มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 44 : 38. หลงใหล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 62

หลงใหล
 
สเปียร์สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้สีดำสลับขาวหมอบอยู่ไม่ไกลนัก มันส่งสายตาเรียกร้องความสนใจไปยังผอ.ธีโอบลาด์ มอราเลส ผู้เป็นเจ้าของมันในขณะนี้ หากผอ.มอราเลสนั้นกำลังชื่นชมหนังสือรวมภาพตรงหน้ากับผู้ร่วมอุดมการณ์อย่างสาวน้อยมังกรพฤกษาเฟรยา
 
บนโต๊ะเตี้ยเข้าชุดกันกับชุดเก้าอี้ปูลาดด้วยผ้าปูโต๊ะเนื้อละเอียดเพื่อไม่ให้ทำความเสียหายหรือทำให้หนังสือรวมภาพของสะสมอันสูงค่าของผอ.เสียหายหรือมีแม้กระทั่งรอยขีดข่วน
 
“นี่เป็นรวมภาพจากงานเลี้ยงในพระราชวังครั้งล่าสุดเฟรยา” ผอ.มอราเลสกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
 
เฟรยาเพ่งมองปกอันเป็นภาพวาดของเลดี้ลาเมียซีซึ่งวาดด้วยศิลปะแบบอาร์ตนูโวด้วยดวงตาเป็นประกาย
“จะใช้คำใดมาอธิบายดีล่ะ ไม่ควรเรียกว่าสวยหากต้องเป็นงดงาม”
 
ผอ.มอราเลสผงกศีรษะเห็นด้วยก่อนจะเสริมว่า “ไม่เพียงงดงาม แต่ยังแลดูตระการตา”
 
ผอ.พลิกหน้าหนังสือไปพร้อมกับกล่าว “หากยิ่งกว่าศิลปินผู้รังสรรค์ผลงานเฟรยา ผู้อยู่เบื้องหลังหนังสือที่ถูกส่งต่อมาถึงมือเราคือช่างแกะบล็อกไม้ พวกเขาต้องจินตนาการเพื่อแบ่งแยกสีต่าง ๆ ร่างภาพในหัวลงไปบนบล็อกไม้แล้วจึงแกะมันแยกส่วนออกมาประกอบเป็นภาพหนึ่งภาพ”
 
เฟรยามองหน้าผอ.พร้อมกับคิดตาม
 
“หากไม่มีช่างแกะที่มีฝีมือคงไม่อาจส่งต่อความงามเหล่านี้มาถึงมือพวกเรา นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่หนังสือรวมภาพมีราคาแพง เพราะพิมพ์ในจำนวนน้อยในขณะที่ต้นทุนนั้นสูงมาก” ผอ.มอราเลสมองผลงานศิลปะในมืออย่างชื่นชม
 
“หนังสือรวมภาพในมือของผอ.ช่างเป็นงานศิลป์ตั้งแต่ผู้วาดภาพจนออกมาเป็นเล่มเลยเชียวนะคะ”
 
“ถูกต้องเฟรยา ถึงจะเป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ กระทั่งสตรีผู้เย็บรวมหน้ากระดาษเข้าด้วยกันนี้ก็ยังต้องอาศัยความประณีตบรรจง” ผอ.ส่งยิ้มให้กับสาวน้อยมังกรพฤกษา
“ที่ฉันอยากบอกเธอคือ กว่าจะออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ เราไม่สามารถขาดผู้ชำนาญการในแต่ละส่วนไปได้”
 
“เฟรยาเข้าใจในสิ่งที่ผอ.ต้องการจะบอกต่อค่ะ” เฟรยายิ้มให้ ยามมองไปบนภาพพระราชวัง นำเข้าสู่โถงทางเดินไปจนถึงห้องโถงจัดงานเลี้ยงใหญ่ ในรูปแสดงภาพของเลดี้ลาเมียซีและเลดี้วิเซียเร่ ถัดไปด้านหลังนั้นเป็นบุรุษที่เฟรยาคุ้นเคยดี ส่วนคู่สนทนานั้นเฟรยารู้สึกคุ้นตา
 
“นี่ครูกรินนี่นา ส่วนคนนี้...” เฟรยาหันไปหาผอ.เพื่อขอคำตอบ
 
“ดยุคแห่งโอเทียโนแองกุสต์  เอเรบุส บิดาของดยุคแห่งดราเค่นบวร์ก”
 
“ท่านลุงเอเรบุสที่แรมซีย์พูดถึงบ่อย ๆ นี่เอง” เฟรยาร้องอ้อในลำคอ มีส่วนคล้ายท่านดยุคอยู่มากเลยเชียว
 
“ใช่แล้วล่ะ ตระกูลนี้มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์มานานเลยค่อนข้างพิเศษ ตำแหน่งดยุคแห่งดราเค่นบวร์กเป็นตำแหน่งพิเศษสืบทอดในตระกูลก็จริงแต่เป็นการส่งต่อโดยคนเก่าไม่เกี่ยวข้องกับที่บิดาส่งมอบให้บุตรหรือสายเลือดคนอื่น”
 
“ฟังดูซับซ้อนจังเลยนะคะ” เฟรยากล่าวตามตรง
 
“ค่อย ๆ เรียนรู้ไว้หากเธอจะเข้าเป็นหนึ่งในสภาเฟรยา...” ผอ.มอบรอยยิ้มเอ็นดูให้
 
“แน่นอนค่ะผอ.มันคงไม่ยากเกินความสามารถหรอก ครูกรินกับแรมซีย์เองก็ยังผ่านมาได้เลย”
 
“ว่าแต่พวกเธอดูจะคุ้นเคยกับดยุคแห่งดราเค่นบวร์กดีจังเลยนะ” ผอ.ตั้งข้อสังเกตจากที่ได้ยินเฟรยาเอ่ยถึง
 
“ท่านดยุคมักจะไปพบครูกรินที่โรงเรียนอนุบาลบ่อย ๆ ค่ะ ตั้งแต่พวกเรายังเรียนอยู่จนตอนนี้ก็ยังไปที่นั่นเสมอ”
 
“เป็นเช่นนี้น่ะเอง” ผอ.เองก็เคยได้ยินว่าดยุคแห่งดราเค่นบวร์กติดพันเอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่นอยู่
 
“ผอ.คะ ทั้งพาโบล เบดูลน์หรือเดลฟีล้วนเป็นนามแฝง เราไม่มีทางทราบตัวจริงของผู้วาดได้เลยสินะคะ”
 
“ศิลปินเหล่านี้คงยากจะเปิดเผยตัวเฟรยา หนังสือรวมภาพนี้ยังเป็นของใต้ดินที่แจ้งข่าวกันเป็นการเฉพาะเลย” ผอ.อธิบาย
 
“น่าเสียดายจังเลยนะคะ ทั้งที่มีฝีมือมากมายเพียงนี้”
 
“คงเพราะลึกลับนี่แหละ ถึงได้สร้างมนต์ขลังให้แก่ผลงานเช่นนี้”
 
สองมังกรส่งเสียงพูดคุยชื่นชมกันไปส่วนสเปียร์นั้นถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ยามที่กำลังชื่นชมของล้ำค่านั้น
 
เฟรยาลองคิดเล่นว่าแล้วครูกรินจะทราบไหมว่านอกจากสื่อสิ่งพิมพ์ยังมีหนังสือรวมภาพลับพวกนี้อยู่ด้วย
 
-----
 
เช้าวันถัดมาวิคเตอร์ยังอยู่ที่ปราสาทแห่งแสง เขานั่งบนพื้นหญ้าในสวนของปราสาทโดยมีรูบี้ในร่างเดิมวิ่งเล่นอยู่ไม่ไกล จมูกของรูบี้ขยับไม่หยุด ยิ่งได้ยินเสียงยืนยันอีกจึงวิ่งกลับไปกระโดดผลุงลงบนตักพี่ชายเสีย วิคเตอร์จึงยกมือขึ้นลูบไปตามขนสีขาวเบาๆ
 
ผู้มาเยือนในยามเช้าย่อตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าตรงหน้าโดยมิได้นึกรังเกียจ ออร์เฟอุสกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
“ข้าส่งจดหมายไปแจ้งที่บวร์กเฮาเซ่นว่าจะไปพบ พอได้รับคำตอบว่าเจ้ายังไม่กลับไปจึงมาที่นี่แทน...”
 
ด้วยตางามสะท้อนสีรุ้งมองสิ่งที่ออร์เฟอุสติดมือมาไม่วางตา นั่นเป็นเพราะมันแปลกประหลาด ดยุดแห่งดราเค่นบวร์กมักจะมอบของให้เขาหลายสิ่ง หากนี่เป็นครั้งแรกที่นำดอกไม้มา
 
“ท่านพ่อแจ้งข้าเรื่องงานเลี้ยง ทีแรกตั้งใจจะไป...อาจจะแวะไปดูสักนิด พอได้ยินว่าท่านพ่อเชิญทางแบล็ควิงค์มา จึงเปลี่ยนใจไม่ไปเสียดีกว่า...วาเซอีได้ล้อข้าตลอดงานแน่” ออร์เฟอุสกล่าว
 
 “ดีแล้วครับ ไม่เช่นนั้นคงไม่พ้นถูกซักฟอก” วิคเตอร์นึกหน้ามังกรแห่งความมืดสวมแว่นกรอบเงินผู้นั้น
 

“เจ้ามังกรสายตาสั้นนั่นล่ะ” ออร์เฟอุสสำทับมาอีกพร้อมกับรอยยิ้ม “ข้าถูกเลี้ยงที่บ้านแบล็ควิงค์จึงเติบโตขึ้นมากับเขาเป็นทั้งพี่น้องและสหายสนิท หลังเลิกงานเจ้านั่นก็มาพบข้า ท่านแม่ก็ส่งจดหมายมาเช่นกัน”
 
วิคเตอร์แจ้งแก่ใจว่า หลังจบงานทุกอย่างคงถูกเล่าให้อีกฝ่ายฟังแทบจะทันทีกระมัง เขามองตามสายตาของออร์เฟอุสซึ่งจ้องมองยังอกเสื้อตรงที่เขากลัดดอกคาซาบลังกาไว้เมื่อวานก่อนเลื่อนสายตาไปหาดอกไม้ในมือ ดูท่าเลดี้วิเรยาส์คงบรรยายให้บุตรชายฟังอย่างละเอียดเลยเชียว...อย่างไรก็ตาม ท่านดยุคคงไม่ทราบความหมายของดอกคาซาบลังกาหรอกกระมัง
 
หากวิคเตอร์คาดผิด ผู้ที่ตอบจดหมายของท่านดยุคคือโอเบอรอนชาวสีขาวผู้โรแมนติก พอท่านดยุคสอบถามเพิ่มเติมว่า ดอกคาซาบลังกามีความหมายว่าอะไร โอเบอรอนก็ตอบตามทั่วไปว่า ตามความหมายของชื่อดอกไม้คือบ้านสีขาว ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าอาจจะมีความหมายมากกว่านั้น
 
โอเบอรอนเคยทำงานให้กับตระกูลเจอร์วิสเข้านอกออกในเขตคฤหาสน์ก็บ่อยครั้ง จึงนึกขึ้นมาได้ว่า ในอาณาเขตเจอร์วิสมีคาซาบลังกาอยู่...คุณอาแล็งเคยเล่าว่า ได้รับผิดชอบดูแลจนสร้างเสร็จแทนน้องชายผู้ล่วงลับ ผู้ตั้งใจสร้างไว้เพื่อรับใครมาอยู่ด้วย
 
ได้รับคำตอบเพียงเท่านี้ออร์เฟอุสก็เข้าใจแล้ว หากคาซาบลังกาเป็นตัวแทนถึงใครคนหนึ่ง...ออร์เฟอุสก็นึกอยู่เช่นกันว่าเขาจะให้วิคเตอร์จดจำเขาเช่นไร สุดท้ายจึงเลือกอะเซเลีย (กุหลาบพันปี) สีแดงมาให้
“เมื่อวานได้พบเจอคนในครอบครัวของข้าแล้วเป็นอย่างไรบ้าง? เจ้าตั้งใจพาเขาไปด้วยสินะ ข้าคงไม่อาจบอกต่อลูกมนุษย์นามแรมเซย์ผู้นั้นได้ว่า จะดูแลเจ้าให้ดีดังเช่นเขาตั้งใจจะทำ”
 
วิคเตอร์ตั้งใจบอกต่อสหายว่าเขาก้าวเดินไปข้างหน้าแล้วนะแรมเซย์ไม่ต้องกังวล วิคเตอร์มองอีกฝ่ายนึกถึงลูกศิษย์ที่มีนามคล้ายกับสหายผู้ล่วงลับแล้วเอ่ยขึ้น
“ครั้งหนึ่งผมเคยเล่าให้แรมซีย์ฟังว่า ผมมีสหายที่นามคล้ายเขาหากสหายผู้นั้นได้จากไปแล้ว เด็กคนนั้นบอกผมว่า ไม่เป็นไร หลังจากนี้เรียกแต่ชื่อแรมซีย์ก็พอ
 
รูบี้ใช้ดวงตาสีทับทิมมองท่านดยุค พลางนึกในใจ ดูท่าจะแพ้เด็กในเรื่องความใจกว้าง...ก่อนหน้านี้แค่ได้ยินว่าแรมซีย์ชื่อคล้ายแรมเซย์ก็โกรธแล้ว...
 
ออร์เฟอุสระบายลมหายใจ
“ข้าไม่พอใจ แต่ก็พยายามอยู่ บางทีหากข้าอยากมีที่ในใจเจ้าข้าคงต้องเริ่มจากสิ่งเล็กน้อย... ข้าเดาเอาว่าเจ้าชอบสีแดง จึงได้เลือกมาให้”
 
รูบี้สูดลมหายใจเข้าแล้วมองบน ม่าย ม่าย ไม่ใช่แล้วครับ พี่ไม่ได้ชอบสีแดง! วิคเตอร์ลอบสะกิดน้องชายไม่ให้พูด รูบี้จึงหุบปากฉับทันที
 
ดังนั้นพี่ชายจึงอุ้มน้องชายขึ้นแนบอก แล้วทั้งคู่ต่างปิดปากสนิทไม่กล่าวอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้อาคันตุกะพูดเพียงผู้เดียว ถึงกระนั้นวิคเตอร์ก็มิได้ใจร้ายเขาจึงยื่นมือไปรับช่ออะเซเลียมา
 
ดวงตาสีทองจ้องมองเข้ามาในดวงตาของเขา
สรุปแล้ว...มาเพื่อเล่นเกมจ้องตาหรือไงนะ
 
รูบี้คาดว่าคงอีกนาน พี่ก็สู้เขานะแล้วซุกอกพี่ชายหลับไปดีกว่า
 
เนิ่นนานทีเดียวกว่าออร์เฟอุสจะเอ่ยปากต่อ รูบี้ค่อยขยับหูขึ้น
“วาเซย์เล่าให้ข้าฟังแล้ว ท่านพ่อคงถามเจ้าละลาบละล้วงเกินไป”
 
“ทุกคนต่างเป็นห่วงคุณครับ” วิคเตอร์ตอบเรียบ ๆ
 
“ข้าทราบดี และทุกคนก็ทราบว่าข้าแต่งงานกับเจ้าไม่ได้ จึงได้เอ็นดูเจ้าเกินไปหน่อย” ออร์เฟอุสยิ้มออกมา จากที่วาเซย์เล่าให้ฟังนั้นไม่หน่อยนักหรอก
 
“แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยพูดเรื่องยูริดิซีแทนข้า จนถึงตอนนี้ข้ายังทำใจไม่ได้” ออร์เฟอุสหลุบตาลงตั้งใจจะซ่อนความเศร้า ก่อนจะเอ่ยต่อ “วาเซย์บอกว่า ท่านพ่อถึงกับอนุญาตให้เจ้าใช้คนของเอเรบุส”
 
“เป็นเช่นนั้นครับ ท่านแองกุสต์อนุญาตแล้ว”
 
“นั่นหมายถึงท่านพ่อถูกใจเจ้ามาก”
 
ออร์เฟอุสใช้ดวงตาสีทองจ้องมองอีกฝ่าย หลังกวาดสายตาไปทั่วใบหน้างดงาม ออร์เฟอุสนึกถึงคำพูดของท่านลุงเทอร์ครั้งนี้เขาไม่เอ่ยปากขออนุญาต สองมือรวบตัวคนตรงหน้ามากอดโดยไม่จนใจเจ้ากระต่าย แล้วซบศีรษะลงกับบ่ากว้าง
“เจ้าสำคัญต่อข้าและข้ารักเจ้า อยู่กับข้า...อยู่กับข้าไปนาน ๆ เถอะนะ”
 
วิคเตอร์ตอบรับไม่ได้ ไม่กี่ปีข้างหน้านั้นเขาจะต้องจากไป ในบรรดาผู้ที่จะอยู่กับเขาในเวลานั้นต้องไม่มีออร์เฟอุส!
 
-----
 
หลังดยุคแห่งดราเค่นบวร์กกลับไปแล้ว วิคเตอร์ก้าวเข้าปราสาทแห่งแสงข้ารับใช้มาแจ้งว่าท่านย่าต้องการพบ เมื่อถึงหน้าห้องวิคเตอร์ส่งรูบี้ที่อุ้มอยู่ให้กับบลูเมนก่อนจะเข้าห้องไปพร้อมกับซาสเกีย
 
ในห้องทำงานของเลดี้ลาเมียซีให้บรรยากาศต่างออกไปจากห้องทำงานของท่านอาจารย์ ด้านในดูเคร่งขรึมเต็มไปด้วยแผนที่สำคัญ อิซิเนีย เรช  ลาเมียซีนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ด้านข้างยังมีครูฝึกเซชส์ผู้เป็นอดีตเงาของบิดา วิคเตอร์เข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานนั้น โดยมีซาสเกียหลบไปยืนอยู่ด้านข้าง ซาสเกียเพียงเหลือบมองบิดาครู่หนึ่งก่อนทอดสายตาจับจ้องแผ่นหลังของคุณชายน้อย
 
เลดี้ลาเมียซีทอดสายตามองหลานชายตรงหน้าก่อนเอ่ยขึ้น
“ได้ยินว่าทางฝั่งมังกรขาวมีความเคลื่อนไหวหรือ”
 
“ครับ ฟารามุนด์มาดูแลผมด้วยตัวเองผู้หนึ่ง” วิคเตอร์รายงานตามตรง “ซ้ำยังส่งฟารามุนด์อีกผู้ไปดูแลทางลูกศิษย์ผมที่โรงเรียนประถมให้อีก”
 
อิซิเนียฟังแล้วก็เลิกคิ้ว
“เคยได้ยินออกุสต์พูดถึงอยู่บ้าง นี่พวกเขา...”
 
“ทางคฤหาสน์กรินญาฝั่งสีขาวเป็นผู้แจ้งข่าวไปครับ จะตำหนิไปก็คงไม่ดีผมเข้าใจถึงความหวังดี ทางฟารามุนด์ยืนยันว่าจะไม่เกะกะลาเมียซี”
 
อิซิเนียผงกศีรษะรับ
“เอาเถอะ อีกเรื่องหนึ่งวิคเตอร์ หาเวลาเข้าไปดูคฤหาสน์โอไรออนด้วยกันสักหน่อย”
 
คราวนี้เป็นฝ่ายวิคเตอร์ที่แปลกใจ
“ย่าตั้งใจจะยกให้เจ้าเมื่อถึงเวลานั้น ที่นั่นมีพลังของมังกรแห่งแสงเข้มข้น ดยุคแห่งดราเค่นบวร์กจะหาเจ้าไม่พบ”
 
(จบตอนที่ 38) Day 7 (2019) ENCHANTED
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk:
 
วงวารเขานะคะ แต่เวลาครูกรินพูดถึงแรมเซย์ทีไรน้ำตาไหลทุกที เหมือนแรมเซย์เป็นทุกอย่างให้กรินแล้วแม้ว่าเธอจะไม่อะไรกับฉันเลย
 

ท่านที่อ่านภาคแรกมา ใช่ค่ะคฤหาสน์ของโอไรออนคือเรือนหอของครูกรินในอนาคต

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น