มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 46 : 40. หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ม.ค. 63

หวั่นไหว

 

“ญาญ่า!” น้ำเสียงอันคุ้นเคยของแรมซีย์เรียกให้วิคเตอร์หันไปทางต้นเสียง เขาเพิ่งส่งนักเรียนคนสุดท้ายกลับไป

 

ร่างของลูกมังกรแห่งความมืดก้าวพรวดเข้ามาอย่างไม่นึกรักษากิริยาสักนิดในขณะที่อดีตลูกศิษย์คนอื่นค่อยก้าวตามมา วิคเตอร์จึงปล่อยให้เอรอสยืนเองก่อนยอบตัวลง แล้วตอบรับ

“ครับแรมซีย์”

 

“ญาญ่าผมมีเรื่องจะขอร้อง” แรมซีย์หยิบเอาวัตถุเวทของตนออกมา

 

วิคเตอร์เห็นก็เข้าใจทันที แบมือรับสิ่งที่อดีตลูกศิษย์ส่งให้

 

“ไม่ว่าจะทำอย่างไร ผมก็ทำให้เปล่งแสงไม่ได้เลย อาทิตย์หน้าผมต้องเข้ารับการทดสอบด้วย” แรมซีย์บอกตามตรง “ญาญ่าสอนผมทีได้ไหม”

 

วิคเตอร์แย้มรอยยิ้มจาง ๆ

“เช่นนั้นครูขอถามเธอก่อนว่าปัญหาของเธอคืออะไร แรมซีย์หรือลองบอกความรู้สึกยามเธอจับต้องสิ่งนี้ให้ครูฟังหน่อย”

 

เอิร์ดมานน์ได้ยินก็หูผึ่ง ก้าวเข้ามาใกล้ ๆ ไม่เพียงแต่มังกรปฐพี เด็กคนอื่นเมื่อได้ยินคำถามก็มากันมาห้อมล้อมครูกรินเอาไว้

 

“ผม...” แรมซีย์พยายามนึก “ครูโอเวนบอกว่า วัตถุเวทของแต่ละคนจะตอบสนองต่อพลังต่างกัน ผมลองค่อย ๆ ใส่พลังดูแล้ว แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ทำให้เปล่งแสงไม่ได้” แรมซีย์ตอบตามตรงน้ำเสียงดูคล้ายไม่มั่นใจเช่นทุกที

“ส่วนความรู้สึก มันก็เหมือนหินกลม ๆ ก้อนหนึ่งครับ สัมผัสแข็งกระด้าง เจ้านี่ของผมอาจจะมีปัญหากับผมหรือเปล่า”

 

“เข้าใจแล้ว ดูนะครับ” เมื่อกล่าวจบวัตถุเวทในมือวิคเตอร์ก็เปล่งแสงออกมา จากนั้นวิคเตอร์หันไปหาเอรอส “เอรอสจำที่สอนได้ใช่ไหมครับ”

 

เอรอสผงกศีรษะเร็ว ๆ รับวัตถุเวทมาถือ มังกรแห่งแสงตัวน้อยหลับตาลง ก่อนจะทำให้วัตถุในมือเปล่งแสงติด ๆ ดับ ๆ

 

“ใช่แบบนี้แหละ เอรอส” วิคเตอร์หันไปชมญาติผู้น้องก่อนรับวัตถุเวทกลับมาวางลงในมือมังกรแห่งความมืด

 

แรมซีย์ขมวดคิ้ว

“อย่าเพิ่งกังวลแรมซีย์ ด้วยความบกพร่องของเอรอสฉันจำเป็นต้องหัดเขาให้ควบคุมและหน่วงพลังจำได้ไหม”

 

แรมซีย์ยังไม่คลายหัวคิ้วออก เขาผงกศีรษะจำได้ว่าญาญ่าเคยบอกอยู่

 

มือสองข้างของวิคเตอร์ข้างหนึ่งช้อนอยู่ใต้มือของแรมซีย์อีกข้างวางอยู่ด้านบน

“ครูจะอธิบายให้ฟังนะครับ”

 

“ผมตั้งใจฟังอยู่ครับ” แรมซีย์รีบตอบรับทันที

 

“ตามที่เธอทราบมาสิ่งนี้ตอบสนองต่อพลังต่างกัน แล้วเธอจะทราบได้อย่างไรว่าควรส่งพลังเท่าไรให้นี่คือโจทย์ของเธอ แต่เนื่องจากเธอเป็นมังกรแห่งความมืดและบังเอิญมาได้โจทย์ที่ยากไปหน่อย เช่นนั้นลองทำตัวให้สมกับเป็นมังกรแห่งความมืด...หลับตาลงสิครับ”

 

แรมซีย์ปิดเปลือกตาลงทันที

“มังกรแห่งความมืดสามารถตรวจจับพลังได้ มังกรแห่งแสงก็เช่นกัน”

 

“อ๊ะ!” แรมซีย์อุทานขึ้นด้วยเพิ่งนึกขึ้นได้

 

“ทีนี้เธอลองจับสัมผัสดูสิครับว่า ช่องว่างของสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือมีขนาดเท่าไร” วิคเตอร์กล่าวก่อนคลายมือออกจากแรมซีย์

 

ได้ยินเช่นนั้นแรมซีย์ก็ทำตาม ก่อนจะอุทานขึ้น “มันเป็นช่องว่างที่เล็ก...เล็กมากเลย” เล็กเกินกว่าที่คาดไว้มาก

 

“ใช่ครับ ทีนี้จดจำภาพนั้นไว้นะ ลองส่งพลังขนาดเท่ากับที่เธอสัมผัสได้เข้าไปเติมให้เต็ม”

 

“แรมซีย์ทำได้แล้ว!” เวย์ราส่งเสียงเมื่อวัตถุเวทในมือแรมซีย์เปล่งแสงขึ้น

 

แรมซีย์ลืมตาขึ้นมองแสงนั้นก็ดับไป

“จุดที่ยากคือการหน่วงพลังสินะครับ” แรมซีย์ถามออกมา ในแววตาเริ่มมีความเชื่อมั่น

 

“ใช่แล้วล่ะ เธอต้องฝึกให้ชำนาญ”

 

เวย์ราหยิบวัตถุเวทของตนออกมา เอ่ยออกมาบ้าง

“แล้วมังกรอื่นล่ะครับ” เวย์ราแสร้งบ่นว่าเขาไม่ได้มีพลังตรวจจับแบบมังกรแห่งแสงหรือมังกรแห่งความมืด

 

วิคเตอร์หันไปทางเวย์ราก่อนจะส่งยิ้มให้

“ครูว่าพวกเธอน่าจะทราบดีแล้ว”

 

เด็กคนอื่นพอแน่ใจแล้วจึงลองดูบ้าง ทว่าเด็ก ๆ ยังคงมีปัญหาด้านการหน่วงพลัง

 

วิคเตอร์ขอยืมจากเด็ก ๆ มาวางบนมือข้างละลูก

“พวกเธอคงต้องค่อย ๆ ฝึกฝนจนกว่าจะชำนาญ แต่หากทำได้แล้วก็สามารถทำแบบนี้ได้” กล่าวจบวัตถุเวทในมือทั้งสองข้างก็เปล่งแสงขึ้นพร้อมกัน

 

ทันใดนั้นวัตถุเวทก็เคลื่อนออกจากมือของวิคเตอร์ลอยหวือไปหยุดกลางอากาศตรงหน้ามังกรแห่งความมืดผู้มาใหม่ทั้งที่ยังคงเปล่งแสง ออร์เฟอุสส่งยิ้มทักทายเด็ก ๆ

“ไม่ได้พบกันสักพัก สบายกันดีนะ” วัตถุเวทหมุนวนรอบกายมังกรแห่งความมืดก่อนกลับสู่มือลูกมังกรที่เป็นเจ้าของก่อนดับลงเรียกเสียงทึ่งของเด็ก ๆ ได้ยกเว้นญาติผู้น้องของเจ้าตัว

 

“ท่านดยุค” แรมซีย์เอ่ยเรียก

 

“ยังไม่เรียกพี่อีกหรือ” ออร์เฟอุสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แม้จะไม่นึกแปลกใจเท่าใดนักเมื่อเห็นแรมซีย์ระบายลมหายใจพรืด

 

“ครูกรินช่วยอธิบายวิธีหน่วงพลังให้พวกเราได้ไหมคะ” เฟรยาอ้อนวอน

 

“นะคะครูกริน” สาวน้อยมังกรอัคคีมาร่วมด้วย ตามด้วยสายตาอ้อนวอนของเด็กคนอื่น ๆ

 

“ครูอธิบายให้พวกเราเข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้ว นะครับนะ” แรมซีย์ร่วมด้วยช่วยอ้อน

 

“ผมอยากทำได้แบบท่านดยุคบ้าง บังคับให้ลอยและเคลื่อนที่ได้ด้วย” เวย์ราว่า

 

วิคเตอร์หันไปสบตาออร์เฟอุส ผู้ย่อมทราบดีว่ากว่าจะทำได้ถึงขั้นนั้นเจ้าตัวก็ต้องลำบากฝึกฝนอยู่ไม่น้อย

 

-----

 

หลังลูกมังกรลากลับไปกันแล้ว วิคเตอร์จึงเชิญแขกผู้มาเยือนไปยังห้องรับรอง หญิงรับใช้จัดเตรียมเครื่องดื่ม ของว่างไว้รอรับตั้งแต่ได้รับรายงานจากส่วนหน้า

 

เมื่อท่านดยุดแห่งดราเค่นบวร์กนั่งลงในที่ประจำ วิคเตอร์เองก็นั่งลงเล่นกันโดยมีเอรอสและรูบี้นั่งอยู่ถัดไป

“ออร์เฟอุส...” วิคเตอร์เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเมื่อเห็นแววตาเคร่งเครียด

 

“คนของเอเรบุสคอยตรวจสอบเรื่องพ่อมดผู้นั้นอยู่ ทว่าไร้ความเคลื่อนไหวใดจนน่ากลัวนัก” ออร์เฟอุสตอบตามตรง

 

วิคเตอร์มองไปยังญาติผู้น้องซึ่งนั่งอยู่ข้างกัน เซฟิรอสยืนยันแน่นหนักว่า เอรอสจะไม่ถูกใช้เป็นสื่อ หากเขายังไม่ตัดใจ ด้วยพ่อมดพบว่ามังกรแห่งความมืดที่เหมาะสมคือออร์เฟอุส ไม่แน่ว่ามังกรแห่งแสงที่ทางนั้นหมายตาเอาไว้จะเป็นเขามากกว่า แต่อย่างน้อยดูท่าพ่อมดชาวสีดำจะไม่ทราบว่าเขาเป็นเพียงลูกครึ่งมังกรแห่งแสง วิคเตอร์เลื่อนสายตากลับไปหาผู้นั่งอยู่ตรงข้าม

“เช่นนั้นผมยิ่งอยากให้คุณระวังตัว” จากประสบการณ์เก่าก่อนท่านดยุคมักเคลื่อนไหวตามใจจนมีช่องโหว่เสมอ

 

ดวงตาสีทองวูบไหวก่อนเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ

“เจ้า...เป็นห่วงข้าหรือ?”

 

วิคเตอร์เพียงอยากให้อีกฝ่ายระวังตัว ด้วยพ่อมดชาวสีดำนั้นมีความคิดและพฤติกรรมที่ร้ายกาจยิ่ง

“ครับ” พอตอบรับออกไปเช่นนั้นราวกับเขากล่าวอะไรผิดพลาดไป ดวงตาสีทองที่มองมาหวานซึ้ง จนวิคเตอร์หันไปหารูบี้คล้ายขอคำตอบว่า เขากล่าวอันใดผิดไปหรือไม่ ก่อนจะพบว่าดวงตาสีทับทิมของรู้บี้ตอบกลับว่าเขาคงสื่อความหมายผิดไปจริง ครั้นเหลือบไปทางซาสเกียที่ยืนหลบอยู่ก็ยิ่งตอกย้ำ ดวงตาสีสตาร์ลิ่งเกรย์ตอบกลับด้วยความหมายว่า คุณชายน้อยกำลังหาเรื่องใส่ตัวอยู่นะ

 

ดูท่ายิ่งกล่าวอะไรออกไปตอนนี้ก็จะยิ่งทำให้ทุกสิ่งเลวร้ายลง วิคเตอร์จึงเลือกจะนิ่งเงียบเสีย

“ตามที่ท่านพ่อกล่าว วิคเตอร์เจ้าสามารถใช้คนของเอเรบุสได้หากเจ้าต้องการ วันนี้ได้ยินเจ้าบอกว่าเป็นห่วงก็น่ายินดีนัก...”

 

นอกจากแววตาคำพูดจาก็ฟังดูอ่อนหวานจนน่าขนลุก วิคเตอร์มิได้ต้องการหยิบยืมคนของเอเรบุส ลำพังตอนนี้เขามีลาเมียซีในมือ ซ้ำฟารามุนด์จากฝั่งมังกรขาวยังมาเคลื่อนไหวรอบกายอีก

 

คุยกันหลังจากนั้นอีกไม่กี่คำมังกรแห่งความมืดจึงลากลับ หลังส่งเอรอสเข้านอนวิคเตอร์กลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงานอีกครั้งแล้วหลับตาลงเพื่อคุยกับเซฟิรอสเรื่องของพ่อมดชาวสีดำ

 

นอกจากข่าวจากเอเรบุส ล่าสุดวิคเตอร์เองก็ติดตามเรื่องจากฝั่งลาเมียซี เมื่อฟารามุนด์เคลื่อนไหวเขาก็ไม่บ่ายเบี่ยงที่จะตามเรื่องจากทางนั้นด้วย ก่อนสรุปได้ว่าฝั่งมังกรยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดของทีลล์  ออยเล่ชปีเกล

 

เซฟิรอสตอบกลับมาว่า ฉันกำชับคนของฉันในแคว้นกระจกให้แล้ว

 

หรือบางทีฉันควรจะต้องไปดูด้วยตัวเอง วิคเตอร์เสนอความคิด

 

เซฟิรอสกลับแย้งขึ้น ที่นั่นไม่เหมาะกับนายหรอก ผู้สัมผัสได้ถึงแสงสว่างอยู่ที่นั่นไม่ได้

 

วิคเตอร์รู้สึกว่านั่นช่างเป็นคำตอบที่ชวนฉงน

 

เซฟอรอสถามกลับมาอีก ทราบตำนานแคว้นกระจกหรือไม่วิคเตอร์ ผู้ที่เหมาะสมกับที่นั่นคือผู้อยู่ในโลกมืด หรือคนตาบอดเท่านั้น ฉันมีสายอยู่ที่นั่นเป็นคนตาบอดทั้งคู่

 

วิคเตอร์ถาม หาสายอย่างไรได้เหมาะเจาะยิ่งนัก

 

เซฟิรอสเงียบไปครู่ก่อนตอบ อดีตข้ารับใช้ของท่านทวดน่ะ ถูกลงโทษจนตาบอด แต่ยังใช้งานได้ดี

 

วิคเตอร์เห็นสมควรข้ามรายละเอียดปลีกย่อยไป จึงเลี่ยงไปถามรายละเอียดอื่นแทนถึงความผิดปกติของแคว้นกระจก

 

ก่อนอื่นกลับมาที่คำถามเดิมนายทราบตำนานแคว้นกระจกหรือไม่ เซฟิรอสถามมาอีกครั้ง

 

ถ้าเรื่องทีลล์ ออยเล่ชปีเกลสาปแคว้นกระจกฉันทราบ กับเรื่องที่คำสาปนั้นยังคงอยู่

 

ผู้คนในนั้นเหมือนเสียสตินะวิคเตอร์ หากเขาไม่ทราบถึงความผิดปกติของตน ผู้มีสติคือผู้ที่มองไม่เห็น นายเข้าใจหรือไม่

 

เกี่ยวข้องกับกระจกใช่ไหม วิคเตอร์นึกถึงวัตถุที่สามารถสะท้อนภาพและแสงได้

 

ใช่ กระจก ทุกสิ่งเริ่มจาก...นกฮูกและ...กระจก เซฟิรอสยืนยันคำตอบราวกับรำพึง

 

(จบตอนที่ 40) Day 9 (2019) SWING

#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย

Talk:

 

เวลาท่านดยุคจะให้น้องเรียกพี่ทีไรน้องมักจะไม่ยอมทุกทีแบบ...ฝันไปเถอะ กว่าจะยอมเรียกคือตอนโตนู่นแน่ะ พอเรียกก็เรียกแบบง่าย ๆ เลยล่ะ

 

ตำนานแคว้นกระจกมีลงอยู่ใน LLL ท้ายเล่ม 3 หรือ 4 นี่แหละ (ลืม) เราเป็นผู้เขียน คุณ ILLREI ช่วยอีดิทค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น