มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ! (จบ)

ตอนที่ 2 : 2. คืนวันแสนสงบมันมีอยู่ด้วยหรือ ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62

คืนอันแสนสงบ มันมีอยู่ด้วยหรือ ?
 
เมื่อครั้งแรมซีย์จบจากชั้นอนุบาลหมาดๆ แรมซีย์ถึงกับคิดหนักว่าจะทำอย่างไรกับตัวเองดี หลังจากนี้จะไม่ได้พบหน้าครูญาญ่าเช่นเดิม
 
ทว่าแรมซีย์ก็ทราบดีว่าเขาอยู่ ณ จุดเดิมไม่ได้ เขาต้องเติบโต ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดีพอ ถึงเขาจะสู้ท่านดยุคญาติผู้พี่ของเขาไม่ได้ก็ตาม ทั้งตำแหน่งขุนนางดยุค ตระกูลบาคเฮาเซ่นของเขาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับขุนนางฝ่ายบริหาร ไม่ได้เข้าทำงานในสภา เป็นแค่ชนชั้นสูง
 
หากญาติผู้พี่ออร์เฟอุส เอเรบุส มีตำแหน่งเป็นถึงดยุคแห่งดราเค่นบวร์ก เป็นเชื้อพระวงศ์ ที่เกี่ยวโยงเป็นญาติก็เพราะท่านป้าเขาแต่งเข้าเอเรบุส ท่านป้ากับท่านแม่เป็นพี่น้องที่สนิทสนมกัน ถึงขนาดที่ท่านแม่เป็นผู้เลี้ยงดูญาติผู้พี่ของเขามาแต่เยาว์วัย
 
โรงเรียนประถมอยู่ห่างจากโรงเรียนอนุบาล แรมซีย์เองก็ไม่สามารถไปพบครูญาญ่าเพียงลำพังได้
อาทิตย์ละครั้ง...แรมซีย์ตั้งใจไว้เช่นนั้น เป็นช่วงเวลาที่เขาขอท่านแม่ว่า ขอกลับไปพบคุณครูที่โรงเรียนอนุบาล แรมซีย์ต้องฝึกตัวเองให้อดทน
 
เมื่อเข้าเรียนชั้นประถม แรมซีย์ก็ต้องสวมใส่เครื่องแบบนักเรียน ติดดอกไม้เทียมสัญลักษณ์ของมังกรแห่งความมืดบนอก ดอก ‘ราชินีแห่งรัตติกาล’ สีขาวบริสุทธิ์ คล้ายเป็นการโอ้อวดกลายๆ ถึงความเป็นมังกรแห่งความมืด
 
ครั้งเพิ่งเข้าเรียนอนุบาล แรมซีย์ยังไม่เข้าใจอะไรนัก ท่านลุงเอเรบุส (ท่านพ่อของท่านดยุค) สั่งสอนเขาถึงความสูงส่งของมังกรแห่งความมืด ซึ่งแรมซีย์ทราบดีว่าเขาเป็นมังกรแห่งความมืดเพียงหนึ่งเดียว และในหมู่นักเรียนของโรงเรียนอนุบาลก็ไม่มีใครเป็นมังกรแห่งแสง กว่าที่แรมซีย์จะไหวตัวกับคำเตือนของท่านลุงว่าให้ระวังมังกรแห่งแสง เขาก็ตกหลุมรักไปแล้ว...ครูญาญ่าเป็นลูกครึ่งมังกรแห่งแสง ครูญาญ่าสอนเขาให้เป็นผู้นอบน้อมและสุภาพเช่นที่ท่านแม่สอน แรมซีย์ต้องทำความเข้าใจ และแยกแยะอยู่นานระหว่างคำสอนของท่านลุงกับของครูและท่านแม่ สุดท้ายเขาตัดสินใจว่าเขาอยากเป็นผู้ใหญ่แบบครูมากกว่าท่านดยุค
 
ดังเช่นญาญ่าเคยสอนเขาไว้ จากนี้เขาไม่ใช่มังกรแห่งความมืดเพียงคนเดียว แม้มังกรแห่งความมืดในโรงเรียนประถมนี้จะมีไม่มาก เด็กที่โตกว่าและเป็นมังกรแห่งความมืดก็ย่อมต้องการมาทำความรู้จัก แม้ใจจริงแรมซีย์จะไม่ยินดีที่รู้จัก แต่เขาพยายามไม่ให้เสียความตั้งใจที่จะรักษาความสุภาพบุรุษ โดยไม่แสดงความหยิ่งทะนงออกมา มิได้ลดเกียรติตนและยกยอตนจนเกินไปนัก
 
ในชั้นปีแรก ลูกมังกรทั้ง 6 ซึ่งเคยเรียนร่วมกันมาต้องกระจายกันไป หากแรมซีย์ยังได้อยู่ห้องเดียวกับเออร์วิงและเอิร์ดมานน์ เคียฮีได้อยู่กับเฟรยา เวย์ราผู้น่าสงสารถูกแยกไปอยู่ลำพัง ดังนั้นพวกเขาจึงตกลงว่าจะใช้เวลาตอนพักเที่ยงร่วมกัน
 
ปีแรกนั้นค่อนข้างทรมานสำหรับแรมซีย์ เขาจึงเก็บล็อกเกตที่มีรูปครูไว้ติดตัว อย่างน้อยไม่มีตัวจริงเขาก็ยังมีรูปที่พกติดตัว การพกรูปถ่ายเป็นใบนั้นไม่ฉลาดนักหรอก เช่นเดียวกับที่เขาไม่บอกหรือเปิดล็อกเกตนั้นออกดูต่อหน้าผู้อื่นมันดูจะเป็นการเปิดเผยความลับมากเกินไป เมื่อเข้าปีที่สอง เขาเพิ่มเวลาเป็น 2 สัปดาห์ถึงกลับไปหาครูสักครั้ง และก็ครบรอบเมื่อวานนี้เอง
 
เคียฮีบอกเล่าถึงมังกรแห่งแสงญาติของครูกรินให้สหายผู้ร่วมเรียนอนุบาลมาฟัง ลูกมังกรทั้ง 6 นั่งอยู่ไม่ไกลกันนักจึงหันเก้าอี้เข้าหากัน เวย์ราทำท่าเสียดายที่เมื่อวานเขาไม่ได้ไปด้วย มังกรพฤกษาเฟรยาที่เมื่อวานติดภารกิจก็เปรยว่า คราวหน้าที่ไปเยี่ยมครูคงได้พบมังกรแห่งแสงตัวน้อยผู้นั้น เออร์วิงนั่งฟังเงียบๆ โดยมิได้ออกความเห็น
 
...มังกรปฐพีไม่ได้ง่ายขนาดนั้น’ หากแรมซีย์นึกถึงคำตอบของเออร์วิงสมัยที่เขากล่าวอย่างอิจฉาที่ เออร์วิงได้อยู่ใกล้เอิร์ดมานน์ เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็หันจ้องมองมังกรปฐพีผู้ตอนนี้นั่งอยู่ตรงหน้า และขยับปากจะพร่ำบ่นอะไรสักอย่าง
 
เอิร์ดมานน์เอ่ยขึ้นว่า “เพราะนายเล่นของสูง...แรมซีย์”
 
แรมซีย์เลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำกล่าวหานั้น
 
“ครูกรินเป็นมังกรเต็มวัย เป็นไปได้ว่าครูจะเลือกจับคู่กับใครโดยไม่รอนาย ถึงจะไม่มีท่านดยุคก็ตาม”
 
แรมซีย์ส่ายหน้ามองตอบสหายด้วยความมั่นใจ “จะ 10 ปี 100 ปี ครูจะไม่เลือกใครหรอก”
แรมซีย์แค่อยากเติบโตขึ้นเป็นผู้ชายที่ดี เขาเคยบอกครูไปหลายครั้งแล้วว่าให้รอเขานะ เขามั่นใจเต็มเปี่ยมเพราะคำพูด ซึ่งครูรูบี้เคยบอกเขาแต่ผู้เดียวนั้นยังติดตรึงอยู่ และเป็นความจริงว่า ครูไม่ได้รอเขา...แต่ด้วยเหตุผลอื่น
 
เอิร์ดมานน์ฟังแล้วได้แต่ระบายลมหายใจอย่างระอา
 
เออร์วิงผู้นั่งเงียบมาตลอดจึงกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ว่า
“แต่เอาเถิดครูกรินเคยพูดไว้ ใช้ชีวิตในวัยเยาว์อย่างอิสระให้เต็มที่ เพราะเมื่อเติบโตขึ้นกรอบของสังคมจะบีบเข้าจนแม้กระทั่งน้ำตายังหลั่งออกมาภายนอกไม่ได้”
 
เฟรยาผู้เข้าใจประโยคนี้เป็นอย่างดีเสมองออกไปยังหน้าต่างซ่อนอารมณ์ตัวเอง เคียฮีจึงตบบ่าปลอบ
 
หากเอิร์ดมานน์ผู้เริ่มยังเอ่ยต่อ “แรมซีย์นายรู้หรือเปล่าว่าลาเมียซีเป็นอะไร”
 
แรมซีย์ตอบทันที “ท่านลุงเอเรบุสเคยบอกว่า เอเรบุสของมังกรแห่งความมืด และลาเมียซีของมังกรแห่งแสงต่างรับหน้าที่สำคัญ”
 
“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงว่านายทราบไหมว่าลาเมียซีทำหน้าที่อะไรในราชสำนัก”
 
“เหมือนท่านลุงจะเคยบอก แต่ฉันไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร”
 
เอิร์ดมานน์คิดในใจว่า นึกแล้วเชียว เพราะมันเข้าใจยากเกินกว่าเด็กเล็กธรรมดาจะเข้าใจ
 
“แต่มันไม่สำคัญหรอกเอิร์ดมานน์ ท่านลุงกล่าวว่า ที่เอเรบุสได้มีชื่อเป็นเพราะเรามีหน้าที่สำคัญในการรับใช้กษัตริย์และอาณาจักร ลาเมียซีก็เช่นกัน ไม่ว่าเนื้องานนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม”
 
เอิร์ดมานน์เอียงคอฟังแล้วก็ต่อความในใจว่า ไอ้ความทระนงของมังกรแห่งความมืดนี่มันก็สมแล้วจริงๆ
 
เวย์ราสังเกตเห็นลูกมังกรที่เป็นสหายร่วมชั้น 2-3 คนก้าวเข้ามาหาพร้อมกับถือสมุดการบ้านมาด้วย จึงส่งสายตาให้แรมซีย์
 
แรมซีย์หันไปหา ลูกมังกรที่ถูกผลักให้ก้าวนำมาเปิดสมุดออกชี้ไปยังโจทย์ปัญหาที่เขียนอยู่บนหน้ากระดาษ กล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“การบ้านล่าสุด...มันยาก เราทำไม่ได้...ช่วยอธิบายให้หน่อยได้ไหม? บาคเฮาเซ่น”
 
แรมซีย์มองโจทย์การบ้านก่อนเงยหน้าขึ้นมองคนขอร้อง “มันไม่ได้ยากขนาดที่เวย์รายังทำได้เลย”
 
คนถูกกล่าวถึงกลอกตามองบนทันที
 
เฟรยาส่งสายตาระอาให้ความซื่อตรงและไร้เดียงสาอย่างร้ายกาจของแรมซีย์
 
แรมซีย์ค่อยรู้สึกตัว “โทษทีฉันพูดตรงไป มาสิจะช่วยอธิบายให้ฟัง...” เขากล่าวแล้วจึงขยับตัวหันหน้าเข้าหาโต๊ะเรียน เรียกให้เพื่อนร่วมชั้นเข้ามาหา
 
-----------------------------------
 
ในห้องรับรองอันเป็นส่วนตัวของปราสาทบวร์กเฮาเซ่น กรินญานั่งลงบนโซฟา ดวงตาจับจ้องไปยังมังกรแห่งแสงผู้เป็นทั้งสหายร่วมรุ่น และคนสนิทในยามนี้ ซึ่งกำลังชงชาหอมกรุ่นอยู่ทางด้านหนึ่ง
 
ซาสเกียรินน้ำชาลงในแก้วกระเบื้องก่อนเลื่อนไปตรงหน้าคุณชายน้อยของเขา
 
นั่งลงเถอะซาสเกีย ฉันรินเองได้” กรินญาประสานมือบนหน้าตัก บอกคนสนิทของตน
 
ซาสเกียมิได้โต้แย้งเขารินน้ำชาในส่วนของเขาวางลงบนโต๊ะหน้าที่นั่งของเขา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับคุณชายน้อยก่อนจะนั่งลง ใครอื่นมาเห็นคงว่ากล่าวว่าเขาริอ่านตีตัวเสมอเจ้านาย แต่สำหรับเขาและคุณชายน้อยต่างทราบกันดี เพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันมาไม่มีอะไรที่ไม่ถูกต้องหรือเรียกว่าลำดับชั้น
 
มีข่าวอะไรบ้าง?” กรินญาประคองถ้วยน้ำชาพร้อมจานรองขึ้น แล้วสบตาคนตรงหน้า
 
ครับ บลูเมนส่งข่าวมาดังนี้...” ซาสเกียรายงานตามข่าวสารที่ได้รับมา “และสุดท้าย...ท่านเคออสแจ้งมาว่าจะมารับท่านเอรอสตอนสุดสัปดาห์นี้
ซาสเกียหยุดพักหายใจก่อนกล่าวสืบต่อ “หากคุณชายน้อยเหนื่อยกับการดูแลท่านเอรอส ให้ผมช่วยก็ได้
 
ฉันจะร้องขอเมื่อฉันต้องการ...ซาสเกีย อันที่จริงที่ท่านย่ามิได้ส่งมอบภารกิจมาให้ก็นับว่าดีอยู่ แต่การได้อยู่อย่างสงบเช่นนี้คงไม่ได้หมายความว่า...
 
ท่านเคออสคงแทบอาสาปฏิบัติภารกิจแทนคุณชายน้อย” ซาสเกียต่อให้อย่างรู้ทัน
 
กรินญาผงกศีรษะลง “ท่านย่าคงไม่รวบภารกิจทั้งหมดให้เคออสหรอก ขืนทำเช่นนั้นเขาคงไม่มีโอกาสกลับมาหาบุตรชายแน่
 
ท่านเคออสแค่อยากให้คุณชายน้อยดูแลท่านเอรอสให้ดี โดยมิต้องกังวลกับเรื่องใด
 
ภารกิจยังคงอยู่น่ะแหละซาสเกีย ถ้านับการดูแลเอรอสเป็นภารกิจตอนนี้น่ะนะ
 
ครับ เป็นภารกิจระยะยาวที่ไม่ทราบว่าจะสิ้นสุดเมื่อไรด้วย...
 
(จบตอนที่ 2) Day 2 TRANQUIL
#FICTOBER

Talk :
 
ดอกราชินีแห่งรัตติกาล Queen of the Night หน้าตาแบบนี้ค่ะ สวยเนอะ จริงมีชื่อเรียกหลายชื่อเช่น Lady of the Night, Belle de Nuit (หญิงงามแห่งรัตติกาล) ตอนหาข้อมูลก็แบบว่าทำไมมีแต่ควีนๆ ล่ะนั่น แต่ก็เอาเถอะ
Cr: ตามรูป
 
มีบันทึกคุณน้องแรมซีย์อยู่นะ ตอนนั้นน้องเล่าได้ซึ้งมาก ณ ขณะที่ตกหลุมรัก แต่ถ้าใครไม่เคยอ่านอนุบาลฯ อาจจะสปอลย์เล็กน้อยค่ะ

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1563641&chapter=80

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น