มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 25 : 21. ปลดปล่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 เม.ย. 62

ปลดปล่อย
 
เช่นดังเอิร์ดมานน์ตักเตือนไว้ในวันนั้นสัปดาห์แห่งการสอบปลายภาคมาถึง อันที่จริงสำหรับลูกมังกรทั้งหกของครูกรินน่ะไม่เป็นไรหรอก ในเวลาเรียนก็ไปสอบ พอสอบเสร็จในวันนั้นๆ ก็แวะไปหาครูกรินเพื่อไปดูเจ้าจิ้งจอกทะเลทรายกันก่อนจะแยกย้ายกลับ
 
เมื่อถึงวันสอบเสร็จเจ้าจิ้งจอกทะเลทรายก็เกือบหายสนิทแล้ว พอคิดถึงตรงนี้เคียฮีก็ทำหน้าเศร้าขณะอุ้มจิ้งจอกทะเลทรายอยู่
“ถ้าเขาหายดีแล้วครูกรินจะพาไปส่งบ้านสินะคะ”
 
วิคเตอร์  กรินญาอุ้มมังกรน้อยเอรอสอยู่ในอ้อมแขนส่งยิ้มปลอบให้สาวน้อยมังกรอัคคี
“เขาไม่ใช่สัตว์อาศัยอยู่ในถิ่นนี้ครับ เราควรต้องส่งเขากลับ”
 
“พอคิดว่าจะมีเวลาได้มาเล่นด้วยกันสักหน่อยก็ต้องจากกันแล้ว น่าเสียดายจังเลย”
 
วิคเตอร์นึกถึงอีกคำกล่าวหนึ่งของท่านอาจารย์
‘ยิ่งเจ้าปล่อยให้มีใครเข้ามาในชีวิตมากเท่าไหร่ ก็จะมีคนเดินออกไปจากชีวิตเจ้ามากเท่านั้น’
 
เวย์ราจึงเข้าไปปลอบเคียฮี
“ไม่เป็นไรหรอกนะ เคียฮีบอกว่าโตแล้วจะไปหาเจ้าจิ้งจอกที่ทะเลทรายใช่ไหมล่ะ สิบปีน่ะไม่นานก็ผ่านไปแล้ว” ท้ายประโยคเวย์ราส่งสายตามองไปทางแรมซีย์
 
แรมซีย์สบตาสหายแต่ไม่ตอบกระไร
 
เฟรยาจึงพูดถึงแผนการช่วงปิดเทอมให้สหายฟัง
“ช่วงปิดเทอมฉันจะหมั่นแวะไปดูแปลงเคพกูสเบอร์รี่ที่โรงเรียน แล้วก็มีบางอย่างที่อยากค้นคว้าด้วยคงจะไปขลุกอยู่ที่หอสมุดทุกวัน”
 
เวย์ราเอียงคอถาม “ค้นคว้า? เรื่องอะไรน่ะ อย่าคิดค้นทำอะไรแปลกๆ ออกมานะ”
 
เฟรยาสบตาเวย์ราก่อนจะเชิดหน้าใส่ “ฉันทราบดีน่า ไม่ทำอะไรพิเรนทร์หรอก”
 
เอิร์ดมานน์จึงพูดขึ้น
“ฉันคงจะอ่านหนังสือเรียนของเทอมหน้าซ้ำอีกครั้ง กับอ่านหนังสือให้หมดอีกสักตู้ล่ะนะ”
 
เวย์ราเบะปากก่อนกล่าว
“นายอ่านล่วงหน้าเลยหรือ แล้วเออร์วิงล่ะ” ท้ายประโยคเวย์ราหันไปหาเออร์วิงผู้นั่งอยู่บนตักคุณครูรูบี้อยู่
เออร์วิงหันไปสบตาเวย์ราแปลว่าได้ยินแล้ว จากนั้นเขาก็มองไปทางอื่นด้วยท่าทางครุ่นคิด...แล้วก็คิด...
 
นายจนเวย์ราเป็นฝ่ายตัดบท “ไม่เป็นไรเออร์วิง ฉันเองก็ยังไม่มีแผนอะไรในช่วงปิดเทอมเช่นกัน ไม่ต้องเครียดนะ”
 
เคียฮีจึงพูดขึ้นบ้าง “ฉันคงแวะมาดูจิ้งจอกทะเลทรายทุกวันจนกว่าจะส่งเขากลับ แล้วพี่สาวบอกว่าจะสอนให้ทำดินปั้นก่อน”
 
เวย์ราจึงหันไปหาแรมซีย์ส่งสายตาเป็นคำถามว่าแล้วนายล่ะ?
 
แรมซีย์ผู้ยืนอยู่ข้างครูญาญ่าที่เขารักกวาดตามองสหาย เขาระบายลมหายใจก่อนจะตอบออกมา
“ฉันต้องไปอยู่ที่ปราสาทเอเรบุสตลอดปิดเทอม”
 
“อ้าว อย่างนั้นแรมซีย์ต้องเจอท่านดยุคตลอดสินะ?” เฟรยาถามด้วยความสงสัย
 
“ไม่ใช่ ท่านดยุคอยู่ที่คฤหาสน์คนละที่กัน ปราสาทของท่านลุงเป็นปราสาทเก่าสร้างก่อนคฤหาสน์ที่ท่านดยุคอยู่ตอนนี้” แรมซีย์อธิบาย จากนั้นจึงหันไปหาครูญาญ่า
“ไม่ต้องห่วงนะ ถึงจะได้รับการอบรมจากท่านลุงผมจะไม่เป็นอย่างท่านดยุค ท่านแม่ก็บอกว่าถ้าไม่ไหวให้ส่งจดหมายมาท่านแม่จะรีบไปรับกลับ ถึงการสอนแบบเอเรบุสจะไม่ได้ดีไปทุกอย่าง ทว่าผมอยากเป็นคนที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครนะญาญ่า ผมอดยอมรับไม่ได้ว่า...ท่านดยุคก็เก่งจริงๆ ”
 
วิคเตอร์ใช้มือข้างที่ว่างลูบศีรษะแรมซีย์
“นอกจากการอบรมสั่งสอน ประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตก็สอนเขาด้วยครับแรมซีย์ ท่านดยุคผ่านเรื่องราวมามากกว่าเธอ มากกว่าครูด้วย”
 
-------------------------
 
ครานี้เป็นฝ่ายปราสาทแห่งแสงต้อนรับออร์เฟอุสและยูริดิซี พิณสีทองได้รับการประคองอยู่ในอ้อมแขนของมังกรแห่งความมืดอย่างทะนุถนอม เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งวิคเตอร์ได้พบพวกเขาที่ผาเอื้อมตะวัน
 
ในอ้อมแขนของวิคเตอร์ก็อุ้มญาติผู้น้องของเขาไว้เช่นกันหลังทักทายตามมารยาทแล้ว วิคเตอร์ส่งเอรอสให้รูบี้แล้ววางมือบนศีรษะเด็กน้อยบอกเสียงอ่อนโยนว่า ออกไปรอข้างนอกสักเดี๋ยวนะ แล้วรูบี้ก็อุ้มมังกรน้อยออกจากห้องไป
 
ออร์เฟอุสกวาดตามองห้องที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวไม่มีหน้าต่าง ในห้องเป็นสีขาวเรียบๆ เพียงเท่านั้น ก่อนจะจะเลิกคิ้วถาม
“นี่เป็นข่ายอาคมของมังกรแห่งแสงหรือ ดูไม่ค่อยเหมือนเลย” ออร์เฟอุสกล่าวก่อนจะนั่งลงบนชุดเก้าอี้เรียบง่ายซึ่งตั้งอยู่กลางห้อง โดยมีวิคเตอร์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมีโต๊ะตัวหนึ่งวางคั่นพวกเขาอยู่ ออร์เฟอุสวางยูริดิซีลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างเขา
 
ในห้องมีมังกรแห่งแสงที่คอยติดตามวิคเตอร์เสมอยืนห่างออกไป
 
วิคเตอร์มิได้ตอบคำถามนั้น บลูเมนนำหีบผนึกมาวางบนโต๊ะตรงหน้า
“พ่อมดชาวสีดำผู้นั้นวางแผนไว้แยบคายเหลือ” วิคเตอร์กล่าวพลางหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาแล้วคลี่ออกวางไว้ข้างหีบผนึก ดวงตาใสราวลูกแก้วคู่นั้นมองไล่ไปตามเส้นสายที่ขีดเขียนอยู่บนกระดาษแผ่นนั้น
“ผมลองให้คนสนิทช่วยดูด้วยแล้วพบว่า พ่อมดผู้นั้นใช้สิ่งนี้วัดพลัง...แม้แต่มังกรแห่งแสงบางคนก็มองไม่เห็นวงเวทบนกระดาษ ผมจึงระวังไม่ให้ใครเห็นมากนัก”
 
ออร์เฟอุสตวัดสายตามองผู้ที่อยู่ตรงข้ามเขาคล้ายจะห้ามปราม
 
“แน่นอนว่าไม่มีใครต้องการให้ผมลงมือ คนของผมเองก็ทัดทานไว้” วิคเตอร์เหลือบมองไปทางซาสเกีย และบลูเมนที่อยู่ไม่ไกล “ตอนนี้ผมพยายามคาดคะเนและหาผู้ที่เหมาะสม ต้องมีพลังมากพอจะมองเห็นในขณะเดียวกันเขาก็ไม่อ่อนแอเกินไป ยามเมื่อพ่อมดชาวสีดำมุ่งเป้าไปยังเขา ผมทราบว่าเราพยายามจะป้องกันทุกอย่าง แต่ผู้ซึ่งจ้องเล่นงานเราอาจมีวิธีอันคาดไม่ถึงเช่นกัน”
 
ออร์เฟอุสพยักหน้ารับทราบสมควรให้เป็นเช่นนั้น เรื่องที่จะปลดปล่อยยูริดิซีอาจต้องรอก่อน เรื่องบางเรื่องไม่อาจเร่งได้
 
ออร์เฟอุสกำลังจะหันไปหายูริดิซีเพื่อพาเธอกลับ เสียงเคาะประตูก็ดังแทรกขึ้น
 
วิคเตอร์จึงหันไปกล่าว “มีอะไรหรือ ? ”
 
“พี่ครับ เอรอสดูท่าทางไม่ค่อยดี” เสียงรูบี้ดังลอดประตูเข้ามา
 
“เข้ามาเถิด ฉันเพิ่งคุยกับท่านดยุคเสร็จ”
 
เมื่อได้รับอนุญาตรูบี้จึงอุ้มเอรอสเข้ามาส่งให้ วิคเตอร์รับมาดูสีหน้าเด็กน้อยก็ลูบหลังปลอบ
“ขอโทษนะคงจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว ฉันคาดว่าคุยไม่นานเลยไม่ได้ตามคนมาดูเธอแทน และซาสเกียกับบลูเมนก็เข้ามาอยู่ข้างในนี้ด้วย”
 
วิคเตอร์วางเอรอสลงบนตัก แล้วกอดเอาไว้สักครู่สีหน้าเอรอสค่อยดีขึ้น เมื่ออาการเป็นปกติเอรอสจึงค่อยขยับกายหันมองไปรอบตัว มังกรน้อยมองไปบนโต๊ะเห็นว่ามีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ข้างหีบ เขาจึงเอ่ยถามขึ้น
“วิค..อะไรน่ะ วงเวท ? ”
 
ทันทีที่ได้ยินวิคเตอร์รีบยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปากเด็กน้อยไว้เสีย พร้อมกำชับเสียงเข้ม “ห้ามอ่านนะเอรอส มันอันตราย!
 
เด็กน้อยผงกศีรษะรับทันที วิคเตอร์รู้สึกเหมือนได้แก้ปัญหาตรงหน้าไปได้อย่างหนึ่งจึงหันไปสั่ง “ตามเคออสกลับมาที ถ้าเป็นเขาเราก็ดูแลง่ายด้วย”
 
บลูเมนน้อมศีรษะรับคำสั่งก่อนก้าวออกไปจากห้อง
 
ในขณะเดียวกัน วิคเตอร์รู้สึกว่าร่างในอ้อมกอดเขากระตุกขึ้น
“เอรอส” วิคเตอร์เรียกเด็กน้อยด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น
 
ปากเอรอสขยับเปล่งเสียงเป็นคาถาที่เขียนบนกระดาษแผ่นนั้น โดยมังกรน้อยส่ายหน้าราวจะบอกว่าเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมา
 
วิคเตอร์ผู้ทราบดีว่าคาถากำกับวงเวทนั้นสิ้นสุดที่ใด เขารีบมองไปยังผู้ที่นั่งอยู่ตรงข้ามพร้อมบอกในทันที
“ออร์เฟอุส ยูริดิซี!
 
ไฟของมังกรแห่งแสงโชนขึ้นเผากระดาษจนไม่เหลือแม้แต่เถ้า พิณสีทองนั้นคลับคล้ายมีไฟลุกขึ้นเก้าอี้ที่ตั้งวางเริ่มไหม้หากพิณนั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย เหนือเปลวเพลิงปรากฏเงาร่างสตรีผู้มีเรือนผมสีรัตติกาล เธอหันไปยิ้มให้เอรอสก่อนจะกล่าว
“ขอบคุณนะเด็กน้อย ทว่าเจ้าต้องระวังตัวด้วย” แล้วจึงหันกลับมาหาชายที่อยู่เคียงข้างเธอมานับร้อยปี
 
ร่างของยูริดิซีล่องลอยอยู่เหนือออร์เฟอุสเล็กน้อย นางยื่นมือมาสัมผัสใบหน้าของเขาหากออร์เฟอุสกลับไม่รับรู้ถึงสัมผัสของนาง ออร์เฟอุสยิ้มให้ ในที่สุดก็ได้เห็นหน้าตาของนางเสียที ได้เห็นนางเป็นอิสระแม้ว่าจะต้องพรากจากกัน
 
ยูริดิซีจึงกล่าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่งดงามที่สุด
“ลาก่อนออร์เฟอุส ข้ารักเจ้านะแต่เสียดายที่เราต้องมาพบกันในสภาพนี้ มิเช่นนั้นข้าจะมอบความรักให้จนเจ้าเลิกคิดไปรักคนอื่นอีกเลย โปรดอย่าตามหาข้าในนรก สุดท้ายนี้ข้าทำได้เพียงเหลือพิณที่ข้ารักไว้กับเจ้า” เธอก้มลงจูบออร์เฟอุส แล้วกระซิบบางอย่างข้างหู เมื่อไฟซึ่งลุกท่วมพิณค่อยดับลง เงาร่างของยูริดิซีจึงจางหายไปเช่นกัน
 
ในขณะเดียวกันวิคเตอร์พยายามปลอบมังกรแห่งแสงตัวน้อยผู้กำลังขวัญเสีย ออร์เฟอุสหันมองมังกรขาวลูกครึ่งมังกรแห่งแสงตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว
 
รูบี้เองก็ตกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน จึงมองไปยังพี่ชายของเขาเพื่อขอคำอธิบาย
 
วิคเตอร์ค่อยเรียบเรียงคำพูดตอบ
“พ่อมดผู้นี้ร้ายกาจนักเขาคัดกรองเสียอย่างดี มังกรแห่งแสงผู้มีพลังมากพอจะมองเห็นแต่ต้านทานมนต์สะกดจนบังคับตัวเองไม่ได้อย่างเอรอสจะถูกชักนำไปโดยไม่รู้ตัว”
วิคเตอร์กอดญาติผู้น้องเขาไว้แน่น เขาพลาดไปแล้ว...เด็กคนนี้กำลังอยู่ในอันตราย
 
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยเสียงของบลูเมน
“คุณชายน้อย ท่านเคออสมาแล้วครับ”
 
“เข้ามาเถอะเคออส!” วิคเตอร์ตอบรับอย่างรวดเร็ว
 
เมื่อประตูเปิดออกเคออสได้ยินเสียงบุตรชายร้องจึงรีบก้าวเข้ามาหา
 
วิคเตอร์ส่งบุตรชายคืนให้เคออสพร้อมกล่าวขอโทษ
“ขอโทษด้วยเคออส ฉันไม่ทันระวัง”
 
เคออสมองรอยไหม้บนเก้าอี้ซึ่งมีพิณสีทองดูสูงค่าวางอยู่ เขาพอจะเดาได้ว่าต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ระหว่างทางที่มาบลูเมนอธิบายสิ่งที่เขาต้องทำคร่าวๆ รวมถึงเมื่อเช้าเลดี้เองก็ประกาศแจ้งเตือนลาเมียซีทุกคน
 
“ฉันทำให้เขาต้องอยู่ในอันตรายแล้ว” วิคเตอร์กล่าวพลางสบตาเคออส
 
เคออสส่ายหน้าปฏิเสธ เขาลูบหลังปลอบบุตรชายในอ้อมแขน
“ทั้งผมทั้งเอรอสมีหน้าที่ต้องปกป้องคุณชายน้อยครับ มันสมควรแล้ว”
 
“เขายังเล็กเกินไปเคออส ฉันจะรับผิดชอบปกป้องเขาให้ดี”
 
“น้ำใจจากคุณชายน้อยนั้นทำให้ผมยินดีครับ หากชีวิตคุณชายน้อยสำคัญกว่า ผมจะขอคนมาช่วยคุณชายน้อยดูแลเขาแทน” เคออสตัดสินอย่างถนอมน้ำใจ
 
บลูเมนรู้งานจึงหันไปสบตากับซาสเกีย แล้วนำทั้งรูบี้และคนอื่นออกจากห้อง
 
เมื่อเป็นเช่นนั้นวิคเตอร์หันกลับไปสนใจมังกรแห่งความมืดผู้เดียวในห้อง เอ่ยถามขึ้น
“ออร์เฟอุสคุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
 
ดวงตาสีทองมองสบดวงตาซึ่งสะท้อนสีรุ้งก่อนจะกล่าว “ขอกอดหน่อยได้ไหม ? ”
 
เคออสยังทันเห็นเหตุการณ์ก่อนประตูปิดลงตามหลัง เขาหันไปหาซาสเกียทันที เคยได้ยินว่าท่านดยุคมาติดพันคุณชายน้อย แต่ดูจะผิดไปจากที่คาด
“ท่านผู้นั้นเป็นเช่นนี้ตลอดหรือ”
 
“ครับ ถ้าคุณชายไม่ยื่นมือให้ก่อน เขาจะไม่เป็นฝ่ายจับมือก่อน” ซาสเกียตอบอย่างนอบน้อม
 
“งั้นหรือ ฉันเพิ่งพบเจอนับว่าน่าสนใจดี” เคออสตอบตามความรู้สึก
 
ซาสเกียหยุดอยู่หน้าห้อง เขายังต้องทำหน้าที่ของเขา
“ท่านเคออสพาท่านเอรอสไปพักเถิดครับ คุณรูบี้ด้วย ผมต้องอยู่ตรงนี้”
 
เคออสกระชับอ้อมแขนที่อุ้มบุตรชาย เขาก็เป็นลาเมียซีผู้หนึ่งเหตุใดจะไม่ทราบว่าความสัมพันธ์ของเงากับผู้เป็นนายเป็นเช่นไร เคออสสบตาซาสเกียอย่างเข้าใจก่อนจากไป รูบี้มองผู้ที่เฝ้าอยู่ข้างกายพี่แล้วถอนใจก่อนก้าวห่างออกไป
 
ไม่นานนักประตูเปิดออกเป็นวิคเตอร์ก้าวออกมาก่อน เขาหันไปเรียกข้ารับใช้มาเพื่อส่งท่านดยุคพร้อมพิณสีทองกลับ ก่อนจะหันไปสบตาซาสเกีย
 
ซาสเกียผงกศีรษะรับทราบโดยไม่ต้องเอ่ย ก้าวตามคุณชายน้อยของเขาไปอีกทาง โดยเว้นระยะห่างออกมา
 
“ซาสเกีย...” วิคเตอร์เอ่ยเรียก
 
“ครับ คุณชายน้อย” ซาสเกียรีบตอบรับ
 
“เธอเคยตกลงว่าจะช่วยฉันดูแลเอรอส นับจากนี้ช่วยฉันคุ้มครองเขาด้วย” วิคเตอร์ออกคำสั่งโดยไม่หันไปมอง
 
“ผมไม่อาจให้ความสำคัญท่านเอรอสมากไปกว่าคุณชายน้อยครับ”
 
วิคเตอร์หยุดเดินก่อนหันไปหาซาสเกีย
 “ถ้าหากฉันคาดการณ์ไม่ผิดศัตรูของเราคนนี้ไม่อาจดูเบาได้เลย ฉันต้องการให้เอรอสปลอดภัย เรื่องอื่นเธอจะคิดเห็นเช่นไรก็ได้...ซาสเกีย ฉันอยากให้เธอปกป้องเอรอส...”
 
ซาสเกียผู้ยึดมั่นในหน้าที่ของตนย้ำออกมา
 “มังกรแห่งแสงทุกคนรับคำขอจากท่านผู้นั้นมาว่า ให้ปกป้องทั้งเลดี้ และลูกหลานสายตรงของเลดี้อิซิเนีย จนกว่าจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบ พวกเราทำพลาดไป 2 ครั้งแล้วครับ”

วิคเตอร์วางมือบนไหล่ซาสเกีย
“ฉันไม่ตายหรอก...ฉันมีคนให้กลับมาหา ส่วนเรื่องของน้องสาว และบิดาของฉันไม่ใช่ความผิดของพวกเธอที่ปกป้องเอาไว้ไม่ได้ มันเป็นเหตุสุดวิสัย”
 
(จบตอนที่ 21) Day 21 DRAIN
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
ในความสัมพันธ์ของท่านดยุคกับยูริดิซี สองคนนี้ทำตัวเหมือนคนรักมาก็นานแล้วอ่ะนะ พูดจากันสนิทสนมแต่คนหนึ่งเป็นพิณคนหนึ่งเป็นมังกร ท่านดยุครักเธอนะแต่คงไม่ได้รักเหมือนคนรัก ส่วนยูริดิซีก็คงคิดเหมือนกัน เธอรู้ เธอสงสารท่านดยุคแต่ตัวเองก็ไม่มีร่างอ่ะ เธอเลยรักในแบบของเธอ ถ้ามีโอกาสคงได้เขียนตอนพิเศษเกี่ยวกับยูริดิซี
 
ชอบที่ยูริดิซีบอกให้ไม่ต้องไปตามในนรก เพราะในตำนานไปตามก็จริงแต่สุดท้ายก็เหลว แถมออร์เฟอุสก็ตายในท้ายที่สุด...เป็นรักแท้ดูแลไม่ได้มากอ่ะ
 
แต่ชื่อท่านดยุคความหมายดีนะ ออร์เฟอุสแปลว่า ความมืดยามค่ำคืน   เอเรบุสแปลว่าความมืด เขาเลยเป็นความมืดที่ลึกล้ำยิ่งกว่าความมืด
 
ส่วนใน panic room นั้นคิดว่ามีอะไรหรือ อิ อิ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น