิ่งไม่มีใครรู้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น