มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 42 : 36. สิ่งที่ก่อตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62

สิ่งที่ก่อตัว
 
มังกรขาวเอลโม  ฟารามุนด์นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาเริ่มทำความรู้จักเพื่อนร่วมห้องคนอื่น ๆ เด็กบางคนเห็นว่าวันเปิดเทอมนั้นเอลโมอยู่กับกลุ่มของมังกรแห่งความมืดจึงเตือนให้ระวัง
 
“มังกรแห่งความมืดแรมซีย์น่ะ” เด็กที่เริ่มบทสนทนาลดระดับเสียงลงก่อนเหลือบมองไปยังทิศทางที่แรมซีย์นั่งอยู่
 
“ทำไมหรือ” เอลโมเห็นอีกฝ่ายลดเสียงลงเขาจึงลดเสียงลงเช่นกัน
 
“เทอมที่แล้วมีเรื่องเกิดขึ้นในโรงเรียนน่ะ มันเริ่มจากชุมนุมมังกรวายุที่ใช้ห้องเดียวกับมังกรแห่งความมืด แรมซีย์เกิดไปมีเรื่องกับเด็กโต แต่ว่า...พวกนั้นคิดผิดที่ไปยุ่งกับแรมซีย์” เสียงบอกเล่านั้นหยุดลงตามด้วยเสียงถอนหายใจ “รู้จักนามสกุลเอเรบุสไหม?”
 
“รู้สิ” เอลโมพยักหน้าเร็ว ๆ
 
“แรมซีย์เป็นญาติกับทางนั้น ไม่ใช่ญาติห่าง ๆ หลังเกิดเรื่องผอ.พยายามทำให้บรรยากาศในโรงเรียนดีขึ้น เลยเชิญแขกมาเยี่ยมชมโรงเรียนหนึ่งในนั้นคือดยุคแห่งดราเค่นบวร์ก ทุกคนเกร็งกันหมดตอนรู้ว่าแรมซีย์เป็นญาติเขาแถมดูท่าสนิทกันด้วย”
 
“แล้วทำไมหรือครับ แรมซีย์ทำเรื่องอะไรไม่ดีกับคนอื่นหรือ” เอลโมยังมองอีกฝ่ายตาใส
 
“ก็เปล่าหรอก...บางครั้งยังช่วยอธิบายบทเรียนยาก ๆ ให้คนอื่นฟัง” เด็กคนนั้นแก้ให้ “แต่เอเรบุสมีอำนาจมากเลยนะ ดังนั้นต้องระวังตัวไว้”
 
“แรมซีย์ก็คือแรมซีย์นี่ครับ ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรแย่ ๆ ก่อน แต่ก็ขอบคุณที่เตือนนะ”
 
หลังอาหารเที่ยงเฟรยาชวนคุยขณะพวกเขานั่งรวมกลุ่มกันอยู่ในห้องเรียน
“จากที่คุณพ่อของเวย์ราเมตตาฉันเมื่อช่วงปิดเทอม ทำให้ฉันคิดว่าถ้าอยากเป็นผู้ที่มีคนนับหน้าถือตาคงต้องเริ่มจากที่ต้องประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเสียก่อน แน่นอนว่าวิชาประเมินค่าที่ได้เรียนรู้มาคงช่วยเหลือฉันได้มากมายเลยล่ะ ถ้าฉันฝึกฝนให้เก่งกว่านี้” เฟรยากล่าวขึ้น
 
“ฉันคงเป็นนักประเมินราคาเหมือนคุณพ่อล่ะนะ” เวย์ราว่า
 
“ฉันจะสอบเข้าเป็นปราชญ์ประจำราชสำนัก” เอิร์ดมานน์ตอบอย่างไม่ผิดความคาดหวังของคนอื่นนัก
 
เออร์วิงใช้ดวงตาปรือปรอยตอบแทน
 
เคียฮีจึงเป็นฝ่ายตอบ “เคียฮีก็ยังไม่แน่ใจเท่าไร มีอะไรที่อยากทำหลายอย่างเลยล่ะ”
 
“ฉันคงทำงานให้ท่านลุงเอเรบุส” แรมซีย์ตอบตามที่เขาคาดหวังไว้ในใจเสมอ เพื่ออนาคตที่จะไปขอญาญ่าแต่งงาน
 
“มังกรขาวส่วนใหญ่เป็นผู้รักษาหรือเป็นผู้ปรุงยานี่นะ แล้วโตขึ้นเอลโมอยากเป็นอะไร” เฟรยาหันไปถามนักเรียนใหม่
 
มังกรขาวยิ้มแป้นแล้นเอ่ยออกมาอย่างไม่ต้องคิด “ฉันอยากจะเป็นเหมือนพี่ชายล่ะ”
 
เสียงระฆังบอกหมดเวลาพักดังขึ้นขัดจังหวะ ลูกมังกรจึงแยกย้ายเข้าที่นั่งของตน
 
-----
 
หลังเลิกเรียนลูกมังกรทั้งหกไปยังปราสาทบวร์กเฮาเซ่นโรงเรียนสมัยอนุบาลของพวกเขา
 
“เปิดเทอมใหม่ครูคงจะยุ่ง แรมซีย์เลยบอกให้พวกเรารอกันก่อน” เวย์ราเอ่ยหลังทักทายครูกรินแล้ว
 
วิคเตอร์จึงหันไปหาลูกมังกรแห่งความมืด
“ก็ยุ่งอยู่บ้าง แต่ไม่เท่าเวลาเปิดชั้นปีใหม่เพราะต้องทำความรู้จักกันโดยเร็วที่สุด”
 
เอิร์ดมานน์มองเจ้ามังกรวารีเออร์วิงไปกอดครูรูบี้
“ไม่ได้เจอกันนานนะครับ” เออร์วิงบอกพลางกอดแขนครูตัวนุ่มนิ่มเอาไว้
 
เคียฮีกับเฟรยาเข้าไปเล่นกับเอรอส เคียฮีบอกเล่าให้ครูกรินฟัง
“ในห้องของเรามีนักใหม่ย้ายมาเทอมนี้ด้วยค่ะครูกริน เป็นมังกรขาวด้วย”
 
เฟรยาจึงเสริมเช่นกัน “ใช่ค่ะ ชื่อเอลโม่  ฟารามุนด์ ดวงตาสีขาวมีลายแทรกเหมือนหินอ่อนเลย”
 
วิคเตอร์ได้ยินชื่อสกุลของนักเรียนใหม่แล้ว หากเด็ก ๆ ไม่ได้อยู่ตรงนี้เขาคงจะแสดงปฏิกิริยาอะไรออกมา จึงได้แต่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเอ่ยปากถามไถ่ถึงเรื่องที่พวกเขามาปราสาทบวร์กเฮาเซ่นในช่วงที่เขาไปสีขาวแทน
 
หลังอดีตลูกศิษย์ลากลับไปแล้ว วิคเตอร์ก้าวเข้าสู่ห้องรับรองซึ่งมีแขกมาเยือนตั้งแต่บ่าย เมื่อนั่งลงตรงข้ามกับมังกรขาวผู้มีดวงตาสีขาวและลายเส้นสีน้ำตาลอ่อนแทรกอยู่แล้ว จึงค่อยกล่าวออกมา
“ฉัน...เรา...ออกจะประหลาดใจต่อการปรากฏตัวของฟารามุนด์ในยามนี้”
 
ผู้ถูกเอ่ยเรียกว่าฟารามุนด์ยังคงใบหน้าแต้มรอยยิ้มจาง ๆ เอาไว้โดยมิได้เอ่ยตอบ
“ทุกทีฝั่งมังกรขาวก็เงียบดีอยู่ เหตุใดจึงออกมา?”
 
“เราเห็นว่าท่านอยู่ในความคุ้มครองของลาเมียซีแล้วจึงสบายใจ จนกระทั่ง...พ่อบ้านของท่านแจ้งมา” บรูโน  ฟารามุนด์กล่าว
 
ได้ยินเช่นนั้นวิคเตอร์ก็พอจะเดาได้ราง ๆ
“คงเป็นพ่อบ้านคฤหาสน์กรินญาฝั่งสีขาว”
 
บรูโนผงกศีรษะรับ
“นั่นมิใช่เรื่องเล่นครับ” บรูโนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
 
“เราก็มิได้เห็นว่าเป็นเรื่องเล่นแต่อย่างใด ญาติฝ่ายหนึ่งของเราอยู่ในอันตราย” วิคเตอร์เองก็ไม่สามารถอธิบายต่อฝั่งมังกรขาวเพื่อไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวในยามนี้ ด้วยเหตุที่เขาเชื่อมนุษย์ที่ไม่แม้แต่จะเคยพบหน้า เขาเชื่อเซฟผู้รับรองว่าพ่อมดชาวสีดำจะยังไม่ทำอะไรในยามนี้ แต่ใช่ว่าเราจะไม่ระมัดระวัง
 
“คนรอบตัวของท่านจะได้รับการจับตามอง น้องชายของกระผมจะคอยดูแลอดีตลูกศิษย์ของท่าน และกระผมจะไม่ขวางทางลาเมียซี”
 
วิคเตอร์ฟังแล้วแม้จะมีความคิดในหัวมากมาย หากเขาเอ่ยออกมาเพียง
“โปรดอย่าลืม กรินญาเป็นแค่ผู้ปรุงยา เท่านั้น”
 
“กระผมเข้าใจดี” บรูโนตอบรับอย่างเรียบง่ายก่อนจะกล่าวต่อ “หรือท่านโกรธที่มังกรขาวไม่ได้ออกหน้า ยามมังกรสีขาบผู้นั้นหาเรื่องท่าน”
 
“หาได้เป็นเช่นนั้น เรื่องเล็กน้อยนั่นลาเมียซีจัดการได้ และเราไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไรจะดีกว่า”
 
“ทำเช่นนั้นไม่ได้ครับ ฟากมังกรขาวไม่ได้ละเลยท่าน หากท่านละเลยเรา”
 
วิคเตอร์คิดว่า สิ่งที่เคยเป็น เคยมีอยู่ในอดีตมันสมควรจบไปนานแล้ว...หากดูทางแล้วต่อให้เอ่ยปากห้ามไปก็เท่านั้น
 
-----
 
รูบี้สูดกลิ่นหอมของชาคาโมมายล์ในมือพลางมองไปยังพี่ชายที่ยืนให้หญิงรับใช้ช่วยแต่งกายให้อยู่ หลังติดสร้อยประดับคล้องปกเสื้อทั้งสองด้าน หญิงรับใช้กลัดดอกคาซาบลังกาสีขาวบนอกเสื้อตัดกับชุดสูทสีเถ้าถ่าน หลังเสร็จงานหญิงรับใช้ต่างวางมือก่อนค้อมศีรษะให้แล้วก้าวออกจากห้องไป รูบี้เองก็วางถ้วยชาลง
 
วิคเตอร์เข้าไปหาน้องชายผู้จ้องมองมาไม่วางตา เขายกมือลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีขาวนุ่มมือ
“เป็นเด็กดีอยู่ที่นี่นะ”
 
รูบี้ดึงมือพี่ชายมาแนบแก้มพร้อมตอบรับอย่างว่าง่าย งานเลี้ยงที่มีแต่มังกรเช่นนั้นรูบี้ไม่กล้าอ้อนขอให้พาไปด้วยหรอก รั้งอยู่ที่ปราสาทแห่งแสงยังดีเสียกว่า
 
เนื่องเพราะเป็นสุดสัปดาห์วิคเตอร์จึงพาเอรอสไปส่งคืนให้บิดามารดาของเด็กน้อยก่อนติดตามท่านย่าไปเข้าร่วมงานเลี้ยงเล็กๆ ซึ่งมีแองกุสต์  เอเรบุสเป็นเจ้าภาพ แน่นอนว่าทั้งภริยาและบุตรหลานต้องมาเข้าร่วม นอกจากนี้แองกุสต์ยังเชิญพี่น้องฝั่งภริยามาร่วม ทั้งเทอร์โอโรดิออนก็มากับวาเซอี อะเซเลียกับสามีและแรมเซย์ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นมังกรแห่งความมืด ทั้งที่เป็นเช่นนั้นกลับไม่มีแม้แต่เงาของบุตรชายคนโตของเจ้าภาพ

วิคเตอร์ทราบจากจดหมายของท่านย่าว่าท่านแองกุสต์เจาะจงเชิญเขาไปด้วยรวมถึงแจ้งว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในที่มีแต่คนในครอบครัว แล้วไยจึงเชิญมังกรแห่งแสงไปเข้าร่วมกันเล่า หากจะให้พิจารณาก็คงเป็นเรื่องระหว่างเขากับออร์เฟอุสกระมัง
 
หากพิจารณาให้ถ้วนถี่ ก่อนหน้านี้เป็นท่านแองกุสต์ที่ขอให้เขาไปจากบุตรชายคนโต ไฉนยามนี้ทำราวกับมาดูตัวเขา ไม่สิราวกับต้อนรับเขาผู้ก้าวเข้าไปสู่ขอบุตรชายพร้อมด้วยญาติผู้ใหญ่ไปได้ทั้งที่แต่ไหนแต่ไรมีแต่ทางนั้นเป็นฝ่ายเข้าหาเขาก่อน
 
ท่านย่าของเขาดัชเชสแห่งลิทชเตนชลอส อิซิเนีย เรช ลาเมียซีเป็นผู้นำกล่าวทักทายเจ้าภาพ ท่านแองกุสต์กล่าวว่าอย่าได้มากมารยาทก่อนเชิญครอบครัวของเข้าเข้าสู่ภายใน
 
งานเลี้ยงจัดขึ้นในสวนใต้ซุ้มดอกไม้สีหวาน ท่านแองกุสต์เรียกให้วิคเตอร์ต้องก้าวออกไปหา ในฐานะลาเมียซีเขาย่อมรู้จักทั้งนามและหน้าตา ลำดับญาติพี่น้องของตระกูลใหญ่ ท่านแองกุสต์นำเขาไปหาพี่เขยของตน ก่อนจะกล่าว
“นี่อย่างไรเล่าเทอร์โอโรดิออน หลานชายของออกุสต์”
 
เทอร์โอโรดิออนหันมามองผู้ที่น้องเขยพามาแนะนำก็ยกยิ้ม
“สมัยที่ออกุสต์มาดื่มกับแองกุสต์ ข้าก็ร่วมอยู่ด้วยบ่อยครั้ง หากนี่คงเป็นครั้งแรกที่ได้พบหน้า” เทอร์โอโรดิออนถึงกับยืนขึ้นมองหลานของสหายให้เต็มตา “หลานของออกุสต์จะดื่มเก่งเหมือนกันหรือไม่”
 
วิคเตอร์ตอบอย่างนอบน้อมว่า “ผมไม่ค่อยดื่มครับ เป็นเพราะต้องทำงาน” งาน ที่วิคเตอร์กล่าวถึงย่อมหมายถึงงานของลาเมียซี
 
แองกุสต์ยกยิ้มก่อนว่า “ได้ยินว่าเจ้ารับคำสั่งโดยตรงจากองค์ชาย”
 
“เป็นเช่นนั้นครับ หากก็ต้องดูแลโรงเรียนที่เปิดตามรับรับสั่งด้วย” โรงเรียนที่บุตรชายท่านเป็นผู้ริเริ่มนั่นแหละ
 
“เคยได้ยินเซลี่กล่าวถึงอยู่” แองกุสต์กล่าวแล้วอะเซเลียที่รออยู่จึงได้กล่าวทักทายอย่างสนิทสนม
 
“ยินดีที่ได้พบคุณครูที่นี่” อะเซเลียกล่าวยังมิทันจบ สายตาของนางเห็นบุตรชายที่ดูจะอดทนไม่ไหวแล้วก็ผงกศีรษะให้
 
“ครูญาญ่า! ได้ยินว่าท่านลุงเชิญลาเมียซีมาก็คาดแล้วว่าต้องได้พบครูที่นี่” ดวงตาสีทองของแรมซีย์เป็นประกาย
 
แองกุสต์กับเทอร์โอโรดิออนได้ยินหลานชายคนเล็กเรียกเช่นนั้นก็อดมิได้
“หากออกุสต์ได้ยินเข้าจะทำหน้าเช่นไรนะ” แองกุสต์รำพึงพลางหัวเราะหึในลำคอ
 
วาเซอีบุตรชายของเทอร์โอโรดิออนระบายรอยยิ้ม ดวงตาสีทองภายใต้แว่นตากรอบเงินแสดงความสนใจก่อนต่อลูกครึ่งมังกรแห่งแสงตรงหน้าดูท่าทางน้องชายของเขาจะชอบครูผู้นี้มาก เห็นแรมซีย์ลอบสะกิดอาเซลี่ก่อนบุ้ยใบ้ไปยังอาเขยเขาก็พอเข้าใจว่ามีอะไรมากกว่านั้น แต่แรมซีย์ฉลาดพอจะระวังกิริยา วาเซอีทอดสายตามองตามมังกรลูกครึ่งผู้เป็นที่หลงใหลของมังกรแห่งความมืด พี่ชายเขา (ออร์เฟอุส) ก็หลงใหลมากเกินพอดี น้องชายเขา (แรมซีย์) ก็เกินคำว่าชอบพอ
 
จนได้โอกาสนั่งลงเสียทีวิคเตอร์ค่อยโล่งใจสำรวมกิริยาหลุบตาลงหากมิได้สนทนากับผู้ใด ปล่อยให้ท่านย่าของเขาเป็นฝ่ายรับหน้าแทน วันนี้ท่านย่าสวมชุดสีม่วงเข้มสีของดอกลาเวนเดอร์อันเป็นนามของท่าน
 
อิซิเนียมองแองกุสต์ผู้เป็นเพื่อนร่วมงานที่ต่างรับใช้ราชวงศ์ และเป็นสหายของสามีถึงจะมิใช่ครั้งแรกที่แองกุสต์เชิญนางมาร่วมงานเลี้ยง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ร่วมงานพรั่งพร้อมด้วยญาติสนิทของเอเรบุส ทางฝั่งมังกรแห่งแสงก็มาพร้อมทั้งบุตรสาวบุตรเขยหลานชายหลานสาว อิซิเนียยังจำได้ว่าในงานเลี้ยงภายในราชวังเมื่อครั้งก่อนมิใช่เป็นแองกุสต์หรือที่อาจหาญขอต่อหลานชายของนางให้ไปจากบุตรชายของตน แล้วเหตุไฉนวันนี้จึงทำราวกับเป็นการทำความรู้จักของสองฝ่ายเสียเล่า หากมิใช่หลานชายนางก็ปรารถนาเช่นนั้น ถึงแองกุสต์จะขอร้องเช่นไร นางจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น หลานของนาง...วิคเตอร์ของนาง อิซิเนียย่อมไม่ยินยอมให้ใครรังแก เพราะนางทราบดีว่าวิคเตอร์ปล่อยวางเรื่องนี้มานานแล้ว
 
อิซิเนียนึกไปถึงดยุคแห่งดราเค่นบวร์กบุตรชายคนโตของแองกุสต์ ดูเอาเถิดแองกุสต์เจ้าคิดเช่นไรกันแน่ ถึงจะเข้มงวดต่อบุตรชายอย่าได้ลากหลานชายนางมาเกี่ยวข้อง ทำเช่นนี้ไม่คล้ายกับว่าเจ้าพึงพอใจเขาหรือ วิคเตอร์ตกปากรับคำแองกุสต์ว่าหลังรับใช้องค์ชายครบสิบปีตามที่ตกลงไว้ก่อนหน้าจะเป็นฝ่ายจากไป แองกุสต์คงไม่ทราบว่ามันผ่านมาเกือบสี่ปีแล้ว นางและวิคเตอร์เฝ้ารอเวลานั้น อิซิเนียรู้สึกสงสารออร์เฟอุสขึ้นมา มังกรแห่งความมืดผู้นั้นยามมองหลานชายนางก็มองด้วยดวงตาลึกล้ำเปี่ยมด้วยความหลงใหล
 
(จบตอนที่ 36) Day 5 (2019) BUILD

#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย

 
Talk :
 

อนุบาลนี่ Meet the parents ในงานประชุมผู้ปกครอง ภาคนี้ กรินต้องมาเจอญาติโหติกาของออร์เฟอุส สู้เขานะคะครูกริน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น