มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 40 : 34. หยอกเย้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62

หยอกเย้า
 
เมื่อกลับเข้าห้องเรียนอีกครั้ง ลูกมังกรยังคงหันไปสนทนากันไม่หยุด เวย์ราเพิ่งสังเกตเห็นว่าในห้องเรียนมีโต๊ะเรียนมาเพิ่มอีกหนึ่งชุด ขณะที่กำลังจะเปิดปากถามประตูห้องเรียนก็เปิดออก ครูวีโวก้าวเข้ามาพร้อมกับเด็กชายผู้หนึ่ง เด็ก ๆ จึงพากันหันไปหน้าชั้น ยุติการพูดคุยในฉับพลัน ครูสาวหยุดยืนหน้ากระดาน เธอสูดหายใจเข้าก่อนจะประกาศออกมา
 
 “สวัสดีนักเรียนทุกคน วันเริ่มเทอมนี้เรามีเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่ที่จะมาร่วมเรียนกับเราด้วย เอ้าแนะนำตัวสิจ๊ะ” ครูวีโวหันไปหาเด็กชายผมสีขาวและดวงตาสีอ่อน
 
เด็กชายผมสีขาวฉีกยิ้มอย่างเคอะเขิน หากน้ำเสียงกลับดังชัดเจนยามประกาศนามของตนเอง
“เอลโม  ฟารามุนด์ เป็นมังกรขาว เพิ่งย้ายมาวันนี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
 
“ที่นั่งของเธออยู่ทางนั้น” ครูวีโวผายมือไปยังที่นั่งว่างหลังห้อง แล้วนักเรียนใหม่จึงเข้าไปนั่งประจำที่
 
คำตอบเรื่องโต๊ะเรียนที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ตรงหน้านี้เอง เวย์ราเหลือบมองไปหาแรมซีย์ มังกรแห่งความมืดเองก็ส่งสายตาตอบเช่นกัน
 
หลังเว้นระยะให้นักเรียนใหม่นั่งที่เรียบร้อย ครูวีโวจึงกล่าวต้อนรับนักเรียนกลับสู่ห้องเรียนในเทอมที่สอง
 
จนถึงเวลาพักเวย์ราหันไปมองเด็กใหม่แวบหนึ่งก่อนจะพบว่าเด็กคนนั้นไม่อยู่ที่โต๊ะ เวย์ราจึงลุกขึ้นก่อนหันไปบอกสหาย
“ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”
 
เวย์ราก้าวออกจากห้อง เดินไปตามระเบียงทางเดินทอดยาวไปยังห้องน้ำที่เด็กนักเรียนมาออกันหลังกวาดสายตาแล้ว เวย์ราจึงเปลี่ยนเป็นตั้งสมาธิแล้วสัมผัสสายลมรอบตัว จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปตามทางที่เขาจับความรู้สึกได้
 
เป็นเช่นที่เวย์ราคาด นักเรียนใหม่ผู้นั้นกำลังหลงทาง
“นาย...เอลโมใช่ไหม? ตั้งใจจะไปไหนล่ะ” เวย์ราส่งเสียงออกไป
 
มังกรขาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมาตอบรับตะกุกตะกัก ก่อนช้อนสายตาที่หลุบลงต่ำขึ้นมอง “คุณ...เอ่อ...”
 
“ฉันเวย์รา  ทูลิกกิเพื่อร่วมชั้นของนาย” เวย์ราเอ่ยนามตน ก่อนจะมองอีกฝ่าย ดูดี ๆ แล้วในดวงตานั้นมีเส้นสีแทรกอยู่จาง ๆ คล้ายกับลวดลายบนหินอ่อนสีขาว แล้วก็ตัวสูงกว่าเขาเสียอีก
 
เอลโมเบิกตากว้าง “ผมจำได้แล้ว...”
 
“กลับมาที่คำถามเดิม นายจะไปไหนล่ะ” เวย์รายกแขนขึ้นกอดอก
 
“ผมลองมาเดินดูน่ะ ครูประจำชั้นของเรา...” เอลโมตอบ ท้ายประโยคนั้นเขาทอดเสียงราวครุ่นคิด
 
“ครูวีโว” เวย์ราต่อให้
 
“อา...ใช่ ครูวีโวบอกว่าทางนี้มีห้องอาหาร นั่นทางไปห้องสมุด” เอลโมชี้มือไปทางนั้นที ทางนี้ที
 
เวย์ราแทบกลอกตามองบน หันมองไปทางหอนาฬิกาก่อนจะเบนสายตากลับมาทางเพื่อนร่วมชั้นคนใหม่
“ฉันจะพานายไปก่อนหมดเวลาพักก็แล้วกัน”
 
“ขอบคุณมากครับที่ช่วย คุณเวย์รา”
 
“เรียกเวย์ราเฉย ๆ ก็พอ”
 
“ครับ” เอสโมยิ้มอย่างสดใสขึ้นเดินตามเวย์ราไป
 
เวย์รานำทางนักเรียนใหม่ไปจนถึงห้องอาหาร ห้องสมุด กับสถานที่จำเป็นเป็นต้องรู้พอเห็นว่าใกล้หมดเวลาพัก เขาก็บอกให้เอลโมเข้าห้องเรียนไปก่อน
 
เอลโมผงกศีรษะรับก่อนจะเปิดประตูเข้าไป
 
“ไหนว่าจะไปห้องน้ำไงล่ะเวย์รา” เฟรยาทักขึ้นจากด้านหลัง
 
เวย์ราไม่มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อยหันไปหาสหาย “แล้วเธอคอยตามมาทำไมล่ะ”
 
“รู้สินะ” เฟรยาเปรยเบา ๆ
 
“ฉันเป็นมังกรวายุนะ ยิ่งเป็นผู้ที่รู้จักดียิ่งจดจำได้แม่นยำ”
 
“ใจดีจังเลยนะ พาเด็กใหม่ไปรู้จักสถานที่ด้วย”
 
“ฉันอยากจะทำก็ทำไม่เห็นจะมีอะไร” เวย์รายักไหล่
 
“ถ้าเคียฮีรู้ว่านายมีด้านนี้คงต้องชอบใจแน่...นายจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปหรือ เคียฮีน่ะถ้าไม่พูดออกมา...” เฟรยาต้องหยุดกะทันหันเพราะเวย์ราส่งสายตาขึ้นปราม
 
“เฟรยาถ้าเธอคิดจะเป็นผู้ประเมิน ไม่ใช่แค่รู้จักประเมินมูลค่า ต้องรู้จักประเมินสถานการณ์ด้วย”
 
เฟรยาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง
 
“เรื่องบางเรื่องหากพูดมันออกมาแล้ว ไม่อาจดึงกลับมาได้ ถ้าฉันบอกออกไปแล้วทำให้ต้องเสียสหายไปคนหนึ่ง ฉันขอรักษาสถานะนี้ไปก่อนดีกว่า บางเรื่องอาจต้องรอเวลาที่เหมาะสม”
 
เฟรยามองสหายก่อนระบายลมหายใจออกมา “ถึงรู้เคียฮีก็ไม่รังเกียจนายหรอก”
 
“แต่มันจะก่อกำแพงบาง ๆ ที่ทำให้รู้สึกอึดอัดตลอดน่ะสิ” เวย์ราบอกเฟรยาก่อนจะหันไปก้าวเข้าห้อง “หมดเวลาพักแล้ว เข้าห้องเถอะ”
 
เวย์รามองไปยังที่นั่งของเด็กใหม่ ผู้กำลังหยิบหนังสือเรียนคาบที่กำลังจะเริ่มขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นเต้น ก่อนจะไล่มองสหายทีละคน
 
“เออร์วิง” เวย์ราเรียกมังกรวารี ที่กำลังนั่งจ้องสมุดที่ปิดอยู่ตรงหน้าไม่วางตา
 
ดวงตาที่บรรจุสีสันของสายน้ำเลื่อนขึ้นสบตาสหาย
“ไปห้องน้ำนานจังนะเวย์รา” ดวงตาสงบนิ่งทอดไปยังมังกรพฤกษาที่ตามเวย์ราเข้ามาติด ๆ
 
“เวย์ราเก่งด้านคำนวณ...ถ้าหากว่านายเกิดไปรู้เรื่องหนึ่งเข้า” เออร์วิงยกมือขึ้นเท้าคาง “ระหว่างที่จะเดินหน้าเพื่อรู้ทั้งหมดให้กระจ่าง กับปล่อยมันไว้เมื่อเห็นว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันดีอยู่แล้ว นายจะเลือกทางใด”
 
“บางเรื่องมันเหมือนภูเขาไฟรอวันปะทุเออร์วิง ฉันจะไม่ทำลายสิ่งที่มีตรงหน้า เพียงเพราะความคิดชั่ววูบ” เวย์ราตอบโดยไม่มีท่าทางขี้เล่นเช่นเคย
 
“นั่นสินะ” เออร์วิงเก็บสมุดเล่มนั้นลงกระเป๋าก่อนหยิบหนังสือเรียนวิชาถัดไปขึ้นมาแทน
สุดท้ายเออร์วิงก็ตัดสินใจเก็บปริศนาของครูโอเบอรอนไว้กับตัวเพียงเท่านั้น
 
----------
 
วิคเตอร์ตื่นขึ้นมาตอนดวงตะวันยังไม่ขึ้น หลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเขาไปยังห้องทำงานนั่งลงประจำที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะปิดเปลือกตาลง
อรุณสวัสดิ์เซฟ กับเช้านี้ในปราสาทที่ฉันยึดมาได้พร้อมตำแหน่งเอิร์ล
 
แม้ยังไม่ได้ไปตามนัดในความฝัน วิคเตอร์พบว่าเขากับเซฟิรอส สามารถพูดคุยกันได้ ผ่านสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงต่อกัน
 
แน่นอนว่าวิคเตอร์เคยถาม ไม่คิดว่าแปลกหรือที่เราสามารถสื่อสารกันได้เช่นนี้
 
เมื่ออีกฝ่ายกลับตอบด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นในหัวนั้นคล้ายแฝงด้วยรอยยิ้มเย็น ท่านปู่สองท่านของฉันก็ทำแบบนี้ได้ พวกท่านมีบางสิ่งเชื่อมโยงกัน ฉันกับนายก็เชื่อมโยงกันผ่านความฝันมานาน
 
วิคเตอร์จึงได้ข้อสรุปว่า ทาง เซฟิรอส เองก็หาใช่ธรรมดา เขาไม่รังเกียจที่จะมี คู่คิดเพิ่มมา ยิ่งมีศัตรูคนเดียวกันดูจะได้รับความร่วมมือด้วยดี เขายังคนให้คนติดตามและรายงานเรื่องผิดปกติอยู่ ทางเซฟเองก็ยินดีจะแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วย
 
ขณะที่เอรอสยืนอยู่ลานด้านหน้า ส่งยิ้มน้อย ๆ ทักทายผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนนั้นเอง เสียงแหลมก็ดังทักขึ้นทำเอาเอรอสสะดุ้งจนตัวโยนเมื่อถูกเรียกชื่อ
 
“เอรอสสสส ไม่เจอกันเลยคิดถึงกันบ้างไหม เมซคิดถึงมากเลยรู้ไหม” เมเซอร์ เอเซอร์มังกรแห่งความมืดส่งเสียงมาล่วงหน้า ก่อนจะสาวเท้าเร็ว ๆ มาหยุดหน้าเอรอสแล้วถามไถ่ไม่หยุดปาก
 
เอรอสโต้ตอบไม่ทัน ถึงจะพูดได้คล่องขึ้นมากแล้ว เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ก็ซึมผุดพรายบนหน้าผาก เขารีบใช้ดวงตาสีชมพูส่งสายตาขอความช่วยเหลือกับญาติผู้พี่ แล้วก็ครูรูบี้
 
ช่วยผมที! ช่วยเอรอสด้วย!’ เอรอสคิดในใจ ลำคอเล็ก ๆ ของเขาตีบตันไปหมดแล้ว แต่ทั้งคู่ติดผู้ปกครองของเด็กคนอื่น ๆ อยู่ เอรอสก็น้ำท่วมปาก ได้แต่ปล่อยให้เมซเพื่อนร่วมชั้นทั้ง กอด หอม และดึงแก้มเขาอยู่โดยไม่กล้าทำอะไร เอรอสอยากจะผลักออก แต่ก็คงไม่ดีเมซจะคิดว่าเขารังเกียจหรือเปล่า แต่จะให้ร้องห้ามเขาก็พูดไม่ทัน
 
...เอรอสอยากจะร้องไห้...
 
จนมือคู่หนึ่งประคองเขาอุ้มขึ้น มือกับอ้อมอกอุ่นที่คุ้นเคยเอรอสซบลงกับอกของวิคเตอร์อย่างสบายใจ มือของวิคเตอร์ลูบหลังเขาเพื่อปลอบประโลมทลายความว้าวุ่นใจออกไป
 
เมื่อเห็นว่าเอรอสดีขึ้นแล้ว วิคเตอร์จึงวางญาติผู้น้องลงแล้วส่งมือให้รูบี้จูงเอาไว้ ก่อนจะหันไปหาลูกมังกรที่เป็นนักเรียนของเขา
“ไปเข้าห้องเรียนกันก่อนเถิดนะ เมซ จู๊ด ดันน์ เอรอส”
 
รูบี้ก้มมองเอรอสที่เขาจูงอยู่ในใจก็นึกสงสารไม่น้อย กำลังจะต้อนเด็ก ๆ ไปยังห้องเรียน
สาวน้อยมังกรแห่งความมืดก็กางแขนออกทั้งสองข้าง
“เดี๋ยวสิคะ เมซยังไม่ได้กอดครูกรินเลย”
 
วิคเตอร์จึงย่อตัวลง ให้เมซเข้ามากอดตามด้วยเด็กอีกสองคน ที่ต่างบอกว่าคิดถึงครูนะ
“ไปรอที่ห้องเรียนก่อนนะครับ” วิคเตอร์ลูบศีรษะเด็กทั้งสามพร้อมกับกำชับอีก ลูกมังกรจึงยอมตามรูบี้ไปยังห้องเรียนโดยดี
 
วิคเตอร์มองตามเอรอส ยิ่งเห็นเมซเขายิ่งมั่นใจว่ามังกรแห่งความมืดนี่เป็นพวกรุกเก่งแล้วจริง ๆ
 
เย็นนั้นบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในตอนเช้าก็มาเห็นกับตา ออร์เฟอุสกะเวลามาถึงตอนที่คาดว่า ลูกมังกรน่าจะกลับกันเกือบหมดแล้วหากเขาก็ยังมาทันได้เห็นตอนที่สาวน้อยมังกรแห่งความมืดกอดเด็กน้อยมังกรแห่งแสงเพื่อร่ำลาอยู่ สีหน้าของเอรอสดูจะไม่ชอบใจเท่าใดนัก โดยมีเจ้ากระต่ายยืนมองอย่างลังเลอยู่ใกล้ ๆ
 
“เมซกลับก่อนนะเอรอส พรุ่งนี้ค่อยพบกันใหม่” หลังได้กอดเพื่อนร่วมชั้นจนหนำใจ เมเซอร์จึงคลายอ้อมแขนออกแล้วไปจับมือผู้ปกครองเพื่อกลับบ้าน
 
ออร์เฟอุสอุ้มเด็กน้อยขึ้นก่อนจะเอ่ย
“เจ้าเป็นชาย เป็นมังกรแห่งแสงไยจึงกลัวมังกรแห่งความมืดเล่า” ท้ายประโยคนั้นเขาหันไปหามังกรขาวลูกครึ่ง “โตขึ้นท่าจะน่าเป็นห่วง”
 
วิคเตอร์มองสบสายตานั้นก่อนจะตอบ
“บิดาเขาเป็นแนวหน้าของลาเมียซี มารดานั้นระดับจอมเวท อนาคตค่อยว่ากันไม่ว่าโตขึ้นจะไปทางใด ก็ให้เขาเลือกเองเถิด”
 
“หากเขายังคงนิสัยเช่นนี้ เจ้าจะต้องลำบาก” ออร์เฟอุสกล่าวตามตรง
 
“ทำไมล่ะ?” เอรอสใช้ดวงตาสีอ่อนจ้องมองมังกรแห่งความมืดด้วยความสงสัย
 
“เมื่อเติบโตขึ้นจะเกาะติดญาติผู้พี่ของเจ้าเช่นนี้ได้อีกหรือ” ออร์เฟอุสตอบเด็กน้อยที่อุ้มอยู่
 
“เอรอสอยู่กับวิคไม่ได้หรือ” เอรอสยังไม่คลายความสงสัย จึงหันไปหาวิคเตอร์รวมถึงครูรูบี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
 
“อยู่ได้ แต่ฉันอยู่ดูแลเธอตลอดไปไม่ได้ รวมถึงบิดามารดาเธอก็เช่นกัน” วิคเตอร์ทราบดี อาจจะมีใครล้มหายตายจากไปก่อน “พวกเราหวังว่าเธอจะสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง”
 
“เอรอสจะพยายามนะ จะได้ไม่เป็นภาระของวิค”
 
วิคเตอร์ได้ยินคำตอบนั้นก็ขมวดคิ้ว
“ไปฟังคำนั้นมาจากไหนกันเธอไม่ใช่ภาระ การที่เธอเกิดมาไม่สมบูรณ์ไม่ใช่ความผิดของเธอ และไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น” วิคเตอร์ลูบศีรษะเด็กน้อย
 
“เอรอสเชื่อวิค กับเมซน่ะเอรอสแค่พูดไม่ทันเธอ”
 
วิคเตอร์ผงกศีรษะรับ
 
“จะว่าไป มังกรแห่งความมืดคนนั้น” ออร์เฟอุสถามขึ้น
 
“แกมีนามว่าเมเซอร์เอเซอร์ครับ ผ่านไปหนึ่งเทอมคงเริ่มคุ้นเคยละมั้งครับ เทอมที่แล้วยังไม่ขนาดนี้เลย” วิคเตอร์ตอบอีกฝ่าย
 
“เอเซอร์ข้ารู้จัก แล้วปีหน้าเจ้าจะทำเช่นไร” ออร์เฟอุสหมายถึง วิคเตอร์จะวางแผนจัดการมังกรแห่งความมืดและมังกรแห่งแสงตัวน้อยอย่างไร
 
“เอรอสผมคงให้คนอื่นช่วยดูไม่ได้รวมถึงเมซด้วย อาจจะต้องดูแลจนจบครับ แต่ดูท่าติดใจเอรอสแล้วคงจะลำบากหน่อย”
 
“นิสัยมังกรแห่งความมืดก็เป็นเช่นนี้แล ชอบแล้วไม่ยอมปล่อย” ออร์เฟอุสก้มมองเด็กน้อยในอ้อมแขนก่อนจะทอดสายตาไปยังวิคเตอร์
 
“ครับ ตอนนี้ผมทราบดี” เขาคิดว่าเป็นนิสัยเฉพาะตระกูล มาตอนนี้คงเป็นนิสัยของเผ่าพันธุ์มากกว่า
 
“ข้าเคยกล่าวแล้วอย่างไร ความลุ่มหลงของมังกรแห่งความมืดมิใช่ธรรมดา” ออร์เฟอุสแย้มรอยยิ้ม
 
รูบี้ผู้ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ ได้แต่คิดว่า ดีแล้วที่มังกรแห่งความมืดไม่ค่อยส่งบุตรหลานมาเข้าเรียนไม่เช่นนั้นคงวุ่นพิลึก
 
(จบตอนที่ 34) Day 3 (2019) BAIT
 
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
ไม่ต้องห่วงลูกเอรอสเดี๋ยวโตมามีแต่หลัววิ่งมาหาหนู ไม่ต้องไปจีบใคร แต่ใครวินอันนี้อีกเรื่อง เอรอสก็สวยอยู่หรอกนะ  ผมเงินตาสีชมพูอ่อน ท่าทางอ่อนแอ มือเบา พูดไม่ทันคนอื่น เอาเป็นว่าหนุ่มคนไหนเห็นก็ใจอ่อนทั้งนั้นแหละ แต่น้องอยู่สังกัดลาเมียซีนะ หึ หึ
ปอลิง ยังมีตอนพิเศษวันพ่อนะ น่าจะไปลงที่อนุบาลฯ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น