มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 47 : 41. ธรรมเนียมปฏิบัติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 พ.ค. 63

ธรรมเนียมปฏิบัติ

 

ที่สุดวันทดสอบก็มาถึง ครูโอเวนอธิบายขั้นตอนการสอบให้ฟังว่า แม้จะเป็นการทดสอบย่อยหากทางโรงเรียนยังคงให้ความสำคัญโดยในห้องสอบนั้นจะมีครูผู้คุมสอบอยู่สามท่านอันได้แก่ครูวีโวซึ่งเป็นครูประจำชั้น ครูโอเวนครูประจำวิชา และศจ.ซัลลิแวนเป็นคนกลาง นักเรียนจะยืนประจำจุดที่กำหนดเมื่อครูให้สัญญาณแล้วจึงเริ่มทำการสอบ หลังตกลงทำความเข้าใจแล้วครูโอเวนจึงให้นักเรียนนั่งรอหน้าห้องสอบและค่อย ๆ ถูกเรียกตามเลขที่ซึ่งเรียงตามชื่อสกุล แรมซีย์  บาคเฮาเซ่นจึงถูกเรียกเข้าไปเป็นลำดับแรก ๆ

 

ยามก้าวเข้าไปในห้องสอบอันเป็นห้องฝึกเวทเดิม แรมซีย์พบว่าครูโอเวนนั่งอยู่ด้านขวา มีครูวีโวครูประจำชั้นอยู่ด้านซ้าย บนยกพื้นสูงขึ้นไปอีกระดับนั้นคงเป็นศจ.ซัลลิแวนที่ครูโอเวนกล่าวถึงซึ่งเขาไม่คุ้นหน้าสักเท่าใด

 

ครูวีโวเรียกให้เข้าไปยืนที่จุดจากนั้นจึงกล่าวแนะนำเขาให้กับศจ.ซัลลิแวน หลังจบการแนะนำตัวครูโอเวนจึงบอกให้นำวัตถุเวทของเขาออกมา

 

แรมซีย์หยิบเอาวัตถุเวทของเขาออกมาวางบนมือจากนั้นจึงหันไปหาครูโอเวน

 

ครูโอเวนผงกศีรษะให้ แล้วกล่าวออกมา

“พร้อมแล้วนะครับ”

 

แรมเซย์สูดลมหายใจเข้าเพื่อทำสมาธิแล้วตอบว่า

“พร้อมครับ” แรมซีย์จึงแสดงให้ครูผู้คุมสอบเห็นว่าเขาสามารถทำได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือการหน่วงพลัง

 

ศจ.ซัลลิแวนผงกศีรษะอย่างพอใจ “ใช้ได้! อนาคตย่อมเป็นมังกรแห่งความมืดที่เก่งกาจอย่างแน่นอน”

 

ครูวีโวผู้ทราบดีว่าเด็กนักเรียนในความดูแลของเธอผู้นี้พิเศษนัก จึงเอ่ยขึ้นว่า

“แรมซีย์เป็นญาติกับท่านดยุคแห่งดราเค่นบวร์กค่ะ”

 

ศจ.ซัลลิแวนพึมพำ “เป็นเช่นนั้นหรือ”

 

ครูวีโวค่อยโล่งอกที่ศจ.ซัลลิแวนเข้าใจว่า กับบางคนไม่ควรเข้าไปยุ่งหรือแตะต้องจนเกินไป แรมซีย์เองก็เข้าใจที่ครูวีโวพยายามสื่อ เพื่อเตือนว่าเขามีความเกี่ยวดองกับเอเรบุส ด้วยกลัวเกรงจะมีปัญหาตามมา

 

ครูโอเวนจึงแจ้งว่าเสร็จสิ้นการสอบของเขาแล้ว แรมซีย์จึงแสดงความเคารพตามที่ได้รับอบรมมา ก่อนเขาจะก้าวไปถึงประตู

 

ศจ.ซัลลิแวนทักขึ้นมาคำหนึ่ง

“มังกรแห่งความมืดผู้หลงใหลในแสงสว่าง...ขอให้เธอโชคดี”

 

แรมซีย์พลันรู้สึกเย็นวาบไปทั่วทั้งสันหลัง ราวกับถูกล่วงรู้ในสิ่งที่อยู่ในใจ นอกจากสหายผู้ร่วมเรียนอนุบาลมาด้วยกันแล้วไม่มีใครทราบว่าเขารักครูญาญ่า กระทั่งท่านลุงเอเรบุสยังไม่ทราบเลย

 

แรมซีย์แม้ประหลาดใจแต่ก็มิได้ทักออกไป ก้าวออกจากห้องแล้วเรียกเลขที่ต่อไปเข้าไปแทนนั่นคือเคียฮี ก่อนที่มังกรอัคคีจะก้าวเข้าห้องสอบยังมีน้ำใจหันมาทักเขา

“แรมซีย์เป็นอะไร? ทำไมดูหน้าซีด การสอบยากมากเลยหรือ”

 

แรมซีย์ก็อธิบายไม่ถูกถึงส่ายหน้าปฏิเสธ จากนั้นสหายคนอื่นก็ไม่กล้าทักขึ้นอีก กระทั่งมังกรขาวเอลโมผู้ทำท่าราวกับจะถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงอยู่หลายครั้งยังต้องปิดปากลงเมื่อเคียฮีเองก็ก้าวออกจากห้องด้วยสีหน้าไม่ต่างกันนัก ด้วยเหตุนี้ผู้ที่ต้องเข้าสอบเป็นลำดับถัดไปจึงเริ่มกังวลขึ้นมา แรมซีย์เห็นท่าไม่ดีจึงกล่าวขึ้นว่า

“มันไม่เกี่ยวกับการสอบ แต่เป็นหลังจากนั้น...” จากนั้นแรมซีย์จึงสบตากับเคียฮี

 

มังกรอัคคีผงกศีรษะยืนยันเช่นกัน

“อย่างไรก็ทำใจให้สบายก่อนเถอะนะ” แรมซีย์สำทับอีก

 

เมื่อถึงเวลาอาหารกลางวันแต่ละคนจึงดูไม่ค่อยเจริญอาหารนัก แล้วยังมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่มีใครพูดคุยกับใคร ไม่เว้นแม้แต่เอลโมผู้ซึ่งปกติจะหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาชวนคุยสร้างบรรยากาศให้ ครานี้กลับมีสีหน้าทะมึน

 

จนสุดท้ายผู้ที่ทนไม่ไหวกลับเป็นเฟรยา เธอยกส้อมขึ้นจิ้มลงบนเนื้อในจานของตัวเองหลายต่อหลายครั้ง

“นี่มันอะไรกัน น่าหงุดหงิดที่สุด! ศจ.ซัลลิแวนนี่เป็นอะไรกันทำไมถึงได้ทำให้รู้สึกได้ขนาดนี้นะ”

 

เคียฮีหันไปหาเฟรยากล่าวไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

“พี่สาวเคยเล่าให้ฟังว่าธรรมเนียมการสอบของโรงเรียนก็เป็นเช่นนี้ แต่อาจารย์ผู้นั้นช่างเป็นคนที่น่ากลัวจริง ๆ ตรงที่เราคาดเดาอะไรไม่ได้แต่กลับเหมือนถูกล้วงดูข้างในหมด”

 

เพียงเท่านี้ผู้ร่วมโต๊ะก็ทราบแล้วว่าต่างได้รับมาคล้ายกัน บนโต๊ะอาหารกลับไปเงียบอีกครั้งจนเออร์วิงหันไปสะกิดเอิร์ดมานน์พร้อมกับพูดพอให้ได้ยินกันสองคน

“เออร์วิง...นายไว้ใจฉันไหม” มังกรปฐพีเหลียวมองเจ้ามังกรวารี “เล่าสิ่งที่นายพบเจอให้ฉันฟังที ฉันก็จะเล่าของฉันให้นายฟังดีไหม”

 

เอิร์ดมานน์กลืนก้อนน้ำลายเหนียวลงคอ จะให้พูดออกมายังต้องพยายาม

 

เออร์วิงจึงบอกจุดประสงค์ของตนออกมา

“ฉันว่าจะส่งจดหมายหาครูกริน อย่างน้อยที่สุดอาจจะขอให้ครูกรินช่วยสืบ หรือได้คำอธิบายว่านี่มันเรื่องอะไร”

 

เอิร์ดมานน์จึงยินยอมตอบรับในที่สุด เขาก็ต้องการคำอธิบายเช่นกัน โดยเฉพาะจากผู้ที่เขาเชื่อถือ

 

-----

 

เส้นผมสีเงินยวงเป็นประกาย ดวงตาสีชมพูอ่อนบนใบหน้าน่ารักน่าเอ็นดูของเอรอส เมเซอร์  เอเซอร์จ้องมองทั้งหมดนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ จนกระทั่งถูกขัดจังหวะขึ้นโดยน้ำเสียงคุ้นเคย

 

“เมซ!” มังกรแห่งความมืดเจ้าของรูปร่างกำยำสูงใหญ่ เส้นผมสีดำตัดสั้น เอ่ยเรียกน้องสาวเสียงดัง

 

ลูกมังกรที่อยู่ในบริเวณพากันสะดุ้งตกใจ ในขณะที่เอรอสทอดสายตามองไปยังเพื่อนร่วมชั้นอย่างมีคำถาม

 

เมเซอร์ฉีกยิ้มเมื่อเห็นร่างนั้นก้าวเข้ามา เธอรีบดึงข้อมือเอรอสให้ตามไปด้วยทันที เอรอสแม้จะขัดขืนในทีแรก แต่ก็ยอมก้าวตามไป

 

“พี่! ทำไมพี่ถึงมารับได้กันคะ?” เมซถามด้วยความแปลกใจ แต่ในน้ำเสียงร่าเริงนั้นก็แฝงด้วยความยินดี

 

“พี่เพิ่งจะว่างหลังปลดประจำการมา เลยมารับเธอน่ะสิเมซ แล้วก็อยากมาดูโรงเรียนของเธอด้วย” บุรุษซึ่งเป็นพี่ชายของสาวน้อยมังกรแห่งความมืดมองน้องสาวก่อนกวาดสายตามองเด็กชายที่ถูกลากตามมาด้วย

 

เมเซอร์เห็นสายตาพี่ชายจึงรีบแนะนำทันที

“นี่เอรอสค่ะ เป็นคนที่เมซจะแต่งงานด้วยเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่”

 

เอรอสหันมองเมซทันที ถึงเมซจะชอบพูดว่าชอบเขาอย่างนั้นอย่างนี้ เอรอสก็เข้าใจเพียงว่าเมซแค่หยอกเขาเล่น

 

แซคคา  เอเซอร์ส่ายหน้าทันที

“ไม่ได้! เด็กนี่เป็นมังกรแห่งแสงใช่ไหม มังกรแห่งความมืดกับมังกรแห่งแสงน่ะ อย่างไรก็ให้ลูกไม่ได้” แซคคายกมือขึ้นแตะคางมองเอรอสอย่างพิจารณา “ตัวเล็กกว่าเธออีกนะเมซ ท่าทางก็ดูอ่อนแอ ใช้ไม่ได้ จะมีดีอย่างเดียวก็แค่หน้าตา”

 

“นั่นเป็นสิ่งสำคัญของเอรอสที่เมซชอบที่สุดค่ะพี่!” เมเซอร์แย้งพี่ชายในทันที

 

เอรอสไม่ได้สนใจคำตำหนิอะไร หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากครูรูบี้ เขาอยากออกไปจากสถานการณ์น่าอึดอัดตรงหน้า

 

เมเซอร์ทำปากอูดใส่พี่ชาย

“เอรอสน่ารักออก แถมยังเป็นญาติผู้น้องครูกรินด้วย!

 

แซคคาเลิกคิ้ว เป็นญาติครูประจำชั้นงั้นหรือ ปกติมังกรแห่งแสงไม่น่าจะออกมาทำอะไรแบบนี้นี่นา ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น แซคคาก็ต้องละออกจากห้วงความคิดตนเนื่องจากน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลที่ดังขึ้น

 

“สวัสดีครับ คุณเป็นผู้ปกครองของเมเซอร์หรือ”

 

แซคคามองไปยังต้นเสียงแล้ววินาทีนั้นเขาก็ลืมวิธีการหายใจ ลืมวิธีการพูดไปทันที คราแรกเขาไม่ได้แปลกตากับลูกมังกรแห่งแสง ทว่ากับมังกรตรงหน้ามีรูปโฉมให้ชวนตะลึง

 

เมเซอร์เข้าไปดึงชายเสื้อพี่ชาย แนะนำทันที

“นี่ครูกริน ครูผู้ดูแลของเมซเองค่ะ” จากนั้นเมเซอร์จึงหันไปทางครูกริน “นี่พี่ชายคนเดียวของเมซค่ะครูกริน”

 

วิคเตอร์ทอดสายตาไปยังบุรุษตรงหน้าที่สูงกว่าเขา

“พี่ชายของเมซนี่เอง สวัสดีครับผมกรินญาเป็นครูผู้ดูแลของเมซ” วิคเตอร์กล่าวจบก็อุ้มเอรอสขึ้นลูบหลังปลอบ

 

ที่สุดแซคคาก็เรียกหาเสียงของตนพบจึงได้ยืดตัวตรงกล่าวคำทักทายตามมารยาทออกมาได้

“สวัสดีครับ ผมพันตรีแซคคา เอเซอร์ประจำกองกำลังโดกัลยินดีที่ได้พบครับ”

 

วิคเตอร์ค่อยเข้าใจว่ารูปร่างเช่นนี้เพราะเป็นทหารซ้ำยังเป็นกองกำลังของเอเรบุส เขาจึงยิ้มตอบตามมารยาท

“ที่แท้พันตรีเอเซอร์เป็นทหารนี่เอง”

 

แซคคาเห็นรอยยิ้มนั้นสมองก็ตื้อตันไปหมดทำได้เพียงกล่าวลาพาน้องสาวกลับบ้านเท่านั้น บนรถม้าระหว่างทางกลับบ้าน เมเซอร์พยายามพูดถึงข้อดีของเอรอสกับครูกรินให้พี่ชายฟัง แซคคาก็ฟังเข้าหูบ้างไม่เข้าหูบ้างเพราะมัวแต่นึกถึงใบหน้างดงามที่เพิ่งได้พบ เขาเคยพบเจอมังกรที่มีรูปลักษณ์สวยงามมาก็ไม่น้อย หากมังกรผู้นี้ทำให้แซคคารู้สึกประทับใจ ที่สุดเขาก็ตัดสินใจถึงสิ่งที่จะทำหลังส่งน้องสาวถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว

 

“พี่คะ?” เมเซอร์เรียกพี่ชายเมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่นเงียบไปนาน

 

“เมซ...” แซคคาหันไปสบตาน้องสาว “ไม่ว่าอย่างไรพี่ก็ไม่เห็นด้วยกับการคบกับมังกรแห่งแสง”

 

“ฮึ! ทีตอนเจอครูกรินพี่ยังจ้องเอา ๆ พี่ก็ชอบคนสวย ๆ เหมือนกันนั่นแหละ” เมซขมวดคิ้วใส่พี่ชายทันที

 

“ว่าแต่ครูของเธอคนนั้นเป็นมังกรแห่งแสงหรือ” แซคคาถามน้องสาว

 

เมซผงกศีรษะรับเร็ว ๆ

“ครูกรินเป็นลูกครึ่งมังกรขาวกับมังกรแห่งแสงค่ะ เมซได้ยินพ่อแม่เด็กคนอื่นเรียกครูกรินว่า หลานชายของลาเมียซี”

 

ทันทีที่ได้ยินนามนั้น แซคคาก็เบิกตาขึ้นทันที

“ลาเมียซี! นั่นเป็นมังกรแห่งแสงชั้นสูง”

 

“เมซก็บอกแล้วไงว่าเอรอสน่ะใช้ชื่อสกุลว่าลาเมียซี นี่พี่ไม่ได้ฟังเมซเลยสินะคะ” เมเซอร์ว่าเสร็จก็ค้อนพี่ชายเสียวงใหญ่

 

ได้ยินเช่นนั้น แซคคาก็มานึกย้อนที่น้องสาวเล่าให้ฟังว่าเด็กที่เมซชอบมีนามว่า เอรอส โรส ลาเมียซีเป็นญาติผู้น้องของครูมิน่าในขณะที่เด็กคนอื่นตกใจกับเสียงของเขาเด็กคนนั้นถึงได้ไม่สะดุ้งสะเทือน ส่วนครูเป็นหลานชายของลาเมียซีแต่ใช้ชื่อสกุลว่ากรินญา ที่แท้เขามัวแต่ใจลอยไปนี่เอง เอาเถิด...แซคคาคิด เขาจะลองดูสักตั้ง ในเมื่อตอนนี้เขาได้พักทั้งที

 

-----

 

“คุณชายน้อยครับ” บลูเมนเอ่ยเรียกหลังขออนุญาตเข้ามารายงาน

 

“ฉันทราบแล้วล่ะบลูเมน ทนรำคาญสักพักให้เขาจัดการกันเองแล้วกัน” วิคเตอร์ตอบรับก่อนหันไปสบตาแขกประจำของปราสาทบวร์กเฮาเซ่น ดยุคออร์เฟอุส  เอเรบุส

 

บลูเมนจึงถอยออกไปแล้วก้าวไปยืนข้างซาสเกีย ทั้งสองจึงสนทนากันทางสายตา

 

คุณชายน้อยไปทำอีท่าไหนถึงขั้นมีคนมาเฝ้า บลูเมนส่งสายตาถามออกไป ลำพังมีฟารามุนด์มาเพิ่มก็เกะกะพอแล้ว

 

ซาสเกียขยับปากตอบโดยไร้เสียง เมื่อเย็น ตอนส่งนักเรียนกลับบ้าน

 

ดวงตาสีฟ้าของบลูเมนวาววับขึ้น ก่อนส่งคำถามย้ำออกไป เมื่อเย็น? วันนี้!’ ตามด้วยการระบายลมหายใจยาว

 

ซาสเกียเหลือบมองไปยังมังกรแห่งความมืดหนึ่งเดียวในห้องรับรอง จะว่าไปท่านดยุคก็เคยถึงขั้นมาเฝ้าคุณชายนอกห้องนอนเลย

 

บลูเมนส่งสายตาเย้าแหย่กลับไป นายมันแค่โชคดีที่เป็นเงาของคุณชายน้อย ถึงได้มีสิทธิ์เฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา

 

วิคเตอร์นึกถึงบุรุษผู้พูดกับญาติผู้น้องของเขาอย่างไร้มารยาทแล้ว เขาลูบศีรษะเอรอสก่อนจะเอ่ยต่อมังกรแห่งความมืดตรงหน้า

“ผมกำลังรำคาญ หากคุณจะช่วยจัดการ... เอเซอร์เป็นคนของคุณมิใช่หรือ”

 

ออร์เฟอุสหยักรอยยิ้มขึ้น

“แน่นอน ข้าไม่ปล่อยให้มาขวางตานานนักหรอกวิคเตอร์ เจ้าก็ทราบดีว่า มังกรแห่งความมืดนั้นขี้หวง”

 

“ผมก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น” วิคเตอร์ทอดสายตามองเส้นผมสีดำของมังกรแห่งความมืดซึ่งเชื่อว่า เส้นผมแต่ละเส้นของมังกรแห่งความมืดชั้นสูงนั้นสูงค่าตามสายเลือดเช่นกัน

 

มังกรแห่งความมืดลากลับไปแล้ว เอรอสในอ้อมแขนเขาก็หลับไปแล้ว วิคเตอร์หันไปหาซาสเกียผู้ก้าวเข้ามาใกล้

 

“นายน้อย” ซาสเกียเอ่ยเรียก

 

สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้วิคเตอร์ทราบในทันที

“ว่าอย่างไรซาสเกีย”

 

“นายท่านมอบภารกิจให้นายน้อยไปยังสีขาวสุดสัปดาห์นี้ครับ” ซาสเกียตอบพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตาซึ่งสะท้อนสีรุ้ง

 

วิคเตอร์เองก็สบตาสีสตาร์ลิ่งเกรย์ของซาสเกีย ต่างฝ่ายต่างทราบดีถึงความนัยที่ล่วงรู้กันเพียงสองคน ที่สุดจึงได้ตอบรับออกมา

“เรียนนายท่านว่า ฉันรับทราบแล้ว”

 

(จบตอนที่ 41) Day 10 (2019) PATTERN

#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย

Talk:

 

ที่ไม่มีลูกครึ่งมังกรแห่งความมืดกับมังกรแห่งแสงเพราะสองเผ่าพันธุ์นี้รวมกันแล้วเป็นหมันน่ะ ส่วนหนุ่ม ๆ ไม่มีผลอยู่แล้ว

ป.ล. มีตอนพิเศษวันวาเลนไทน์อยู่ที่อนุบาลด้วยค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น