มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 33 : 29. เพิ่มพูน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

เพิ่มพูน

 

ปราสาทบวร์กเฮาเซ่นสั่นสะเทือนเพราะเสียงฟ้าผ่าดังลั่น หากมังกรวารีเออร์วิงหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ เขานั่งหลังตรงหลังกวาดสายตามองสหายแล้วจึงเล่าเรื่องของเขาด้วยเสียงดังพอเท่าที่ทุกคนจะได้ยินอย่างชัดเจน

 

สามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานกันมานาน ภรรยาเป็นคนชอบวางอำนาจจึงมักจะสั่งสามีให้ทำนั่นทำนี่ให้ สามีก็ทำให้โดยไม่เคยปริปากบ่น ไม่เคยโต้แย้งภรรยานั่นเพราะเขารักและตามใจภรรยามาก

 

ยามทานอาหารหากมื้อนั้นเป็นไก่ทั้งตัวสามีก็จะตัดสะโพกไก่วางใส่จานภรรยาให้ เป็นเช่นนี้เสมอ

 

จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งระหว่างอาหารค่ำสามีก็หั่นสะโพกไก่ให้ภรรยาเช่นเคย ภรรยาเห็นแล้วจึงร้องไห้ออกมา สามีตกใจถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

ภรรยาปาดน้ำตาแล้วพูดขึ้นว่า “ทำไมถึงทำอย่างนี้ ฉันเกลียดเนื้อสะโพกที่สุดเลย”

 

เป็นครั้งแรกที่สามีแย้งขึ้นมาว่า “แต่มันเป็นเนื้อส่วนที่อร่อยที่สุดนะ ที่รัก”

 

ตั้งแต่วันนั้นภรรยาก็ไม่ยอมคุยกับสามีอีกเลย แม้ว่าสามีจะพยายามพูดด้วยก็ตาม เขาจึงไปปรึกษานักบวช

 

นักบวชยิ้มพลางบอกกล่าวเขาว่า สิ่งที่พวกเขาคู่สามีภรรยาพร่องไปคือการพูดคุยทำความเข้าใจกัน

 

ฝ่ายสามีอธิบายว่า เขาไม่ต้องการขัดใจ และไม่ต้องการทะเลาะกับภรรยา

 

นักบวชจึงบอกฝ่ายสามีว่า “สามีภรรยาน่ะควรจะพูดคุยทำความเข้าใจให้ตรงกัน การทะเลาะกันของคู่สามีภรรยาก็เหมือนฝนที่ตก ฝนน่ะยิ่งตกดินก็ยิ่งแน่น ดังนั้นทะเลาะกันให้จบแล้วพูดคุยกันให้เข้าใจ ย่อมดีกว่าแบบนี้แน่”

 

ฝ่ายสามีจึงไปปรับความเข้าใจกับภรรยาใหม่ คุยกันและทำความเข้าใจกันมากขึ้น

 

เออร์วิงกล่าวคำสุดท้ายพร้อมเหลือบสายตาไปยังเอิร์ดมานน์ ทำเอาเจ้ามังกรปฐพีถึงกับกลอกตามองไปทางอื่น

 

เรื่องสุดท้ายเป็นของแรมซีย์ ทุกคนลอบมองตากันพลางคิดในใจว่า เรื่องที่แรมซีย์เล่าคงไม่พ้นเรื่องของตัวเองหรือครูกรินแน่นอน เพียงแต่ว่าจะออกมาในทางใด

 

ดวงตาสีทองของแรมซีย์เป็นประกายขึ้น เขาเริ่มต้นเล่าเรื่องของเขา

 

ราชาและราชินีอภิเษกกันมานานแล้วแต่ไม่มีบุตรด้วยกันสักที จนกระทั่งวันหนึ่งมีพ่อมดพเนจรผู้หนึ่งผ่านมาแล้วบอกทั้งคู่ว่า ให้ราชาไปนำหัวใจของปลาไหลเผือกที่อาศัยในหนองน้ำของป่าไม้ดำมาให้ราชินีกินเสีย ราชารักราชินีมากจึงบุกเข้าป่าไปหาปลาไหลเผือกมาให้ ปลาไหลเผือกนั้นตัวใหญ่กว่าปลาไหลธรรมดานัก และมีอานุภาพมาก ราชาจึงได้รับบาดเจ็บกลับมา

 

หลังจากราชินีเสวยหัวใจปลาไหลเผือกเข้าไปไม่นานก็ตั้งครรภ์ ที่น่าประหลาดคือ สาวใช้ประจำตัวราชินีเองก็ตั้งครรภ์ด้วย หากสามีนางก็มีอันเป็นไปไม่นานหลังทราบข่าวดี เมื่อราชินีประสูติพระโอรสนามว่า แอเรียล ก็เป็นวันเดียวกับที่สาวใช้คลอดบุตรชายนามว่าเอเลียต มีเรื่องน่าประหลาดคือ ไม่ว่าจะหาแม่นมมาให้เจ้าชายเท่าไรก็หาไม่เจอ สุดท้ายราชินีก็ตัดสินใจให้สาวใช้ของนางมาเป็นแม่นมเจ้าชายแอเรียล ไม่นานหลังจากนั้นราชาก็เสด็จสวรรคตจากการล้มป่วย บ้างก็ว่าเป็นเพราะโรคที่ได้รับมาตอนเข้าป่าไม้ดำ ราชินีจึงปกครองอาณาจักรต่อ ส่วนเจ้าชายเติบโตมาพร้อมบุตรชายของแม่นมยิ่งทั้งคู่เติบโต ทั้งคู่กลับมีรูปร่างหน้าตาคล้ายกันราวฝาแฝด

 

เจ้าชายแอเรียลกับเอเลียตเล่นด้วยกัน สนิทสนมกันมากราวกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ ทว่าราชินีกลับไม่ชอบใจเอามากๆ พอทั้งคู่เติบโตขึ้นเป็นหนุ่มน้อย ราชินีสั่งแม่นมว่าให้ห้ามปรามบุตรชายอย่าได้มาเล่นกับเจ้าชายอีก นางและบุตรชายก็ทำตาม เอเลียตจึงหลบอยู่แต่ในที่พักบริเวณปราสาทแต่เจ้าชายกลับออกตามหาสหายอีก เอเลียตแม่นมจึงบอกเจ้าชายแอเรียลไปตามตรงว่าเขาไม่ควรพบเจ้าชายอีกทว่าเจ้าชายกลับดื้อดึงนัก จนสุดท้ายแม่นมและบุตรชายจึงตัดสินใจออกจากวังไปเงียบๆ โดยไม่บอกเจ้าชายมีเพียงราชินีที่รับทราบอย่างยินดี

 

เจ้าชายแอเรียลเสียใจมากที่หาสหายไม่พบ ถามใครก็ไม่มีใครทราบหากราชินีกลับบอกเขาด้วยหน้าตายิ้มแย้มว่าดีแล้ว...คนชั้นต่ำไม่ควรเป็นเพื่อนเล่นของเขา เจ้าชายจึงปะติดปะต่อเรื่องราวว่า พระมารดาคงเป็นคนห้ามไม่ให้สหายมาเล่นด้วย รวมถึงคงรู้เห็นที่สหายคนสำคัญจากไป นับจากนั้นยามเขาโศกเศร้าที่คิดถึงสหายเขาจะเก็บน้ำตาของตัวเองไว้ในขวดน้ำตาที่เขาห้อยคอเอาไว้เพื่อแอบจากสายตาพระมารดา ถ้ามารดาทราบว่าเขาร้องไห้เพราะคิดถึงสหายคงไม่ดีแน่ ขวดน้ำตานี้พระบิดามอบให้เขาเป็นเครื่องรางช่วยป้องกันอันตราย ในนั้นบรรจุน้ำตาของพระบิดาและพระมารดาเอาไว้มาตอนนี้ก็เพิ่มน้ำตาของเขาเข้าไปอีก

 

จวบจนเจ้าชายเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่ม เขาตัดสินใจขี่ม้าออกตามหาสหายจึงหนีออกจากวังโดยไม่บอกใคร เจ้าชายออกเดินทางไปเรื่อยถามหาเอเลียตที่หน้าเหมือนตัวเองไปตลอดทาง

 

“เด็กน้อยเคยเห็นคนที่หน้าเหมือนฉันผ่านมาทางนี้หรือไม่?” เด็กน้อยสั่นศีรษะ

 

“เด็กน้อยเอ๋ย เคยพบคนที่เหมือนฉันมากหรือไม่”

 

เด็กน้อยผู้เล่นอยู่ข้างทางมองหน้าเจ้าชาย “ที่นี่ไม่มีใครเหมือนพี่ชายหรอก ไม่มีผู้แบกความโศกเศร้าเหมือนพี่ชาย”

 

เจ้าชายเดินทางไปเรื่อยๆ จนอีกาตัวหนึ่งบินผ่านมาเห็นทีแรกก็ตกใจเมื่อเห็นหน้าเจ้าชาย เจ้าชายจึงทักว่า

“ตกใจเรื่องอะไร ตกใจที่เห็นฉันหรือ ว่าแต่เคยเห็นคนที่เหมือนฉันผ่านมาทางนี้ไหม?”

 

เจ้าอีกาได้ยินเช่นนั้นจึงตอบว่า “เคยสิ ตามฉันมาแล้วจะพาไปพบ”

 

เจ้าชายจึงเดาว่าอีกาตกใจในตอนแรกเพราะเห็นเขาเหมือนกับเอเลียตกระมัง แล้วแอเรียลจึงตามอีกาไป

 

อีกานำทางเจ้าชายไปยังเมืองหนึ่ง เมืองนั้นสวยสดงดงามยิ่งกว่าอาณาจักรของเขา เมื่อก้าวย่างไปบนถนนก็มีแต่เสียงเพลง เสียงพูดคุยอย่างเริงร่าและเสียงหัวเราะราวกับไม่มีเรื่องร้ายในนี้ ทุกคนมีแต่ความสุข เจ้าอีกานำทางไปยังคฤหาสน์ใหญ่เจ้าอีกาบินนำไปเกาะบ่าเจ้าของบ้านก่อนจะกระซิบกระซาบกัน ถึงอย่างนั้นเมื่อได้เห็นหน้าเจ้าชายชัดเจนเจ้าของบ้านก็ตกใจ เจ้าชายไม่บอกว่าเขาเป็นเจ้าชายบอกเพียงว่า เขามีนามว่าแอเรียลมาตามหาสหายนามว่าเอเลียตผู้มีหน้าตาเหมือนกัน เจ้าบ้านทำท่ายินดีก่อนเชิญแอเรียลเข้าบ้านพร้อมกับเล่าให้ฟังว่า เขาแต่งงานกับแม่ของเอเลียต  ดังนั้นผู้ที่แอเรียลตามหาจึงได้เป็นลูกเลี้ยงของเขา ตอนนี้ทั้งคู่ออกไปข้างนอก ให้แอเรียลพักผ่อนก่อนเวลาอาหารเย็นคงได้พบหน้ากัน เจ้าชายรู้สึกแปลกๆ กับเจ้าบ้านหากพยายามเก็บงำไว้

 

ในเวลาอาหารเย็นเจ้าชายแอเรียลได้พบสหายรักเอเลียตกับอดีตแม่นมของเขา เจ้าชายรู้สึกว่าแม่นมแปลกไปเอเลียตก็เช่นกัน แม่นมรักเขาไม่ต่างจากบุตรชายแต่ครานี้ดูห่างเหินรวมถึงเอเลียตผู้เหมือนพี่น้องร่วมดื่มน้ำนมมาด้วยกันก็มิได้ทักทายเขาเช่นเดิม เจ้าชายเก็บความสงสัยเอาไว้ แอเรียลทำทีเป็นทานอาหารแต่แอบคายทิ้งลงในถุงที่ซ่อนในแขนเสื้อ ตลอดเวลาทานอาหารเจ้าอีกาก็ยังคงเกาะบ่าเจ้าบ้านพร้อมมองมาที่เขาอยู่บ่อยครั้ง

 

เมื่อถึงเวลาเข้านอนเจ้าชายจึงนำหมอนมาวางบนที่นอนแทนตัวห่มผ้าทับแล้วไปแอบอยู่ที่มุมห้อง เจ้าชายรอจนตัวเองเผลอหลับไป ราวค่อนคืนเขาสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงที่ประตู เจ้าชายพยายามนิ่งเงียบที่สุด ด้วยความที่เขาเปิดม่านไว้ครึ่งหนึ่งโชคดีที่เป็นข้างขึ้นจึงพอเห็นผู้ที่เข้ามา จากรูปร่างเห็นเป็นอดีตแม่นมของเขาผู้ก้าวเข้ามาพร้อมขวาน ที่ตามติดมาเป็นเอเลียตก็ถือขวานอยู่ในมือเช่นกัน เจ้าชายกัดริมฝีปากแน่นทำไมเป็นพวกเขาเล่า? เขาจึงค่อยๆ ย่องไปที่ประตูช้าๆ หากยังคอยมองทั้งคู่ไม่คลาดสายตา

 

ทั้งสองยกขวานขึ้นก่อนสับลงไปบนร่างที่นอนบนเตียงก่อนที่พวกเขาจะเลิกผ้าห่มดูก่อนพบว่าด้านในไม่ใช่ร่างคน ระหว่างนั้นเจ้าชายจึงหนีไปซ่อนรอจนทั้งสองก้าวออกมาจากห้องเขาถึงได้เห็นว่าแววตาของทั้งคู่ราวกับไม่ใช่มนุษย์ เจ้าชายตามทั้งคู่ไปพวกเขาเข้าไปในห้องที่เจ้าบ้านอยู่แอเรียลเห็นเขาแวบหนึ่ง หลังประตูปิดลงเขาจึงแอบฟังอยู่นอกประตูจนได้ทราบว่าชายเจ้าของบ้านเป็นพ่อมดเขาจับเอเลียตขังอยู่ห้องเก็บของ

 

เจ้าชายหาทางลงไปยังห้องเก็บของทั้งยังต้องคอยหลบพ่อมดผู้ตามหาตัวเขาด้วย เอเลียตถูกล่ามโซ่ติดกับเสาตรงหน้า ทว่าพ่อมดก็มาขวางเพราะทราบดีว่าเจ้าชายต้องมุ่งมาที่นักโทษของเขา พ่อมดสั่งให้อีกาโจมตีแอเรียล เจ้าชายจึงรอจังหวะที่อีกาพุ่งเขามาหาชักมีดสั้นแทงใส่คออีกาจนมันตาย หากพ่อมดร้ายกาจกว่าเพราะใช้เวทมนตร์ได้

 

เจ้าชายดึงสร้อยที่ร้อยขวดบรรจุน้ำตาออกมา เขาอธิษฐานถึงพระบิดาขอให้ปกป้องเขาก่อนจะสาดน้ำตาใส่พ่อมด พ่อมดร้องดั่งถูกน้ำกรดราดแล้วเปลวไฟก็ลุกรอบตัวพ่อมดเจ้าชายจึงพาเอเลียตหลบหนีออกมาได้

 

เจ้าชายรีบไปพาม้าของตนออกจากคอกม้าแล้วพวกเขาก็กลับอาณาจักรไปด้วยกัน เอเลียตเล่าให้เจ้าชายฟังระหว่างทางว่าหลังออกจากอาณาจักรของเจ้าชายมาเขากับแม่ก็เดินทางหาที่อยู่ใหม่หลังย้ายไปหลายต่อหลายที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็โชคร้ายมาเจอพ่อมด พ่อมดแสร้งทำดีกับเรา เขาฆ่าแม่ไปแล้วและต้องการใช้เขาแลกชีวิตอมตะแต่ยังไม่ถึงฤกษ์จึงจับเขาขังไว้ ดีที่เจ้าชายมาพบเขาก่อน เจ้าชายแอเรียลปลอบสหายว่าไม่เป็นไร หลังจากนี้เขาจะดูแลเอเลียตให้ดี ไม่ว่าพระมารดาว่าอย่างไรก็ตาม ทั้งสองเดินทางกลับอาณาจักรด้วยกัน

 

เมื่อถึงปราสาทเจ้าชายพบว่าพระมารดาล้มป่วยเพราะคิดถึงเจ้าชายมาก เมื่อได้พบหน้าเจ้าชายนางจึงสบายใจแล้วจากไปทั้งอย่างนั้น เจ้าชายขึ้นเป็นพระราชาและให้สหายเป็นมหาดเล็กประจำตัว เจ้าชายปกครองอาณาจักรอย่างผาสุกตลอดไป

 

หลังแรมเซย์เล่าจบเขาหันไปมองที่หน้าต่าง เขากล่าวพร้อมกับรอยยิ้มยินดี

“อา...ฝนหยุดแล้วล่ะ”

 

ลูกมังกรที่เหลือรู้สึกผิดคาด แรมซีย์เล่าเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองเลย

 

“แต่ตอนนี้ดึกมากแล้วพวกเธอคงต้องนอนพักที่นี่จนกว่าจะเช้าค่อยเดินทางกลับกันนะ” โอเบอรอนบอกพวกเด็กๆ ก่อนจะส่งพวกเขาเข้านอน

 

ลูกมังกรทั้งหกตกลงว่าจะนอนด้วยกันทั้งหมด พวกเขาจึงไปนอนรวมกันในห้องหนึ่งคล้ายกับตอนนอนกลางวันสมัยเรียนอนุบาล

 

 

-------------------

 

สโนว์  กรินญายืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นกลางห้องตัดสิน เมื่อผู้พิพากษาเบิกพยานผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งอ้างว่านางสังหารและกินมนุษย์ สโนว์ค่อยหันไปยังทิศที่คาดว่าเจ้าตัวเล็กของนางจะต้องยืนอยู่ นางสูญเสียการมองเห็นหากต้องการเห็นหน้าผู้จงใจปรักปรำนาง สโนว์ทราบดีว่าเจ้าตัวเล็กข้ารับใช้ผู้แสนภักดีจะเฝ้ามองอยู่ตลอดจึงขยับปากช้าๆ ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติเมื่อสโนว์ขอยืมใช้ดวงตาเจ้าตัวเล็กก่อนหันไปยังพยานผู้นั้น พยานผู้มีใบหน้าที่นางขอจดจำให้ลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ...

 

วิคเตอร์ลากปลายนิ้วไปบนภาพพิมพ์บนหน้ากระดาษหน้าตาของชายผู้นั้นในความทรงจำของสโนว์ซ้อนทับอยู่บนรูปนั้น ถึงจะเป็นรูปวาดตามคำบอกเล่าแต่ก็คล้ายคลึงกันมาก ความทรงจำก่อนจะเผาตัวเองยังคงติดตรึงอยู่ เช้าวันนี้วิคเตอร์มายังกอกุหลาบทราเดสเซนส์นั่งลงหน้าป้ายหลุมศพของโรสเรด น้ำค้างยังคงพร่างพรมบนกลีบดอกสีแดงเข้มหนานุ่มคล้ายกำมะหยี่ที่อยู่รายรอบ ดวงตาใสราวลูกแก้วทอดไปยังตัวอักษรอันสลักไว้สองมือประคองหนังสือที่ค้นมาได้เมื่อวาน

 

“เรื่องมันซับซ้อนเหลือ โรส...คนที่ปรักปรำ ใส่ความว่าฉันกินมนุษย์ในครั้งนั้น มีเหตุให้ย้อนกลับมาพบกันอีกแล้ว...”

 

วิคเตอร์ก้มมองรูปภาพของทีลล์  ออยเลนชปีเกลบนหน้าหนังสือ เขาจดจำถึงหนังสือเล่มนี้ และได้อ่านตอนเกิดเป็นเกอทรูด  กรินญา ผู้พากรินญาที่เหลืออยู่อพยพมาตั้งรกรากยังอาณาจักรสีขาว หากตอนนั้นเขาไม่มีความทรงจำของอดีต หลากความรู้สึกต่อความจริงที่ค้นพบ พ่อมดชาวสีดำผู้นั้นมีชีวิตอยู่มาตั้งแต่ตอนที่สาปแคว้นกระจก จนไปใส่ความสโนว์และยังคงอยู่จนถึงตอนนี้ได้อย่างไรนั่นเป็นอีกเรื่องที่ต้องคิด การที่อยู่มาได้นั้นเป็นเพราะอยู่มาได้เป็นช่วงเวลายาวนานกว่าปกติหรือเป็นอมตะ วิคเตอร์นึกถึงตัวเองหรือพ่อมดชาวสีดำจะเป็นผู้มีความทรงจำของอดีตเช่นเดียวกับเขา หากระยะเวลาที่สาปแคว้นกระจกและช่วงที่สโนว์ยังมีชีวิตนั้นห่างกันนานกว่าหนึ่งหรือสองชั่วอายุของชาวสีดำเหตุใดจึงยังคงมีรูปร่างหน้าตาคงเดิมกันเล่า ตัวเขาเกิดใหม่เป็นเช่นนั้นเช่นนี้ยังมิอาจคงรูปร่างหน้าตาเดิมเลย คุณยายมังกรขาวที่พบเจอโดยบังเอิญเป็นเครื่องยืนยัน นับเป็นเรื่องผิดปกติมากเริ่มตั้งแต่พบขวดกักวิญญาณ...

 

ครั้งเกิดเป็นสโนว์ก่อนที่นางจะย้ายมาอาณาจักรสีขาว แม่เฒ่าผู้มีพลังเห็นอนาคตได้ให้นางเลือก นางเลือกความรักแม้จะทราบว่าหากเลือกทางนี้จะต้องตาย เมื่อเป็นเช่นนั้นแม่เฒ่าร้องขอต่อสโนว์ก่อนจะย้ายมาสีขาวไว้เรื่องหนึ่ง....

ครานั้นเลือกความรัก...เลือกแล้วด้วยชีวิต...

 

ไม่คาดคิดว่าพ่อมดชาวสีดำผู้นั้นใช้เล่ห์กลใดจึงยังอยู่มาได้เนิ่นนานเช่นนี้ เขาเป็นอมตะหรือเหตุใดจึงต้องการชีวิตของมังกรขาว ไม่สิเขาอาจจะล่วงรู้ถึงความพิเศษของมังกรไร้สี ตอนนั้นเขาอาจจะคาดไม่ถึงที่สโนว์ยอมเผาตัวเองตายเสียเอง ตอนนี้ต้องการมังกรแห่งความมืดและมังกรแห่งแสง...เหตุใดจึงไร้จิตใจเช่นนี้

 

ยามที่วิคเตอร์ลุกขึ้นหันกายจะกลับไปยังคฤหาสน์พบว่ามังกรแห่งความมืดมายืนรอเขาอยู่แล้ว เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีทองอันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของมังกรแห่งความมืด วิคเตอร์รู้สึกราวกับตัวเองมองเห็นภาพของบุคคลที่ซ้อนอยู่

 

หนึ่งคือ มังกรแห่งความมืดผู้มาติดพันสโนว์ ผู้อยู่เคียงข้างสโนว์เสมอจนที่สุดสโนว์จึงตัดใจไปสีขาว

อีกหนึ่งคือ เอคฮาร์ด  เอเรบุสผู้อาศัยนามของเอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่นช่วยเหลือเกอทรูด  กรินญาจนได้พากรินญาที่เหลืออพยพไปสีขาวอย่างปลอดภัย

 

รอยยิ้มจุดขึ้นบนมุมปาก ให้ใบหน้างามกระจ่างขึ้น ออร์เฟอุสผู้จ้องมองอีกฝ่ายอยู่กำลังตกตะลึงอยู่ก็ได้ยินเสียงกล่าวขึ้น
“ผมยินดีที่มีคุณอยู่ตรงนี้”

 

ออร์เฟอุสมองสบตาอีกฝ่าย

“ถ้าอยากเล่า...ข้าจะฟังเจ้า แค่ถ้าไม่อยากเล่าข้าจะคอยอยู่ข้างๆ” ออร์เฟอุสคาดเดาได้ว่า ตัวจริงของ พ่อมดชาวสีดำ อาจมีอิทธิพลกับเจ้าตัวมากกว่าที่คิดและอาจจะเกี่ยวพันถึงคนรักเก่า ไม่เช่นนั้นคงไม่มาหาอดีตคนรักแต่เช้าเช่นนี้

 

วิคเตอร์ก้าวเดินไปเคียงข้างออร์เฟอุส หลังเงียบไปสักพักวิคเตอร์ค่อยๆ เปิดปากกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“พ่อมดผู้นั้นเคยเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวผมในอดีตด้วย ไม่คาดคิดว่าคนเบื้องบนจะกำหนดให้ต้องเวียนกลับมาพบเจอกันอีกเช่นนี้”

 

“ข้าเดาว่า คงไม่ใช่ในทางที่ดีแน่...”

 

“ผู้มุ่งหวังเอาชีวิตผู้อื่น ทำให้คนรักพลัดพราก ไม่ว่าจะมองทางไหนก็มิใช่เรื่องดีอย่างแน่นอนครับ”

 

ออร์เฟอุสหันไปสบตาผู้อยู่ข้างเคียง ดวงตาสีทองเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ

“เขาทำให้เจ้าตายหรือ?”

 

“ครับ ผมนึกไม่ออกด้วยซ้ำไปว่าเคยไปล่วงเกินหรือทำสิ่งใดแก่เขาหรือถึงได้มุ่งเอาชีวิตผม”

 

“ครานี้ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไร”

 

วิคเตอร์ส่ายหน้า “โปรดอย่าลืม...ว่าคุณก็สำคัญต่ออาณาจักรมังกรเช่นกัน”

 

(จบตอนที่ 29) Day 29 DOUBLE

#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย

 

Talk :

 

ที่ให้คู่สุดท้ายเป็นเออร์วิงกับแรมซีย์เพราะคู่นี้บูชารักทั้งคู่เลย  มันเลยเข้ากับเนื้อเรื่องฝั่งครูกรินมากไปอีก

ตอนพิเศษวันแม่จะไปลงที่อนุบาลฯ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น