มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 51 : 45. เหลือล้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

เหลือล้น
 
หลังทานอาหารเที่ยงในทีแรกเฟรยาตั้งใจจะไปพบผอ.มอราเลสแต่เพียงผู้เดียว ตั้งแต่เกิดเรื่องยาเสน่ห์ขึ้นผอ.จึงได้รู้จักสหายร่วมเรียนอนุบาลของเฟรยาทุกคน หลังเสียงเคาะประตูลูกมังกรหกคนต่างค่อยเดินเข้ามาในห้อง
 
“ต้องขอรบกวนด้วยนะครับ” แรมซีย์วางมาดมังกรแห่งความมืดชั้นสูงผู้ได้รับการอบรมมาเมื่อตามเฟรยาไปเข้าห้องผอ.
 
เมื่อแรมซีย์กล่าวนำให้แล้ว ลูกมังกรคนอื่นจึงค้อมศีรษะให้ผอ.เล็กน้อย ทำเอาผอ.ซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานนิ่งงันไปครู่หนึ่ง
 
“ครูกรินกลับไปแล้วหรือคะ” เฟรยาเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน เมื่อเห็นว่าไร้วี่แววอดีตครูผู้ดูแล
 
“ใช่ ท่านเอิร์ลมาพบ คุยเสร็จก็กลับน่ะ” ผอ.กำลังคิดว่า เขาควรจะต้องปิดเรื่องที่ซัลลิแวนถูกเชิญตัวไปต่อเด็ก ๆ ด้วยสินะ
 
“ครูเจาะจงมาถามเรื่องศจ.ซัลลิแวนอย่างเดียวสินะครับ” เอิร์ดมานน์ถามขึ้น ทอดสายตาไปบนโต๊ะของผอ.
 
“แต่ถ้าผอ.เห็นว่าควรเป็นความลับพวกเราคงไม่ทำให้ต้องลำบากใจ” เออร์วิงกล่าว จากนั้นจึงหันกลับไปมองสหายทีละคน
 
ได้ยินเช่นนั้นผอ.ก็เผลอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่พ้นสายตาของแรมซีย์
“ผมเข้าใจแล้ว ครูคงจะเชิญศจ.ซัลลิแวนไปด้วยสินะ แต่คงขอให้ผอ.ปิดเรื่องเอาไว้ก่อน”
 
เวย์ราจึงช่วยเสริม
“ถ้าเป็นเพราะเรื่องนั้นพวกเราจะไม่เอาไปพูดต่อแน่นอน ได้ยินกันแล้วนะ ถ้าเช่นนั้นคงหมดธุระกับผอ.กันแล้วล่ะ”
 
“ครูกรินมีฝากอะไรถึงพวกเราไหมคะผอ.” เคียฮีถามขึ้น
 
ผอ.ที่ลนลานทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกเด็ก ๆ ไล่ต้อนจึงคล้ายเห็นทางสว่าง รีบผงกศีรษะเร็ว ๆ
“ท่านเอิร์ลฝากข้อความถึงพวกเธอเอาไว้ด้วย” ผอ.จึงกล่าวคำที่ฝากเอาไว้ออกมา
 
เมื่อทุกคนได้ยินชัดทุกถ้อยคำแล้วก็พากันกล่าวขอบคุณก่อนก้าวออกจากห้องผอ. แล้วพากันเลี่ยงไปสุมหัวกันที่แปลงปลูกของเฟรยาแทน
 
“ครูกรินนัดให้พวกเราไปพบในอีกสองวันข้างหน้า ใครจะไปกันมั่ง” สาวน้อยมังกรพฤกษากล่าวนำขึ้นทันที
 
“ฉันจะไป!” แรมซีย์ตอบเป็นคนแรกด้วยแววตามุ่งมั่น
 
เวย์ราเหลียวมองสหายก่อนจะเอ่ย “นายจะไปดูหน้ามังกรแห่งความมืดล่ะสิ”
 
“ใช่ ไม่งั้นคงไม่สบายใจ” แรมซีย์ตอบตามตรงยามสบตาสหาย
 
“สองวันครูคงได้ข้อสรุปอะไรพอดี ตอนนี้คงต้องอดทนรอก่อน” เอิร์ดมานน์สรุป
 
เคียฮีกับเออร์วิงก็ตอบรับจะไปพบครูกรินด้วยกันหลังตกลงกันเสร็จก็ได้แต่ปลุกปลอบให้อดทนรอให้ถึงวันนั้น
 
-----
 
ดยุคแห่งดราเค่นบวร์ก ออร์เฟอุส  เอเรบุสมาเยือนปราสาทบวร์กเฮาเซ่นเพื่อมาดูลูกมังกรแห่งความมืดที่ถูกส่งตัวมา นอกจากเครือข่ายของลาเมียซีดูท่ามังกรลูกครึ่งมังกรขาวผู้นี้จะยังคงได้รับการนับถือจากมังกรขาวเป็นอันดี
 
ก่อนจะถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาได้รับแจ้งว่ามังกรขาวได้พบศพมังกรแห่งความมืดและลูกมังกรแห่งความมืด เรื่องถูกส่งต่อมาให้กรินญาเพื่อแจ้งต่อตัวแทนมังกรแห่งความมืดเช่นเขา ในรายงานค่อนข้างน่าตกใจไม่น้อย
 
เริ่มจากการพบศพมังกรแห่งความมืดเพศชาย ล้มป่วยเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่าหนึ่งวันถูกพบภายในบ้านพักซึ่งแยกจากหมู่บ้านออกมา ในสถานที่เดียวกันพบลูกมังกรแห่งความมืดถูกพบในสภาพอิดโรยเนื่องจากขาดน้ำและอาหารด้วยไม่สามารถไปไกลเกินกว่าความยาวโซ่ที่ล่ามเอาไว้โดยตรึงไว้กับเสาไม้ขนาดใหญ่ บนลำคอสวมตรวนใหญ่โยงกับเสา รวมถึงล่ามกระดูกโคนปีกเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถอยู่ในร่างมนุษย์  ไม่สามารถบินได้ หลังจากอยู่ในการดูแลของมังกรขาว รวมถึงได้รับการผ่าตัดนำโซ่ออกแล้ว
 
ในช่วงท้ายมีระบุว่าลูกมังกรแห่งความมืดที่พบร่างมนุษย์มีเส้นผมสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน หลังสืบประวัติถูกส่งมาอยู่ในความดูแลที่ปราสาทบวร์กเฮาเซ่น เด็กคนนี้ไม่ค่อยยอมพูดหรือยอมตอบคำถามใดมากนัก อาศัยสืบความจากหลักฐานหรือสอบถามจากชาวบ้านที่ใกล้ที่สุด
 
เมื่อได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่าวิคเตอร์กลับมาจากอาณาจักรสีขาวแล้ว ออร์เฟอุสจึงมาดูด้วยตาตัวเอง วิคเตอร์อุ้มเอรอสอยู่ในอ้อมแขนนำเขาไปยังห้องพักของลูกมังกรแห่งความมืดที่ว่า พร้อมแจ้งว่าเด็กผู้นั้นหลับอยู่ด้วยฤทธิ์ยา หากเขายังคงยืนกรานว่าต้องการพบ
 
ดวงตาสีทองทอดมองร่างเล็กที่ถูกจับนอนตะแคงอยู่บนเตียงก่อนจะเอ่ยขึ้น
“อายุน่าจะพอ ๆ กับแรมซีย์” ออร์เฟอุสสันนิษฐาน นึกถึงญาติผู้น้องของตน
 
“ไม่ครับ มังกรขาวแจ้งมาว่า ดูจากอายุกระดูกแล้วอายุมากกว่าที่เห็น คงอยู่ในสภาพลำบาก ได้รับอาหารไม่ครบเลยไม่เติบโตเท่าที่ควร” วิคเตอร์หันไปถามเอรอสในอ้อมแขน
“เอรอสรู้ไหมจุดอ่อนของมังกรอยู่ที่ใด”
 
เอรอสส่ายหน้าช้า ๆ
 
“อยู่ที่โคนปีก มันเป็นจุดเชื่อมต่อเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บอบบางกว่าที่คิด” วิคเตอร์เฉลยให้เอรอสฟังก่อนทอดสายตาไปยังลูกมังกรแห่งความมืดผู้ยังคงหลับใหล
 
“ทำไมจึงทำขนาดนี้” คำถามจากออร์เฟอุสนั้นคล้ายรำพึงมากกว่า
 
วิคเตอร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น กลับกล่าวเป็นอีกเรื่อง
“เรื่องผู้ตายผมยกให้คุณไปสืบสาว มังกรแห่งความมืดจัดการเองน่าจะดีกว่า”
 
วิคเตอร์หันไปรับกระดาษแผ่นหนึ่งจากซาสเกียส่งให้ออร์เฟอุส
“นั่นเป็นลักษณะที่ถูกพบครับ”
 
ดวงตาสีทองเบิกกว้างแทบไม่น่าเชื่อ เป็นภาพวาดด้านหน้าและด้านหลัง ลักษณะของโซ่ตรวนที่ลูกมังกรอายุน้อยต้องแบกรับก่อนหน้านี้
“ตั้งใจไม่ให้หนีเลยทีเดียว ราวกับเป็นทาส...”
 
“ในรายงานระบุว่ามีดวงตาสีน้ำตาลอ่อน” วิคเตอร์หันมาสบดวงตาสีทองสัญลักษณ์ของสายเลือดมังกรแห่งความมืดชั้นสูง
 
“ถึงไม่ใช่สายเลือดชั้นสูงก็เถอะ” ออร์เฟอุสปิดปากลง สูดลมหายใจเข้าก่อนจะกล่าวออกมา “เห็นว่าไม่ยอมพูด”
 
“ครับ”
 
“ฟื้นแล้วให้คนลองสอบถามดูว่าจะกลับมาอยู่กับมังกรแห่งความมืดไหม” ออร์เฟอุสมองเข้าไปในดวงตาใสราวลูกแก้ว จากนั้นมองไปยังเด็กน้อยในอ้อมแขนวิคเตอร์
“แล้วถ้าเขาตอบว่าไม่ คงไม่ใช่ว่า...”
 
“ปกติลาเมียซีรับดูแลเด็กกำพร้าอยู่นะครับ มีเผ่าพันธุ์อื่นบ้าง ส่วนใหญ่เลือกกลับไปที่คุ้นเคย หากบางคนก็ไม่” วิคเตอร์หันกลับไปมองบลูเมนและข้ารับใช้ของลาเมียซีที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล “โตขึ้นเขาจะได้เลือกเส้นทางเดินเองครับ ไม่มีประโยชน์ที่จะบังคับใจกัน”
 
ออร์เฟอุสผงกศีรษะ ยื่นภาพประกอบที่แลดูน่าสยดสยองคืนให้แล้วกล่าวขึ้น
“ข้าจะไปแจ้งท่านพ่อสักหน่อย หากมีเรื่องใดแจ้งมาได้ทันทีไม่ว่าเวลาใด อย่าลืมว่าทั้งข้าและทั้งท่านพ่ออนุญาตให้เจ้าใช้เอเรบุสได้” ขณะที่พูดนั้นดวงตาสีทองก็ทอดมองไปยังมังกรขาวที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงมังกรน้อย
 
วิคเตอร์มิได้ตอบอะไรเพียงออกไปส่งแขกตามประสาเจ้าบ้านที่ดี เมื่อมาถึงหน้าปราสาทข้ารับใช้เตรียมรถม้ามารอแล้ว ออร์เฟอุสใช้ดวงตาสีทองทอดมองวิคเตอร์ที่อุ้มเอรอสอยู่ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าน้องสาวเจ้ายังอยู่ ป่านนี้คงมีบุตรด้วยกันไปแล้วสินะ” เขาก็ไม่ทราบเหตุใดจึงได้กล่าวเช่นนี้ออกไป
 
“มันเป็นฝันตื่นหนึ่งสมัยเด็กครับ ผมแทบจะลืมไปแล้วว่าเคยวาดฝันว่าอะไร” วิคเตอร์ตอบพลางมองเข้าไปในดวงตาสีทอง
 
พอนึกถึงสิ่งที่วิคเตอร์เคยกล่าวว่าไม่เชื่อในวันพรุ่งหรืออนาคต ออร์เฟอุสจึงกล่าวขึ้น
“เจ้าไม่หวังไม่เป็นไร หากข้าหวังว่าพรุ่งนี้ข้าจะยังมีเจ้าอยู่ แบบนี้แหละอยู่ด้วยกันไปให้นานที่สุด”
 
มีวันพรุ่งนี้สักวันที่เขาไม่อาจอยู่ได้แล้ว วิคเตอร์ไม่ได้พูดมันออกไป หากมองดูมังกรแห่งความมืดจากไปขณะโอบกอดมังกรน้อยในอ้อมแขนแน่นขึ้น เอรอสเหมือนจะรับรู้จึงยกแขนขึ้นกอดญาติผู้พี่เอาไว้
 
-----
 
ลูกมังกรแห่งความมืดที่เพิ่งรับมามีดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ทั้งซาสเกียกับบลูเมนต่างทัดทานคุณชายน้อยของพวกเขาเอาไว้ พร้อมระบุตรงกันว่า แววตาเด็กนั่นไม่ใช่ธรรมดา ดังนั้นนับแต่ได้สติ วิคเตอร์และเอรอสไม่เคยพบหน้าเด็กผู้นั้นตรง ๆ
 
ในวันนี้เองบรูโน  ฟารามุนด์พาน้องชายมาเยือนปราสาทบวร์กเฮาเซ่น เขาเสนอว่าให้เด็กคุยกันเองมังกรแห่งความมืดอาจจะยอมเปิดปาก วิคเตอร์อุ้มเอรอสอยู่ในอ้อมแขนทอดสายตามองเด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกศิษย์ของเขา เค้าหน้าพี่น้องคล้ายกันโดยเฉพาะดวงตาอันมีลวดลายหินอ่อนจนเออร์วิงยังสงสัย
 
“เป็นเกียรติที่ได้พบท่านกรินญา” เอลโม  ฟารามุนด์โค้งคำนับต่อวิคเตอร์อย่างนอบน้อม
 
วิคเตอร์จึงได้โบกมือว่าอย่าได้มากพิธี
 
“ได้ยินว่าเขาไม่ยอมคุยกับใครเลย พี่ชายจึงเสนอว่าให้ผมมาลองดูครับ” เอลโมตอบพร้อมกับรอยยิ้มสดใส และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
 
“ไม่เสมอไปหรอกฟารามุนด์ ฉันจะคอยดูอยู่ก็แล้วกัน” วิคเตอร์กล่าวขณะก้าวตามซาสเกียและบลูเมนไปยังห้องที่พาเด็กผู้นั้นมาไว้ล่วงหน้า
 
บรูโนผู้ก้าวตามหลังวิคเตอร์มาจึงทักขึ้นเมื่อได้กลิ่นยาต้องจมูก
“ผมมั่นใจครับ ว่าแต่ท่านทำอะไรมา ปรุงยาหรือเหตุใดไม่ให้ผู้อื่นทำแทน”
 
“อย่าลืมสิว่าฉันเป็นผู้ปรุงยาฟารามุนด์ อีกประการเป็นยาของเอรอสฉันต้องปรุงด้วยตัวเอง”
 
เมื่อเป็นเหตุผลถึงความปลอดภัยบรูโนจึงมิได้โต้แย้งกระไรอีก เมื่อวิคเตอร์นั่งลงในบริเวณที่สังเกตการณ์แล้ว ฟารามุนด์ผู้น้องจึงได้ก้าวไปหาลูกมังกรแห่งความมืดซึ่งตอนนี้ถูกผ้าพันแผลพันร่างกายท่อนบนเสียแน่นหนา สองแขนก็ถูกตรึงให้อยู่กับที่เพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวมากนัก
 
มังกรขาวเอลโมก้าวไปหามังกรแห่งความมืดผู้นั่งอยู่กลางห้องโดยมีมังกรขาวผู้รับหน้าที่ดูแลยืนอยู่ไม่ห่าง ตรงหน้าเป็นมังกรแห่งแสงพยายามซักถามแต่ก็ไร้คำตอบจากเจ้าตัว
 
“สวัสดีฉันชื่อเอลโมยินดีที่ได้รู้จัก เธอชื่ออะไรหรือ” เอลโมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มที่ส่งไปถึงดวงตา
 
ดวงหน้านิ่งเฉยของลูกมังกรแห่งความมืดเงยขึ้นใช้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนไร้แววทอดมองไปเล็กน้อย จากนั้นจึงทำจมูกฟุตฟิตแล้วก็หันหน้าหนี ไม่ว่าเอลโมจะชวนคุยเช่นไรก็ทำราวกับไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น ทำเอาฟารามุนด์ผู้พี่รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาไม่น้อย
 
“เด็กคนนี้ช่างสมเป็นมังกรแห่งความมืด เย่อหยิ่งถือตัวนักทั้งที่เป็นข้ารับใช้” บรูโนที่ยืนอยู่ไม่ไกลกล่าวขึ้น
 
“เขาถูกปฏิบัติมาอย่างต่ำต้อย ฟารามุนด์” วิคเตอร์เอ่ยขึ้น จากนั้นจึงเรียกซาสเกียมาหา  เจ้าตัวถอนหายใจก่อนจะจัดการให้ตามที่คุณชายน้อยต้องการ แล้วยังส่งสายตาเรียกบลูเมนไปด้วย
 
บลูเมนเป็นฝ่ายเข้าไปยืนข้างลูกมังกรแห่งความมืดก่อนยกมือขึ้นแตะศีรษะเบา ๆ
“ก้มหน้าลงไปห้ามเงยขึ้นจนกว่าจะบอก คุณชายน้อยจะคุยด้วย” บลูเมนบอกด้วยเสียงเฉียบขาด
 
เมื่อเห็นเช่นนั้นซาสเกียจึงเข้าไปประกบอีกฝั่ง
 
บรูโนมองไปยังกรินญาที่ลุกขึ้นจากที่นั่ง “ท่านทราบได้อย่างไรว่าเขาจะไม่คุยด้วย”
 
“เขาหาใช่มังกรแห่งความมืดที่เชิดหน้าอยู่บนที่สูงคอยออกคำสั่ง เด็กผู้นี้หากยื่นมีดให้ก็พร้อมจะแทงคนที่ยื่นให้โดยไม่ลังเล” วิคเตอร์เพียงยิ้มจาง ๆ ตอบเพียงเท่านั้น จากนั้นจึงก้าวไปอยู่ต่อหน้าลูกมังกรตัวปัญหา แล้ววางเอรอสลงให้ยืนด้วยตัวเอง จากนั้นจึงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ฉันทราบว่าเธอได้ยินเป็นปกติดี หากไม่อยากพูดแค่พยักหน้าหรือส่ายหน้าก็พอ”
 
มังกรแห่งความมืดก้มหน้านิ่ง
 
“ที่ถูกโยงปีกนั้นเจ้านายไม่ได้บังคับ เป็นเธอที่ยอมเองใช่ไหม” วิคเตอร์ถามคำถามแรก
 
มังกรแห่งความมืดชะงักเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
 
“เขาบอกว่าหากอดทนได้ เธอจะมีฝีมือเหนือใคร จึงได้อดทนมาตลอด...” วิคเตอร์มองดูเอรอสที่เกาะขาเขาอยู่ก่อนจะกล่าวต่อ “...หากมันเป็นคำจริงครึ่งลวงครึ่ง”
 
มังกรน้อยมีท่าทางตกใจเล็กน้อย
 
“จากท่าทางในตอนนี้ เธอคงมีความลังเลสงสัยมาก่อน ดังนั้นเธอจึงเฝ้าดูนายตัวเองตาย”
 
มังกรแห่งความมืดยังคงก้มหน้านิ่ง วิคเตอร์จึงกล่าวต่อ
“เธอเดิมพันกับโชคชะตา หากเขาสมควรตาย และเธอควรจะมีชีวิต” วิคเตอร์ยื่นมือไปแตะบ่าที่สั่นน้อย ๆ ใต้ผ้าพันแผลหนา “ไม่ต้องคิดว่าตัวเองชั่วร้ายหรอก ฉันก็เคยทำเช่นนั้น...”
 
วิคเตอร์ละมือของตัวเองออก เขาสบตากับซาสเกีย
“...และฉันไม่เคยนึกละอายที่ทำ”
 
เอรอสปล่อยมือจากญาติผู้พี่ ก้าวเข้าไปใกล้มังกรแห่งความมืดแล้วเงยหน้าขึ้นช้อนสายตาขึ้นก็สบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนพอดี
 
มังกรแห่งความมืดที่กำลังคิดตามคำพูดเองก็ตกใจต่อใบหน้าอ่อนเยาว์ตรงหน้า จนเผลอส่งเสียงออกมาในลำคอ พอเพ่งมองก็พบว่า มังกรตรงหน้าช่างบริสุทธิ์เปราะบางเหมือนแก้ว ดวงตาสีชมพูสวยงาม เหมือนแก้วที่แต้มสีกับกลิ่นบริสุทธิ์เจือกับกลิ่นยาอ่อน ๆ
 
เอรอสมองอยู่ชั่วครู่ก่อนจะก้าวถอยไปเกาะขาวิคเตอร์เช่นเดิม ดวงตาสีน้ำตาลก็มองตามการเคลื่อนไหว เขาไล่สายตาจากขาขึ้นไป ไม่ทันไรบลูเมนก็แตะศีรษะอีกครั้งพร้อมส่งเสียงเตือน
“ก้มลง!
 
“ไม่เป็นไร ให้เขาเงยหน้าเถอะ” วิคเตอร์กล่าว
 
ได้ยินคำอนุญาตจากผู้ที่ฟังดูมีอำนาจที่สุดมังกรแห่งความมืดจึงเงยหน้าขึ้นทันที เขาอยากเห็นหน้าคนผู้นี้ หากเด็กน้อยนั้นมีดวงตาที่สวยบริสุทธิ์ คนตรงหน้าก็...งดงาม และมีดวงตาเป็นลูกแก้วหลากสี มังกรแห่งความมืดคิดในใจแปลกที่เขาไม่อาจสัมผัสอะไรได้จากคนผู้นี้ แลดูคลุมเครือแต่ร้ายกาจ และมีกลิ่นยาเช่นเดียวกับเด็กคนเมื่อครู่ทว่าเข้มข้นกว่า
 
“เธอชื่ออะไรหรือ” วิคเตอร์ถามต่อ
 
“โลรันท์” เจ้าของนามตอบห้วน ๆ เขาจ้องเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายอยากทราบว่ามันลึกล้ำเช่นไร
 
“นามสกุลล่ะ” วิคเตอร์ถามอีก วางมือบนศีรษะเอรอสเบา ๆ
 
“ไม่มี แค่โลรันท์เฉย ๆ” โลรันท์ตอบพร้อมกับระบายลมหายใจช้า ๆ พร้อมกับจ้องมองตามมือที่อยู่บนศีรษะมังกรน้อยผมสีเงิน
 
“เอาเถิดโลรันท์ในอนาคตเธอค่อยตั้งเอาเองก็ได้ หากมีฉายาดี ๆ ก็นำมาเป็นชื่อสกุลตัวเอง หรือขอใช้ร่วมกับใครสักคน”
 
พอได้ฟังเช่นนั้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนก็เบิกกว้าง พร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาราวลูกแก้วใสสะท้อนสีรุ้ง
 
ซาสเกียผู้ทราบถึงอานุภาพลึกล้ำของดวงตาคุณชายน้อยดีเขามองไปยังลูกมังกรแห่งความมืด นอกจากหน้าที่ในฐานะเงาของคุณชายน้อย ส่วนตัวเขาเคยนึกอยากจะหลีกหนีไปให้ไกลเหลือเกิน หากเพียงได้สบตาคู่นั้นเขาก็ลืมเลือนว่าตัวเองมีความคิดชั่วแล่นเช่นไร เขาทราบว่าตัวเองหนีไปจากคุณชายน้อยไม่พ้น เมื่อไม่พ้นก็จงดำดิ่งไปให้สุดแล้วอยู่ดังเงาที่ติดตามเจ้าตัวต่อไป
 
(จบตอนที่ 45) Day 14 (2019) OVERGROWN
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk:
 
ช่วงนี้ฟังเพลงลงใจแล้วอยากยกให้ทุกคนที่รักครูกรินเลย รักให้ตายก็เท่านั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ลงใจไปแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น