มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 23 : 19. แผดเผา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 มี.ค. 62

แผดเผา
 
ชุมนุมของมังกรอัคคีตกลงกันไว้ว่าจะทำขนมอบกัน แน่นอนว่านอกจากความสนุกที่ได้ทำอะไรด้วยตัวเองยังได้ฝึกการควบคุมพลังด้วย เริ่มแรกฝ่ายเด็กผู้ชายนั้นขอเป็นฝ่ายรอชิม แล้วไปหาอย่างอื่นทำก่อน หากฝ่ายเด็กผู้หญิงยื่นคำขาดว่าถ้าไม่มาลงแรงช่วยทำจะไม่แบ่งให้ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเลือกขนมที่ทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ส่วนที่ต้องใช้ความร้อนก็ใช้เวทมังกรของพวกเขา
 
การรวมตัวของชุมนุมมังกรอัคคีวันนี้จึงมาอยู่ที่ห้องคหกรรม เอซาร์ แบรนด์ลีย์ยืนกำกับให้พวกเด็กผู้ชายช่วยกันตีแป้งจนกว่าจะเนียนสวย ส่วนเด็กผู้หญิงช่วยกันเติมส่วนผสมและนำแป้งที่ตีได้ที่มาแผ่เป็นแผ่นบางๆ  เคียฮีมองพี่สาวอย่างอดทึ่งไม่ได้ก่อนจะหันกลับมาสนใจหน้าที่ของตัวเองตรงหน้า ดูเหมือนเอซาร์พี่สาวของเธอจะเลือกหน้าที่ที่เหมาะสมให้เคียฮีได้ดีนั่นคือ ผู้ถือพิมพ์กดคุกกี้ออกมาเป็นชิ้นๆ เอซาร์จัดการรีดแป้งบนถาดมาให้เคียฮีแล้ว เพียงแค่กดพิมพ์ลงไป ค่อยๆ ลอกแป้งส่วนเกินออกรอนำไปอบให้สุก
 
เมื่อได้คุกกี้ที่รออบมากพอ จึงเริ่มแบ่งคนมาทดลองใช้พลังมังกรอัคคีอบขนมดู บ้างก็ไหม้ บ้างก็ไม่สุกดี พอเคียฮีเหลือบมองไปแล้วก็อยากลองทำบ้าง พอกลิ่นไหม้เริ่มคลุ้งจึงต้องรีบเปิดหน้าต่างระบายอากาศให้กว้างขึ้น พวกเด็กเล็กทำไหม้กันไปไม่น้อย
 
เด็กชายที่โตกว่าจึงปลอบอย่างทีเล่นทีจริง
“โอ! ดูสิใจที่ถูกรักแผดเผาจนไหม้เกรียม”
 
“อย่ามาเพ้อเจ้อในนี้!” เอซาร์เอ็ดเด็กชายคนนั้น ก่อนจะค่อยๆ อธิบายพร้อมกับสาธิตให้ดู เคียฮีมองตามพี่สาว ก่อนจะลองทำตามดูบ้าง
 
จนใกล้หมดเวลาเอซาร์ปลอบน้องสาวที่ทำคุกกี้ไหม้ไปหลายชิ้น ด้วยคุกกี้ที่อบออกมาอย่างสวยงามถุงหนึ่ง
“ไม่เป็นไรนะ เอาไปแบ่งสหายทานกันนะ”
 
เคียฮีแทบจะน้ำตาไหลนึกว่าจะไม่มีขนมไปฝากสหายเสียแล้วเพราะทำเสียไปเยอะ เอซาร์บอกให้เคียฮีกลับห้องเรียนไปก่อนส่วนตัวเองจะอยู่เก็บกวาดห้องให้เรียบร้อย
 
ระหว่างที่เดินอยู่จากอาคารหนึ่งไปยังอีกอาคารหนึ่ง เสียงบางอย่างดังขึ้นหลังพุ่มไม้ประดับข้างทาง เคียฮีค่อยย่องเข้าไปใกล้แล้วเห็นอะไรบางอย่างยื่นออกมา เป็นปลายจมูกแหลมๆ มันทำจมูกฟุตฟิตก่อนจะผลุบหายเข้าไปอีก
 
เคียฮีนึกได้จึงหยิบเอาคุกกี้ออกมาก่อนยื่นเข้าไปใกล้พุ่มไม้ จมูกแหลมเล็กจึงยื่นออกมางับขนมบนฝ่ามือไป เคียฮีเดินอ้อมพุ่มไม้ไปด้วยอยากเห็นตัวชัดๆ เมื่อเธอเห็นใบหูตั้งขนาดใหญ่ก็ขมวดคิ้วพลางคิดในใจว่าจิ้งจอก? แต่จิ้งจอกไม่มีหูยาวขนาดนี้นี่ ด้วยเห็นท่าทางหิวจัดของเจ้าจิ้งจอกหูยาว เคียฮีจึงต้องสละคุกกี้ให้ทั้งถุง แถมยังต้องหาน้ำมาให้อีก ดวงตาสีเพลิงกวาดไปทั่วตัวเจ้าจิ้งจอกแล้วพบว่าด้านท้ายของลำตัวนั้นมีบาดแผลบางอย่างคล้ายแผลไฟลวก เคียฮีนึกถึงคำสอนของครูกรินได้ก็วิ่งไปหาเฟรยาที่ชุมนุมมังกรพฤกษาที่อยู่ไม่ไกล
 
ดังนั้นเมื่อเฟรยาและเคียฮีกลับไปยังห้องเรียนพบว่าเพื่อนร่วมห้องส่วนใหญ่กลับมาถึงแล้ว เวย์ราเห็นเคียฮีกลับมามือเปล่าจึงทวงถามขึ้น เคียฮีได้แต่ตอบไปตามตรงว่าหมดไปแล้วเพราะเธอให้จิ้งจอกกินไประหว่างทาง
 
เอิร์ดมานน์ผู้ก้าวผ่านประตูเข้ามาได้ยินพอดี ก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“จิ้งจอก? ในโรงเรียนนี้นี่นะ”
 
เฟรยาก็ช่วยยืนยันว่าเป็นจิ้งจอกจริงเพราะเธอไปช่วยเคียฮีทำแผลให้ เคียฮีจึงต้องอธิบายรูปร่างลักษณะให้ฟัง รวมถึงว่าเธอพบเจอจิ้งจอกได้อย่างไร ทว่าเอิร์ดมานน์กลับทำหน้าครุ่นคิด
 
เออร์วิงที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ กล่าวขึ้นมาว่า “นั่นคือจิ้งจอกทะเลทราย”
 
ข้อมูลใหม่ทำให้เคียฮีประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม เมื่อนึกถึงระยะทางจากทะเลทรายมาจนถึงที่นี่
 
เฟรยาตั้งข้อสังเกต “บนตัวมีรอยถูกไฟลวกนั่นยิ่งไม่ปกติ”
 
“ฉันว่าเราต้องบอกผู้ใหญ่สักคน” แรมซีย์เสนอขึ้น “ก่อนจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก”
 
แล้วทุกคนต่างเห็นด้วย จากประสบการณ์ที่ผ่านมา
 
ดังนั้นเย็นวันนั้นพวกเขาจึงกลับไปที่โรงเรียนอนุบาลอีก ลูกมังกรทั้ง 6 รวมถึงรูบี้ที่อุ้มมังกรน้อยเอรอสอยู่นั่งห่างออกมา หากสายตากลับจ้องไปยังจิ้งจอกทะเลทรายที่อยู่บนโต๊ะสำหรับตรวจโรค วิคเตอร์ล้างบาดแผลที่ถูกเคลือบด้วยสมุนไพรที่หาได้ออกก่อนตรวจดูบาดแผล ระหว่างที่เตรียมยาใหม่เขามองไปทางอดีตลูกศิษย์
“ดีแล้วที่พามา เป็นเรื่องไม่ปกติจริงๆ ที่นี่ห่างจากชายแดนมากนะ จิ้งจอกทะเลทรายตัวนี้ดูจะตื่นตระหนกไม่น้อย”
 
สาวน้อยมังกรอัคคีถามขึ้น
“อาการร้ายแรงไหมคะ”
 
วิคเตอร์ส่งยิ้มให้จางๆ
“สัก 2 สัปดาห์ก็คงจะหายดี เดี๋ยวครูจะรักษามันก่อนแล้วลองถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
 
เคียฮีได้รับคำยืนยันแล้วจึงค่อยยิ้มออก
 
------------------
 
ยามก้าวออกจากปราสาทบวร์กเฮาเซ่นหัวใจของออร์เฟอุสนั้นแสนปรีดา หากหลังจากเขาตรวจสอบขวดที่นำกลับมานั้นเอง ออร์เฟอุสก็ดีใจไม่ได้นานนักความตึงเครียดบังเกิด จนเขาส่งจดหมายตามวิคเตอร์มายังคฤหาสน์เอเรบุส
 
ในห้องอาคมที่พ่อบ้านประจำคฤหาสน์นำวิคเตอร์มาถูกวางข่ายมนตร์เอาไว้ ซ้ำยังต้องใช้จอมเวทถึง 4 คนกำกับอยู่ 4 มุมห้องบ่งบอกว่าเป็นสถานการณ์ที่ตึงเครียด
 
“คุณตรวจสอบเรียบร้อยแล้วสินะครับ” วิคเตอร์มองหีบผนึกซึ่งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง ก่อนหันไปมองยังพิณสีทองบนฐานที่ตั้งบนโต๊ะอีกตัวห่างออกไปไม่ไกล
 
ดวงตาสีทองมองตามสายตาของวิคเตอร์ไปพร้อมกับผงกศีรษะรับ ก่อนจะดึงสายตากลับมามองหีบบรรจุขวดแก้วตัวปัญหาตรงหน้า
“ใช่...อย่างคาดไม่ถึง ยูริดิซีขอให้ข้าใช้ไฟของมังกรแห่งความมืดเผามันเสีย”
 
ยามเมื่อชื่อนั้นออกมาจากปากวิคเตอร์จึงนิ่งฟังรอให้อีกฝ่ายเล่าออกมา
 
“ข้านำขวดใบนี้ออกมาตรวจสอบ กลับได้ยินเสียงนางร้องไห้...พอถามอะไรก็ไม่ยอมตอบ ข้ารอจนนางสงบจึงค่อยถาม” ออร์เฟอุสมองไปยังพิณสีทอง
“มันเลวร้ายเกินคนาวิคเตอร์...นางถูกฆ่า ชิงหัวใจมังกร” ดวงตาสีทองมีแววสั่นไหวเลื่อนกลับมาสบตาคนตรงหน้า
 
วิคเตอร์รู้สึกเย็นวาบเมื่อได้ยินเช่นนั้น
 
“มนุษย์...พ่อมดชาวสีดำ ฆ่านาง...ผนึกวิญญาณไว้ในพิณของนาง ใช่...พิณที่ตกมาถึงมือข้า” ออร์เฟอุสหันไปมองยังพิณที่บิดามอบให้เขาเมื่อครั้งยังเยาว์ บิดาเองก็คงไม่ทราบว่าพิณตัวนี้มีที่มาอย่างไร
 
“พ่อมดนั่นยังสาปให้ต้องทำลายขวดด้วยไฟของมังกรแห่งความมืด หากกระดาษข้างในนั้นยูริดิซีว่าอาจจะเป็นจารึกวงเวทผนึกวิญญาณ ข้าจึงเรียกเจ้ามาดูก่อน” ออร์เฟอุสจ้องมองมังกรตรงหน้าก่อนเอ่ยต่อ
“ยูริดิซีเล่าว่าผู้ที่สังหารนางพูดย้ำถึงเรื่องสิ่งตรงข้าม นางจึงเดาว่าหากใช้พลังมังกรแห่งความมืดทำลายขวด อาจจะเป็นไปได้ว่ากระดาษข้างในอาจจะต้องใช้พลังมังกรแห่งแสง”
 
วิคเตอร์พอเข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องตามเขามา รวมถึงต้องทำในข่ายอาคมเพื่อเหตุบางอย่างที่เขาพอจะเดาได้
 
“นางเกรงว่า หลังพ่อมดชาวสีดำได้หัวใจนางไปแล้วจะมีใครต้องสังเวยไปอีกไหม ข้าอยากให้เจ้าตรวจสอบ ซึ่งข้าคิดต่างออกไปเจ้าเองน่าจะคิดเช่นเดียวกัน เหตุใดสิ่งที่จะปลดวิญญาณยูริดิซีถึงเพิ่งปรากฏ เป็นเรื่องที่ตั้งใจหรือไม่นางมาอยู่กับข้าก็นับร้อยปี ก่อนหน้านั้นอีกเล่า หรืออาจจะเป็นเพียงเหยื่อล่อ...มังกรแห่งความมืดและมังกรแห่งแสง
 
หากพ่อมดชาวสีดำนั้นวางกับดักไว้คงจะตรวจจับได้ว่าใครเป็นผู้ปลดปลดผนึก ข้าจึงพยายามตัดการเชื่อมโยงออกไป ทำการในข่ายมนตร์น่าจะดีกว่า”
 
เมื่อได้ฟังดังนั้นวิคเตอร์จึงระบายลมหายใจ และเล่าเรื่องเมื่อเย็นออกมา
“เป็นตามที่คุณและยูริดิซีคาดครับ ก่อนจะมาที่นี่อดีตลูกศิษย์ผมมาพบ”
 
ออร์เฟอุสเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เด็กๆ เพิ่งมากันเมื่อวานนี่เอง
 
“เคียฮีพบจิ้งจอกทะเลทรายในโรงเรียนครับ เด็กคนอื่นเกรงจะซ้ำรอยเดิมจึงพากันมาพบ ซึ่งไม่ปกติจริงๆ ครับ จิ้งจอกตัวนั้นถูกไฟลวกมา พอลองถามดูเห็นว่าเกิดเหตุในทะเลทรายบริเวณชายแดนของเรา ตรงกับที่ผมได้รับรายงานเหตุผิดปกติมาก่อนหน้า วันถัดมาจึงพบขวดใบนี้เพราะมันสะท้อนแสง พวกที่ลาดตระเวนจึงได้พบเห็นครับ หากเรื่องผิดปกติคือ หลังวูบไปเจ้าจิ้งจอกทะเลทรายพบว่าตัวเองอยู่แปลกที่ คุณพอจะเดาได้ใช่ไหมครับ”
 
“จิ้งจอกทะเลทรายในโรงเรียน ย่อมหาใช่เรื่องปกติ” ออร์เฟอุสคะเน
 
“จิ้งจอกทะเลทรายคล้ายตัวล่ออย่างหนึ่ง อาจเพื่อเป็นสัญญาณเตือนแล้วเรียกให้ใครมาตรวจดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นในทะเลทราย หากคนของผมพบมันเร็วกว่าที่พ่อมดนั่นต้องการ”
 
ดวงตาสีทองเบิกกว้างจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่สะท้อนสีรุ้ง
“ยิ่งหมายถึงพ่อมดนั่นวางแผนไว้เป็นอย่างดี แปลว่าได้เวลาอันเหมาะสมของเขาหรือไม่ เป็นเช่นนี้ยิ่งต้องเพิ่มความระวัง”
 
“นั่นเป็นหน้าที่ของผมและคุณครับ” วิคเตอร์ยืนยันคำกล่าวนั้น “ดังนั้นผมจึงแจ้งองค์ชายไปแล้ว”
 
ออร์เฟอุสผงกศีรษะรับ เขามองพิณสีทองสลับกับขวดแก้วตรงหน้า เรื่องราวบางเรื่องถูกวางไว้เพื่อรอผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้มาพบกัน เหมือนจะบังเอิญที่เขาเป็นเจ้าของยูริดิซี มังกรแห่งแสงเก็บขวดที่มีวงเวทผนึกวิญญาณ ขวดที่ต้องใช้ไฟของมังกรแห่งความมืด และไฟของมังกรแห่งแสงเพื่อปลดปล่อยวิญญาณ ลูกมังกรที่พบเจ้าจิ้งจอกทะเลทรายโชคร้ายเป็นอดีตลูกศิษย์ของวิคเตอร์
 
หากออร์เฟอุสทราบดีเรื่องราวในโลกล้วนไม่มีความบังเอิญมีแต่สิ่งอันคนเบื้องบนกำหนดไว้ ขออย่าให้มีเรื่องร้ายแรงใดเกิดขึ้นอีกเลย
 
(จบตอนที่ 19) Day 19 SCORCHED

#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น