มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 43 : 37. เกินคาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 พ.ค. 63

เกินคาด
 
แรมซีย์ยินดีปรีดาอยู่ในใจ ไม่คาดคิดเลยว่าจะได้มีวันที่เขาได้ร่วมโต๊ะในหมู่เครือญาติของตนกับครอบครัวของญาญ่า ถ้าให้เดาแรมซีย์เชื่อมั่นว่าท่านดยุคไม่มาร่วมงานแน่นอน ดังนั้นเขาจึงโล่งใจว่าจะไม่มีศัตรูหัวใจมาเกะกะสายตา
 
ท่านลุงเอเรบุสยิ้มพูดคุยกับเลดี้ลาเมียซีอย่างสนิทสนมยิ่งกว่าที่แรมซีย์คาดไว้ ถึงท่านลุงจะเคยบอกเล่าว่ามีความสนิทสนมกับทางนั้นอยู่ไม่น้อยไม่ว่าจะเรื่องงานหรือส่วนตัว หากแรมซีย์ยังจดจำสีหน้าและน้ำเสียงยามท่านป้ามาปรับทุกข์ให้เขาฟังอยู่ พอมองไปยังท่านป้าวิเรยาส์แม้ท่านป้าจะยิ้มน้อย ๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับมิได้ส่งไปถึงดวงตา
 
ท่านป้าวิเรยาส์กำลังกังวลอยู่ แรมซีย์เห็นได้อย่างชัดเจน ยามดวงตาของท่านป้ามองไปยังลาเมียซีทีละคน โดยเฉพาะกับญาญ่า
 
แรมซีย์ผู้ทำตัวเป็นเด็กดีนั่งเรียบร้อยฟังผู้อื่นพูดคุยกัน ไม่จ้องมองไปยังใครคนใดคนหนึ่งอย่างเสียมารยาท พูดคุยเบา ๆ กับมารดา ท่านลุงเทอร์และวาเซอี หากหูของเขาคอยฟังบทสนทนานอกวง ฟังท่านลุงพูดคุยกับทางลาเมียซี โดยเฉพาะยามญาญ่าเอ่ยตอบ เสียง...น้ำเสียงที่เขาจดจำได้ขึ้นใจแม้หลับตาก็จำได้
 
แองกุสต์  เอเรบุสทอดสายตาไปยังหลานชายของออกุสต์ผู้ถอดแบบมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน มุมปากหยักยิ้มก่อนเอ่ยถามออกไป
“บุตรชายข้ายังคงไปรบกวนเจ้าอยู่บ่อยครั้งหรือไม่” แองกุสต์ทราบดีว่าบุตรชายเขาไปเยี่ยมเยียนปราสาทบวร์กเฮาเซ่นบ่อยยิ่งกว่ามาเยี่ยมเขาเสียอีก
 
“ท่านดยุค...” วิคเตอร์กล่าวขึ้นก็ถูกแองกุสต์ขัดทันที
 
“ทำไมเรียกเสียห่างเหินเช่นนั้นเล่าวิคเตอร์ ทั้งที่คุ้นเคยกันถึงเพียงนั้น”
 
“ครับ...ออร์เฟอุสจะแวะมายามว่างเว้นจากกิจธุระครับ”
 
แองกุสต์ยิ้มไปจนถึงดวงตา ยามตอบคำถามก็ยังไม่พูดให้บุตรชายเขาเสียหาย มีหรือเขาจะไม่ทราบว่าบุตรชายของเขาไปเยือนที่นั่นบ่อยครั้งเพียงไร ใช้เวลาอยู่ที่นั่นเนิ่นนานเพียงใด
 
แรมซีย์หันไปมองท่านลุงเอเรบุสทันทีที่ได้ยินคำเรียกขาน ก่อนหน้านี้ท่านลุงเอ่ยเรียกญาญ่าว่าหลานชาย แต่เมื่อครู่เขาได้ยินท่านลุงเรียกชื่อของญาญ่า
 
แองกุสต์เห็นสีหน้าหลานชายของเขาก็หัวเราะหึในลำคอ ก่อนเบนสายตากลับมาหาผู้ที่เขาสนใจ
 
“อีกประการ ระยะนี้ผมต้องดูแลญาติผู้น้องผู้มีร่างกายไม่แข็งแรงอยู่อีกผู้หนึ่งด้วย ออร์เฟอุสคงไม่กล้ารบกวนนาน” วิคเตอร์กล่าวเสริม
 
“ถึงได้ไล่เขากลับกลางดึก” แองกุสต์กล่าวโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงจิบชาทานขนมไปเรื่อย
 
“มิได้ครับ ออร์เฟอุสมีงานต้องทำในวันรุ่งขึ้น อีกประการเขาไม่เคยอยู่ค้าง”
 
“พวกเจ้ามิเคยอยู่ร่วมชายคาหรือไร”
 
คำถามนี้ออกมาเสียงพูดคุยเบา ๆ รอบโต๊ะฟังดูเงียบลงในพริบตา
 
“เฉพาะมีเหตุให้ไปค้างแรมที่อื่นครับ เช่นครั้งที่ไปยังอาณาจักรสีขาว”
 
แองกุสต์ยกมือขึ้นลูบริมฝีปากราวครุ่นคิด
“เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฟังว่าเขาถึงกับละทิ้งทางนี้ไปสีขาวอย่างรีบด่วนเลยทีเดียว”
 
วิคเตอร์สบตาคู่สนทนาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“นั่นเพราะเป็นเรื่องด่วนและอาจจะเป็นภัยต่อเหล่ามังกร อันตัวผมได้เรียนองค์ชายไว้ก่อนหน้าและออร์เฟอุสก็ทราบดี ซ้ำเรื่องยังสืบเนื่องจากเจ้าของพิณผู้วายชนม์และเป็นเอเรบุสด้วย”
 
เมื่อเห็นสีหน้าของแองกุสต์  เอเรบุสวิคเตอร์จึงพอเดาได้ว่า เรื่องนี้ท่านดยุคคงไม่ได้บอกเล่าต่อบิดาแน่นอน
 
วิคเตอร์กล่าวต่อด้วยดวงตาที่ราวกับผิวน้ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่น หากเรื่องราวที่เอ่ยออกมานั้นทำเอาบรรยากาศก่อนหน้าเปลี่ยนไปทันที
“พ่อมดชาวสีดำสังหารคนของตระกูลเอเรบุส ซ้ำยังกักขังวิญญาณนางเอาไว้...เจ้าของเดิมของพิณสีทองซึ่งท่านมอบให้บุตรชาย”
 
ส้อมร่วงหลุดจากมือแองกุสต์  เอเรบุสทันที
“เจ้าว่ากระไร เรื่องใหญ่เช่นนั้น”
 
เลดี้วิเรยาส์เองก็ดูจะตกใจไม่น้อย
 
วิคเตอร์ตัดสินใจ...เอาเถิดมันไม่ใช่ความลับแล้ว และเขาพอจะเดาได้ว่าเรื่องนี้กระทบจิตใจของออร์เฟอุสที่จะเอ่ยซ้ำ
“รายงานถูกส่งถึงองค์ชายแล้ว ท่านแองกุสต์...โปรดอย่าเค้นถามจากบุตรชายท่านเลย”
 
เป็นอะเซเลียที่เอ่ยขึ้น มือข้างหนึ่งกุมมือบุตรชายเอาไว้
“พิณ? พิณสีทองของออร์ฟี่ คุณครูเกิดเรื่องใหญ่เช่นนั้นเลยหรือคะ?”
 
ทั้งเทอร์โอโรดิออนและวาเซอีเองก็มีปฏิกิริยาเช่นกัน
 
“มันเกี่ยวโยงกันโดยถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดีครับ ขออภัยที่ผมบอกรายละเอียดมากไม่ได้” วิคเตอร์หันไปหาแองกุสต์  เอเรบุส
 
“ไม่มีอะไรที่เราต้องปิดบังต่อแบล็ควิงค์ เล่าเท่าที่จะเล่าได้หากมันเป็นภัยคุกคามต่อเหล่ามังกร” แองกุสต์เอ่ยคำอนุญาต
 
วิคเตอร์จึงสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นโดยพยายามเลี่ยงไม่พูดถึงเรื่องที่เขาได้ยินเสียงยูริดิซีเช่นกัน
 
“หาใช่เรื่องเล่นแล้ว วิคเตอร์” แองกุสต์กล่าวพลางหันไปหาเลดี้ลาเมียซี “ซ้ำยังเกิดเรื่องต่อคนของลาเมียซีด้วย”
 
“คนของลาเมียซีจะคอยจับตาดู” อิซิเนียตอบเรียบ ๆ
 
“จากข้อมูลที่ผมได้รับมา พ่อมดชาวสีดำผู้นั้นยังคุกคามทั้งชาวสีดำและชาวสีขาวด้วย” วิคเตอร์เลี่ยงที่จะเอ่ยนามของพ่อมดผู้นั้น
 
แองกุสต์ระบายลมหายใจช้า ๆ
“ช่างเป็นบุคคลอันตรายเหลือ คนของเอเรบุสจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ วิคเตอร์หากเจ้าต้องการสามารถใช้คนของเอเรบุสได้”
 
วิคเตอร์นึกอยากปฏิเสธแต่ก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่กล่าวขอบคุณตามมารยาท
 
ขณะที่บรรยากาศดูตึงเครียด วาเซอี  แบล็ควิงค์ก็เอ่ยถามขึ้นมา
“หรือว่าเจ้าก็ได้ยินเสียงของยูริดิซี สมัยก่อนออร์เฟรเคยบอกข้าว่าเขาคุยกับพิณตัวนั้นได้ โดยข้าไม่ได้ยินเสียงใด เดิมทีข้าเข้าใจว่าด้วยพิณนั้นเป็นของเอเรบุสเพราะเป็นสายเลือด หากตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่ามิใช่”
 
การตั้งข้อสังเกตนี้ของวาเซอีทำให้ผู้ร่วมโต๊ะต่างมองมาทางวิคเตอร์เป็นตาเดียว
 
วิคเตอร์เองคงเลี่ยงไม่ได้ เขาจึงเลือกสบตากับท่านแองกุสต์
“ผมได้ยินเสียงของยูริดิซีตั้งแต่เมื่อครั้งได้พบที่ผาเอื้อมตะวัน”
 
แองกุสต์ยังจดจำเมื่อครั้งที่เขาไปพาตัวบุตรชายกลับ ดวงตาสีทองดุจเดียวกับออร์เฟอุสผู้เป็นบุตรชายจ้องมองลูกครึ่งมังกรแห่งแสงอย่างมีความหมาย
“ครั้งนั้นเจ้ายังเด็กอยู่เลย”
 
“ครับ” วิคเตอร์ตอบรับก่อนหันไปสบตาท่านย่า
 
วาเซอีแค่จับสังเกตได้ในถ้อยคำของลูกครึ่งมังกรแห่งแสง จึงได้แต่รำพึงในใจอย่างสงสารผู้เป็นทั้งญาติและสหายสนิท
โอ นี่มันเนื้อคู่ของออร์เฟรจริง ๆ มิน่าเล่าทั้งรักทั้งหลงปานนั้น ให้ตายเถอะอาเขยคิดจะแยกคู่ฟ้าประทานมาแบบนี้จริงหรือ
 
แรมซีย์ผู้สงบนิ่งฟังมาตลอดไม่คาดคิดเลยว่า เรื่องที่พวกเขาพบเจอเจ้าจิ้งจอกทะเลทรายตัวนั้นจะเกี่ยวข้องกับเรื่องราวมากมายเช่นนี้ โลกของญาญ่าที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเป็นเช่นนี้เองหรือ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็วาดหวังว่าในอนาคตจะได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวเหล่านั้น
 
หลังจากสิ้นเรื่องเครียดเป็นแรมซีย์ที่ต้องซ่อนความหงุดหงิดไว้ เหล่าญาติของเขาพากันซักถามญาญ่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับญาติผู้พี่ของเขา ไม่ถามญาญ่าตรง ๆ ก็หันไปถามเลดี้ลาเมียซีบ้าง เลดี้วิเซียเร่ ไปจนถึงน้องสาวของญาญ่า
 
“ออร์เฟรมักจะมาเล่นกับบลูซัลเวียที่บวร์กเฮาเซ่นบ่อย ๆ ค่ะ” น้ำเสียงหวานใสของเด็กหญิงมังกรแห่งแสงตอบคำถามของท่านป้า
 
แรมซีย์ได้ยินก็รู้สึกหางตากระตุกในทันที เขาไม่เคยสัมผัสถึงความเอ็นดูเด็กจากญาติผู้พี่สักนิด ใช่สิเขาไม่ใช่ผู้มีผลประโยชน์นี่นา แรมซีย์นึกถึงที่ญาญ่าเคยสอน แม้จะอยู่ในสถานการณ์น่าเบื่อเพียงไรก็ให้ลองหาข้อดีแล้วสนุกกับมัน
 
หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว ข้อดีของงานเลี้ยงนี้คือ แม้จะเป็นวันหยุดเขายังได้ใช้เวลาร่วมกับญาญ่า ได้ฟังน้ำเสียงที่เขาชอบพูดคุยกับญาติ ๆ ของเขาในบรรยากาศที่ต่างจากในห้องเรียน บรรยากาศที่ราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน
 
-----
 
วิคเตอร์ไม่คาดคิดว่าวันนี้เขาต้องใช้สมองมากถึงเพียงนี้ เพื่อสรรหาคำตอบที่เหมาะสม จะตอบตามตรงก็ฉีกหน้าบุตรชายเจ้าของงาน
 
ท่านแองกุสต์ก็ช่างเลือกคำถามเสียเหลือเกิน ถึงบุรุษจะไม่จำเป็นต้องห่วงเกียรติถึงเพียงนั้น แต่การต้องมาตอบคำถามเหล่านี้ต่อหน้าวงศาคณาญาติอีกฝั่งไม่พอ ท่านย่ากับมารดา น้องสาว (บุญธรรม) เขาก็อยู่ ที่สำคัญทุกคนดูอยากจะทราบความสัมพันธ์ของเขากับออร์เฟอุสเสียเหลือเกิน วิคเตอร์จึงต้องใช้บลูซัลเวียเป็นข้ออ้างการมาเยือนของท่านดยุคเป็นบางครั้ง
 
งานเลี้ยงเป็นการส่วนตัวของท่านแองกุสต์ทำให้เขาเหนื่อยกว่าออกปฏิบัติภารกิจของลาเมียซีเสียอีก ผู้ตกเป็นหัวข้อหลักในการสนทนาในวันนี้จะทราบหรือไม่ว่าเป็นที่รักของคนในครอบครัวมากมายเช่นนี้
 
วิคเตอร์หลุบสายตามองดอกคาซาบลังก้าสีขาวบนอกเสื้อก่อนจะทอดสายตาไปยังบุคคลที่รักออร์เฟอุสจากใจจริง เขาอยากจะความรู้สึกส่งไปถึงใครบางคน...แรมเซย์อย่าได้กังวลเลย ดูสิฉันมาอยู่ที่ตรงนี้แล้วนะ
 
เมื่อกลับมาถึงปราสาทแห่งแสง รูบี้ซุกตัวเข้าสู่อ้อมกอดพี่ชายก็ถามขึ้นทันทีว่าเป็นอย่างไรบ้าง วิคเตอร์ส่งสายตาไปหาผู้ติดตามดั่งเงาข้างกาย ซาสเกียจึงเป็นฝ่ายเปิดปากตอบแทน
“ราวกับเป็นงานอันจัดขึ้นเพื่อให้คนทั้งตระกูลมาดูตัวคุณชายน้อย”
 
“ดูตัว? มิใช่ว่าเขาอยากให้พี่ไปจาก ทั้งที่ความจริงพี่พยายามอยู่ตลอดหรืออย่างไร”
 
ซาสเกียยกยิ้ม ในดวงตามีประกายบางอย่าง
“ถึงจะให้อยู่ในฐานะหนึ่งไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะไม่ยอมรับครับคุณรูบี้”
 
รูบี้เลิกคิ้ว ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
“พอเถิดซาสเกีย อย่าให้มากความนัก”
 
ซาสเกียจึงถอยไปยืนในที่ของตน มองคุณชายน้อยและคุณรูบี้นั่งลงบนโซฟานุ่ม
 
วิคเตอร์โอบไหล่น้องชายเข้ามาหา ตอบเสียงนุ่ม
“บางเรื่องมันซับซ้อน...”
 
รูบี้ดึงดอกคาซาบลังกาที่กลัดบนอกเสื้อพี่ชายออกมา ก่อนเงยหน้าถาม
“พี่ต้องการบอกสิ่งใดต่อท่านดยุคหรือจึงได้จงใจสวมชุดสีเข้มกลัดดอกไม้สีขาว”
 
วิคเตอร์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งมองน้องชายด้วยสายตาอ่อนโยน
“ไม่ได้ผิดความคาดหมายที่เจ้าตัวมิได้มาร่วมงาน หลังเขาทราบเรื่องย่อมสงสัย แต่ผู้ใดจะไขความนัย” วิคเตอร์เว้นช่วงก่อนจะกล่าวต่อ “ประเดี๋ยวเขาก็คงมาถามเธอเอง”
 
“ให้ผมตอบได้หรือ?” รูบี้หันไปถามความเห็น
 
“อะไรก็ได้รูบี้ ตามที่เธอเห็น” นั่นคือคำอนุญาตของวิคเตอร์
 
(จบตอนที่ 37) Day 6 (2019) HUSKY
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk:
 
ยังจำตอนเล่านิทานในความมืดได้ไหมล่า (ฮา) หลับแล้วยังส่งกลับเลย เจ้าอย่าหวัง!
กรินคงคิดในใจว่าถามกันแบบนี้เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า ท่านดยุคชวนพลิกผ้าห่มอยู่ตั้งหลายรอบ
 

ในอนาคตแรมซีย์อาจจะคิดถึงภาพนี้ก็ได้นะ ได้ร่วมโต๊ะอาหารพร้อมเครือญาติฝั่งตัวเองและลาเมียซี เพราะตอนนั้นแต่ละคนจะมีมุมมองต่างออกไปแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น