มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 24 : 20. เปราะบาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 มี.ค. 62

เปราะบาง
 
แก้วแสนเปราะบางร่วงหล่นลงบนโต๊ะที่ลาดด้วยกระจก ทว่าแม้ก่อกำเนิดจากสิ่งเดียวกัน สิ่งที่บอบบางกว่าย่อมเป็นฝ่ายแหลก
 
เคียฮีมองดูซากแก้วเป่าเป็นรูปสัตว์ซึ่งเอซาร์ผู้เป็นพี่สาวทำให้แตกกระจายอยู่บนโต๊ะกระจก  เคียฮีรีบหันไปหาพี่สาว
“พี่คะ เคียฮีขอโทษค่ะ”
 
เอซาร์ผู้นั่งมองน้องสาวเล่นแก้วเป่าเป็นรูปสัตว์ต่างๆ อย่างภูมิใจอยู่ไม่ไกลลุกขึ้นมาดูใกล้ๆ ด้วยเป็นห่วงน้องจะบาดเจ็บมากกว่า
“ไม่เป็นไร เคียฮีไม่โดนบาดตรงไหนใช่ไหม?”
 
“ไม่ค่ะ” เคียฮีตอบพร้อมกับส่ายหน้า
 
“เดี๋ยวพี่ทำใหม่ก็ได้ไม่เป็นไร จำไว้นะของบางอย่างเสียได้ แต่พี่เสียน้องไม่ได้คุณพ่อคุณแม่ก็คิดเช่นเดียวกัน” เอซาร์จับมือน้องสาวไว้เพื่อดูให้แน่ใจว่าไร้บาดแผลจริงๆ แล้วเรียกสาวใช้เข้ามาจัดการเศษแก้ว
 
“แล้วคิดถึงอะไรอยู่หรือ ? ” เอซาร์สังเกตเห็นว่าเมื่อครู่น้องสาวใจลอยจนเผลอทำตก
“คิดถึงจิ้งจอกทะเลทรายค่ะ ตอนบ่ายเคียฮีเก็บได้เลยพาไปให้ครูกริน ทุกคนบอกว่าแปลกที่จิ้งจอกทะเลทรายมาอยู่ในโรงเรียน”
 
“ชายแดนไกลจากที่นี่มากเลย ทำไมถึงมาที่นี่ได้กัน” เอซาร์เองก็สงสัยเช่นกัน
 
เคียฮีกุมมือพี่สาวไว้แล้วบีบเบาๆ
“ครูกรินก็พูดแบบเดียวกันเลยค่ะ พี่คะพอรักษาเขาหายต้องพากลับบ้านสินะ ที่บ้านเขาจะมีพ่อแม่พี่น้องรออยู่หรือเปล่านะ”
 
เมื่อได้ยินเช่นนี้เอซาร์จึงรวบตัวเคียฮีมากอดเอาไว้
 
หลังเลิกเรียนวันถัดมาลูกมังกรทั้งหกก็มาที่โรงเรียนอนุบาลอีก เพื่อมาดูอาการจิ้งจอกทะเลทรายอันที่จริงเมื่ออยู่ในมือครูกรินดูจะลดความกังวลลงไปได้แต่เคียฮีอยากมาดูเจ้าจิ้งจอกทะเลทราย ขณะเล่นกับจิ้งจอกทะเลทรายไปก็เล่าให้คนอื่นๆ ฟัง
“เมื่อคืนพอเล่าเรื่องจิ้งจอกทะเลทรายให้ฟังหารูปให้พี่สาวดู พี่สาวเลยเป่าแก้วเป็นรูปจิ้งจอกทะเลทรายให้ด้วยล่ะ”
 
เวย์ราฟังแล้วก็ว่า “ดีจังนะมีพี่สาวนี่”
 
“พี่คงเห็นว่าเคียฮีจะคิดถึงเจ้าจิ้งจอกเลยทำให้กระมัง เขาก็คงมีคนที่รออยู่เหมือนกันใช่ไหม”
 
วิคเตอร์ผู้มีเอรอสอยู่ในอ้อมแขนนั่งฟังอยู่เงียบๆ ไม่อาจบอกความจริงได้เลยว่า ทะเลทรายบริเวณนั้นยับเยินเลยทีเดียว รูบี้ซึ่งนั่นอยู่ข้างกันนั้นทราบความจริงเช่นกันก็มองอดีตลูกศิษย์ด้วยสายตาที่ไม่สามารถอธิบายได้ ใครบางคนเพียงผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วก็ผ่านไปหากทิ้งร่องรอยไว้ในความทรงจำ
 
เคียฮีพูดขึ้นอย่างเริงร่า
“ไว้โตขึ้นเคียฮีจะลองไปทะเลทรายดูนะว่าเป็นอย่างไร”
 
เฟรยาฟังแล้วก็ทำตาโตอย่างสนใจ
 
แรมซีย์กลับแย้งขึ้น “มันอันตรายไม่ใช่หรือไหนจะมีแคว้นกระจกแฝดด้วย”
 
“แคว้นกระจก?” สาวน้อยมังกรอัคคีทวนคำพร้อมเอียงคอด้วยความสงสัย
 
“เคียฮีไม่ทราบหรือไปเปิดตำราอ่านสิ” เอิร์ดมานน์แนะนำ
 
เมื่อคำว่าแคว้นกระจกแฝดออกจากปากแรมซีย์ บางสิ่งถูกจุดขึ้นในสมองของวิคเตอร์เขากล่าวด้วยน้ำเสียงปกติโดยมิได้แสดงอาการผิดปกติใด
“ที่โรงเรียนคงยังไม่สอนประวัติศาสตร์ของชาวสีดำกับสีขาวสินะครับ”
 
“ยังเลยครับครูกริน” เออร์วิงเป็นฝ่ายตอบ
 
เอิร์ดมานน์จึงกล่าวขึ้น
“แต่ว่าอาทิตย์หน้าเราต้องสอบปลายภาคกันแล้วนะอย่าลืมสิ”
 
เวย์ราเบะปากเมื่อได้ยินคำว่าสอบ
 
เคียฮีกลับไม่ยี่หระเลย “ถ้าปิดเทอมจะมาที่นี่ได้ทุกวันสินะคะ ครูกรินคะเคียฮีสามารถไปหาเจ้าจิ้งจอกที่ทะเลทรายได้ไหมคะ” ท้ายประโยคเคียฮีหันไปขอความเห็น
 
“หากเคียฮีเป็นมังกรเต็มวัยแล้ว ตรงนั้นอาจจะไม่ใช่ที่อันตรายครับ ตอนนี้มนุษย์ก็ไม่กล้าเข้ามาหรอกเพราะเป็นถิ่นของมังกรทรายเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้นนักล่ามังกร”
 
เคียฮีพยักหน้ารับก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถาม
“กระจกกับแก้วนี่ทำมาจากทรายใช่ไหมคะ ? ”
 
“ใช่แล้วล่ะเคียฮี เพราะมีทรายมากมายเมืองชายแดนของสีดำที่ติดทะเลทรายจึงมีชื่อด้านการทำกระจกเลยทีเดียว” นั่นเป็นหนึ่งในที่มาของนาม แคว้นกระจกแฝดวิคเตอร์นึกเชื่อมโยงไปถึงบางสิ่งบางอย่าง ตอนที่ขวดแก้วปริศนาใบนั้นถูกส่งมาถึงมือ แน่นอนว่าต้องผ่านการตรวจสอบขั้นต้นจากข้ารับใช้แล้ว
 
-----------------
 
ค่ำคืนนี้วิคเตอร์  กรินญามาทานอาหารร่วมกับครอบครัวยังปราสาทแห่งแสง เหตุเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานวิคเตอร์ให้ข้ารับใช้ส่งข่าวมาล่วงหน้าก่อนมาพบท่านย่าและมารดาด้วยตนเอง ไม่ว่าอย่างไรเขาต้องแจ้งเรื่องสำคัญนี้ด้วยตัวเอง และเตือนให้บุคคลสำคัญของเขาระวังตัว
 
วันนี้เขาจึงมารับทราบรายงานความคืบหน้าในเรื่องที่ขอให้ตรวจสอบเมื่อวาน ยามมองไปทางมารดาผู้กำลังเพลิดเพลินกับการดูแลมังกรน้อยเอรอสทานอาหาร วิคเตอร์ได้แต่คิดว่าจะปกป้องมารดาและท่านย่าเขาอย่างไร หีบผนึกบรรจุกระดาษจารึกวงเวทนั้นเขาฝากข้ารับใช้คนสนิทดูแลอยู่ ด้วยต้องการกันคนให้พบเห็นมันน้อยที่สุดจะดีกว่า ถ้าหากพ่อมดชาวสีดำผู้สังหารยูริดิซีเป็นผู้ซึ่งเขาคาดไว้จริง นับว่ารับมือยากนักพ่อมดผู้นั้นขีดเขียนวางแผนไว้หลายชั้นนัก
 
วิคเตอร์นึกถึงเมื่อคืนวานหลังจากย้ำถึงภาระของท่านดยุคและตนเองแล้ว ท่านดยุคยังคงมุ่งมั่นปลดปล่อยวิญญาณของยูริดิซี
 
ออร์เฟอุสตั้งสมาธิเพื่อเริ่มหน่วงพลัง เขากล่าวราวกระซิบ
“ถึงอย่างนั้นข้าต้องปลดปล่อยนาง...” เขาเจาะจงให้เปลวไฟสีดำลุกไหม้เฉพาะที่ขวด ขวดแก้วได้รับความร้อนสูงอย่างรวดเร็วจึงแตกร้าวจนได้ยินเสียงเปรี๊ยะลั่นขึ้นเบาๆ ออร์เฟอุสเร่งพลังจนแก้วเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้วหลอมลง เสียงบางอย่างหวีดขึ้นมาคล้ายเสียงคำสาป จนจอมเวทย์ทั้งสี่ในห้องต้องยกมือขึ้นปิดหู
 
วิคเตอร์ยืนสำรวมเพ่งสมาธิเอาไว้กันเหตุฉุกเฉิน มองม้วนกระดาษแผ่นนั้นนอนอยู่กลางกองเศษแก้วที่เย็นตัวลงโดยที่ความร้อนที่หลอมแก้วนั้นไม่อาจสะดุ้งสะเทือนมันแม้แต่น้อย ออร์เฟอุสหยิบขึ้นคลี่ออกดูเพื่อพบว่ามันเป็นกระดาษเปล่า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันก่อนแล้วบ่นออกมา แล้วพลิกมือเพื่อให้ผู้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้เห็นด้วยเพื่อยืนยันคำกล่าวของเขา
 
วิคเตอร์ระบายลมหายใจ “คุณเข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในมือคุณเป็นกระดาษเปล่า หากผมมองเห็นอักษรและวงเวทที่วาดบนกระดาษนั้น” ดวงตาใสราวลูกแก้วละจากกระดาษในมือของอีกฝ่ายไปยังพิณสีทอง
 
“ยูริดิซีเธอกล่าวถูกต้อง มนุษย์ผู้นั้นปรารถนาจะรวบรวมทั้งมังกรแห่งความมืดและมังกรแห่งแสง ถ้าผมทำลายกระดาษแผ่นนี้ด้วยไฟของมังกรแห่งแสง เธอจะสลายไปใช่ไหมครับ”
 
ออร์เฟอุสผงกศีรษะ แม้ว่าในดวงตานั้นจะสะท้อนความรู้สึกบางอย่างอยู่
 
“แล้วคุณล่ะครับ คุณทนได้ไหม?” วิคเตอร์สบตาอีกฝ่าย
 
“ข้าต้องการให้นางเป็นอิสระ ข้าถามความเห็นนางเช่นกันมันอาจจะดีกว่า ปล่อยวิญญาณนางไปยังที่อันสมควรเพื่อรอการเกิดใหม่”
 
วิคเตอร์ผงกศีรษะรับ จึงนำกระดาษแผ่นนั้นใส่ลงในหีบปิดผนึกเช่นเดิมก่อนจะกล่าว
“พวกคุณอาจจะต้องการเวลา ผมต้องเตือนเหล่ามังกรแห่งแสงและตรวจสอบอะไรบางอย่างเพิ่มเติม”
 
ดวงตาสีทองฉาบด้วยความรู้สึกบางอย่าง ริมฝีปากของออร์เฟอุสขยับโดยไร้คำพูด
 
“เมื่อพวกคุณพร้อม...ผมจะรออยู่ที่ปราสาทแห่งแสง” วิคเตอร์กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะจากไป
 
ระหว่างเดินทางไปยังปราสาทแห่งแสง วิคเตอร์ผู้นั่งอยู่ในรถม้าโดยมีหีบลงผนึกวางอยู่ข้างกาย ดวงตาใสราวลูกแก้วจ้องมองผู้เป็นเงาของเขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ริมฝีปากงามเผยอออกกล่าวคำ
“ซาสเกียท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า การที่มีใครสักคนก้าวเข้ามาในชีวิตของเจ้านับเป็นความอัศจรรย์ นั่นเพราะ...เขาได้นำเอาทั้งชีวิตของเขามามอบให้กับเจ้า”
 
ซาสเกียนั่งเหยียดหลังตรงอยู่ในรถม้าด้วยท่าทางรัดกุม ดวงตาสีสตาร์ลิ่งเกรย์สบตาคุณชายน้อยของเขา นิ่งฟังสิ่งที่อีกฝ่ายจะกล่าว
 
“หลายคนเข้ามาเพื่อที่จะจากไปแล้วทิ้งบางอย่างไว้ ฉันไม่เคยเลย...ไม่เคยนึกอยากได้ทั้งชีวิตนั้นหรอก เก็บชีวิตของเธอไว้อย่ามอบให้ฉันทั้งหมด”
 
“ผมทราบว่าคุณชายไม่ต้องการ หากชีวิตผมมีไว้เพื่ออุทิศให้คุณ ผมคิดว่าทุกคนที่รักคุณชายน้อยก็คิดเห็นเช่นเดียวกับผม...” ซาสเกียรวบคุณชายน้อยของเขาเข้ามากอดก่อนจะเอ่ยขึ้นข้างหู
“ผมวางหัวใจไว้บนมือของคุณชายน้อยแล้วครับ”
 
วิคเตอร์ได้ยินอย่างชัดเจนเขามองตรงไปด้านหน้ามองความว่างเปล่า มิได้หันไปสบตาซาสเกีย
“ฉันรับไม่ได้ เธอก็ทราบ ฉันไม่รัก ไม่รักใคร...”
 
“บางคนรักแล้วต้องการความรักตอบแทน ผมจึงเลือกที่จะไม่รักคุณเพื่อที่จะไม่ต้องคาดหวังครับ และไม่ต้องทรมานแบบพ่อด้วย นั่นเป็นสิ่งที่ผมเลือกแล้วด้วยตนเอง...”
 
สิ่งที่เลือกแล้วด้วยตนเอง...กี่ครั้งแล้วที่คำนี้ฟังคล้ายกับทัณฑ์ทรมานที่ไม่สิ้นสุด
 
(จบตอนที่ 20) Day 20 BREAKABLE
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #3 ณ เรือนแก้ว (Philous) (@Philous) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 17:51

    กำแพงสูงตระหง่านที่กั้นไว้อาจจะไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องตนเอง แต่เป็นไปเพื่อป้องกันผู้อื่น หากไม่รักไม่ต้องเจ็บ...

    #3
    1
    • #3-1 Miran/Licht (@Miran) (จากตอนที่ 24)
      30 เมษายน 2562 / 00:34
      ซาสเกียก็คงคิดแบบนั้นแหละค่ะ
      #3-1
  2. #2 I L L R E I (@illreris) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 05:22

    จบได้ดราม่า ;w; ทรมานเหลือเกิน แต่ก็อาจจะดีกับเขา (ซาสเกีย) แล้วนะคะ

    #2
    1
    • #2-1 Miran/Licht (@Miran) (จากตอนที่ 24)
      24 มีนาคม 2562 / 09:08
      เป็นแบบนี้น่าจะดีสุดแล้วล่ะค่ะ ครูกรินก็ไม่อยากให้ใครมารัก แต่ยิ่งเป็นแบบนี้เหมือนคนยิ่งรัก ยิ่งสงสารยังไงยังงั้น T-T
      #2-1