มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 6 : 5. ขลาดเขลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 มี.ค. 62

ขลาดเขลา
 
วันหยุดสุดสัปดาห์ผ่านพ้นไปจนสัปดาห์ใหม่มาถึงแล้ว แรมซีย์ยังคงไม่ลืมสิ่งที่กังวลก่อนจะหยุดไป เมื่อมาถึงโรงเรียนในเช้าของสัปดาห์ใหม่ แรมซีย์ตรงไปยังห้องเรียนทันทีด้วยคาดว่าเวย์ราน่าจะมาถึงก่อนแล้ว เวย์รามักจะมาโรงเรียนแต่เช้าเสมอ และเขาก็พบเวย์ราตรงมุมก่อนที่จะเลี้ยวเข้าห้องเรียน แรมซีย์จึงคว้าเพื่อนเอาไว้ทันที
 
“เวย์รา! บอกทีสิว่านายไปห้ามพวกมังกรวายุแล้ว”
 
เวย์ราส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้มทีเล่นทีจริง
“มันสายแล้วแรมซีย์”
 
“นี่ยังเช้าอยู่ จะสายได้อย่างไร?”
 
“ไม่ใช่ แรมซีย์ฉันหมายถึงมันสายเกินกว่าจะห้าม เพราะวันหยุดที่ผ่านมา...พวกเขาทำมันเสร็จแล้ว”
 
แรมซีย์ทำตาโตด้วยความตกใจ “พวกเขาทำยาเสร็จแล้ว ได้อย่างไร!
 
“ฉันพบพีทมังกรวายุที่โตที่สุดมา เห็นเขาร่าเริงเกินเหตุเลยลองถามว่ามีอะไรหรือ?” เวย์ราระบายลมหายใจก่อนจะกล่าวต่อ “เขาบอกว่า ยานั่น เสร็จแล้วล่ะ ด้วยความร่วมมือของมังกรแห่งความมืด มังกรวายุ และมังกรพฤกษา แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้น อย่างน้อยฉันก็คิดว่าใหญ่นะ กำลังตามมา
 
“ปัญหาอะไร?” แรมซีย์ถามต่อ
 
“พวกนั้นกำลังจะทดลองยา แต่ในหนังสือไม่มีระบุว่า จะต้องใช้อย่างไร ยานั่นเป็นยาทา ยากินหรือใช้สูดดม”
 
แรมซีย์ยิ่งตระหนกมากขึ้นอีก
“เจ้าพวกบ้าที่ไม่ศึกษาอะไรให้ดีก่อน เวย์ราเรื่องนี้เราต้องปรึกษาหลายๆ คนแล้ว” ว่าแล้วก็คว้าข้อมือเวย์ราลากไปที่ห้องเรียน
 
“นายทำอย่างกับว่านายอ่านฉลากยาทุกครั้งที่จะใช้” เวย์ราบ่นพึมพำระหว่างโดนลากไป
 
“ถ้าไม่ทำแบบนั้น แล้วมันจะมีไว้เพื่ออะไร” แรมซีย์ว่าโดยไม่หันไป
 
เมื่อเปิดประตูห้องเรียนเข้าไป สหายดูจะมากับครบ เฟรยาเพิ่งวางกระเป๋าลง เคียฮีก็นั่งที่ของตน
 
แรมซีย์ปล่อยมือเวย์ราก่อนจะกล่าวต่อเหล่าสหายผู้ร่วมเรียนอนุบาลมาว่า
“ฉันว่า มันเกิดเรื่องแล้วล่ะ เอิร์ดมานน์ เออร์วิง เคียฮี เฟรยาเราต้องช่วยกันคิดแล้ว”
 
แรมซีย์ผู้รู้สึกว่ามันเป็นวาระแห่งชาติแล้ว ใช้ช่วงเวลาก่อนที่จะต้องเข้าแถวเพื่อกล่าวปฏิญาณตนซึ่งมีไม่มากนักเล่าเรื่องราวให้สหายฟัง
 
“นี่เขาลองกันไปหรือยัง?” เอิร์ดมานน์ถามขึ้นในขณะที่พวกเขาเข้าแถวอยู่ในสนาม
 
“คาดว่ายัง” เวย์ราเป็นผู้ตอบ
 
“งั้นตอนพักล่ะ?” เคียฮีออกความเห็น
 
“เราจะรอดูผลงานกันเฉยๆ หรือ” เฟรยาผู้ทำตัวเป็นเด็กดีมองตรงไปข้างหน้ากล่าวโดยไม่หันมา
 
เออร์วิงผู้นิ่งฟังมาตลอดจึงพูดขึ้น
“ก่อนอื่นพวกนายต้องคิดแบบเด็กทั่วไปสิ ในนี้มีแต่เด็กประถมซึ่งไม่เคยรู้เรื่องยาเสน่ห์มากนัก อาจจะมีแค่เรา 6 คนที่ทราบ”
 
“จะว่าไปครูกรินก็ไม่ได้บอกวิธีใช้กับพวกเรา คงป้องกันเอาไว้ก่อน” เอิร์ดมานน์เสริม
 
เออร์วิงผงกศีรษะ
“เรื่องเกิดขึ้นเพราะมังกรแห่งความมืดได้ตำราปรุงยามา แต่ก็รู้แบบครึ่งๆ กลางๆ ลองคิดแบบเด็กประถมทั่วไปสิว่า จะใช้กันแบบใด”
 
“ขึ้นชื่อว่ายา น่าจะนึกถึงยาขมที่ต้องกินก่อนล่ะ” เคียฮีว่าพร้อมทำหน้ายู่เมื่อนึกถึงยาขมๆ
 
คนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่เฟรยาจะเสนอขึ้น
“แต่ก็ไม่แน่นะ ในหนังสือนิทานมีบอกว่าแม่มดให้ตัวร้ายเอาไปป้ายเจ้าชายล่ะ”
 
เหล่าลูกมังกรจึงมองตากัน แล้วพวกเขาก็ได้แต่ถกเถียงกันไปตลอดทั้งวัน
 
-----------------------
 
วันต่อมาในช่วงเวลาพักเช้า เวย์รากลับเข้าห้องเรียนพร้อมกับนำข่าวมาแจ้งว่า
“มีคนเอาไปลองแล้ว และเขาว่ามันได้ผล ฉันยังไม่รู้ว่าใคร แต่ไม่ใช่หนึ่งในพวกที่ทำขึ้น
 
เอิร์ดมานน์คิดประเมินก่อนจะเปรยออกมา “ฉันอยากทราบว่าพวกเขาสร้างมันขึ้นมาจำนวนเท่าไรมากกว่า”
 
“ฟังว่าเยอะอยู่เพราะความอยากทดลองดูก่อน” เวย์ราตอบตามที่ได้ยินมา
 
“งั้นเราได้แต่จับตาดูหรือไง” เคียฮีว่าด้วยความไม่สบอารมณ์
 
“มันคาดเดายากเพราะในโรงเรียนนี้มีนักเรียนอยู่มาก เราคงต้องพึ่งพาเวย์ราเป็นอันดับแรกในการติดตามข่าวสาร” แรมซีย์ว่าพลางตบบ่าเวย์ราเบาๆ “ทางมังกรแห่งความมืดฉันจะลองถามดูจากพอล แต่ทำอะไรกระโตกกระตากไม่ได้”
 
เฟรยาจึงเสนอตัวขึ้น “งั้นฉันจะไปดูทางมังกรพฤกษา”
 
ส่วนเออร์วิงนั่งมองดูสหายทุกคนโดยไม่ออกความเห็นใด
 
ในตอนพักเที่ยงนั้น บรรยากาศดูแปลกไป ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องอาหารของโรงเรียน เหมือนถูกจับตามองด้วยสายตาแปลกๆ ไม่ใช่เพียงแต่พวกเขา ผู้ที่เข้ามาก่อนและตามหลังมาก็ถูกมองเช่นเดียวกัน เออร์วิงเหมือนจะจับสังเกตได้จึงเปลี่ยนที่มานั่งข้างเอิร์ดมานน์ ซ้ำยังเขยิบเข้าใกล้ยิ่งกว่าเดิม จนเอิร์ดมานน์หันไปบอกอย่างไม่ค่อยพอใจว่า
“นายไม่ต้องมาใกล้ชิดฉันขนาดนี้เออร์วิง ไม่ได้เป็นอะไรกัน”
 
เออร์วิงกลับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะกล่าวตอบ
“แล้วของแทนใจที่ให้นายมอบให้ฉันมาไม่มีความหมายอะไรเลยหรือ”
 
เอิร์ดมานน์ถึงกับจนคำพูด ยิ่งเออร์วิงย้ำคำพูด
“อย่าลืมสิว่านายมอบให้ฉัน ต่อหน้าสหายทุกคน ซ้ำยังมีครูกรินกับครูรูบี้ด้วย”
 
แรมซีย์มองเอิร์ดมานน์ก่อนจะกล่าวออกมา
เอิร์ดมานน์ ท่านแม่เคยสอนฉันนะว่า มีหลายอย่างที่ลูกไม่เคยทราบเกี่ยวกับตนเอง จนกระทั่งลูกยอมรับใครสักคนเข้ามาอยู่ในหัวใจ ฉันคาดว่านายน่าจะเข้าใจนะ
 
เอิร์ดมานน์จึงก้มหน้าทานอาหารโดยไม่มองหน้าใครอีกเลย
 
หลังทานอาหารเสร็จเวย์ราขอให้รั้งอยู่ในโรงอาหารต่อสักครู่ พวกเขาจึงไม่ได้ลุกออกไป เฟรยาที่หันหน้าออกไปยังทางเดินกลางห้องบอกสหายว่า
“ฉันสังเกตว่า เด็กที่เดินตามเด็กที่ออกไปก่อนหน้าน่ะ คอยมองเด็กคนนั้นอยู่ตลอดเลยล่ะ”
 
“เราตามไปดูกันดีไหม” เคียฮีเสนอ
 
“เฟรยาไปกับเคียฮีก็พอ ตามไปกันหลายคนจะดูผิดสังเกต” เอิร์ดมานน์สรุปให้
 
เมื่อตกลงได้ดังนั้น ลูกมังกรทั้ง 6 จึงลุกออกจากโต๊ะ เมื่อออกจากห้องอาหาร เฟรยาก็ทำทีชวนเคียฮีแยกไปทางหนึ่ง
 
ลูกมังกรที่เหลือกลับไปนั่งรอที่ห้องเรียน สักพักหนึ่งสองสาวจึงกลับมา เคียฮีกับเฟรยาดึงเก้าอี้มานั่งล้อมวงก่อนจะบอกเล่า เคียฮีกับเฟรยาผลัดกันเล่าว่า เด็กที่ตามเด็กอีกคนไปถือขวดแก้วเล็กๆ สีชาอยู่ในมือ นั่นอาจจะเป็นยาที่ว่าก็ได้ แต่เด็กที่ตามไปถูกคนอื่นทักเอาไว้เสียก่อน แล้วก็หยุดคุยกันจนตามเด็กอีกคนไม่ทัน
 
“เด็กคนนั้นดูท่าจะไม่สบอารมณ์ที่เจอคนรู้จักหยุดไว้” เฟรยาเล่า
 
“ตอนนี้ฉันว่า เด็กคนนั้นน่าจะตั้งใจเอาไปป้ายนะ ฉันเห็นเธอจะหยิบถุงมือหนังขึ้นสวม...” เคียฮีตั้งข้อสังเกต
 
แรมซีย์ผงกศีรษะรับขณะที่ฟัง
 
“ทำไมถึงคิดหวังพึ่งของพรรค์นั้นกันนะ” เอิร์ดมานน์บ่น
 
“เพราะทุกคนอยากเป็นที่รักของคนที่ตนรัก เอิร์ดมานน์” เออร์วิงตอบเรียบๆ ก่อนจะใช้ความคิด “มีการเคลื่อนไหวขนาดนี้ พวกครูจะผิดสังเกตกันบ้างไหม เวย์ราช่วยอะไรหน่อยสิ” ท้ายประโยคนั้นเออร์วิงหันไปมองเวย์รา
 
ทันทีที่ระฆังบอกเวลาพักบ่ายดังขึ้นเวย์ราก็ก้าวออกไปจากห้องเรียน เสียงจากนอกห้องเรียนฟังดูราวเกิดเรื่องวุ่นวายบางอย่างขึ้น ไม่นานนักครูประจำชั้นของพวกเขานามวีโว เปิดประตูเข้ามาแจ้งว่าผู้ที่อยู่ในห้องขอให้อย่าเพิ่งออกไปไหนทั้งสิ้น เอิร์ดมานน์เหลือบมองเออร์วิงก่อนจะยกมือขึ้นถามครูที่ยืนคาประตูอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น
 
ครูประจำชั้นสูดลมหายใจเข้า อ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบ “มีครูท่านหนึ่งได้ยินว่า มีเด็กนักเรียนบางคนทำยาบางอย่างขึ้นมาใช้กับเพื่อนในโรงเรียน”
 
เอิร์ดมานน์แสร้งมองครูอย่างไร้เดียงสา “ยา? ยาอะไรหรือครับ”
 
ครูประจำชั้นนึกหาคำตอบอยู่ เวย์ราก็กลับมาถึงห้อง เขาเห็นครูประจำชั้นยืนอยู่ที่ประตูก็กล่าวทัก ครูวีโวเห็นเด็กในห้องเริ่มกลับเข้ามาจึงรอจนครูประจำวิชาถัดไปมาถึง ค่อยเปิดปากขึ้นบอกเด็กๆ ว่า “ระวังตัวกันด้วย” ก่อนจะกลับไปยังห้องพักครู
 
เวย์ราหันไปบอกสหายว่า หลังเลิกเรียนให้อยู่ต่อกันก่อน
 
-----------------
 
“พวกเด็กโตเริ่มกังวลขณะนี้มันวุ่นวายและสะเปะสะปะมาก เรื่องของเรื่องเพราะคนทำไม่กล้าลองเอง” เวย์ราเล่าขณะที่เดินนำสหายไปยังแปลงดอกไม้หลังเลิกเรียน “แต่อีกใจหนึ่งเหมือนพวกเขาจะแอบภูมิใจในความสำเร็จน่ะ พีทก็เลยคุยให้ฉันฟังใหญ่เลยว่า มังกรวายุที่ชื่อ กริซซีย์มาขอไปใช้กับเด็กผู้หญิงที่เขาแอบชอบที่แปลงดอกไม้หลังเลิกเรียน”
 
ลูกมังกรทั้ง 6 แอบอยู่หลังต้นไม้ใกล้กับแปลงดอกไม้ที่ว่า ต้นละคน สองคน เมื่อเห็นเด็กชายที่โตกว่าพวกเขาเล็กน้อยก้าวเข้ามา เวย์ราจึงร้องบอก
“นั่นคือกริซซีย์ไงล่ะ”
 
เด็กชายนามกริซซีย์มีรูปร่างอวบ แก้มป่องเป็นสีชมพูก้าวเร็วๆ เข้าไปหาเด็กหญิงน่ารักอายุใกล้เคียงกันผู้กำลังรดน้ำให้กับแปลงดอกไม้อยู่ เด็กชายล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูทตัวนอก ด้วยความกระวนกระวายใจและความซุ่มซ่ามเป็นทุนเดิม กริซซีย์ก้าวพลาดล้มคะมำไปด้านหน้า ลูซหันมาเห็นเพื่อนสมัยเด็กที่กำลังล้มลงรีบทิ้งบัวรดน้ำในมือ ก้าวมาหากริซซีย์ได้ทันก่อนที่เด็กชายจะล้มไปทั้งตัว เด็กหญิงออกแรงช่วยให้กริซซีย์ยืนตรงได้มั่นคงแล้วเธอก็สำรวจสภาพของสหาย กริซซีย์ยกมือข้างหนึ่งขึ้นทาบหัวใจที่ยังคงเต้นรัวราวกับจังหวะกลองอยู่ ตอนนี้ใบหน้าของเขาซับสีเลือดจนแดงก่ำ กริซซีย์ก้มหน้าซ่อนความอับอาย
 
“ไม่บาดเจ็บใช่ไหมกริซซีย์” ลูซถาม
 
กริซซีย์ส่ายหน้า
 
“ดีแล้วล่ะ ถึงกริซซีย์จะซุ่มซ่ามไปบ้าง แต่ลูซก็ชอบกริซซีย์ที่เป็นแบบนี้นะ” เด็กหญิงยิ้มร่ากล่าวอย่างตรงไปตรงมา
 
กริซซีย์เงยใบหน้าแดงก่ำขึ้นเบิกตาขึ้นมองเพื่อนหญิงพูดละล่ำละลัก “ลูซชอบกริซซีย์หรือ จริงๆ นะ กริซซีย์ก็ชอบลูซเหมือนกัน”
 
“จริงสิ งั้นเรามาเป็นแฟนกันเถอะ” ลูซยืนยันพร้อมกับยื่นมือออกมาตรงหน้า
 
กริซซีย์ทำอะไรไม่ถูกนอกจากพยักหน้าเร็วๆ “...อืม” เขาพูดออกมาได้แค่นั้นยื่นมือไปกุมมือเด็กหญิงที่เขาชอบ
 
ลูซยิ้มให้กริซซีย์ “แต่ตอนนี้ลูซต้องกลับก่อนแล้วล่ะ คุณพ่อคงมารับแล้ว แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” ลูซค่อยๆ ปล่อยมือจากกริซซีย์ แล้วก้มลงเก็บบัวรดน้ำที่ถูกทิ้งคว่ำไว้เมื่อครู่ก่อนจะเดินจากไป ก่อนจะลับสายตายังไม่ลืมจะหันมามองกริซซีย์ด้วย
 
กริซซีย์ผู้ตื้นตันจนไม่รู้จะกล่าวออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไร ล้วงกระเป๋าเสื้อสูทหยิบเอายาเสน่ห์ในขวดแก้วขึ้นมาถือไว้
“ยาเสน่ห์นี่แรงจริงๆ แค่ถือเอาไว้เฉยๆ ก็ได้ผลแล้ว!
 
เวย์ราผู้รวมเสียงการสนทนาของทั้งคู่มาให้สหายได้ยินกันถ้วนทั่ว หันไปหาแรมซีย์ที่อยู่ข้างๆ เพื่อขอความเห็น “นี่มัน...ไม่ใช่ว่า?”
 
เคียฮีและเฟรยาต่างหันมองหน้ากันก่อนจะเอ่ยออกมา “เขาชอบกันอยู่แล้วหรือ?”
 
“ไอ้ที่ว่าใช้ได้ผลก่อนหน้านี้...มันแบบนี้ใช่ไหม?” เอิร์ดมานน์ยกแขนขึ้นกอดอก
 
เวย์ราตัดสินใจเข้าไปขัดจังหวะกริซซีย์ที่ตกอยู่ในห้วงภวังค์ จึงก้าวออกไปหาเด็กชายตัวอวบ “โทษทีนะกริซซีย์ ฉันเองเวย์ราไง ยานี่ขอฉันได้ไหม”
 
กริซซีย์ได้ยินเวย์ราขอกันตามตรงก็ตอบตะกุกตะกัก หันมองไปทางที่เด็กสาวเดินจากไป “ถ้า...ถ้า...ไม่มียานี่เธอจะไม่ชอบฉันหรือเปล่า ฉัน...ซื้อมาแพงนะ”
 
เวย์รากลอกตามองบน นี่ขายกันเลยหรือ
 
แรมซีย์เห็นดังนั้นจึงก้าวเข้ามาแทรกกลางพร้อมกับยื่นขอเสนอให้กริซซีย์ “นายซื้อมาเท่าไรล่ะ ฉันให้เป็น 10 เท่า แต่ฉันบอกอะไรให้นะ” แรมซีย์ฉีกยิ้มให้มังกรวายุที่จ้องมองอย่างงุนงงต่อการปรากฏตัวของเขา “ให้เธอชอบนายจากใจจริงดีกว่า คิดดูสิถ้ามันเป็นเพราะผลของยา เมื่อหมดฤทธิ์นายจะเป็นอย่างไร?”
 
เหรียญทองเหรียญใหญ่มากมูลค่าถูกหย่อนลงกระเป๋าสูทตัวนอกของกริซซีย์ แรมซีย์ตบบ่าให้กำลังใจเบาๆ ซ้ำยังยกมือข้างหนึ่งโบกมือลา พร้อมด้วยยาเสน่ห์ที่เคยเป็นของมังกรวายุในมืออีกข้าง
 
“ท่านลุงเอเรบุสสอนว่าให้ใช้เงินแก้ปัญหาหากจำเป็น มันก็สะดวกดีนะ” แรมซีย์หันไปบอกเวย์ราที่ยังอ้าปากค้างกับวิธีแก้ปัญหาแบบ เอเรบุส อยู่ “แล้วถ้ามันขายกันแบบนี้ไม่เท่ากับว่าพวกเขาสร้างมันออกมาจำนวนมากเลยสิเนี่ย”
 
เออร์วิงสะกิดเอิร์ดมานน์ให้หันไปดูว่า เหตุการณ์กึ่งสารภาพรักด้วยยาเสน่ห์แบบเมื่อครู่กำลังจะเกิดขึ้นอีก
 
เฟรยาเห็นดังนั้นจึงดึงเวย์รามากระซิบข้างหู ถึงเวลาที่นายจะทำตัวเท่ๆ ให้เคียฮีเห็นแล้ว ระหว่างวีรบุรุษกับคนขี้ขลาด เคียฮีจะชอบแบบไหนมากกว่า?
 
---------------
 
ในยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์นั้นออร์เฟอุส  เอเรบุสไปยังย่านการค้าของเมืองหลวง เพียงก้าวลงจากจุดจอดรถม้า แล้วเงยหน้าขึ้นก็พบกับมังกรขาวลูกครึ่งที่มารออยู่ก่อน วิคเตอร์  กรินญาทำความเคารพตามมารยาททั้งที่เขาเคยบอกว่าให้เลิกทำเสีย หากอีกฝ่ายก็ยังคงทำเช่นเดิมโดยเฉพาะเมื่อยามอยู่ในที่สาธารณะ จะดีสักหน่อยตรงที่อย่างน้อยวิคเตอร์ยอมเรียกชื่อเขาตรงๆ แล้ว
 
วิคเตอร์อยู่ในชุดสูทสีเทาอ่อน เส้นผมสีขาวถูกถักเป็นเปียอย่างเรียบร้อย ด้านข้างคือ หนุ่มน้อยผมสีขาวตาสีแดงในชุดสูทสีขาวล้วนผู้มองไปรอบด้านด้วยความตื่นเต้น จนวิคเตอร์ต้องปรามด้วยสายตาและจับมือน้องชายเอาไว้ เมื่อเข้ามาในย่านการค้าทีไรรูบี้ก็อดตื่นตาตื่นใจเช่นนี้ไม่ได้ มองเผินๆ ก็ดูคล้ายพี่น้องกันจริง
 
ดวงตาสีทองของออร์เฟอุสมองไปยังมือของวิคเตอร์ ซึ่งกุมมือของเจ้ากระต่ายแปลงที่ตอนนี้กำลังร่าเริงอย่างมากไว้
 
เราจะไปที่ใดก่อนดีครับวิคเตอร์ถามขึ้น
 
ออร์เฟอุสละสายตาจากเจ้ากระต่ายมาสบตาเจ้าของคำถาม
ร้านหนังสือ เราคงใช้เวลากับที่นั่นมากที่สุดออร์เฟอุสตอบก่อนจะก้าวนำไป
 
วิคเตอร์หันไปหาน้องชายยิ้มให้แล้วก็จูงมือเดินไปด้วยกัน โดยมีข้ารับใช้ของท่านดยุครั้งท้ายอยู่
ออร์เฟอุสเหลียวหลังมามองทีไรก็อดคิดไม่ได้ต้องกลัวหลงขนาดนั้นเลยหรือ แต่ก็เป็นเช่นนี้ทุกครั้ง วิคเตอร์จะพาเจ้ากระต่ายมาด้วย ถึงวิคเตอร์จะไม่จูงมือเอาไว้ เจ้ากระต่ายก็จะเป็นฝ่ายเกาะแขนวิคเตอร์เสมอ
 
ร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวงมังกรเป็นอาคารสามชั้น แค่ก้าวเข้ามาก็บ่งบอกว่าออร์เฟอุสคุ้นเคยกับที่นี่ และคงแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าจะมาเยือน เจ้าของร้านถึงกับงดรับลูกค้าอื่นเพื่อให้การต้อนรับอย่างดีที่สุด
 
ท่านดยุค และสหาย ร้านไอดินและกลิ่นหนังสือเรายินดีรับใช้เจ้าของร้านกล่าวต้อนรับการมาเยือนเช่นทุกครั้งอย่างนอบน้อม
 
รูบี้ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับวิคเตอร์ก็กวาดสายตามองร้านหนังสือที่ไม่มีลูกค้าอื่นนอกจากพวกเขาสามคน วิคเตอร์ปล่อยมือรูบี้หลังจากก้าวเข้ามาในร้าน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอื่นนอกจากพนักงานที่ยืนห่างออกไป
 
วันนี้ท่านต้องการหาหนังสือแบบใดหรือขอรับ?” เจ้าของร้านเอ่ยถามต่อท่านดยุค
 
ท่านดยุคหันไปถามถึงหนังสือที่สั่งไว้คราวก่อน เจ้าของร้านแจ้งว่าได้มาครบถ้วนแล้ว หากต้องการจะตรวจดูก่อนก็ได้ ออร์เฟอุสทราบดีว่าครบถ้วนคือครบถ้วนจึงไม่จำเป็นต้องตรวจดูซ้ำ เขาหันไปแจ้งว่า อยากชมหนังสือเป็นการส่วนตัว เจ้าของร้านจึงนำท่านดยุคขึ้นไปยังบริเวณชั้นสองก่อนปลีกตัวออกไปเพื่อมอบความเป็นส่วนตัว ตู้หนังสือเรียงรายเต็มผนัง เต็มไปด้วยกลิ่นของหมึกพิมพ์ และกลิ่นของหนังสือมากมายนอกจากนี้ยังมีโต๊ะเก้าอี้ที่จัดไว้ให้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้ายามต้องการเลือกหนังสือเป็นระยะ
 
รูบี้อยากได้หนังสืออะไรไหม?” วิคเตอร์หันไปถามน้องชาย
 
อยากได้นิทานใหม่ให้เด็กๆรูบี้ตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
 
เพียงออร์เฟอุสสั่นกระดิ่งเรียกเจ้าของร้านก็ปรากฏตัวออกมาพารูบี้ไปหาหนังสือตามต้องการ
บริเวณนี้จึงเหลือเพียงลำพัง ออร์เฟอุสหันไปหามังกรขาวที่อยู่ข้างกาย
เจ้าต้องการหาหนังสือใดบอกได้นะ ที่นี่มีหนังสือมากมายตามที่เจ้าต้องการ
 
ตอนนี้ยังไม่มีครับ
 
ออร์เฟอุสเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไรยืนมองหนังสือที่เรียงรายบนชั้นเงียบๆ ตัวเขาเลือกหนังสือได้ก็วางไว้บนโต๊ะเลือกหนังสือที่วางอยู่เป็นระยะ เล่มไหนไม่ต้องการก็วางคว่ำหน้าไว้อีกทาง เมื่อก้าวผ่านบริเวณนั้นพนักงานจะมาจัดการให้
 
ออร์เฟอุสเดินนำไปยังชั้นหนังสือวรรณกรรม วิคเตอร์ก็เดินตามมาเงียบๆ เขาหยิบบทกวีเล่มหนึ่งออกมาจากบนชั้น ปลายนิ้วกรีดไปบนหน้าหนังสือเปิดออกก่อนจะอ่านออกเสียงดังพอให้คนข้างกายได้ยิน
 
วิคเตอร์ต่อบทกวีทันที
ข้ามิพึงไขว่คว้าเปล่าปลี้ในอันธการ
แต่พึงตั้งจิตมั่นในสัจจะ
ว่าอรุณจะเบิกฟ้า และสัจจะจะปรากฏ
เป็นธรรมดา
 
ออร์เฟอุสเลิกคิ้ว พลิกหน้าสุ่มไปก่อนจะอ่านบทกวีหนึ่งออกมา วิคเตอร์มองสบตาดวงตาสีทอง แย้มรอยยิ้มจางๆ ก่อนเอ่ยบทกวีออกมา
 
เฉกความรวดร้าวในใจข้า
ซึ่งไร้ความหมายมาแสนนาน
แสงสุริยา คลุมด้วยอันธการ
หลบอยู่ใต้ธรณี
เฉกความรวดร้าวในใจข้า
เพียงรักสัมผัส
แสงสุริยา เปลี่ยนพัสตราคลุม
เมื่อฤดูใบไม้ผลิกู่เรียก
และกลับออกมาแจ่มจรัสด้วยแสงสี
ในบุปผชาติและใบพฤกษ์
 
วิคเตอร์ตอบโต้บทกวีกับเขาบ่อยเสียจนเขาลืมนึกถึงไปว่า วิคเตอร์คุ้นเคยกับการละเล่นเช่นนี้ ขณะที่ออร์เฟอุสกำลังนึกอะไรขึ้นได้ เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้เรียกให้วิคเตอร์หันไปหา
พี่ครับรูบี้ชูหนังสือที่ถือมาขึ้นตรงหน้าพี่ชาย ผมเลือกไม่ถูกว่าจะเอาเล่มไหนดี
ออร์เฟอุสระบายลมหายใจเมื่อได้ยินคำถามนั้น หากเป็นเขาคงไม่คิดจะตัดสินใจให้ยุ่งยากแล้วบอกว่า ก็เอาทั้งหมดนั่นไปเลย หากนี่เป็นเรื่องของวิคเตอร์กับเจ้ากระต่าย
 
วิคเตอร์มองหนังสือภาพในมือซ้าย-ขวาของน้องชายก่อนจะกล่าวสั้นๆ
รูบี้ มันไม่เหมาะกับเด็กเล็ก
 
งั้นหรือครับรูบี้พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนหันไปหาพนักงานที่ตามมา ขอโทษนะ ผมไม่รับแล้ว
 
กิริยานั้นค่อนข้างทำให้ออร์เฟอุสแปลกใจ ต่อให้เขาจะรื้อหนังสือมาเป็นร้อยเล่มแล้วไม่ถูกใจก็ไม่มีใครกล้าตำหนิหรือชักสีหน้าใส่
 
แล้วเลือกหนังสืออื่นได้ไหมวิคเตอร์เอ่ยถาม
 
มากมายครับรูบี้ยิ้มก่อนจะสอดมือเข้าจับมือพี่ชายเอาไว้
 
แล้วอยากได้หนังสืออื่นอีกไหม?” วิคเตอร์ถามต่อ
 
รูบี้ส่ายหน้าปฏิเสธ วิคเตอร์เข้าใจในกิริยานั้นจึงก้มลงกระซิบบอกอะไรบางอย่าง
 
ออร์เฟอุสเห็นวิคเตอร์กระซิบกับเจ้ากระต่าย ก็เดาว่าเจ้ากระต่ายคงอ้อนเอาอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่หนังสือ เขาจึงหยิบเอานาฬิกาพกสีทองประดับอัญมณีออกมาดูเวลาก็พบว่าใกล้เที่ยงแล้ว
จึงหันไปบอกว่า ใกล้เที่ยงแล้วไปหาอะไรทานกันเถอะ เจ้ากระต่ายดูดีใจ เขาคงเดาถูก
 
ข้ารับใช้ของท่านดยุคดำเนินการล่วงหน้า ด้วยการไปจองร้านอาหารประจำของออร์เฟอุส และโต๊ะที่ดีที่สุด ดังนั้นยามเมื่อมาถึงก็แล้วนั่งลงได้ไม่นาน เครื่องดื่มถูกนำมาก่อนตามด้วยออเดิร์ฟ ข้ารับใช้ผู้ติดตามดูจะรู้ใจไปหมด เมื่อจานหลักมาถึงก็เป็นเมนูประจำของท่านดยุค ออร์เฟอุสเคยร่วมรับประทานอาหารกับลาเมียซี ทั้งที่มังกรเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่มื้ออาหารของลาเมียซีไม่มีเนื้อสัตว์ มีเพียงจานของเขาผู้เป็นแขกกับเมเมนโต้  ลาเมียซีเท่านั้นที่เป็นอาหารปกติ ออร์เฟอุสเพียงสงสัยแต่ก็มิเคยถามออกไป ทุกคนทำราวกับเป็นเรื่องปกติ ครานี้ก็เช่นกันวิคเตอร์ทานอาหารที่ไร้เนื้อสัตว์ (ไม่นับเจ้ากระต่ายที่เป็นสัตว์กินพืชแต่เดิม)
 
หลังอาหารจานหลักผ่านพ้นไป เจ้ากระต่ายอ้อนขอของหวานมากกว่า 1 จาน วิคเตอร์จึงปรามด้วยสายตา จากนั้นวิคเตอร์ดื่มเพียงชาร้อนหลังอาหารนั่งดูเจ้ากระต่ายละเลียดของหวานตรงหน้า
 
ออร์เฟอุสมองทั้งสอง ก่อนที่ดวงตาสีทองจะหยุดที่วิคเตอร์
 
ปกติเจ้าอ่านแต่หนังสือของชาวสีขาวหรือออร์เฟอุสสังเกตว่าหลายครั้งวิคเตอร์มาร้านหนังสือกับเขาแต่มิได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ
 
หาได้เป็นเช่นนั้น ผมอ่านทั้งของมนุษย์ ชาวสีขาวและของมังกร หนังสือของมนุษย์และชาวสีขาวทางพ่อบ้านของคฤหาสน์กรินญาฝั่งสีขาวจะจัดหาแล้วส่งมาให้เป็นประจำ ส่วนของมังกร...ผมมีร้านประจำอยู่แล้ว
 
ออร์เฟอุสวางถ้วยชาดำลงก่อนจะเลิกคิ้วอย่างแปลกใจร้านไอดินและกลิ่นหนังสือนั้นเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง กลับไม่ถูกใจเจ้าหรือ
 
ครับวิคเตอร์ตอบเรียบๆไว้ผมจะพาไปที่ร้านประจำของผม
 
ออร์เฟอุสพยักหน้ารับ อย่างน้อยวิคเตอร์ก็รับปากว่าจะพาไป ก่อนหน้านี้วิคเตอร์ไม่เคยพูดถึงว่าชอบอะไรเป็นพิเศษ ของสูงค่าแค่ใดในสายตาวิคเตอร์ก็เป็นเพียงของธรรมดา
 
แล้วออร์เฟอุสจึงนึกถึงตอนที่ถูกขัดที่ร้านหนังสือ
เจ้าเคยเล่นต่อบทกวีกับใครหรือ วิคเตอร์ออร์เฟอุสถามมันออกไปทั้งที่เขาคาดเดาคำตอบได้อยู่แล้ว เขาจ้องมองลึกลงไปในดวงตาที่บรรจุสีสันมากมายไว้ภายใน
 
ยังมิทันที่อีกฝ่ายจะตอบ ออร์เฟอุสระบายลมหายใจสั้นๆ แล้วกล่าวต่อลูกมนุษย์ที่เหมือนข้า  แรมเซย์ผู้นั้นหรือ
 
ครับ มันเป็นกิจกรรมฆ่าเวลา ยามที่ต้องปรุงยากันข้ามคืนวิคเตอร์นึกไปถึงเจ้าของดวงตาสีน้ำผึ้ง ผู้ที่มักท่องบทกวีหวานเลี่ยนให้ฟังในยามค่ำคืน ผู้ที่รูบี้เคยขอให้ดูแลเขา ผู้ที่ปลูกเรือนใหม่ไว้รอรับ ผู้ที่บอกว่าจะกลับมาหา...
 
ออร์เฟอุสนึกถึงตอนที่เขาได้ทราบจากปากพี่ชายของลูกมนุษย์ผู้นั้นว่าเขาคล้ายแรมเซย์  เจอร์วิส... วิคเตอร์ย่อมรู้สึกเช่นเดียวกัน เพียงแต่ที่ไม่ยอมบอกเพราะเกรงว่าเขาจะไม่พอใจ แล้วเขาก็ไม่พอใจจริงๆ มนุษย์ผู้สำคัญกับวิคเตอร์ มนุษย์ผู้ทำให้เขารู้สึกอิจฉามากยิ่งกว่าผู้ซึ่งวิคเตอร์รอคอยเสียอีก ทั้งที่เขาได้ทราบเรื่องราวทั้งหมด ทั้งที่ได้ตัดสินใจแล้ว
  
หากผมใช้สมองจดจำเรื่องราว ก็ยังพอจะลืมเรื่องราวเหล่านั้นได้ แต่ผมใช้หัวใจ เก็บความทรงจำเรื่องของ...เราวิคเตอร์กล่าวพร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาสีทองของคู่สนทนา
อย่าให้เขาต้องตายซ้ำสองเลยครับ แรกนั้นตายจากชีวิตและลมหายใจของเขา สองคือตายจากความทรงจำของคนที่เขารัก
 
ดวงตาสีทองวูบไหว ลมหายใจดูจะติดขัด แต่ก็ไม่มีสิ่งใดห้ามมิให้ออร์เฟอุสกล่าวมันออกมา
ทราบไหม? ทำไมข้าจึงนึกอิจฉาเขายิ่งกว่าผู้ที่เจ้าเฝ้ารอ เพราะเขาไม่เคยตายไปจากใจเจ้าเลย ข้าอยากเป็นผู้ที่เจ้าใช้ใจจดจำ มันยังมีที่ไว้ให้ข้าบ้างไหม
 
ออร์เฟอุสเหลือบไปเห็นสายตาของเจ้ากระต่ายผู้ส่งสายตามาคล้ายจะตำหนิเขาที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ออร์เฟอุสรู้สึกราวกับรูบี้ส่งสายตามาบอกว่าเขานั้นขี้ขลาด
 
หากจะมีสิ่งใดที่เป็นตัวแทนของความรักแล้วล่ะก็ สิ่งนั้นคือความทรงจำ วิคเตอร์หันไปมองรูบี้แล้วยิ้มให้ราวกับบนโต๊ะอาหารนี้มีกันเพียงสอง
 
ผู้ซึ่งสามารถจุดรอยยิ้มเช่นนั้นของวิคเตอร์ได้จะมีกันสักเท่าใดกัน ออร์เฟอุสคิดว่าสมควรแล้วที่เจ้ากระต่ายจะว่าเขาว่าขี้ขลาด เขาทำให้วิคเตอร์ต้องเอ่ยมันออกมา
 
สิ่งที่เป็นตัวแทนของความรักคือความทรงจำ นั่นเพราะวิคเตอร์มีผู้ที่เฝ้ารออยู่ก่อน...
วิคเตอร์รักลูกมนุษย์นามแรมเซย์ผู้นั้นไม่ได้...เพราะรักไม่ได้ สิ่งที่ให้ไม่ได้ วิคเตอร์กำลังบอกว่าเสียดายที่รักไม่ได้จึงจดจำมนุษย์นั่นแทนความรักที่ให้ไม่ได้
นั่นไม่ได้หมายถึง หากวิคเตอร์ไม่มีผู้ที่ต้องรอ วิคเตอร์คงรักมนุษย์ผู้นั้นไปแล้วหรอกหรือ
 
(จบตอนที่ 5) Day 5 Chicken
 
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
ขออภัยในความล่าช้าน็อครอบอาทิตย์เลย ข้อมือเคล็ดในตอนแรก  ปวดทั้งฝ่ามือ แล้วก็...เจ็บทั้งแขนในเวลาต่อมา ตอนแรกจะเขียนให้สองตอนแต่คงไม่ไหวแล้ว คงต้องของดของสัปดาห์นี้ (ตอนนี้ของอาทิตย์ที่แล้ว) เนื่องจากต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบอาทิตย์ต่อไปแล้ว ตอนแรกว่าจะไม่งดแต่จากอาการเจ็บแล้วของดดีกว่า สอบเสร็จจะมาเขียนต่อให้ค่ะ แต่จะว่าไปตอนนี้ยาวกว่า 2 เท่าของปกติเลย จริงๆ เขียนเกือบเสร็จเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปครึ่งหนึ่งกะว่าในช่วงระหว่างสัปดาห์น่าจะเสร็จแล้วก็เจ็บแขนก่อน คือมันสะสมทั้งโดนใช้ให้ไปเป็นแจ๋ววันอาทิตย์ วันทำงานก็เจองานเร่ง
 
ตอนนี้เป็นวันเดทของท่านดยุคกับกรินที่พ่วงน้องชายมาด้วย จริงๆ คือเหมือนกรินมาเดทกับรูบี้ แล้วท่านดยุคขอตามมามากกว่า กับรูบี้กรินโคตรพี่ชายเลยค่ะ
 
ใครไม่เคยอ่าน one shot มังกรกับกระต่ายก็ตามนี้ค่ะ
เขียนระหว่างช่วงเราไปอบรมจป.ท ความสัมพันธ์อย่างย่อของกรินกับรูบี้
1. https://www.facebook.com/829887370474787/posts/1312047068925479/
2. https://www.facebook.com/829887370474787/posts/1313102918819894/
3. https://www.facebook.com/829887370474787/posts/1314750898655096/
4. https://www.facebook.com/829887370474787/posts/1315596055237247/
5. https://www.facebook.com/829887370474787/posts/1316413705155482/
6. https://www.facebook.com/829887370474787/posts/1318377821625737/
7. https://www.facebook.com/829887370474787/posts/1320794468050739/
 
Cr:
หากจะมีสิ่งใดที่เป็นตัวแทนของความรักแล้วล่ะก็ สิ่งนั้นคือความทรงจำ-- Joseph Brodsky
คนเราจะตายได้สองครั้ง ครั้งแรกคือตายไปจากชีวิตและลมหายใจ
ครั้งที่สองคือตายไปจากความทรงจำของคนที่รัก--Coco Hecter
บทกวีจากหนังสือ ทรายและฟองคลื่น--คาริล  ยิบราล
 
เมื่อคืนวานเพิ่งจะตัวลอยเพราะผลสอบที่ไปสอบมาเมื่อต้นเดือนที่แล้ว ออกมาว่าเราสอบผ่าน! ดีจังไม่ต้องไปสอบซ่อมแล้ว ฮือ...อาทิตย์หน้าไปสอบอีกตัว...
เดี๋ยวค่อยมาเล่าการเรียนและการสอบหฤโหดของจป.ท อีกทีคือ เขียนไว้ตั้งแต่วันสอบแล้ว มัน...มาก

ตอนอ่านหนังสือสอบนี่ทรมานมากเลยค่ะ ช่วงนั้นนี่แทบอ้วกออกมาเป็นหนังสือ วันไปสอบก็สภาพศพเดินได้ พอสอบเสร็จนี่ตายอย่างสงบศพสีชมพูเลยค่ะ ก่อนวันสอบลูกค้าที่สนิทกับแผนกเราแวะมาเยี่ยมที่ออฟฟิศ พอทราบว่าเราจะสอบก็ให้กำลังใจกันมากเลยว่า ไม่เป็นไร ไม่ผ่านก็ซ่อมคุณ P ผู้ผ่าน 4 หมวด จาก 6 หมวดได้กล่าวไว้...TT__TT


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น