มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 57 : 51. ก้าวย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ก.ย. 63

51. ก้าวย่าง
 
เอรอส โรส ลาเมียซีก้าวเท้าไปตามลานกว้างของโรงเรียนมุ่งตรงไปยังอาคารเรียนโดยมี โลรันท์  ติดตามอยู่เบื้องหลังในระยะสามก้าว 
 
การที่เอรอสเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ทำให้ผอ.ธีโอบลาด์  มอราเลสได้บรรลุวัตถุประสงค์เสียที ในที่สุดก็มีมังกรแห่งแสงเข้าเป็นส่วนหนึ่งในโรงเรียนของเขา ยิ่งเป็นลาเมียซีก็ทำให้ผอ.รู้สึกปลาบปลื้มเหลือหลาย จนไม่ติดใจจะอนุญาตให้โลรันท์มังกรแห่งความมืดแม้มีอายุมากกว่าเอรอสหลายปีเข้ามาร่วมเรียนในชั้นเดียวกัน ซ้ำยังรับปากเอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่นว่าจะจัดให้ทั้งคู่ได้เรียนห้องเดียวกันตลอดการศึกษา
 
โลรันท์ซึ่งในความเป็นจริงอายุมากกว่าพวกแรมซีย์แต่ด้วยความที่ร่างกายไม่ได้เติบโตตามวัยอยู่เป็นเวลานาน และคงต้องใช้เวลาอีกสักพักให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัว ถึงจะดูโตกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้ดูแปลกแยกมากนัก เอรอสกลับเป็นเด็กที่ตัวเล็กกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน เมื่ออยู่ด้วยกันจึงทำให้เป็นจุดสนใจ
 
โลรันท์ในตอนนี้ใช้ชื่อสกุลเดียวกับเด็กกำพร้าไร้ญาติของลาเมียซีชั่วคราว ตอนตัดสินใจเข้าเรียนประถมเมื่อปีที่แล้ว เขายืนกรานว่าเขาจะขอเข้าเรียนขั้นเดียวกับเอรอส ถึงอายุของเขาจะเลยไปมากแล้ว กลับเป็นบลูเมนที่ช่วยพูดกับคุณชายน้อยว่า 
 
“อนุญาตเขาเถิดครับ ให้เขาได้ใช้ช่วงเวลานี้ทดแทนช่วงเวลาที่ขาดหายไปของเขา”
 
วิคเตอร์เองก็อยากให้มีคนดูแลเอรอสอย่างใกล้ชิด การมีโลรันท์ติดตามอยู่ไม่ห่างย่อมดีกว่า ตอนนี้ร่างกายของเอรอสค่อยปรับตัวขึ้น ทางเอรอสก็พยายามฝึกตนให้ดูแลตัวเองได้ 
 
ชีวิตหนึ่งปีในรั้วโรงเรียนประถมของเอรอสผ่านพ้นไปได้ด้วยดี จนวันเปิดเรียนของปีที่สองมาถึงในวันนี้ ทั้งคู่ก้าวขึ้นอาคารเรียนไปด้วยกันโลรันท์จึงเอ่ยถามขึ้น
“เอรอสจะไปดูห้องเรียนใหม่ก่อนไหม หรือจะตรงไปห้องสภานักเรียนเลย” หากนับตามสถานะจริงเขาเป็นข้ารับใช้สมควรนอบน้อมมากกว่านี้ แต่เอรอสกลับมองโลรันท์เป็นสหายมากกว่า
 
เอรอสครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนส่งกระเป๋าของตนให้ 
“ฝากรันท์ไปเก็บก็แล้วกัน เอรอสจะตรงไปสภานักเรียนดีกว่า เลือกที่นั่งให้ดี ๆ นะ” เอรอสส่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
 
“เช้าตรู่แบบนี้ไม่มีใครมาแย่งที่นั่งหรอก” โลรันท์แย้งด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก
 
“งั้นเอรอสไปก่อนนะรันท์” เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่โลรันท์ไว้วางใจปล่อยให้เอรอสอยู่ตามลำพัง เด็กชายลาเมียซีก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นบนสุดด้วยความเคยชิน
 
ห้องกิจกรรมต่าง ๆ จะอยู่ชั้นรองลงมา ชุมนุมมังกรจะใช้ห้องกิจกรรมเหล่านี้รวมตัวกัน ด้วยเหตุที่มีเอรอสเป็นมังกรแห่งแสงเพียงหนึ่งเดียว ช่วงเวลาเข้าชุมนุม เอรอสจึงใช้เวลาไปกับโลรันท์และห้องสภานักเรียนแทนด้วยคำอนุญาตจากผอ.มอราเลส ถึงเอรอสและโลรันท์จะอยู่เกรดสองแต่มาช่วยงานของสภาฯตั้งแต่เกรดหนึ่งด้วยความสนิทสนมส่วนตัวกับสภานักเรียนชุดปัจจุบัน ถึงอย่างนั้นเอรอสไม่ได้อวดเบ่งหรือแสดงว่ามีอำนาจใด ๆ นอกจากบอกต่อเพื่อนร่วมชั้นกว่าตนเป็นเพียงเด็กฝึกงาน
 
เอรอสเลื่อนประตูไปด้านหนึ่ง ในนั้นมีมังกรแห่งความมืดผู้รับหน้าที่เป็นประธานสภานักเรียนของโรงเรียนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แรมซีย์  บาคเฮาเซ่นได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียนตั้งแต่อยู่เกรดห้า แน่อนว่าส่วนหนึ่งก็จากชื่อเสียงกระฉ่อนเมื่อครั้งเกิดเรื่อง ยาเสน่ห์ ในโรงเรียน ไปจนถึงการเกี่ยวดองกับเอเรบุส
 
แรมซีย์ยืนอยู่ริมหน้าต่างหันหน้าออกไปมองเหล่านักเรียนมุ่งตรงมายังอาคารเรียน บ้างเดินมาลำพัง บ้างเดินเป็นกลุ่ม คนที่ยืนลังเลอยู่หน้าอาคารคาดว่าคงจะเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งมาเข้าเรียนในปีนี้ เขาหันกายเหลียวมองไปยังผู้ที่เดินล่วงเข้ามาในห้องก่อนมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
 
“สวัสดีครับคุณแรมซีย์” เอรอสทักทายด้วยรอยยิ้ม
 
แรมซีย์ระบายลมหายใจเสียงไม่เบาอย่างไม่เกรงใจ นึกถึงเมื่อก่อน เอรอสตัวน้อยในอ้อมแขนญาญ่าที่เพิ่งได้พบหน้ายังพูดไม่คล่อง เอ่ยนามบางครั้งยังไม่ครบด้วยซ้ำจะให้เติมพี่เข้าไปก็ลำบาก หลังผ่านมาหลายปีเด็กตัวเล็กพูดคล่องขึ้นพอเข้ามาเรียนโรงเรียนเดียวกัน ต่อหน้าคนอื่นก็เรียกพวกเขาอย่างให้เกียรติโดยมีคำนำหน้าว่า คุณ เฟรยาเคยเสนอให้เรียกว่าพี่อยู่หรอก แต่แรมซีย์บอกว่าไม่ต้อง จนทุกคนแซวเขาว่าหวงคำนั้นไว้ทำไมมากมาย
 
ตอนนี้พวกเขาขึ้นเกรดหก เป็นปีสุดท้ายที่จะใช้ชีวิตในโรงเรียนนี้ ระยะเวลาที่ผันผ่านเกิดอะไรขึ้นหลายอย่าง ท่านพ่อท่านแม่เขาก็ทำสำเร็จจนเขามีน้องชายมาเพิ่ม ได้เป็นพี่ชายคนโต เอรอสเองก็เช่นกัน 
 
ตามที่วิคเตอร์เคยคาดไว้ หากเคออสจะมีบุตรชายอีกสักคนคงได้นามว่า แอนทีรอส ก็ไม่ผิดไปจากนั้น บางครั้งสองสามีภรรยาติดธุระ เอรอสเสนอว่าเขาจะดูน้องชายเอง ในเมื่อมีพี่เลี้ยงช่วยด้วยพวกเขาก็เบาใจ แต่กลายเป็นว่าเอรอสหมายถึงการพาตัวเองและน้องชายมาอยู่ที่ปราสาทบวร์กเฮาเซ่น เมื่อวิคเตอร์ไม่ได้ว่าอะไร ทุกอย่างก็เกิดขึ้นเหมือนเป็นเรื่องปกติ
 
“ว่าแต่ เขา…” แรมซีย์กล่าวขึ้นลอย ๆ
 
เอรอสเข้าใจความหมายทันทีเมื่อเห็นดวงตาสีทองเลื่อนไปยังประตูที่ปิดสนิท
 
“หมายถึงรันท์หรือ” เอรอสว่า “เพราะอย่างนั้นเอรอสถึงเข้าเรียนที่นี่ได้เชียวนะ หรือแรมซีย์อยากจะถามเรื่องอื่นเกี่ยวกับรันท์ล่ะ”
 
คิ้วเข้มของแรมซีย์ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาทราบว่ามังกรแห่งความมืดผู้นั้นเลือกอยู่กับลาเมียซีเองจากท่านดยุค เมื่อก่อนเขาไม่เข้าใจว่าลาเมียซีทำหน้าที่ใดในราชสำนัก ตอนนี้เข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อนึกถึงมังกรแห่งความมืดผู้อายุมากกว่าเขาเล็กน้อยแต่เลือกเส้นทางชีวิตตัวเองไปเสียแล้ว จะว่าไปถึงเลือกกลับมาอยู่กับมังกรแห่งความมืด หากมีหน่วยก้านดีก็คงถูกคัดไปเป็นคนของเอเรบุสอยู่ดี ต่างกันก็ตรงที่ไหน ไม่ว่าทางใดต่างเป็นเส้นทางที่ไม่อาจหวนกลับเสียด้วย
 
“ว่าแต่เขายังไปพบญาญ่าบ่อยไหม” แรมซีย์ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องด้วยการถามถึงญาติผู้พี่ของเขาแทน
 
“แน่นอนแต่ไม่ต้องห่วงนะ ผมไม่เคยปล่อยให้อยู่กันตามลำพัง” เอรอสตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมแก ซึ่งวิคเองก็ยินดีให้เป็นเช่นนั้น “บางครั้งพ่อแม่ไม่ว่างผมกับน้องชายก็มาอยู่กับวิค เขาไม่มีโอกาสหรอก”
 
“เยี่ยมเลย นายไปได้ส่วนนี้มาจากใครกันนะ” แรมซีย์กล่าวคล้ายเหมือนจะชมเชยแต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว
 
“ถ้าอยากเจอหน้า ทำไมไม่ไปพบล่ะ” เอรอสถามออกมาตรง ๆ เขาเดาได้ว่ามังกรแห่งความมืดตรงหน้าอยากไปพบญาติผู้พี่ของเขาใจจะขาด
 
“ไม่เป็นไร ฉันรอได้... วันนี้เป็นวันเปิดเทอมคงกำลังยุ่งวุ่นวาย โดยเฉพาะต้องรับมือนักเรียนใหม่” แรมซีย์กล่าวอย่างใจเย็น
 
“ท่านพี่รับมือได้อยู่แล้ว” เอรอสว่าพลางมองเข้าไปในดวงตาสีทองของมังกรแห่งความมืด เขาย่อมทราบว่ามังกรตรงหน้าต้องการสิ่งใด
 
ประตูเลื่อนเปิดออกอีกครั้งราวกับไร้น้ำหนัก เสียงเอี๊ยดอ๊าดที่ควรก็ไม่มี อันที่จริงไม่มีแม้กระทั่งเสียงฝีเท้าขณะก้าวเดินมาตามทางเดินให้ทราบล่วงหน้าทั้งที่มีถึงสองคน...เป็นเอลโม  ฟารามุนด์กับโลรันท์ที่พูดถึงอยู่เมื่อครู่
 
บนใบหน้าของมังกรขาวราวฉาบไว้ด้วยรอยยิ้ม คล้ายขนมเคลือบน้ำตาล แรมซีย์ทราบว่าเออร์วิงไม่ชอบใจในการมีอยู่ของเอลโมนัก แต่เขามองว่านั่นไม่ใช่ปัญหา ตราบใดที่ไม่ได้ก่อเรื่องให้กระทบกับสหายและเขา
 
ไม่นานนักสมาชิกสภานักเรียนก็มาถึงกันจนครบ จากห้องเงียบ ๆ ก็เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยกันไปจนกระทั่งเอิร์ดมานน์เตือนขึ้นมา เขาหันไปทางแรมซีย์
 
“วันนี้ปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ นายต้องขึ้นกล่าวต้อนรับไม่ใช่หรือ ไม่เตรียมตัวหรือ”
 
“นั่นไม่ใช่ปัญหาเอิร์ดมานน์ เราไปที่หอประชุมกันเถอะ” แรมซีย์มองนาฬิกาก็เห็นว่าใกล้จะได้เวลาแล้ว “นี่เป็นไม่กี่เรื่องเกี่ยวกับการเข้าโรงเรียนของฉัน ที่ทำให้ท่านลุงดูจะพอใจ”
 
เอิร์ดมานน์เหลียวมองสหายผู้เกิดมาพร้อมชาติตระกูลอันยุ่งยาก
“คงไม่ใช่ว่า นายแอบไปฝึกมาจนคล่องแล้ว”

แรมซีย์หันไปส่งยิ้ม
“ถ้านายต้องกล่าวต่อหน้าคนหมู่มากที่อายุมากกว่านาย ถึงจะเป็นคนของท่านลุงแต่แน่นอนว่าถ้าพูดอะไรไม่เข้าหูก็เตรียมตัวถูกเขม่นหรือรอถูกหาทางเอาคืนไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอยู่เสมอนายจะเข้าใจ” การมีสถานะเป็นหลานชายของแองกุสต์  เอเรบุสก็เป็นความกดดันในทางหนึ่ง
 
-----
 
ทีลล์  ออยเล่ชปีเกลไม่ได้เงียบหายไปในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เขาแค่เปลี่ยนย้ายจากฝั่งมังกรกลับไปก่อกวนทางอาณาจักรสีดำและสีขาว เรื่องนี้วิคเตอร์สรุปกับเซฟิรอสได้ว่า เขาอาจตามหาสิ่งที่ต้องการพบแล้วก็ได้ เมื่อหมดธุระแล้วจึงวางมือจากทางนี้ไป อย่างไรการเคลื่อนไหวของคนผู้นี้ก็สุดจะคาดเดามาแต่ไหนแต่ไร
 
วิคเตอร์นั่งอยู่ในห้องทำงาน หลังเสร็จงานยิบย่อยประจำวันแล้ว จึงมีเวลานับถอยหลังช่วงเวลาที่เหลือตามสัญญาที่ให้ไว้กับองค์ชายมังกร รวมถึงบุคคลซึ่งเขาควรละไว้ข้างหลังตามสัญญาที่ให้ไว้กับท่านแองกุสต์ เขาวางแผนเตรียมจะถ่ายงานกิจการโรงเรียนอนุบาลให้กับบุคคลที่องค์ชายสรรหามาตามที่ร้องขอไปแล้ว
 
หลายปีผ่านไปเมื่อไร้เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นอีก ทางฟารามุนด์จึงยอมกลับไปอยู่ในที่ของตนเช่นเดิม ไม่ได้ออกหน้าอะไรอีก นอกจากจดหมายอวยพรปีใหม่ทุกปีซึ่งเป็นนัยว่าพวกเขายังคอยฟังข่าวอยู่ เอลโม  ฟารามุนด์ก็ยังคงเรียนอยู่ที่เดิมมิได้ย้ายออก
 
ดวงตาใสราวลูกแก้วเหลือบมองไปยังนาฬิกาก่อนเอ่ยถาม
“เอรอสเล่า?”
 
“อยู่ในลานฝึกร่างกายกับโลรันท์ครับ” บลูเมนเป็นผู้ตอบคำถามนั้น
 
“ก่อนถึงเวลาอาหารให้คนไปตามด้วยล่ะ” วิคเตอร์ออกคำสั่ง ก่อนนึกทบทวนสิ่งที่ต้องเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้
 
 
ระหว่างทานอาหารเย็นเอรอสเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ญาติผู้พี่ของเขาฟัง ก่อนหน้าอาศัยความที่ยังเล็กเขาเคยเอ่ยนามตรง ๆ มาตอนนี้เอรอสเรียกท่านพี่ต่อหน้าคนอื่น เขามีสถานะเป็นญาติผู้น้องทั้งที เหตุใดไม่ใช้ประโยชน์จากตรงนี้กันเล่า
 
“วันนี้แรมซีย์กับเอิร์ดมานน์ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ด้วยครับ” เอรอสเกริ่นขึ้น “แรมซีย์กล่าวในฐานะประธานนักเรียน ส่วนเอิร์ดมานน์ในฐานะตัวแทนนักเรียน”
 
“ฟังแล้วเป็นอย่างไรบ้างล่ะ” วิคเตอร์ถามพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ไม่ผิดจากที่คาดนัก
 
รูบี้ผู้ฟังอยู่ก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินว่าอดีตนักเรียนของเขาเติบโตขึ้นถึงขนาดนั้น
 
เอรอสตอบด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะสรุปให้ฟังว่าทั้งคู่กล่าวอะไรบ้าง จากนั้นก็เล่าไปถึงชั้นเรียนใหม่ของเขา
“เมซได้อยู่ห้องเดียวกับเอรอสด้วย”
 
รูบี้ดูจากรอยยิ้มเจื่อนบนใบหน้าแล้ว คงไม่ได้น่ายินดีสำหรับเจ้าตัวนัก เอรอสเล่าถึงครูประจำชั้นและเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ตอนแนะนำตัว รูบี้ฟังแล้วก็รู้สึกมีอารมณ์ร่วมจนถามออกไปอีกหลายคำ จำนวนนักเรียนในชั้นของเอรอสมีมากกว่าชั้นเรียนของอนุบาลมาก เอรอสกล่าวถึงวิธีจดจำเพื่อนร่วมชั้นแต่ละคนให้รูบี้ฟัง
“ตอนเข้าเรียนประถมปีที่แล้ว เอรอสตกใจกับจำนวนเพื่อนในห้อง พอถึงตอนแนะนำตัว แทบจะจำใครไม่ได้เลย พอผ่านไปครึ่งเทอมถึงค่อยจำได้บ้าง” เอรอสยิ้มพลางมองไปยังญาติผู้พี่ของเขา
“เอรอสมาได้วิธีตอนไปอยู่ร่วมกับเด็กฝึกของลาเมียซี” ตอนนี้เขาเห็นมุมปากของญาติผู้พี่ยกขึ้น
 
รูบี้ตั้งใจฟังด้วยความสนใจ สลับกับส่งเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงพร้อมกับเล่าถึงนักเรียนใหม่ที่พบเจอในโรงเรียนให้ฟัง
 
วิคเตอร์ฟังญาติผู้น้องเล่าถึงโรงเรียนให้ฟังก็นึกถึงตอนเข้าสำนักปรุงยาครั้งแรก เขาเข้ารับการทดสอบเข้าเช่นเดียวกับเด็กคนอื่น แต่ไม่ได้ร่วมเรียนร่วมกับผู้ที่เข้ามาในรุ่นเดียวกันมากนัก ด้วยต้องใช้ชีวิตทั้งที่อาณาจักรมังกรสลับกับอาณาจักรสีขาว
 
สมัยแรกที่เข้าสำนักปรุงยาเขาต้องฝึกหัดใช้ประสาทสัมผัสอื่นที่มีแทนการมองเห็นที่เขาบกพร่องไป ซึ่งไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการปรุงยาในสายตาท่านอาจารย์ ซ้ำยังหัดให้เขาจดจำกลิ่นและสัมผัสของตัวยาแต่ละชนิด วิคเตอร์ยังจดจำได้กระทั่งเสียงเฉพาะตัวของยาบางอย่างยามแทรกมือลงไปหยิบจับด้วยซ้ำ
 
สำหรับลาเมียซีท่านย่ามิได้ห่วงเรื่องการมองไม่เห็นของเขา หากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเขา จึงสอนให้เรียนรู้วิธีดูแลและป้องกันตัวเองเมื่ออยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ
 
วิคเตอร์ยังจดจำได้ว่าบิดาเก็บกรวดหินเม็ดเล็กกลมเกลึ้ยงมาให้เขาฝึกประสาทด้านการได้ยิน ในห้องที่มีวัตถุหลายอย่างรอบตัว เขาต้องฟังเสียงก่อนดีดก้อนหินในมือให้กระทบถูกวัตถุที่ถูกทำให้เกิดเสียง นอกจากแยกแยะเสียงแล้วยังเพื่อให้หาทิศทางของเสียงด้วย
 
จนดวงตาคู่นี้มองเห็น หลังฝึกการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ให้ชินและแน่ใจว่าดวงตานี้จะไม่เกิดปัญหาอีก เขาได้กลับไปเข้าชั้นเรียนยังสำนักปรุงยาของท่านอาจารย์ที่ซึ่งเขาได้พบกับ...แรมเซย์  เจอร์วิส
 
ผู้คอยสนับสนุนอยู่เคียงข้างจวบจนตายจากกัน
 
ในชั้นเรียนปรุงยาวิคเตอร์สังเกตเห็นตั้งแต่ต้นว่าผู้ที่อยู่ตำแหน่งตรงข้ามคอยสังเกตเขา แต่นั่นหาใช่ปัญหา วิคเตอร์พอจะคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้ว การปรากฏตัวของเขาจะเป็นจุดสนใจอยู่อย่างน้อยก็ระยะหนึ่ง การฝึกฝนมาจากลาเมียซีทำให้เขาคอยสังเกตปฏิกิริยาจากคนรอบตัวจึงทราบว่าไม่เพียงแค่แรมเซย์ที่มองเขา ต้องเรียกว่าทั้งห้องเสียมากกว่า
 
จวบจนหลังเลิกเรียนในห้องทำงานของท่านอาจารย์บิดายังถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง คงจะมีคนให้ความสนใจในตัวเขาอยู่ไม่น้อย
 
วิคเตอร์โถมร่างเข้ากอดบิดาที่นั่งอยู่พร้อมรอยยิ้มเบิกบาน
“ทั้งห้องนั่นแหละครับ”
 
บิดาของเขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะซักถามต่อ
“แล้วมีใครน่าสนใจบ้างหรือไม่”
 
วิคเตอร์เห็นจากหางตาว่าท่านอาจารย์ดูจะตั้งใจฟังอยู่ จึงตอบออกไปตามตรง
“เรื่องนั้นคงต้องรอสังเกตไปอีกสักระยะ” คำตอบนั้นทำให้บิดาเขาหัวเราะออกมาอีกครั้ง
 
เมื่อมีเวลาว่างวิคเตอร์มักจะไปฝึกปรุงยาในห้องฝึกของตึกใหญ่ เขาตั้งใจเลือกห้องที่อยู่ห่างไกลจนไม่มีคนผ่านมาและอยากจะมาใช้ เพื่อที่จะได้ไม่มีใครมารบกวน ได้อยู่กับการปรุงยาของเขาไปได้ หากเขาก็คิดผิด...แรมเซย์  เจอร์วิสกลับมาเลือกห้องเดียวกับเขาโดยเดินผ่านห้องว่างก่อนหน้านี้มา แรมซีย์คงไม่คาดคิดว่าถึงจะมีประตูบานหนึ่งกางกั้น เขาก็รับรู้ได้ว่ามีใครอีกคนอยู่หน้าประตูนั้น เด็กรุ่นเดียวกันคงไม่มีใครสังเกตเสียงฝีเท้าย่ำมาบนระเบียงทางเดิน ยิ่งอยู่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้ ยามเดินก็ย่อมได้ยินเสียงกังวาน ตอนแรมซีย์นั่งลงหน้าประตูเขาก็ได้ยินเสียงจากนอกประตู วิคเตอร์มาทราบว่าเป็นใครในภายหลังจากการสังเกตจังหวะการเดินและเสียงฝีเท้า
 
ตอนนั้น...ระหว่างเรามีเพียงประตูบานหนึ่งกั้นขวาง...เพียงเท่านั้น แต่เขาก็อุ่นใจที่แรมซีย์อยู่ตรงนั้น รอคอยอยู่หน้าประตูโดยไม่เคยรบกวนเขาเลย ในเมื่อในห้องนี้เป็นที่ของเขาเหตุใดเขาจึงต้องสงวนท่าทีให้มากด้วยเล่า ความสัมพันธ์ของเราดำเนินไปเช่นนี้จนวันหนึ่ง สิ่งที่แรมซีย์กระทำออกมาก็ทำให้เขาประทับใจ วิคเตอร์ไม่สนการกลั่นแกล้งเล็กน้อยจากเด็กคนอื่น หากแรมเซย์ไม่แล้วไม่นานห้องฝึกปรุงยาที่เหมือนอาณาเขตส่วนตัวของเขาก็เปิดรับใครคนหนึ่งเข้ามา...
 
(จบตอนที่ 51) Day 20 (2019) TREAD
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk:
 

ที่จริงควรได้ลงตั้งแต่วันอาทิตย์ ติดภารกิจเร่งด่วนรายวันจนไม่ได้ตรวจทานเนื้อหา เลยผลัดมาจนวันนี้ อีกไม่กี่ตอนจะเข้าสู่ Arc สุดท้ายของเรื่องแล้วค่ะ มาราธอนมาก ตอนแรกตั้งใจเขียนให้จบตั้งแต่ปีที่แล้ว ติดนั่นติดนี่


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น