มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 41 : 35. ชะงักงัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ส.ค. 63

ชะงักงัน
ยามเวลาพักกลางวันมาถึง ลูกมังกรต่างทยอยกันออกจากห้องไปยังห้องอาหาร ในตอนแรกนักเรียนใหม่ยังกังวลใจอยู่ พอเดินตามเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นไปเขาก็เห็นว่าโต๊ะอาหารนั้นแยกตามชั้นปี และห้องเรียนรวมถึงมีป้ายบอกตำแหน่งที่นั่งให้เขารู้สึกค่อยยังชั่วไม่ต้องมองหาที่นั่งเอง
 
ยามเจอชื่อของเขาบนการ์ดบอกว่าตรงนี้คือที่นั่งของเขา มังกรขาวกวาดตามองผู้ร่วมโต๊ะแล้วก็รู้สึกลังเลขึ้นมาจนเฟรยาและเวย์ราต่างเอ่ยถามขึ้นว่ามีอะไรหรือ
 
“เอ่อ พวกเธอเป็นมังกรธาตุกัน...” ถึงจะนั่งลงแล้วมังกรขาวก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจที่มานั่งร่วมโต๊ะด้วย ใครเป็นคนกำหนดตำแหน่งกันนะ
 
“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่” เฟรยาย้ำ ดูเหมือนนักเรียนใหม่จะคิดว่าตัวเองไม่สมควรมานั่งตรงนี้
 
“ผมเป็นแค่มังกรขาว” เอลโมหลุบตาลงมองการ์ดระบุที่นั่งของเขาอีกครั้ง
 
“ผอ.ก็ประกาศอยู่ตอนเช้านี่ว่าในโรงเรียนเราไม่แบ่งแยก” เคียฮีช่วยพูดให้เพื่อนร่วมชั้นคนใหม่สบายใจ
 
“นั่นยิ่งไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเรา เอลโม” เวย์ราบอกพร้อมกับผายมือไปทางสหายที่ร่วมเรียนอนุบาลมาด้วยกัน “ครูสมัยอนุบาลของพวกเราเป็นมังกรขาว”
 
 “คุณครูที่เป็นมังกรขาว” ดวงตาเอลโมเบิกกว้างด้วยความทึ่ง มังกรขาวสามารถปรามมังกรธาตุทั้งหกนี่ไหวด้วยหรือ “ยอดเลย...”
 
เอิร์ดมานน์ส่งเสียงยืนยันขณะเหลือบตามองสหายคนอื่น แต่ไม่มีใครเติมว่า...ลูกครึ่งมังกรแห่งแสง
 
พนักงานค่อยลำเลียงอาหารมา เคียฮีก็พยายามเชื้อเชิญให้นักเรียนใหม่หายวิตก
 
น่าแปลก...เออร์วิงคิด เขาเหลือบมองไปทางเอิร์ดมานน์ พลางแตะมือลงบนแก้วน้ำ น้ำในแก้วค่อย ๆ แข็งตัวก่อนเป็นน้ำแข็ง มังกรปฐพีเองก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ทั้งสองสบตากันนิ่ง
 
ตั้งแต่นักเรียนใหม่มานั่งร่วมโต๊ะ แรมซีย์ไม่ได้ปริปากแม้แต่น้อย นี่เป็นสัญญาณแบบใดกันนะ
 
-----
 
หลังเลิกเรียนวันนั้นลูกมังกรทั้งหกมาชุมนุมกันที่แปลงของเฟรยา ต้นเคพกูสเบอร์รี่กำลังจะออกลูกให้พวกเขาได้ลิ้มรสกัน
 
หลังช่วยรดน้ำดูแลแปลงเออร์วิงก็พึมพำออกมาเบา ๆ ขณะโกยใบไม้เหลืองกรอบออกไปทิ้ง
“ดอกไม้ที่บานอยู่ในวันวานไม่อาจคงอยู่ได้ชั่วนิรันดร์”
 
เฟรยาได้ยินจึงเอ่ยตอบ
“ดอกไม้เหมือนความรักเออร์วิง มันต้องใช้อะไรหลายอย่างในการฟูมฟัก จากเมล็ดแตกรากออกใบ ดูดซับน้ำและแร่ธาตุจากดิน อาศัยแสง จึงจะบานออกมาได้อย่างงดงาม”
 
“ไม่เหมือนหรอกเฟรยา” เออร์วิงแย้งพร้อมกับรอยยิ้มน้อย ๆ “ดอกไม้มีวันเหี่ยวเฉาลงได้ รักอาจจะมีมากขึ้นหรือน้อยลงหรือหมดรัก แต่รักของบางคนยาวนานกว่านั้น”
 
คำพูดนั้นทำเอามังกรปฐพีขมวดคิ้ว เหลือบมองไปทางแรมซีย์ก่อนเอ่ยออกมา
“ดอกไม้ที่บานในยามยากน่ะเก่งก็จริง แต่อาจจะไม่ได้งดงามที่สุด”
 
“เราไปพบครูกรินกันไหม” เคียฮีเสนอขึ้น
 
“วันนี้ญาญ่าคงจะยุ่งเพราะเปิดเทอมวันแรก รอก่อนเถิดฉันไม่รีบหรอก” คำตอบของแรมซีย์ทำให้เอิร์ดมานน์ต้องเลิกคิ้ว
“แต่ฉันเดาว่าท่านดยุคต้องไปเยือนวันนี้แน่นอน” แรมซีย์คาดคะเน
 
“ที่แท้นายจะเปิดโอกาสให้นี่เอง” เวย์ราเอ่ยเย้าสหาย
 
“ไม่หรอก ตอนญาญ่าไปอาณาจักรสีขาวท่านดยุคเองก็ตามไปภายหลัง” แรมซีย์ว่า
 
เฟรยามองแรมซีย์คล้ายตะลึงต่อท่าทีของมังกรแห่งความมืด
“ตอนนี้ช่างเสียเปรียบจริง ๆ แต่ฉันก็ได้เปรียบด้านอื่นล่ะนะ” แรมซีย์นึกถึงเรื่องที่ได้ยินมาก่อนหน้านี้
 
เออร์วิงมองมังกรแห่งความมืดก่อนจะเอ่ยถาม
“หมายความว่าอย่างไร”
 
แรมซีย์ทำท่าคล้ายไม่ใช่เรื่องใหญ่ “ไม่มีอะไรหรอก”
 
-----
 

ในเช้าตรู่หลังจากเปิดเทอมใหม่ได้ไม่กี่วัน บนโต๊ะอาหารเช้าอันประกอบด้วยวิคเตอร์ผู้นั่งอยู่หัวโต๊ะ เอรอสนั่งอยู่บนเก้าอี้สำหรับเด็ก และรูบี้

 

ดวงตาสีทับทิมหรี่ลงมองสโคนหอมกรุ่นตรงหน้า ก่อนมองตามมือเรียวของพี่ชายหยิบที่ปาดเนยปาดคล็อตเตดครีมทับลงบนแยมมาร์มาเลดบนสโคนครึ่งชิ้นแล้วหยิบสโคนอีกครึ่งชิ้นที่แยกไว้ประกบด้านบน ก่อนวางลงตรงหน้ามังกรน้อยที่นั่งมองอยู่ด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนมือน้อยจะหยิบขึ้นละเลียดกิน

 

รูบี้หันกลับมาส่งสายตาอ้อนวอนพี่ชายด้วยสีสันของเจ้าแยมผิวส้มช่างดูยั่วยวนเหลือ...ขอสักช้อนแล้ววันนี้จะเป็นเด็กดี


ดวงตาใสราวลูกแก้วซึ่งสะท้อนสีรุ้งส่งคำตอบโดยไม่ต้องเอ่ยปาก จนดวงตาสีทับทิมฉ่ำวาวคล้ายจะร้องไห้กับมุมปากที่คว่ำลง จนซาสเกียคนสนิทของพี่ชายส่งสัญญาณบางอย่างมาพี่ชายจึงเช็ดมือก่อนลุกขึ้นลูบศีรษะญาติผู้น้องที่กำลังทานอยู่ก่อนกล่าวเสียงแผ่วเบาว่า ทานกันไปก่อนนะ แล้วจึงเดินออกจากห้องอาหารไป

 

ช่วงเวลาเช่นนี้รูบี้ไม่อาจเข้าไปยุ่ง หากมิใช่เรื่องด่วนซาสเกียคงไม่มาขัดจังหวะเวลาทานอาหารเช้าของพี่แน่นอน

 

รูบี้กำลังละเลียดหญ้าอาหารของตนไปคิดถึงแยมสีทองไปก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา เขาเงยหน้าขึ้นเห็นมังกรน้อยเอรอสยื่นบิสกิตอันฉาบเคลือบแยมมาร์มาเลดมาให้ก็รีบรับมาด้วยความยินดี หลังกลืนหลักฐานทั้งหมดลงท้องรูบี้ยกชาคาร์โมมายล์ขึ้นดื่มล้างปาก...เท่านี้ก็เรียบร้อย จนพี่ชายกลับมาอีกครั้ง รูบี้วางท่าเป็นปกติมองพี่ชายด้วยสายตาละห้อย กลับมาก้มหน้าก้มตาทานสิ่งที่อยู่ในจานของตนสลับกับมองพี่ชายทานอาหารไปจนเสร็จสิ้น


วิคเตอร์อุ้มเอรอสขึ้นส่งให้หญิงรับใช้พาไปเตรียมตัวสำรวจความเรียบร้อยก่อนเข้าโรงเรียน แล้วหันมาหาน้องชายที่ลุกขึ้นส่งยิ้มหวานให้ วิคเตอร์ยกมือขึ้นหยิกแก้มขาวของน้องชายเบาๆ ก่อนจะกล่าว

“แอบทานจนได้สินะ”


รูบี้ทำตาใส เอรอสส่งให้เขาต่างหากเขาไม่ได้ขโมยกินนะ!


วิคเตอร์ยกมุมปากขึ้นเป็นยิ้มที่ทำให้รูบี้สะดุ้ง จากนั้นจึงเรียกสาวใช้เข้ามาช่วยทำความสะอาดรอยเปื้อนบนชุดของน้องชาย รูบี้เพิ่งสังเกตเห็นว่าบนปกเสื้อสูทสีขาวที่สวมอยู่มีรอยหยดสีทอง...ของแยมอยู่
-----
 
ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตช่อหนึ่งและจดหมายอันถูกผนึกด้วยตราประทับครั่งแสนคุ้นเคยนั้นวางอยู่บนถาดเงินก่อนยื่นมาตรงหน้า วิคเตอร์หยิบช่อดอกไม้วางบนตักก่อนช้อนสายตาขึ้นมองดวงตาสีสตาร์ลิ่งเกรย์ของซาสเกีย เขาหยิบมีดเปิดจดหมายที่วางมาบนถาดขึ้นเปิดซองเดาได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์ หากเกี่ยวข้องในด้านใดกันท่านย่าจึงส่งจดหมายมาหาเขา นับจากท่านอาจารย์เสียกิจทางตระกูลฝั่งนั้นเขาเป็นผู้รับช่วงต่อทั้งหมด
 
หลังกวาดสายตาอ่านจดหมายไม่ยาวนักเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดจึงเกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์ เกี่ยวเพราะทางเจ้าภาพผู้เชิญเป็นสหายของท่านอาจารย์ วิคเตอร์เหลียวมองน้องชายกับญาติผู้น้องที่ยังนอนกลางวันอยู่ข้าง ๆ เวลานี้เป็นช่วงนอนกลางวันของลูกมังกรเขาจึงปลีกตัวออกมา รูบี้เห็นเอรอสไม่ค่อยสบายตัวจึงพามาหาเขาแล้วก็นอนต่อในห้องทำงานของเขาเสียเลย
 
วิคเตอร์ลุกขึ้นก้าวไปยังโต๊ะทำงานพร้อมกับช่อดอกฟอร์เก็ตมีน็อตแล้วบรรจงเขียนจดหมายตอบ เขามีสิทธิ์ตอบปฏิเสธด้วยหรือท่านย่าแค่แจ้งให้เขาเตรียมตัวต่างหาก ดวงตาสะท้อนสีรุ้งมองเจ้าดอกไม้ห้ากลีบสีฟ้าที่วางอยู่บนโต๊ะ ซาสเกียจึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
“ให้ผมไปหาแจกันมาใส่ดีไหมครับ?”
 
วิคเตอร์ตอบโดยที่ไม่ละสายตาจากช่อดอกไม้
“อืม ขอบใจนะซาสเกีย”
 
ซาสเกียค้อมศีรษะก่อนจะก้าวออกจากห้องไป
 
ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตนี้เป็นดอกไม้ที่ท่านย่ามอบให้ท่านอาจารย์เสมอ บิดาของเขามักจะเล่าให้ฟังบ่อยครั้ง ไม่แปลกหรอกยามแรมเซย์นำมาประดับห้องทำงานของท่านอาจารย์แล้วจะเรียกรอยยิ้มจางๆ ด้วยดอกไม้ชนิดนี้ 
จนซาสเกียกลับมาพร้อมนำช่อดอกไม้ลงแจกันไปแล้ว วิคเตอร์ส่งจดหมายที่ผนึกเรียบร้อยให้ซาสเกียเพื่อตอบกลับท่านย่า ซาสเกียน้อมรับพร้อมถามว่า เขามีสิ่งใดต้องการอีกหรือไม่
วิคเตอร์มองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะกล่าว
“ฉันอยากได้คาซาบลังกาสีขาวมาประดับห้องด้วย...”
เห็นซาสเกียค้อมศีรษะรับทราบวิคเตอร์ก็ก้าวไปยืนริมหน้าต่าง ทอดสายตาออกไป
คาซาบลังก้าหมายถึงบ้านสีขาว...วิคเตอร์นึกถึงบ้านสีงาช้างอันล้อมรอบด้วยกอกุหลาบสองสี
ไม่ลืมหรอก...เพราะฉันมิได้ใช้สมองจดจำ...หากใช้หัวใจ...แรมเซย์
 
ตอนนั้นเองที่ซาสเกียก้าวมาตรงหน้า เอ่ยเรียกเสียงแผ่ว
“คุณชายน้อย...”
 
วิคเตอร์สบตาสีสตาร์ลิงเกรย์ของซาสเกียผู้ยังมิได้ก้าวออกจากห้องไปไหน
 
“ต่อให้คุณแช่แข็งดอกไม้นั้นในน้ำแข็ง สักวันมันก็ละลายอยู่ดี ถึงจะอาศัยเวทมนตร์ช่วยก็ตาม” ซาสเกียมองเข้าไปในดวงตาที่ดูดกลืนสีสันมากมายไว้ภายใน
 
“ฉันทราบ” วิคเตอร์ตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ “แจ้งท่านย่าให้ที หากครั้งหน้าต้องไปรับของ สำคัญที่สีขาวฉันขอไปด้วยตัวเอง”
 
“รับทราบครับ ผมจะจัดการให้” คุณชายไม่ได้ไป ที่นั่น ในฐานะลาเมียซีมานานแล้ว ซาสเกียพิจารณาคุณชายน้อยของเขาอยู่นานก่อนเอ่ยออกมา “เรื่องในคืนนั้น มีเพียงผมที่ทราบ ผมมิได้รายงาน...”
 
“เธออยู่กับฉันมานานจนรู้ใจ ถึงเธอจะรายงานฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร” วิคเตอร์แย้มรอยยิ้มจาง ๆ
 
“ผมทราบว่านั่นเป็นเรื่องส่วนตัวครับ”
 
วิคเตอร์หันไปมองนาฬิกาที่เดินไปเรื่อย ๆ
“ไปจัดการตามที่ฉันสั่งเถอะซาสเกีย ใกล้จะได้เวลาตื่นของเด็ก ๆ แล้ว”
 
วิคเตอร์ทอดสายตาไปยังญาติผู้น้องผู้หลับอยู่ นึกถึงดอกลิลี่ภูเขาซึ่งเขานำไปวางหน้าหลุมศพของสหาย เสียงเดินของนาฬิกาดังขึ้นในห้องเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบา วิคเตอร์พร้อมกับความคิดที่วาบขึ้นในหัว
 
(จบตอนที่ 35) Day 4 (2019) FREEZE
 
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk :
 
นว้องงง! ลืมแล้วหรือว่าขุ่นพรี่ตาไวขนาดไหน รูบี้ยังน่ารักเหมือนเดิม
จากตอนพิเศษวันปีใหม่ : แสนคำนึง กรินพาเอรอสไปเคารพหลุมศพแรมเซย์พร้อมดอกลิลี่ภูเขา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น