มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 52 : 46. เรื่องเล่าขาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

เรื่องเล่าขาน
 
เมื่อวันนั้นมาถึงบรรดาลูกมังกรต่างพากันไปที่ปราสาทบวร์กเฮาเซ่นหลังเลิกเรียน นักเรียนอนุบาลถูกส่งกลับบ้านกันไปหมดแล้ว จึงเป็นรูบี้ที่มารอรับเด็ก ๆ ก่อนนำไปยังสวนด้านใน
“พี่บอกว่าบอกจะมากัน เลยให้ตั้งโต๊ะเตรียมของรองท้องไว้ให้”
 
กลางสวนมีโต๊ะสีขาวตัวใหญ่ปูลาดด้วยผ้าลูกไม้พร้อมขนมบนถาดสามชั้น ตอนที่ลูกมังกรไปถึงมีลูกมังกรแห่งความมืดผู้หนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว เป็นเพราะสองแขนถูกตรึงเอาไว้ใม่ให้ใช้งานมากนักจึงเป็นหน้าที่ของมังกรน้อยเอรอสช่วยป้อนขนมให้
 
เวย์ราเห็นแล้วจึงหันไปบอกแรมซีย์
“นายเลิกห่วงได้แล้ว เขากะหนุงกะหนิงออกแบบนี้”
 
มังกรแห่งความมืดผู้นั่งอยู่ก่อนส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้งให้เอรอส หากยามหันมาหาลูกมังกรผู้มาใหม่นั้นแววตาก็เปลี่ยน โดยเฉพาะยามสบตาแรมซีย์
 
แรมซีย์เองก็สังเกตเห็นเช่นกันดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเรียบนิ่งมีประกายบางอย่าง จึงหันไปกระซิบกับเวย์รา
“ยังวางใจไม่ได้ สัญชาตญาณมันบอก”
 
รูบี้จึงบอกกับโลรันท์ลูกมังกรแห่งความมืดพร้อมกับรอยยิ้ม
“เด็กพวกนี้เป็นลูกศิษย์ของพี่ที่เรียนจบไปแล้ว รันท์” ดวงตาสีแดงมองไปยังลูกมังกร “เด็ก ๆ นี่คือ โลรันท์เป็นมังกรแห่งความมืด”
 
เออร์วิงลอบส่งสายตาให้เอิร์ดมานน์ หลังเห็นผ้าพันแผลที่พันเสียหนาแน่นโผล่พ้นเสื้อคลุมกับแขนที่ถูกตรึงท่าทางก่อนหน้าจะอาการหนักไม่น้อย
 
“นั่งทานอะไรกันไปก่อนนะ พี่รอแขกอีกคนอยู่” รูบี้บอกกล่าวพลางนั่งลงข้างเอรอส
 
หญิงรับใช้จัดแจงเรียงจานแบ่งขนมลงตรงหน้าลูกมังกร บางคนก็รินชาเสิร์ฟให้
 
หลังได้จิบชาเข้าไป แรมซีย์จึงค่อยใจเย็นขึ้นระหว่างใช้ความคิดว่าญาญ่ากำลังรอใคร คนที่ว่าก็ก้าวเข้ามาในคลองสายตาทันที ไม่ว่าจะดวงตาสีทองเรืองรองหรือเส้นผมสีดำที่คุ้นเคย
 
“แรมซีย์ มาด้วยหรือ” ออร์เฟอุสเอ่ยก่อนจะหันไปทักทายเด็กคนอื่นก่อนจะหยุดสายตายังลูกมังกรแห่งความมืดผู้มาร่วมโต๊ะด้วย
 
วิคเตอร์ผู้ก้าวตามหลังมาจึงกล่าวขึ้น
“ผมตามให้เด็ก ๆ มากันเพราะคงอยากฟังด้วยกัน คุณด้วย ผมจะได้พูดทีเดียว”
 
แวบหนึ่งที่แรมซีย์คิดว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด มังกรแห่งความมืดผู้นั้นมองญาติผู้พี่ของเขาด้วยสายตาเรียบนิ่งเช่นเดียวกับที่มองเขาก่อนหน้านี้ แม้ระหว่างที่อ้าปากรับขนมที่เอรอสป้อนก็ยังเหลือบตาสังเกตสหายเขารอบโต๊ะไปด้วย
 
“เอรอสอยู่กับโลรันท์ก่อนนะ” วิคเตอร์ก้าวไปยืนอยู่ด้านหลังระหว่างเก้าอี้ของเอรอสและรูบี้ จากนั้นจึงหันไปหาน้องชาย “รูบี้ฝากดูแลที ถ้าคุยกันนานจะให้ตั้งโต๊ะกันไปก่อนก็ได้ไม่ต้องรอ ส่วนของเธอฉันเตรียมไว้ให้แล้ว”
 
รูบี้หันหน้าไปหาพี่ชายก่อนทำหน้ายู่ด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
“ผมเบื่อผักกับหญ้าแล้ว ขอเค้กก้อนใหญ่ ๆ ไม่ได้หรือ”
 
“ถ้าชิ้นเล็กพอได้อยู่ แล้วจะบอกคนตั้งโต๊ะไว้ให้” วิคเตอร์กล่าวก่อนวางมือบนศีรษะน้องชายพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
 
รูบี้ได้ยินจึงค่อยยิ้มออกบ้าง อย่างน้อยก็ยังได้ทานเค้ก
 
พอวิคเตอร์หันไปหาเอรอส เด็กน้อยชูสองแขนขึ้นเรียกให้อุ้ม วิคเตอร์อุ้มเอรอสขึ้นจากที่นั่งอยู่ มังกรแห่งแสงตัวน้อยโอบแขนรอบคอญาติผู้พี่ ก่อนจะจูบแก้มเรียกรอยยิ้มจากวิคเตอร์อีก
“เอรอสจะเป็นเด็กดีนะ จะชวนรันท์หัดอ่านหนังสือตามที่วิคสอนเลย”
 
“ดีแล้วครับ” วิคเตอร์ตอบรับ
 
มังกรแห่งความมืดต่างจับตาดูสีหน้ามองมังกรขาวลูกครึ่งอยู่แต่ต้น ได้เห็นสีหน้า แววตาและรอยยิ้มที่มีให้เฉพาะบุคคลแล้วก็นึกอิจฉาอยู่ไม่น้อย
 
ลูกมังกรที่เหลือเห็นสีหน้าแรมซีย์แล้วจึงตัดสินใจวางส้อมลง แม้จะเสียดายขนมที่ยังทานไม่หมดก็ตาม
 
“พวกเราพร้อมแล้วครับครูกริน” เป็นเอิร์ดมานน์ที่ตัดสินใจกล่าวขึ้น
 
แรมซีย์เห็นสหายต่างวางส้อมลงแล้วจึงวางลงเช่นกัน
“ผมก็พร้อมแล้ว”
 
เอรอสได้ยินเช่นนั้นจึงคลายอ้อมแขนออก ให้วิคเตอร์วางเขาลงนั่งที่เดิมก่อนจะมองตามวิคเตอร์และคนอื่นก้าวเข้าปราสาทบวร์กเฮาเซ่นไปจนลับสายตา แล้วจึงหันกลับไปหาโลรันท์ที่มองตามเช่นกัน
 
“มังกรแห่งความมืดนั่นเป็นใครหรือ” โลรันท์หันไปสบตาเอรอสก่อนถามขึ้น
 
“ออร์เฟร...เป็น...ของวิค” เอรอสตอบ
 
รูบี้ผู้ได้ยินชัดเจนไม่ได้นึกจะแก้ไขแต่อย่างใด ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละ
 
เมื่อลูกมังกรต่างนั่งลงในห้องรับรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านดยุคจึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจนัก
“ให้มาคุยต่อหน้าเด็ก ๆ จะดีหรือ”
 
“ทุกคนเชื่อใจผม ผมก็เชื่อใจทุกคนครับ” วิคเตอร์ตอบก่อนจะทอดสายตามองไปยังอดีตลูกศิษย์ตัวเอง “ทุกคนต่างเป็นลูกศิษย์ที่ผมสอนมาเอง ในอนาคตพวกเขาจะเป็นกำลังที่ดีเพื่อเกื้อหนุนกัน อีกประการผมอยากให้ทุกคนได้ตระหนักและระวังตัวด้วย ทุกคนถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วควรรู้ไว้ดีกว่า”
 
ออร์เฟอุสจึงผงกศีรษะรับ
“อืม แรมซีย์เองก็คงทราบเรื่องพ่อมดชาวสีดำแล้ว...”
 
ลูกมังกรคนอื่นต่างเบิกตาด้วยความตกใจก่อนจ้องมองไปยังแรมซีย์พร้อมกัน เมื่อเห็นปฏิกิริยาแล้ววิคเตอร์กับออร์เฟอุสจึงเข้าใจทันที
 
วิคเตอร์มองไปยังอดีตลูกศิษย์แล้วกล่าวขึ้น
“ก่อนอื่นที่พวกเธออยากทราบ จากการทดสอบตอนนี้ศจ.ซัลลิแวนโดนแฝงร่างอยู่ เราจึงต้องกักตัวเขาเอาไว้ก่อน จนกว่าจะแน่ใจว่าเขาจะไม่เป็นอันตราย”
 
“ช่างเป็นผู้ที่เกินจะประเมินความสามารถได้จริง พ่อมดผู้นี้” ออร์เฟอุสว่า “คงต้องเล่าเรื่องพ่อมดชาวสีดำให้เด็ก ๆ ฟังเสียก่อน”
 
วิคเตอร์ก็เห็นด้วยจึงร่วมกันเล่าให้ลูกมังกรฟัง
 
“สหายชาวสีขาว” ซึ่งวิคเตอร์ไม่ได้เอ่ยว่าคือเซฟฟิรอส “ผู้เชื่อใจได้เองก็ติดตามคนเดียวกันนี้อยู่”
 
“เจ้าพอจะคาดเดาได้หรือไม่ว่าเขาต้องการอะไรจึงได้ทำเช่นนี้” ออร์เฟอุสถามขึ้น
 
“เขากำลังจะสร้างบางสิ่งครับ เขารวบรวมสิ่งตรงข้ามทุกอย่าง มังกรแห่งความมืด-มังกรแห่งแสง ชาวสีขาว-สีดำ และน่าจะรวมไปถึงมนุษย์หญิง-ชาย สำหรับนักเล่นแร่แปรธาตุนั้นเป็นการสร้างสิ่งที่สมบูรณ์แบบ” วิคเตอร์เหลือบมองไปทางเอิร์ดมานน์และเออร์วิงเห็นทั้งสองมีท่าทางคล้ายนึกสิ่งใดออกก็พึงพอใจอยู่ในที
 
“ฟังดูยิ่งใหญ่และทรงพลัง แต่สิ่งที่แลกเปลี่ยนกับการสิ่งที่ยิ่งใหญ่นั้นน่ะมันก็มหาศาลเช่นกัน” ออร์เฟอุสคะเน
 
“ผมคิดว่าน่าจะหมายรวมถึงแคว้นกระจกทั้งสองเป็นขั้นต่ำครับ” วิคเตอร์ประเมิน
 
“โหดร้ายและเลือดเย็นมาก ขณะนี้คือขั้นตอนการรวบรวมสินะ” ออร์เฟอุสกล่าว
 
“เพราะพวกเราเคยพูดถึงใช่ไหมคะ ครูกรินจึงนึกเชื่อมโยงไปถึง” สาวน้อยมังกรอัคคีนึกขึ้นได้
 
“ใช่ครับ คำสำคัญอยู่ที่แสง สิ่งที่สะท้อนกับแสงมีไม่กี่อย่าง มังกรแห่งแสงไวต่อเรื่องนี้ เราจึงได้พบขวดแก้วใบนั้น”
 
“ครูกรินประเมินได้อย่างไรคะนี่” เฟรยาถามขึ้น
 
“จากประสบการณ์ในอดีตครับ” ด้วยความทรงจำที่เขามีตั้งแต่ชาติก่อน...
 
“ตอบยากครับ ผมถึงอยากให้ทุกคนระวังตัวรวมถึงช่วยกันสอดส่องด้วย” วิคเตอร์ตอบ
 
“ผมจะบอกคุณพ่อไว้ให้ เผื่อว่าจะพบของอะไรแปลก ๆ ผ่านตาบ้าง” เวย์ราเสนอขึ้น
 
หลังพูดคุยกันแล้ว วิคเตอร์จึงออกไปส่งอดีตลูกศิษย์ถึงหน้าปราสาท ลูกมังกรค่อย ๆ เดินไปหาผู้ปกครอง เหลือเพียงเออร์วิงที่ยังรั้งรออยู่ เขาหันกลับไปหาครูกรินเมื่อเห็นสหายคนอื่นพากันกลับไปแล้ว
 
วิคเตอร์เตรียมคำตอบไว้รออยู่แล้ว
“หากเธอจะถามครูเรื่องฟารามุนด์ เขามาด้วยความตั้งใจของตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับลาเมียซี วางใจเถอะเขาไม่เป็นอันตรายหรอก”
 
“ทั้งลูกมังกรแห่งความมืดผู้นั้น ทั้งครู ทั้งบรูโน มีภาระตั้งแต่เล็กเลยหรือครับ” เออร์วิงถามขึ้น
 
“เธอก็มีภาระของเธอเช่นกันเออร์วิง”
 
เออร์วิงได้ยินดังนั้นเขาก็ยิ้ม หากพอได้ยินประโยคถัดมารอยยิ้มนั้นก็แทบจะแข็งค้าง
 
“เรื่องครูโอเบอรอน ครูทราบมากกว่าที่เธอทราบเล็กน้อยในตอนนี้” วิคเตอร์นึกถึงสิ่งที่ได้ทราบมาจากเซฟิรอสเมื่อคืน
“ครูเห็นว่า เมื่อเจ้าตัวเขาสบายใจกับตรงนี้แล้วอย่าได้รบกวนเขาอีกเลย”
 
เออร์วิงสบตาครูกรินที่ยังคงสงบคล้ายผิวน้ำนิ่ง เขาพอเดาได้แล้วว่ามีเรื่องซับซ้อนกว่านั้นมากนัก
“ผมก็เห็นเช่นเดียวกันกับครูครับ” เออร์วิงตอบออกไปก่อนจะลากลับ
 
ในห้องรับรองเหลือเพียงดยุคแห่งดราเค่นบวร์กเพียงลำพัง เมื่อวิคเตอร์กลับเข้ามาคำถามแรกที่เจ้าของดวงตาสีทองถามขึ้นเป็นสิ่งที่คาดเดาไว้ก่อนแล้ว
 
“คุยกับเด็กผู้นั้นแล้วหรือ” ออร์เฟอุสยังคงนั่งอยู่ที่เดิม เพียงปรายตามองวิคเตอร์ผู้นั่งลงตรงข้าม
 
“เขาจะอยู่กับลาเมียซีครับ” วิคเตอร์ตอบอย่างไม่อ้อมค้อม
 
ออร์เฟอุสเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“เขาทราบหรือไม่? หมายถึงเรื่องลาเมียซีเป็นมือสังหาร”
 
“ครับ” วิคเตอร์ไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าโลรันท์รู้ดีกว่าที่เห็น “เขามีนามว่าโลรันท์ และอายุมากกว่าพวกแรมซีย์ ตามที่ได้แจ้งไปแล้วเพราะไม่ได้รับการดูแลที่ดีแล้วก็...”
 
“ถูกทรมานหรือ” ออร์เฟอุสคาดเดาจากสภาพ
 
“ไม่ใช่ที่เห็นหรอกครับ เขายินยอมเองส่วนหนึ่ง” วิคเตอร์ตอบตามตรง
 
“ว่าไงนะ?” ออร์เฟอุสโพล่งออกไปด้วยเกินคาดคิด
 
“เด็กคนนั้นเมื่อเติบโตขึ้นคงเทียบเท่าเคออสบิดาของเอรอสครับ”
 
“ยังไม่ได้รับไปฝึกเจ้าก็ตัดสินได้หรือ” ออร์เฟอุสประหลาดใจเมื่อฟังคำประเมิน
 
“เรื่องบางอย่าง มันอยู่ที่ใจครับ ผมเชื่อมั่นเช่นนั้น” เขากำลังได้เพชรมาเลยทีเดียว
 
“เอาเถอะวางเรื่องนั้นไว้ก่อน” ออร์เฟอุสขยับตัวก่อนเอื้อมมือมากุมข้อมือวิคเตอร์เอาไว้
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
 
เมื่อได้ยินมังกรแห่งความมืดเกริ่นเช่นนั้น วิคเตอร์จึงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทั้งซาสเกียและบลูเมนก้าวออกจากห้องไป
 
-----
 
ลูกมังกรแห่งความมืดโลรันท์ใช้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองตามมือขาวราวหิมะละจากศีรษะอันปกคลุมด้วยเส้นผมสีเงินมาวางบนไหล่ลูกมังกรแห่งแสง ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ
“แนะนำตัวสิครับ”
 
เอรอสปล่อยมือจากญาติผู้พี่ แล้วเอ่ยขึ้นชัดถ้อยชัดคำ “เอรอส โรส ลาเมียซี”
 
ได้ยินดังนั้นมังกรแห่งความมืดก็ขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นพิจารณามังกรตรงหน้าอีกครั้ง
“...ลาเมียซี...มังกรแห่งแสงชั้นสูง?” โลรันท์ทวนก่อนจะค่อยพิจารณามังกรที่อยู่ในห้องทีละคนก่อนจะดึงสายตากลับมายังคนตรงหน้า “เป็นมังกรขาวไม่ใช่หรือทำไมถึงห้อมล้อมด้วยมังกรแห่งแสงยิ่งกว่ามังกรขาว”
 
“ฉันเป็นลูกครึ่ง” วิคเตอร์ตอบ ยื่นมือไปจับมือเอรอสเอาไว้
 
โลรันท์มองมือขาวราวหิมะกอบกุมมือน้อยเอาไว้ก็ตัดสินใจในฉับพลัน
“ว่าแต่ ให้อยู่ที่นี่ได้ไหม? หมายถึงอยู่กับคุณ กับเอรอส เป็นข้ารับใช้หรืออะไรก็ได้” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอดมองไปยังมังกรแห่งแสงตัวน้อยเพียงหนึ่งเดียวในห้อง

“ลาเมียซีรับเด็กกำพร้ามาดูแลอยู่ โดยมากคือลูกมังกรแห่งแสง เผ่าอื่นมีน้อยเพราะบางคนขอกลับไปอยู่กับที่คุ้นเคย รอหายดีแล้วค่อยตัดสินใจก็ได้” วิคเตอร์กล่าว อย่างไรเขาก็ต้องมีคำตอบให้ท่านดยุค
 
“ไม่อยากอยู่กับมังกรแห่งความมืด อยู่กับมังกรแห่งแสงดีกว่า ได้เล่นกับเอรอสด้วย” โลรันท์ยังคงตอบห้วน ๆ เช่นเดิม
 
ซาสเกียกับบลูเมนจึงสบตากัน เด็กนี่ตัดสินใจไปแล้ว ดูท่าพวกเขาคงต้องอบรมการพูดการจาเป็นอันดับแรก
 
“ลาเมียซีมีอะไรที่มากกว่าการเป็นข้ารับใช้โลรันท์ เอาไว้เธอค่อยเรียนรู้ก่อนที่จะเลือกว่าจะเป็นอะไร ซึ่งนั่นเป็นเรื่องในอนาคต” วิคเตอร์บอกลูกมังกรแห่งความมืด
 
โลรันท์ผงกศีรษะรับ ก่อนจะเอ่ยลอดไรฟันออกมาเมื่อเอ่ยถึงคนตาย
“เจ้าสารเลวนั่นเคยบอกว่า ถ้าอดทนผ่านไปได้ จะเก่งยิ่งกว่านักฆ่าของลาเมียซี ฟังแล้วมันคงเป็นคำโกหก!
 
วิคเตอร์เลิกคิ้ว ไม่คาดคิดว่าเด็กตรงหน้าจะได้ยินชื่อลาเมียซีด้วยคำเปรียบเปรยเช่นนั้น
 
โลรันท์ว่าต่อ “...เพื่อจะได้เป็นนักฆ่าอันดับต้น ๆ ของมังกรแห่งความมืด”
 
“เมื่อเธอทราบดีก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมาก ยินดีต้อนรับนะโลรันท์ ผู้ตั้งใจจะเป็นมือสังหาร”
 
ลูกมังกรแห่งความมืดยกมุมปากขึ้นยิ้มรับทันที
 
“ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันชื่อวิคเตอร์  กรินญา เรียกว่ากรินญาก็ได้” วิคเตอร์กล่าว “เอรอสเป็นญาติผู้น้องของฉัน”
 
รอยยิ้มของมังกรแห่งความมืดหุบลงฉับ
“คุณไม่ใช่ลาเมียซีหรือ” มังกรแห่งแสงสองคนข้างหลังยังเรียกว่า คุณชาย อยู่เลย
 
“ฉันใช้ตามปู่กับบิดาของฉัน พวกเขาแค่เรียกตามศักดิ์” วิคเตอร์หันไปมองซาสเกียและบลูเมน “ฉันไม่มีสิทธิ์แต่ต้น คนที่เป็นผู้สืบทอดของลาเมียซีคือน้องสาวฉันอีกที” วิคเตอร์ดึงสายตากลับมายังลูกมังกรแห่งความมืด
 
“ลาเมียซีสืบทอดทางฝ่ายหญิงนี่นะ เอาเถอะ” ท้ายประโยคโลรันท์หันไปหาเอรอส “ไว้ค่อยไปขอใช้ร่วมกับเธอ”
 
บลูเมนอดใจระงับมือตัวเองไม่ให้ทำร้ายเด็กได้ จึงส่งเสียงลอดไรฟันแทน
“ลาเมียซีใช่จะให้ใครใช้ก็ได้”
 
วิคเตอร์ส่งสายตาปราม “ไม่เป็นไรบลูเมน นั่นเป็นเรื่องของอนาคต” จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปสบตากับเอรอส “บิดาของเอรอสน่ะ เป็นมือสังหารอันดับต้น ๆ ของลาเมียซีเลยนะ”

เอรอสผู้ยังไร้เดียงสาได้ยินคำชมจึงหันไปหาลูกมังกรแห่งความมืดตรงหน้า พร้อมพยักหน้ายืนยันด้วยรอยยิ้มแสนภาคภูมิ
“ใช่ พ่อเก่งมากเลยล่ะ แม่ด้วย”
 
คืนนั้นหลังส่งเอรอสเข้านอนแล้ว วิคเตอร์เอนหลังอยู่บนเก้าอี้ในห้องนอน มีรูบี้ซึ่งคืนร่างเป็นกระต่ายนอนหลับอยู่บนตัก เขาปิดเปลือกตาลง ส่งคลื่นความคิดไปถึงคู่คิดของเขา
 
วิคเตอร์ช่างเหมาะเจาะทีเดียว เซฟิรอสส่งกระแสความคิดตอบกลับมา หลังกลับมาสีขาว ฉันลองสอบถามผู้ที่น่าจะทราบเกี่ยวกับคุกที่นายถามดู
 
พอจะได้ความบ้างหรือไม่ เซฟิรอสวิคเตอร์ถามออกไป พิจารณาแล้วเขาน่าจะได้ทราบอะไรเพิ่มเติมบ้าง
 
วิคเตอร์นายก็อยู่สีขาวมานาน ทราบเรื่องมหาวิหารของพระแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ใช่ไหม
 
แน่นอน สตรีชาวสีขาวทุกคนจะได้รับการเลี้ยงดูที่นั่น
 
ถูกต้อง ย่าเล็กของฉันเล่าเรื่องที่น่าสนใจให้ฟัง ตอนที่ถามทวดถึงเรื่องคุกที่นายว่า
 
เซฟิรอส เหตุใดจึงมีคุกอยู่ในมหาวิหารของพระแม่ผู้ศักดิ์สิทธิ์กันเล่า วิคเตอร์ถามออกไปด้วยความแปลกใจ
 
ไม่ใช่นายคนเดียวที่แปลกใจหรอก ท่านทวด ท่านปู่ และฉันก็แปลกใจพอ ๆ กัน นี่น่ะเป็นเรื่องเล่าขานอย่างลับ ๆ เลยเชียวล่ะ ถ้าไม่ใช่ย่าเล็ก คงไม่มีโอกาสได้รับทราบเรื่องนี้แน่ เซฟิรอสหยุดเล็กน้อยก่อนจะอธิบาย ย่าเล็กที่พูดถึงเป็นบุตรสาวของน้องชายท่านทวด หลังเกริ่นนำเซฟิรอสจึงค่อยเล่าสิ่งที่เราได้รับรู้มาให้ฟัง ดูท่ามนุษย์ชาวสีขาวที่ท่านดยุคเก็บได้ผู้นี้จะหาใช่ธรรมดาเสียแล้ว
 
(จบตอนที่ 46) Day 15 (2019) LEGEND

#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น