มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 4 : 4. มนตราเสน่หา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62

มนตราเสน่หา
 
นอกจากการเข้าแถวอบรมในตอนเช้าแรมซีย์  บาคเฮาเซ่นค่อนข้างรำคาญกับการที่ผอ. มักจะพล่ามเรื่องการผูกมิตร และการทำความรู้จักกัน ถึงกับจัดให้มีช่วงเวลาใน 1 สัปดาห์ที่ มังกรแต่ละสายพันธุ์ได้พบปะพูดคุยกัน
 
แรมซีย์จัดเป็นน้องเล็กของมังกรแห่งความมืด ลูกมังกรแห่งความมืดคนอื่นๆ อยู่ชั้นที่โตกว่า และกำลังเป็นวัยที่ช่างสรรหาอะไรแปลกๆ มาเล่น
 
พอล ไบเออร์ลูกมังกรแห่งความมืดซึ่งโตสุดกวักมือเรียกให้ทุกคนเข้าไปใกล้ ทั้งที่มังกรแห่งความมืดนั้น 2 มือก็นับได้หมดราวกับมีเรื่องราวลับสุดยอดจะบอกเล่า เมื่อทุกคนล้อมวงกันเข้าไป จากนั้นพอลจึงหยิบหนังสือเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอก กดเสียงพูดให้เบาที่สุด หนังสือปกแข็งเล่มนั้นหุ้มปกด้วยผ้าสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ บนปกยังมีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คงเป็นมังกรแห่งความมืด
 
“ฉันไปพบเจอมาล่ะ ตำราปรุงยาร่วมกับเวทย์มังกรแห่งความมืด” พอลบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
 
เด็กที่โตสักหน่อยจึงทำท่าสนใจกันไม่น้อย แรมซีย์สนใจแค่คำว่าปรุงยาเท่านั้นแหละเพราะก่อนที่ครูญาญ่าจะมาเป็นครูของพวกเขา ญาญ่าเคยเป็นผู้ปรุงยามาก่อน เพียงแต่สงสัยว่าทำไมพอลจึงต้องทำราวกับเป็นความลับเช่นนี้
 
พอลเปิดสารบัญก่อนอ่านชื่อยาที่เรียงเป็นแถว แรมซีย์เริ่มเข้าใจ ชื่อยาแต่ละตัวนั้นไม่ใช่ยาที่ใช้กันปกติ
 
“ดูสิมีกระทั่งวิธีปรุงยาเสน่ห์” พอลว่า
 
ลำพังคำว่ายาเสน่ห์ดูจะมีอิทธิพลต่อผู้ฟังไม่น้อย นั่นเพราะ...พื้นฐานที่อยากจะเป็นที่รักของใครสักคน
 
แรมซีย์ได้ยินแล้วก็คิดว่าถ้าของพรรค์นั้นใช้งานได้จริง ท่านดยุคผู้เป็นญาติผู้พี่ของเขาจะต้องเทียวไปเทียวมาเพื่อไปพบญาญ่า หยอดคำหวานเพื่อสิ่งใดกันเล่า
 
พอลพลิกหน้าหนังสือ อ่านรายชื่อวัตถุดิบที่ต้องใช้ ลูกมังกรเริ่มขมวดคิ้วว่าไม่รู้จัก
 
แรมซีย์นึกถึงสมัยเรียนอยู่อนุบาลครูญาญ่าเคยสอนเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นพิษ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เวย์ราเคยถามเล่นๆ ขึ้นมาถึงยาเสน่ห์ ญาญ่าอธิบายว่า มันเป็นยากล่อมประสาทชนิดหนึ่ง นอกจากไม่สามารถหวังผลได้ยังเป็นอันตรายด้วย แรมซีย์อาศัยที่เขาเป็นเด็กเล็กจึงนั่งนิ่งฟังเหมือนไม่เข้าใจ
 
ลูกมังกรบางคนเริ่มเสนอว่า ตำราในห้องสมุดอาจจะช่วยได้ เราช่วยกันค้นหาดีหรือไม่ จากนั้นประเด็นก็ถูกเบี่ยงเบนไปเป็นผลของยา เด็กโตพูดถึงว่าจะไปทดลองอะไรกับใคร โดยที่ยังทำยาไม่ได้ด้วยซ้ำ
 
ช่างข้ามขั้นตอนเหลือเกิน...แรมซีย์คิด แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นออกไป เด็กโตต่างถกเถียงกันจนหมดชั่วโมงอิสระนี้
 
ด้วยความที่มังกรแห่งความมืดมีไม่มาก จึงใช้ห้องคนละฟากร่วมกับมังกรวายุ แรมซีย์เพิ่งจะนึกได้ว่า มังกรน่าเบื่อที่มาหาเรื่องเคียฮีก็เป็นมังกรวายุ แต่ทำไมเขาไม่เคยเห็นเวลารวมกลุ่มกันล่ะ เมื่อเด็กคนอื่นต่างกล่าวขอตัวแยกย้ายกันกลับห้องเรียน เวย์ราปรี่เขามาหาแรมซีย์ทันทีด้วยใบหน้าระรื่น
 
“ดูเหมือนมังกรแห่งความมืดจะมีเรื่องสนุกกว่ามังกรวายุ”
 
แรมซีย์เลิกคิ้วเมื่อได้ยินประโยคนั้น ถามกลับเรียบๆ
 
“อยู่คนละฟากห้องยังได้ยินอีกหรือ”
 
“มังกรวายุรวมเสียงได้นะ เด็กโตๆ สอนให้ เมื่อครู่เขาก็แสดงให้เห็นแล้ว” เวย์รายิ้มเผล่
 
“เสียมารยาท” แรมซีย์ตำหนิตรงๆ
 
“พวกนายไม่ระวังกันเองที่เอาเรื่องแบบนั้นมาพูด นี่ถ้าไม่ใช่เพราะบอกว่าใช้เวทมังกรแห่งความมืด มังกรวายุคงลงมือทำเองแล้วล่ะ มีแอบจดสูตรกันไว้แล้วด้วยซ้ำ”
 
แรมซีย์เริ่มกรอกตาอย่างระอา
 
“แต่ไม่แน่นะ มีมังกรวายุบางคนสนิทกับมังกรแห่งความมืดอาจจะร่วมมือกันก็ได้”
 
แรมซีย์จดจ้องสหายด้วยสายตา เวย์รารีบปฏิเสธ
“ไม่ได้หมายถึงฉันกับนายเสียหน่อย”
 
“คงไม่สำเร็จโดยง่ายหรอก ตัวยาบางตัวยังไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ” แรมซีย์ระบายลมหายใจ
 
ทว่าเวย์รากลับฉีกยิ้มว่าไร้ปัญหา “ตัวยาที่ไม่รู้จักก็ถามเอาจากมังกรพฤกษาสิ” เวย์รายกสองมือขึ้นก่อนประสานไว้ที่ท้ายทอย หันมองสหายมังกรแห่งความมืด
“แต่ฉันเดาว่าที่เรือนกระจกของครูกรินมีครบแน่ อ้อ...ฉันจะกรุณาไม่บอกใครเรื่องนี้”
 
แรมซียจึงทำตาโตตั้งแต่ได้ยินประโยคแรก ดึงคอเสื้อสหายเข้ามา
“เวย์รา นายต้องหยุดมังกรวายุเดี๋ยวนี้เลย! นายก็รู้ว่า...” แรมซีย์ยังกล่าวไม่ทันจบเวย์ราก็แทรกขึ้นมาก่อน
 
“รู้! ฉันถึงนั่งรอดูผลงาน ไม่คิดบ้างหรือ ผู้ปรุงยามิใช่เป็นกันโดยง่ายต้องร่ำเรียนมิใช่น้อย สิ่งที่พวกมือสมัครเล่นพยายามทำน่ะจะออกมาแบบไหน” เวย์ราแกะมือแรมซีย์ที่ดึงคอเสื้อเขาออก
 
“ฉันว่ามันอันตราย...อันตรายเกินไป และเราต้องหยุดพวกเขาก่อน” แรมซีย์ส่ายหน้าน้อยๆ อาจจะเป็นเพราะเราถูกบ่มเพาะเรื่องภาระหน้าที่ความรับผิดชอบมาจากท่านลุง แรมซีย์จึงใช้ดวงตาสีทองจ้องมองเวย์รา กึ่งคำสั่ง
“เวย์รา อย่าทำเป็นเล่นไป เรื่องบางอย่างการหยุดยั้งมันก่อนที่จะเริ่มดีกว่าปล่อยให้ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วมาตามแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือความร่วมมือกัน นายทราบผลสุดท้ายของมันเวย์รา...”
 
มังกรวายุที่คิดตามก็เข้าใจความกังวลของสหาย ขณะกำลังคิดว่าจะห้ามมังกรที่โตกว่าอย่างไร แรมซีย์ก็ถามขึ้น
“ว่าแต่ ฉันไม่เห็นมังกรวายุที่หาเรื่องเคียฮีมารวมกลุ่มเลย”
 
เวย์ราส่ายหน้าแรงๆ “เฟอร์ดินานด์? หมอนั่นไม่มารวมกลุ่มกับพวกเราหรอก เขาเป็นคนดังเลยหนีไปอยู่กับบรรดาสาวๆ หนุ่มๆ ของเขา”
 
 
--------------------------------------
 
ค่ำคืนนี้ดยุคแห่งดราเค่นบวร์ก--ออร์เฟอุส  เอเรบุส--ยังคงมาเยือนยังปราสาทบวร์กเฮาเซ่นเช่นเคย เมื่อเขาก้าวล่วงเข้ามาในห้องนั่งเล่นเห็นเพียงวิคเตอร์กับเจ้ากระต่ายที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่างจึงเอ่ยปากถาม
 
“แล้วเด็กน้อยไปไหนเสียเล่า?”
 
วิคเตอร์ยืนขึ้นต้อนรับเชื้อเชิญแขกให้นั่งลง จากนั้นจึงนั่งลงที่เดิมเมื่อท่านดยุคนั่งลงแล้ว
 
ดวงตาสีทองจ้องมองเจ้าของบ้าน มองกิริยาของอีกฝ่ายตั้งแต่เขาก้าวเท้าเข้ามา วิคเตอร์ไม่ปล่อยเจ้ากระต่ายเลย ยังคงอุ้มไว้แนบอกดุจของสำคัญ ดูเหมือนวิคเตอร์จะรู้ถึงสายตาของเขาจึงมองสบตา ก่อนจะเอ่ยตอบคำถามแรกที่เขาทิ้งเอาไว้
 
“บิดา-มารดาของเขามารับกลับไปแล้วครับ” เคออสและภรรยามารับเอรอสกลับไปตามที่แจ้งข่าวมาก่อนหน้า
 
เมื่อได้ยินคำตอบออร์เฟอุสจึงยกยิ้มที่มุมปาก “เช่นนั้นเอง” เขาประคองถ้วยชาที่หญิงรับใช้นำมาเสริ์ฟขึ้นจิบ ดื่มด่ำกับกลิ่นและรสของชาชั้นดีให้รู้สึกผ่อนคลาย
 
รูบี้ในร่างเดิมของตนนอนหมอบอยู่บนตักของพี่ชาย รับรู้ถึงอุ้งมืออุ่นๆ ที่วางอยู่บนตัว รูบี้จึงหันหน้ามองพี่ชายก่อนมองไปยังผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
 
ออร์เฟอุสจ้องมองใบหน้างดงามของมังกรขาวลูกครึ่งตรงหน้าไม่วางตา รำพึงออกมา
“เจ้านั้นเชี่ยวชาญเสน่หามนตราใดกันแน่ จึงทำให้ข้าลุ่มหลงได้ถึงเพียงนี้”
 
“คุณก็ทราบดีว่ามนตร์เหล่านั้นใช้ไม่ได้ผลจริงหรอก” วิคเตอร์ตอบเรียบๆ อีกฝ่ายเป็นถึงมังกรแห่งความมืด ผู้ใดจะมีมนตราแรงกล้าถึงกับสะกดมังกรแห่งความมืดได้เล่า
 
“ก็จริงอยู่...ที่มีอานุภาพยิ่งกว่ามนตราเหล่านั้นคือความรัก...” ออร์เฟอุสหรี่ตาลง มองเงาสะท้อนดวงตาของตนจากน้ำชาสีทองในถ้วยชา ดวงตาที่มีความสุขทว่าฉาบด้วยความเศร้าสายหนึ่ง ก่อนหน้าจะได้พบวิคเตอร์ ดวงตาของเขาช่างเย็นชาและเย่อหยิ่งตามแบบฉบับของเอเรบุส ออร์เฟอุสสัมผัสได้ว่า ในตอนนั้นหัวใจของเขาช่างแข็งกระด้างนัก
 
“มีบางคนกล่าวว่า ความรักนั้นมิต้องทำกระไรหรอก แค่ลุ่มหลงก็เพียงพอ” ออร์เฟอุสผงกศีรษะเล็กน้อย วางถ้วยชาลงบนโต๊ะตรงหน้า “ลุ่มหลงในความสุข และจมจ่อมในความทุกข์ ข้าไม่เคยคาดคิดว่า นอกจากสิ่งที่ข้ายึดถือว่าถูกต้องมาตลอด ยังมีสิ่งที่เกินจะควบคุมอยู่ด้วย ท่านน้ากล่าวได้อย่างถูกต้อง วิคเตอร์”
 
ดวงตาใสราวลูกแก้วของวิคเตอร์นิ่งสงบราวผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น เขานิ่งฟัง ปล่อยให้ออร์เฟอุสเป็นฝ่ายพูดโดยมิได้กล่าวแทรก
 
ออร์เฟอุสระบายรอยยิ้มเมื่อระลึกถึงยามเยาว์ที่เขาถูกเลี้ยงดูมาจากบ้านของท่านแม่โดยท่านน้าที่เขาเคารพรัก
“นางสอนข้าตอนที่โตกว่าเจ้าเด็กแรมซีย์ในตอนนี้ว่า มีหลายอย่างที่เจ้าไม่เคยทราบเกี่ยวกับตนเอง จนกระทั่งเจ้ายอมรับใครสักคนเข้ามาอยู่ในหัวใจ”
 
(จบตอนที่ 4) Day 4 SPELL
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
อาจจะลืมแจ้งสำหรับผู้มาติดตามใหม่ว่าทำไมใช้สรรพนามแปลกๆ บางคน (หน่วยนับมังกรในร่างมนุษย์เป็นคนค่ะ ในมังกรน้อยแสนซนเขาใช้ เราก็ใช้บ้าง) ใช้ฉัน-คุณ-เธอ ทำไมบางคนใช้ข้า-เจ้า เรื่องนี้มันอิงดินแดนหลักๆ อยู่ 4 ดินแดนค่ะ อันได้แก่ อาณาจักรมังกร อาณาจักรสีขาว-สีดำ และดินแดนมนุษย์ปกติ มังกรจะเรียกชาวสีขาว-สีดำ และมนุษย์ปกติรวมๆ ว่า มนุษย์ บางครั้งจะระบุไปเลยว่า มนุษย์ชาวสีขาว/สีดำ
ชาวมังกรจะค่อนข้างล้าหลังกว่าชาวสีขาวและสีดำยุคเลยเหลื่อมกันเล็กน้อย ดินแดนอื่นแต่งตัวค่อนข้างสมัยใหม่ใส่สูทผูกไทกันแล้ว (ราวๆ วิคตอเรียน-เอ็ดเวิร์ดเดียน) มังกรยังใส่ชุดแบบโรโคโค่กันอยู่เลย ครูกรินโตมาจากสีขาวเลยใส่สูท 2 ชั้น ผูกไท แต่กับลูกมังกรรุ่นใหม่ๆ จึงหัดพูดเป็นฉัน-เธอ-คุณแล้ว ในขณะที่รุ่นเก่าๆ อย่างย่าของกริน ท่านดยุคยังพูดข้า-เจ้าอยู่ด้วยความเคยชิน
ถ้าเรายกเครื่อง ยกทั้งเรื่องกลับจักรวาลเราเองก็จะทำให้มันตรงกันค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีเวลาทำขนาดนั้น ที่มาเขียนต่อนี่แรงบ้าล้วนๆ
 
วันฮัลโลวีนจะมีตอนพิเศษเช่นเดิมนะคะ แต่ขอนึกก่อนว่าจะเขียนเรื่องตอนเด็กหรือตอนโต ถ้าเขียนตอนโตคงจะลงที่อนุบาลมังกรน้อย (เพราะจะสปอยล์อันนี้) แต่ถ้าเขียนเรื่องครูกรินถ้าไม่สปอยล์หนักมากก็คงลงที่นี่

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น