มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 39 : 33. ไร้เหตุผล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62

ไร้เหตุผล
 
วันแรกของการเปิดเทอม พอได้เจอหน้ากันลูกมังกรต่างพูดคุยเป็นการใหญ่ แรมซีย์มองไปทางใดก็จะมีการจับกลุ่มตามด้วยเสียงพูดคุยดังอยู่ไม่ขาด เมื่อถึงหน้าห้องยังไม่ทันเปิดประตูห้องเข้าไปเสียงก็ดังทะลุออกมาด้านนอกแล้ว แรมซีย์เปิดประตูห้องเข้าไปก่อนจะพบว่าสหายเขาต่างอยู่พร้อมหน้านั่งล้อมวงคุยกันเรียบร้อยแล้ว
 
“สวัสดีทุกคนดูท่าจะสบายดีนะ” แรมซีย์วางกระเป๋าลงก่อนยักไหล่ แน่ล่ะก่อนจะเปิดเทอมเพิ่งเจอหน้ากันที่ปราสาทบวร์กเฮาเซ่น จากนั้นจึงดึงเก้าอี้มาร่วมวงกับสหาย
 
เวย์รายักคิ้วให้ก่อนจะกล่าว “ปิดเทอมนี้นายคงเหนื่อยไม่น้อย วันที่ไปบวร์กเฮาเซ่นเรามัวแต่สนใจเรื่องอื่นกันเลยยังไม่ได้ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
 
“นั่นสินะ แรมซีย์ฉันอยากรู้เช่นกัน” เฟรยาหันมาหาแรมซีย์เช่นกัน
 
แรมซีย์นั่งลงยกสองแขนขึ้นวางบนโต๊ะ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นแล้วเคาะนิ้วบริเวณขมับ ดูคล้ายกิริยาของผู้ใหญ่
“หลังจากครั้งก่อนที่ท่านลุงพาฉันไปรู้จักกับ คนของเรา” แรมซีย์ว่า “ครั้งนี้ท่านลุงสอนว่าเราจะใช้งานคนของเราได้อย่างไร”
 
“มากขนาดไหน?” เคียฮีถามขึ้น
 
“...ย่อมกว่ากองทัพ” แรมซีย์ตอบสั้น ๆ พอมองไปพบว่าเพื่อนร่วมชั้นบางคนต่างเขยิบเข้ามาร่วมฟังด้วย เขาจึงเสริมว่า “...เท่าที่เราจะสามารถมีไว้ในครอบครองได้”
 
แรมซีย์หันไปสบตากับเอิร์ดมานน์
“ฉันคิดว่าญาญ่าคงผ่านอะไรแบบฉันมาก่อนสินะ”
 
เอิร์ดมานน์ระบายลมหายใจก่อนตอบ
“น่าจะมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้านายทำความเข้าใจหน้าที่ของลาเมียซีที่ฉันเคยบอกไปแล้ว”
 
แรมซีย์เหลือบมองไปก็พบว่าเพื่อนร่วมชั้นของเขาดูจะตั้งใจฟังที่เขาพูดเสียเหลือเกิน นับตั้งแต่ญาติผู้พี่เขามาแสดงตัวที่โรงเรียน ดูเพื่อนร่วมชั้นของเขาจะสนใจเขามากขึ้น
“ถ้าฉันโตอีกสักหน่อย คงต้องฝึกการป้องกันตัวด้วย นอกจากฝึกการควบคุมและบังคับอย่างตอนนี้”
 
“ปิดเทอมหน้านายจะไปอยู่กับท่านลุงอีกสินะแรมซีย์” เออร์วิงถาม
 
“อาจจะเป็นเช่นนั้น ท่านลุงแทบจะไม่อยากให้ฉันเข้าโรงเรียนด้วยซ้ำไป” แต่แรมซีย์กลับมองอีกแบบ เมื่อท่านลุงต้องการคนที่จะคอยรองรับท่านดยุค เขาเองก็ต้องรู้จักคนให้มากเช่นกัน
 
“ว่าแต่ระหว่างปิดเทอมพวกนายทำอะไรกันบ้างหรือ” แรมซีย์เป็นฝ่ายถามกลับ
 
เฟรยายกยิ้มมุมปากก่อนจะเล่าออกมา “นั่นต้องขอบคุณคุณพ่อของเวย์รากับเคียฮีเลยล่ะ”
 
“ของฉันไม่มีอะไรมากหรอก แค่อ่านหนังสือของเทอมนี้ล่วงหน้า กับอ่านหนังสือหมดไปอีกตู้ตามที่เคยบอก” เอิร์ดมานน์ว่า
 
แรมซีย์จึงหันไปหาเออร์วิง
 
“ฉัน...หมดเวลาไปกับการจ้องสมุดเล่มหนึ่งน่ะ” เออร์วิงตอบเรียบ ๆ แต่ที่เพิ่มเติมคือ ยามที่พูดถึงคิ้วของเออร์วิงกลับขมวดเข้าหากัน จนทำให้สหายที่เหลือต่างพากันแปลกใจ
“อาจจะฟังดูคล้ายเรื่องไร้สาระ ฉันก็คิดเช่นนั้น...” เออร์วิงกล่าวก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยครูประจำชั้นของพวกเขา
 
“เด็ก ๆ เราต้องไปเข้าแถวกันแล้วนะ” ครูวีโวส่งเสียงมาก่อนตัว แล้วต้อนเด็ก ๆ ออกไป
 
เออร์วิงมองไปยังกระเป๋าของเขา สมุดเล่มนั้นยังคงอยู่ข้างใน เขานำติดตัวมาด้วย เวย์ราลากเขาให้เดินตามไปก่อนที่คุณครูจะเอ็ดซ้ำอีก
 
ขณะเข้าแถวกล่าวปฏิญาณและฟังผอ.มอราเลสกล่าวเปิดภาคเรียน เออร์วิงยังนึกถึงสิ่งที่เขาเขียนไว้ในสมุดเล่มนั้น...
 
นับแต่ติดพายุในวันนั้น เออร์วิงยังคงสงสัยเรื่องที่ครูโอเบอรอนเล่า จึงลองคิดรวมถึงจำลองสถานการณ์ออกมาเป็นแผนภาพ เออร์วิงไม่ได้เล่าให้ใครฟังเรื่องข้อสงสัยของเขา คงเพราะคำสำคัญอยู่ที่ น้ำ เออร์วิงทราบว่าเรื่องที่ครูเล่าหาใช่เรื่องไร้เหตุผล และบางเรื่องเขาไม่ควรไปแตะต้อง ตอนนี้ครูดูมีความสุขอยู่แล้ว
 
เออร์วิงนึกถึงตอนที่ถามยืนยันกับครู เขาจึงได้รอจนเหลือเพียงลำพัง ตอนนี้ก็ยังจดจำคำตอบของครูไว้
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงและไม่มีอะไรจริง
ที่แห่งนั้นยังมีอยู่ที่นั่น เป็นที่ที่เราขนานนามไว้ และมิใช่ดังนั้น
 
เจ้ามังกรวารีมองตรงไปด้านหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยเขากำลังใช้ความคิด
 
---------------
 
วิคเตอร์ก้าวลงในสระน้ำ แช่ตัวในน้ำร้อนที่ผสมไว้ให้ได้อุณหภูมิกำลังดี เขาปิดเปลือกตาลงพลางคิดว่า ทุกครั้งที่กลับมายังปราสาทแห่งแสงเขาได้รับการปรนนิบัติอย่างดี ห้องอาบน้ำแสนกว้างขวาง ทั้งยังสะดวกสบายด้วยมีข้ารับใช้ไม่ขาด
 
ยามเมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นกวาดมองรอบ เขานึกถึงตอนอยู่สีขาว ท่านอาจารย์ของเขามีนิสัยจุกจิกนักจึงมีแต่ข้ารับใช้ผู้ดูแลประจำที่รู้ใจรวมตัวเขาด้วยอีกคนคอยดูแลท่าน ด้วยบิดาเขาเสียไปตอนยังวัยรุ่นวิคเตอร์จึงไม่มีโอกาสได้ดูแล วิคเตอร์จึงยินดีที่ได้ดูแลท่านอาจารย์อย่างใกล้ชิดจนท่านจากไป ส่วนท่านย่าของเขายังแข็งแรงอยู่มาก และมีอายุน้อยกว่าท่านอาจารย์หลายร้อยปีถึงมักจะบ่นว่าตัวเองแก่ชราแล้วก็ตาม มารดาเขาเองก็คอยดูแลท่านย่าอยู่ วิคเตอร์เพียงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีโดยหวังว่าจะไม่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วงเพิ่มไปอีก เขาทราบจุดอ่อนของตน...ความกลัวอันฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณมาเนิ่นนาน เขาเติบโตพอจะเดาได้ว่ามันเกิดจากเหตุการณ์เช่นไร วิคเตอร์ทราบดีว่าเรื่องนี้ทำให้ทั้งมารดากับท่านย่าของเขาต้องเป็นกังวล
 
หลังแต่งข้ารับใช้ช่วยเขาแต่งตัวเรียบร้อยสมกับเป็นคุณชายแห่งลาเมียซี วิคเตอร์เข้าไปลาท่านย่าและมารดาของเขา วิคเตอร์กอดท่านย่าพร้อมเอ่ยปลอบว่าอย่าได้กังวลกับอาการของเขาเลย มารดาก็เข้ามากอดเขาไว้พร้อมกับจูบแก้มด้วยความรักยิ่ง
 
“แล้วแม่จะไปเยี่ยมที่บวร์กเฮาเซ่นบ่อย ๆ นะ” วิเซียเร่กล่าวอย่างอ่อนโยน
 
“บลูซัลเวียจะไปกับมารดาด้วย” บลูซัลเวียที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “แต่ก่อนหน้านั้นจะตั้งใจเรียนเช่นกัน ฉันควรเสียดายหรือเปล่า...ที่ไม่ได้เข้าเรียนโรงเรียนของลูกผู้ดี”
 
“ที่นั่นคงไม่เหมาะกับเธอหรอกบลูซัลเวีย” วิคเตอร์ตอบวางมือบนบ่าน้องสาวบุญธรรม “ถ้าไม่ติดอะไรไปค้างที่บวร์กเฮาเซ่นก็ได้ เผื่อท่านดยุคมาเธอจะได้รับหน้าแทน”
 
บลูซัลเวียยกยิ้มอย่างรู้เท่าทัน
 
วิคเตอร์กลับมาถึงปราสาทบวร์กเฮาเซ่นพร้อมรูบี้และเอรอส โอเบอรอนรอพวกเขาอยู่ในห้องอาบแดด
 
“พรุ่งนี้คงจะต้องวุ่นวายกันอีก” วิคเตอร์เอ่ยขึ้นขณะนั่งลงตรงข้ามกับโอเบอรอน เขาวางเอรอสลงบนตัก รูบี้นั่งลงด้านข้าง
 
“เป็นเรื่องปกติล่ะครับ” โอเบอรอนมองไปยังเอรอส “ยกเว้นเด็ก ๆ ที่วันปิดเทอมคือวันที่พวกเขาจะได้เล่นอย่างเต็มเปี่ยม”
 
“นั่นสินะ ระหว่างที่ไม่อยู่มีอะไรหรือเปล่า” วิคเตอร์ถามขึ้น เขามองสบตาโอเบอรอน
 
“แรมซีย์ส่งจดหมายมาถึงคุณ” โอเบอรอนชี้ไปยังถาดใส่จดหมาย “ผมก็เลยตอบไปว่าเสียใจด้วยนะคุณครูกรินญาของเธอไม่อยู่เขาไปธุระที่สีขาว โดยที่ผมไม่ได้ไปด้วย พอรู้เช่นนั้นพวกเขาทั้งหกจึงยกโขยงมากันที่นี่เพราะกลัวผมจะเหงา และดันโชคร้ายที่พายุเข้าพวกเขาเลยติดอยู่ที่นี่กันคืนหนึ่ง แล้ว...เราก็เลยผลัดกันเล่าเรื่อง”
 
ได้ยินเช่นนั้นรูบี้ก็ทำท่าสนใจขึ้นมา
 
วิคเตอร์สังเกตสีหน้าชาวสีขาวตรงหน้าก่อนเอ่ยออกมา
“แล้วเธอเล่าเรื่องอะไรหรือโอเบอรอน”
 
โอเบอรอนมองเข้าไปในดวงตาสะท้อนสีรุ้ง เขาตอบตามตรงเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณกรินญา
“ผม...เล่าเรื่องของหญิงที่ว่ายอยู่ในทะเลไร้ขอบเขตก่อนจะสำนึกได้ว่าที่นั่นเป็นคุกที่ถูกขังอยู่”
 
“ไม่เป็นไรแล้วนะ ตอนนี้เธออยู่ห่างไกลจากที่นั่น”
 
โอเบอรอนระบายลมหายใจยาว “ครับ แต่ดูเหมือนว่าเออร์วิงจะสังเกตอะไรได้”
 
“เด็กคนนั้นเป็นคนฉลาดแต่แสร้งทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน”
 
โอเบอรอนพยายามจะยิ้ม หากเขาทราบดีว่าตอนนี้รอยยิ้มของเขาคงดูเจื่อนไป
“แปลกดีนะครับ ผมเป็นชาวสีขาวแต่กลับได้มาอยู่อาณาจักรมังกร คุณเป็นมังกรแต่กลับเติบโตที่นั่น”
 
“มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกโอเบอรอน ฉันยังไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องกลับมาที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่กับลูกมังกร ฉันคิดว่าจะได้สอนลูกศิษย์ในสำนัก แล้วปรุงยาไปจนตาย” วิคเตอร์เคยคิดเช่นนั้นจริง
 
“มันจะมีเหตุผลอะไรที่จะอธิบายไหมครับ”
 
“เรื่องบางเรื่อง หากไม่ต้องคิดว่าจะต้องหาเหตุผลมาอธิบาย ฉันว่าเราก็ไม่ต้องปวดหัวดี” วิคเตอร์ลูบศีรษะเอรอสพลางหันไปหารูบี้ “พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว เตรียมพร้อมกันหรือยังล่ะ”
 
(จบตอนที่ 33) Day 2 (2019) MINDLESS
#FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น