มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 30 : 26. แผ่ขยาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 พ.ค. 62

แผ่ขยาย
 
แรมซีย์ยืนอยู่เคียงข้างท่านลุงเอเรบุส ดวงตาสีทองกระจ่างมองไปยังเกมอันท่านลุงวางไว้เพื่อให้เขาได้ฝึกฝนตนเอง เขากำลังเรียนรู้ที่จะใช้คน ครูญาญ่าสอนเขาว่าต้องเป็นสมองสั่งการคนของเขาผู้เปรียบดังแขนขา แรมซีย์ทราบดีว่านี่เป็นเพียงเกมของเด็ก หาใช่ที่พวกผู้ใหญ่เล่นกันอย่างจริงจัง ท่านลุงยังใจดีที่จะมอบบททดสอบที่ไม่ซับซ้อนมาให้เขา จากแผนการบนตำราเล่มหนา ยังมีส่วนที่เขาอ่านไม่เข้าใจอีกมาก อาจจะเพราะเขายังเล็ก และเป็นเพราะด้อยประสบการณ์ หากดูจากความเก่าแก่ก็น่าจะทราบว่ามันถูกเปิดมานับครั้งไม่ถ้วน
 
เป็นเช่นทุกครั้งหลังความตึงเครียดผ่านไป ท่านป้าจะเตรียมของว่างมากมายไว้รอรับ ระหว่างที่ทานขนมไป แรมซีย์ยังไม่ละสายตาจากตำราเล่มนั้น
 
ท่านป้าลูบศีรษะเขาบอกกล่าวตอนที่อยู่ในห้องลำพังกับเขาว่า
“ตำราเล่มนั้นออร์เฟอุสต้องอ่านอยู่ทุกคืนวันทั้งก่อนไป และหลังจากรับกลับมาจากบ้านแบล็ควิงค์ แองกุสต์จะทดสอบเขาอยู่ทุกวัน”
 
แรมซีย์จึงเข้าใจทันทีว่าตำราเล่มนี้คงเคยผ่านมือญาติผู้พี่เขามาก่อน เขาก้มลงมองตำราบนตักก่อนจะเงยหน้าสบตาท่านป้า
 
“เขาต้องคอยระวังตัวทุกฝีก้าวเลยเชียว ไม่ว่าเมื่อไร เวลาใดก็ตาม” แล้วท่านป้าก็แย้มรอยยิ้มเจื่อน “ป้าเคยบอกแองกุสต์ว่า นั่นจะทำให้ลูกเป็นบ้าได้”
 
วิเรยาส์วางมือบนมือน้อยของแรมซีย์แล้วกระชับเบาๆ
“แองกุสต์กลับแย้งว่า ให้เขาระแวดระวังทุกลมหายใจไว้ดีกว่า ข้างนอกนั่นมีเท่าไรที่จ้องจะเอาชีวิตผู้พิทักษ์ฯหรือองค์ชาย ไม่เช่นนั้นลาเมียซีคงไม่ฝึกฝนคนของตนไว้ราวกับกองทัพ”
 
แรมซีย์นิ่งฟังท่านป้าเล่าโดยไม่ขัดออกมา
“แองกุสต์ไม่ได้สงสัยลาเมียซีหรอก แต่หมายถึงทุกคืนวันต่างมีชีวิตที่ล้มตายดุจใบไม้ร่วง...แองกุสต์บอกว่า ลาเมียซีรับคำสั่งโดยตรงจากองค์ชายก็จริง หากพวกเขามีจุดประสงค์เดียวคือ ปกป้องประชาชนเท่านั้น”
 
ถึงตรงนี้แรมซีย์จึงเอ่ยขึ้น
“ท่านลุงว่าราวกับลาเมียซีจะขัดคำสั่ง...”
 
วิเรยาส์ยิ้มให้หลานชาย
“แองกุสต์เล่าว่า ลาเมียซีก็มีอุดมการณ์ของตน เช่นเดียวกับเอเรบุส พวกเขามิได้ทำ มิได้กำจัดศัตรูเพื่อคนๆ เดียว หากเป็นคำสั่งเก็บคนเพราะเหม็นหน้า เลดี้ก็จะไม่รับใบสั่งนั้นหรอก ก็คงคล้ายว่าหากเป็นคำสั่งไร้สาระ เลดี้ลาเมียซีมีสิทธิ์ปฏิเสธคำสั่งนั้น”
 
แรมซีย์ผงกศีรษะรับ แล้ววิเรยาส์จึงกล่าวต่อ
“แองกุสต์ว่า ลำพังใบสั่งถึงเลดี้ลาเมียก็มีมากมายแล้ว เอเรบุสจึงต้องไล่แมลงที่มารบกวนบัลลังก์ นั่นเป็นเหตุให้เราก็ต้องมีคนของเรา... แต่ทว่าการใช้งานคนให้เหมาะสมกับงานมิใช่เรื่องง่าย งานเบื้องหน้าก็ต้องทำ งานเบื้องหลังก็ว่างเว้นมิได้ แองกุสต์จึงดีใจที่อย่างน้อยแรมซีย์สนใจ”
 
แรมซีย์ทราบดีว่าเหตุใดเขาถึงต้องพาตัวเองมาอยู่ที่นี่...เขามาเพื่อเรียนรู้จากท่านลุง ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจและยำเกรงในราชสำนัก ต่างจากบิดาของเขา แรมซีย์มองท่านลุงเป็นแบบอย่างอยู่หลายประการ แต่ถึงกระนั้นมารดาและญาญ่ากลับทำให้เขารู้ว่า การออกคำสั่งนั้นมีหลายแบบ ถ้าเลือกจะเป็นนายก็จงเป็นนายที่ดีให้ได้ แรมซีย์จึงตั้งใจมาเพื่อเรียนรู้
 
วิเรยาส์เห็นหลานชายตั้งใจฟังนางจึงเอ่ยต่อ “ออร์เฟอุสมีตำแหน่งหน้าที่ของเขา วันหนึ่งแองกุสต์เองก็ต้องลงจากตำแหน่งแล้วหาใครมารับช่วงต่อ ลำพังแค่บุตรชายอีกสอง แองกุสต์คงอยากให้แรมซีย์ได้เตรียมตัวเพื่อสนับสนุนออร์เฟอุสในสักวันหนึ่ง”
 
ที่ท่านป้ากล่าวนั้นมิผิด สิ่งหนึ่งซึ่งแรมซีย์ตั้งใจเอาไว้คือ วันหนึ่งเขาจะเข้าเป็นขุนนาง เพื่อจะเป็นเช่นนั้นเขาจำต้องมีคนหนุนหลัง และต้องทำตัวให้เป็นผู้มีอำนาจ เอิร์ดมานน์เคยตั้งคำถามว่าเขารู้จักตระกูลลาเมียซีของญาญ่าดีแค่ไหน เขาอาจจะไม่รู้จักลาเมียซีมาก แต่เขาเข้าใจว่าถ้าจะหาตระกูลที่ทัดเทียมกับเอเรบุสก็มีแต่ลาเมียซี เมื่อสองตระกูลต่างเป็นขุนนางที่อยู่เคียงบัลลังก์มาช้านาน เขาจึงเข้าทางเอเรบุสของท่านลุง
 
เพื่อที่ในวันข้างหน้าเขาจะกล้าไปขอญาญ่าจากลาเมียซีได้อย่างมิต้องอายใคร
 
ริมฝีปากของแรมซีย์เหยียดออกอย่างพึงพอใจเมื่อนึกถึงตรงนี้ ท่านป้าทิ้งให้เขาอยู่ตามลำพังพร้อมกับมอบจดหมายที่เพิ่งส่งมาถึงเขาให้ แรมซีย์ยังมีรอยยิ้มหลงเหลืออยู่บนใบหน้าจนกระทั่งเขาพิจารณาจดหมายตอบนั้น
 
รอยยิ้มของเขาหายไปทันที เนื้อความบนจดหมายและบนหน้าซองเป็นลายมือครูโอเบอรอนซึ่งแจ้งว่าขณะนี้ญาญ่ากับครูรูบี้ไม่อยู่ที่ปราสาทบวร์กเฮาเซ่น แต่จะเก็บจดหมายไว้มอบให้ภายหลัง
 
อืม...ว่าแต่ญาติผู้พี่เขาจะทราบไหมว่า ญาญ่าไม่อยู่เช่นกัน แรมซีย์ปัดความคิดนั้นทิ้งไป ท่านดยุคจะทราบหรือไม่ เขาไม่จำเป็นจะต้องไปสนใจนี่นะ แรมซีย์เพียงเสียดาย...ว่าอย่างน้อยน่าจะได้อ่านจดหมายตอบจากญาญ่าให้ชื่นใจ
 
-----------------
 
วิคเตอร์ส่งเสียงเรียกซาสเกียให้เข้ามา เขาดีดนิ้วให้ไฟในห้องสว่างขึ้น เอรอสยังคงดิ้นรนและกรีดร้อง แม้พยายามปลุกเด็กน้อยแต่ก็ยังไม่ตื่นหรือแม้กระทั่งลืมตา แล้ววิคเตอร์ก็สังเกตเห็นว่า มีรอยแดงปรากฏขึ้นบนแขนของเด็กน้อย และค่อยๆ แผ่ขยายออก
 
เหตุการณ์เบื้องหน้าบ่งบอกถึงเหตุการณ์ไม่ปกติ ความฝัน? เอรอสกำลังถูกเล่นงานในห้วงฝัน
 
ซาสเกียที่พุ่งเข้ามาเห็นคุณชายน้อยของเขาทำหน้าเครียด ดวงตาสีรุ้งเลื่อนมาสบตาเขา
 
วิคเตอร์ผู้ไม่ฝันมานานประคองกอดเด็กน้อยไว้พลางคิดถึงวิธีช่วยเหลือญาติผู้น้องของเขา มีอะไรบางอย่างแวบเข้ามาในสมอง ราวเสียงกระซิบ ทว่าหาใช่เสียงแห่งปีศาจร้าย มันคุ้นเคยกว่านั้น เสียงนั้นราวเสียงของเขาอย่างน่าตกใจ
‘ผู้ใดเป็นนายแห่งฝัน...ผู้นั้นควบคุมผู้คน...’
 
วิคเตอร์ตัดสินใจฉับไวในตอนนั้นเอง ออกคำสั่งซาสเกียให้เตรียมการ
 
เรียกฉัน...เอ่ยนามของฉันสิ เสียงที่ราวเสียงของตนยังคงดังไม่หยุดในหัวของวิคเตอร์
 
----------
 
ออร์เฟอุสกำลังนึกถึงสตรีที่รักยิ่งซึ่งเขาได้สูญเสียนางไป พร่ำรำพันถามไถ่ต่อความว่างเปล่า ในยามค่ำคืนตามลำพังในห้อง ยูริดิซีวางอยู่ไม่ไกลหากไม่มีเสียงใดตอบโต้กับเขาอีก
 
“ยูริดิซี... เจ้าพ่อมดดำนั้นเป็นผู้ใดกัน? เหตุใดจึงบังเอิญไปพบ และสังหารเจ้า?”
 
คำถามนั้นไร้คำตอบ ในบันทึกที่มีนามของนางบอกเพียงว่า พบแต่พิณที่หลงเหลือไว้
 
ข้ารับใช้คนสนิทเคาะประตูด้วยอาการเร่งร้อนก่อนจะนำจดหมายส่งมาให้ถึงมือ ออร์เฟอุสเพ่งมองท่าทางอันทำราวกับจดหมายนั้นเป็นของร้อนทั้งที่ถูกวางมาบนถาดเงิน ออร์เฟอุสเห็นจดหมายซึ่งจ่าหน้าด้วยลายมือไม่คุ้นแต่ถูกผนึกด้วยพลังมังกรแห่งแสงเพื่อป้องกันผู้อื่นเปิดอ่านนอกจากผู้ที่ถูกระบุไว้
 
หลังกวาดตาอ่านจดหมายเขาก็เป็นฝ่ายร้อนใจเสียยิ่งกว่าข้ารับใช้ผู้หลบไปยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านข้าง เนื้อความนั้นถูกเขียนด้วยลายมือไม่คุ้น หากรายละเอียดกระชับและตรงประเด็นนั้นเขาเชื่อว่าเป็นจริง ด้วยนามที่ลงไว้ข้างท้ายนั้นคือผู้ติดตามประจำตัวลูกครึ่งมังกรแห่งแสง เขาเคยได้ยินวิคเตอร์ขานนามนั้นอยู่เสมอ เขากลัวว่าเพื่อปกป้องญาติผู้น้องวิคเตอร์จะเป็นอะไรไป
 
เห็นได้ชัดว่าเรื่องของยูริดิซีแค่เป็นเหยื่อล่อเพื่อนำไปสู่จุดหมาย มังกรแห่งความมืดคือเขา แล้วมังกรแห่งแสงที่คู่ควรคือ เอรอสหรือวิคเตอร์กันแน่?
 
ข้ารับใช้ผู้ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านข้าง รู้จักสังเกตสีหน้านายจึงทราบว่าต้องมีเรื่องแน่ ยิ่งเป็นจดหมายจากมังกรแห่งแสง ทันทีที่ออร์เฟอุสอ้าปากออกคำสั่งเขาก็ทราบว่านั้นเป็นเรื่องด่วน ข้ารับใช้คนสนิทเร่งจัดเตรียมตามที่นายสั่ง ฝ่ายออร์เฟอุสก็เร่งเตรียมตัว
 
ออร์เฟอุสถึงกับสั่งข้ารับใช้เปิดประตูเชื่อมเพื่อเดินทางมายังสีขาวให้เร็วที่สุด ดังนั้นเพียงอึดใจเขาก็มายืนอยู่หน้าคฤหาสน์กรินญาฝั่งสีขาวพร้อมด้วยข้ารับใช้ พ่อบ้านประจำคฤหาสน์รอต้อนรับอยู่แล้วจึงนำท่านดยุคเข้าไปภายใน
 
เมื่อนำทางพ่อบ้านแจ้งว่า “นายท่านอยู่หลังประตูนี้ ขอให้ระวังด้วย”
 
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องออร์เฟอุสสัมผัสได้ว่าภายในห้องไร้หน้าต่างมีทางเข้าออกทางเดียวนั้นวางข่ายอาคมไว้ มังกรแห่งแสงผู้กางข่ายอาคมวาดวงเวทไว้บนพื้นห้องแล้วยืนกำกับล้อมอยู่ ซาสเกียผู้ส่งจดหมายหาเขายืนห่างออกมาเล็กน้อย
 
 ออร์เฟอุสไล่สายตามองวงเวทก่อนไล่ไปยังศูนย์กลาง อันมีเก้าอี้จัดวางอยู่ผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นคือ วิคเตอร์ซึ่งอุ้มเอรอสอยู่ในอ้อมแขน เขาปิดตาทั้งคู่ลงราวกำลังหลับอย่างสงบ
 
ออร์เฟอุสก้าวเข้าไปใกล้เพื่อมองอีกฝ่ายให้ชัด ซาสเกียจึงส่งเสียงห้ามไว้
“ท่านดยุคกรุณารออยู่ด้านนอกเถิดครับ”
 
“เขาไม่มีพลังควบคุมฝัน!” ออร์เฟอุสกล่าว พลางเพ่งมองไปยังวิคเตอร์
 
ซาสเกียแจ้งไว้ในจดหมายแล้วเขาจึงรายงานต่อ
“ใช่ครับ ด้วยเหตุนี้คุณชายจึงไม่ได้หลับ เขากำลังช่วยท่านเอรอสอยู่ด้วยวิธีอื่น ขออภัยที่มันเป็นความลับ”
 
ซาสเกียใช้ดวงตาสีสตาร์ลิ่งเกรย์สบตาของท่านผู้สูงศักดิ์ก่อนจะกล่าวอย่างนอบน้อม
“อีกประการ คุณชายไว้ใจฝากผมดูแลด้านนอกนี้ไว้ โปรดอย่าวู่วาม ท่านเองก็ได้โปรดเชื่อมันในตัวคุณชายด้วย”
 
--------------------
 
หลังจากลืมตาขึ้นเพราะเขารู้สึกเจ็บที่แขนจนอดร้องออกมาไม่ได้ ในนั้นเขามองภาพไม่ชัดนัก คล้ายกับเป็นภาพในความฝัน...เห็นว่าคลับคล้าย แต่ก็ไม่ชัดในรายละเอียดนัก
 
เขามองตามความรู้สึกเจ็บที่แล่นขึ้นมา แขนของเขาถูกใครสักคนบีบอย่างแรง นอกจากนั้นยังนำมาซึ่งความปวดแสบปวดร้อนไปหมด เอรอสพยายามดิ้นรนสะบัดแขนนั้นออก เขาพยายามใช้เวทแต่เหมือนถูกกดพลังเอาไว้ เมื่อใช้เวทไม่ได้ก็ทำได้เพียงการหนี เอรอสตัดสินใจหันหลังออกวิ่ง ก็พลันรู้สึกว่ามีใครคว้าเขาไว้ พอโดนแตะเข้าที่หลังความเจ็บปวดคล้ายกับตอนโดนจับข้อมือก็แล่นเข้ามาอีก คล้ายกับโดนเข็มเล่มเล็กนับไม่ถ้วนแทง เขากรีดร้องออกมา
 
ที่นี่คือที่ใดกัน บิดาเล่า? มารดาเล่า? วิคเตอร์เล่า? เอรอสจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขายังนอนอยู่บนเตียงมีญาติผู้พี่นอนอยู่ข้างๆ กล่อมเขาที่เล่นมาจนเหนื่อยให้หลับ มีครูรูบี้นอนประกบอยู่อีกด้าน เมื่อกลางวันเอรอสยังได้เล่นกับพี่สาวชาวสีขาวใจดีอยู่เลย นอกจากครูโอเบอรอนที่โรงเรียน พี่สาวคนนี้ตัวหอมยิ่งกว่าอีก แล้วก็นุ่มนิ่มเหมือนมารดา เอรอสนึกถึงพวกเขาแล้วจึงรวบรวมกำลังพยายามสลัดตัวให้หลุดพ้นแล้วออกวิ่ง
เป็นครั้งแรกที่เอรอสรู้สึกว่าตัวเองวิ่งได้เร็วขนาดนี้ เขาเคยวิ่ง มารดาเคยปล่อยให้เขาออกวิ่งบ้าง หากจะส่งเสียงตามมาให้เขาระวังอย่าหกล้ม เขาเคยวิ่งกับเพื่อนร่วมชั้น แต่ก็อยู่ในสายตาญาติผู้พี่ เมื่อเขาวิ่งเล่นก็จะอยู่ในความสายตาของใครสักคนเสมอ แต่ครั้งนี้เขารู้ได้ว่าต้องวิ่ง! วิ่งเอาตัวรอด!
มารดาเคยบอกว่า เขากำเนิดมาด้วยร่างกายไม่สมบูรณ์นัก จึงต้องมีคนคอยดูแล แต่ดีที่เขาเป็นมังกรแห่งแสง เมื่อเติบโตขึ้นและควบคุมพลังได้ดีขึ้น ก็จะแก้ไขข้อบกพร่องนี้ไปได้ มารดาเขาเป็นจอมเวทพยายามสอนเขาทีละน้อย แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์เขาจึงทำต่อเนื่องไม่ได้ดีนัก จนบิดาพาเขามามอบให้อยู่ในความดูแลของญาติผู้พี่ วิคเตอร์ก็ค่อยๆ สอนให้เขาฝึกสมาธิเพื่อให้คุมพลังได้ต่อเนื่องดีขึ้น โดยการให้เขาลองฟังเสียงหัวใจตัวเอง
 
เอรอสนึกถึงคนน่ากลัวที่ไล่ตามมา เอรอสเติบโตมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรนักจากคนรอบข้าง นอกจากบิดา มารดาที่ปกป้อง จนมีญาติผู้พี่ของเขาเข้ามาในชีวิตเหมือนเรียกคนใจดีคนอื่นเข้ามา ทั้งครูรูบี้ มังกรแห่งความมืดที่ไม่ค่อยชอบเห็นวิคเตอร์อุ้มเขานัก เพื่อนร่วมชั้น อดีตลูกศิษย์ของวิค
เอรอสนึกถึงพวกเขาตอนที่พยายามวิ่งเอาตัวรอด เขาต้องพยายามด้วยตัวเอง มารดาบอกเขาเช่นนั้น เขาจะหาทางออกไปหาทุกคน รวมถึงคนของลาเมียซีซึ่งถึงจะมองเขาไม่ดีแต่ก็ไม่ได้ทำร้ายเขา เมื่อเทียบกันแล้วพวกที่ไล่ล่าเขาอยู่นี่น่ากลัวยิ่งกว่า
 
วิ่งนานเข้ากำลังของเขาก็เริ่มลดลงตอนนี้เอรอสรู้สึกได้ว่าหัวใจเขาเต้นแรงจนแทบออกมานอกอก เอรอสแทบจะไม่เหลียวมองด้านหลัง จนกระทั่งเขาถูกคว้าตัวขึ้นอีก ด้วยสัมผัสของอ้อมแขนนี้ซึ่งไม่สร้างความเจ็บปวดแก่เขา เอรอสยืนยันด้วยการเงยหน้ามองผู้ที่อุ้มเขาอยู่ เมื่อเห็นใบหน้านั้นอันเป็นใบหน้าดุจเดียวกับที่นอนอยู่ข้างเขาก่อนจะหลับตาลง เอรอสโล่งใจแล้วโผเข้ากอดอีกฝ่ายทันทีด้วยความโล่งอกพร้อมพร่ำเรียกชื่ออีกฝ่าย
 
“วิค...วิค...ช่วยด้วย เจ็บ! เอรอสเจ็บ!” เอรอสกอดคนที่เขาเชื่อใจเอาไว้แน่น นอกจากบิดามารดาก็มีคนผู้นี้ที่วางใจ
 
หากเด็กน้อยสังเกตสักนิด ผู้ที่เขาร้องเรียกและกอดอยู่นี้มีเส้นผมทอประกายสีเงิน กับดวงตาสีทอง
 
มืออ่อนโยนลูบหลังปลอบ น้ำเสียงคุ้นเคยกล่าวอ่อนโยน
“เอรอส? นามว่าเอรอสสินะ อย่ากลัวไปเลยที่นี่ฉันเป็นนายแล้ว ผู้บุกรุกกำลังถูกขับไล่ยกเว้นคนที่ฉันอนุญาต”
 
มือที่ลูบหลังชะงักก่อนจะเอ่ยออกมา
“มาแล้วสินะ อดทนอยู่ตรงนี้คนเดียวก่อนนะเดี๋ยวเธอจะได้กลับแล้ว”
 
เอรอสค่อยสงบลงผู้ที่กอดเขาอยู่กล่าวคล้ายตัดพ้ออย่างไม่จริงจังว่า
“มีคนมารับเธอแล้ว ฉันเสนอแล้วให้ขอความช่วยเหลือจากฉัน แต่เอาเถอะนั่นมิได้ทำให้ผิดคาด ใครจะไว้ใจคนแปลกหน้าที่คุ้นเคย”
 
เอรอสถูกวางลงให้ยืนด้วยตัวเอง มือที่อบอุ่นลูบศีรษะ
“รอตรงนี้เป็นเด็กดีสักพักนะ เธอไม่เป็นอะไรแล้ว”
 
สิ้นเสียงนั้น ชายผู้นั้นก็หายไปให้เอรอสรู้สึกงงงัน หากน้ำเสียงเดิมกลับดังขึ้นร้องเรียกชื่อเขา
“เอรอส! เอรอส!
 
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเอรอสจึงส่งเสียงตอบรับออกไป
“วิค! เอรอสอยู่ตรงนี้”
 
เมื่อญาติผู้พี่ก้าวเข้ามาแล้วอุ้มเขาขึ้นไปกอด เอรอสเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
 
“หาเจอแล้ว ไม่เป็นไรนะ...ตอนนี้เอรอสเธอต้องพยายามตื่นด้วยตัวเอง...” วิคเตอร์กล่าว
 
เอรอสเข้าใจแล้วว่านี่เขาอยู่ในฝันมาตลอด เขาควรจะต้องตื่นได้แล้ว ตื่นจากฝันแสนทรมานของเขา...
 
(จบตอนที่ 26) Day 26 STRETCH
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
เห็นกรมอุตุฯประกาศว่าประเทศไทยเข้าหน้าฝน เข้าใจว่าอากาศจะดีขึ้นที่ไหนได้ยังร้อนเหมือนเดิมเลย...ทำเอาปวดขมับแต่ก็ยังเขียนอยู่ตราบใดที่หัวยังแล่น ถ้าหัวไม่แล่นสิน่าจะแย่มากกว่า แต่ช่วงที่เรียบเรียงต้องทำในตอนที่ร่างกายปกติดีค่ะ
 
แรมซีย์หนูตั้งใจมากเลยว่าวันหนึ่งจะไปขอครู แต่เสียใจจริงๆ ผิดค่ะ ญาญ่าเป็นฝ่ายไปขอหนู ตอนนั้นญาญ่าก็เพิ่งเคลียร์เรื่องในตระกูลมาเลย อาจจะไม่ใช่เพื่อหนู แต่เขาก็อยากให้หนูสมหวังค่ะลูก
 
ตอนนี้เอรอสเหนื่อยไหมลูก วิ่งซ้อมตายขนาดนั้น
 
จะครบ 31 หัวข้อแล้วดีจังหลังจากนี้ไม่มีคำบังคับแล้ว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น