มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 17 : 14. นาฬิกาตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

นาฬิกาตาย
 
ผอ.ธีโอบลาด์  มอราเลสเป็นพวกคลั่งมังกรแห่งแสง โดยเฉพาะบุคคลผู้เปรียบเสมือนผู้นำมังกรแห่งแสงทั้งปวง ดัชเชสแห่งลิทช์เตนชลอสอิซิเนีย เรช ลาเมียซี ทว่าผอ.มอราเลสไม่เคยสมหวังนับแต่เปิดโรงเรียนมา เขาวาดฝันอยากให้ชนชั้นสูงส่งบุตรหลานมาเข้าเรียน ถึงน้อยนักที่ตระกูลใหญ่จะปล่อยลูกหลานมาแต่ไม่ใช่ไม่มีเลย ผอ.มอราเลสคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี หากโรงเรียนของเขาขาดสิ่งหนึ่ง...มังกรแห่งแสงไม่เคยเข้ามามีส่วนในโรงเรียนของเขาเลย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ครูผู้สอน หรือแม้กระทั่งนักเรียน
 
ครานี้ผอ.มอราเลสจึงได้เกิดความคิดหนึ่งขึ้น ตั้งแต่ก่อนจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในโรงเรียนของเขา ผอ.มอราเลสตั้งใจจะเชิญผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในวัยที่กำลังจะเข้าเรียนประถม หรือศึกษาอยู่ในชั้นประถมซึ่งเป็นมังกรชั้นสูงให้มาเยี่ยมชมการเรียนการสอน
 
อันที่จริงผอ.ค่อนข้างติดใจเอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่นมังกรขาวลูกครึ่งมังกรแห่งแสง ผู้เป็นหลานชายสายตรงของลาเมียซี เขาทราบมาว่าดัชเชสมีบุตรสองคนเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งแน่นอนว่าเลดี้วิเซียเร่นั้นเป็นผู้รับสืบทอดต่อจากดัชเชส ทว่านางสมรสมานานแล้วก็ยังไม่มีบุตร จนตอนนี้ต้องรับบุตรบุญธรรมที่มาจากสายรองในตระกูลแทน ผอ.มอราเลสสนใจตรงที่เอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่นถึงจะเป็นชาย แม้ไม่ได้ใช้ชื่อว่าลาเมียซีแต่ก็น่าจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในการวางตัวเป็นทายาทคนถัดมามากกว่าการต้องรับบุตรบุญธรรม คงจะมีเรื่องราวภายในอันคนนอกไม่ควรเข้าไปยุ่ง ทว่าผอ.มอราเลสกลับไม่อาจลืมเสน่ห์อันมากล้นของมังกรขาวลูกครึ่งได้เลย
 
หลังจากผอ.มอราเลสออกจดหมายเชิญไปยังลาเมียซี ทางนั้นตอบรับมาว่าจะให้ท่านหญิงน้อยมาชมพร้อมกับผู้ปกครอง เพียงได้การตอบรับว่าจะส่งท่านหญิงน้อยมาเขาก็ดีใจมากพอแล้ว การส่ง ทายาทในตระกูลมาย่อมต้องมีผู้ปกครองมาด้วยเป็นเรื่องที่สมควร ฟากมังกรแห่งความมืดเขาก็ได้การตอบรับว่าท่านดยุคแห่งดราเค่นบวร์กจะมาเอง ผอ.แทบจะตัวลอย ในขณะที่ผู้มีเกียรติท่านอื่นก็ตอบรับเป็นอย่างดี ผอ.มอราเลสดีใจล้นเหลือต่อการตอบรับในครั้งนี้
 
ดังนั้นเรื่องถัดมาจึงเป็นการเตรียมการต้อนรับ ผอ.จึงได้ตามฝ่ายบริหารรวมถึงครูผู้สอนในโรงเรียนมาปรึกษาหารือกันถึงการเยี่ยมชมการเรียนการสอน เพื่อเลือกห้องที่เหมาะสมในการพาเข้าชม
 
ลูกมังกรทั้งหกได้รับแจ้งจากคุณครูประจำชั้นวีโวล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ว่า จะมีแขกผู้มีเกียรติมาเยี่ยมชมการเรียนการสอน แน่นอนว่าสภาพของโรงเรียนทั้งหมดจึงต้องได้รับการเอาใจใส่ยิ่งกว่าเดิมพื้นทางเดินเงาวับแต่เดิมจนตอนนี้แทบจะส่องหน้าเห็น
 
เมื่อวันนั้นมาถึงผอ.มอราเลสคิดไม่ผิดที่ได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้อย่างดีเลิศเมื่อคณะมังกรแห่งแสงมาถึง และผู้ปกครองของท่านหญิงน้อยที่ว่าคือ...เอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่น เมื่อเห็นแน่ชัดว่าเป็นผู้ใด ผอ.มอราเลสแสดงสีหน้าดีใจอย่างปิดไม่มิดถึงกับตกประหม่าไปเลยทีเดียว
 
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งผอ.มอราเลส” วิคเตอร์  กรินญาในชุดสูทผ้าไหมสีเทาอ่อนเลื่อมประกายเงินยิ่งขับให้ผิวขาวราวหิมะนั้นดูงดงามราวกับมิใช่สิ่งมีชีวิตบนโลก เส้นผมสีขาวยาวถูกถักรวบอย่างเรียบร้อย เอิร์ลส่งรอยยิ้มเป็นมิตรให้ วิคเตอร์หันไปมองพร้อมกับวางมือบนไหล่ของสาวน้อยมังกรแห่งแสงที่วันนี้เขามาในฐานะผู้ปกครอง
“บลูซัลเวียนี่คือผอ.มอราเลส”
 
ท่านหญิงน้อยบลูซัลเวียอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวคอตั้งประดับลูกไม้รอบคอสวมทับด้วยเสื้อคลุมสีเทาทรงปีกค้างคาว ที่คล้องไว้ด้วยสร้อยทอง กระโปรงเอวสูงชั้นนอกสุดสีเดียวกับเสื้อคลุมรูดเป็นช่อชั้นรองด้วยผ้าแก้วสีเดียวกัน ชั้นในสุดเป็นสีขาวอัดกลีบเล็กรอบตัวยาวเลยหัวเข่า เธอหันไปสบตาท่านพี่ก่อนจะหันไปหาผอ.มอราเลสแล้วถอนสายบัวพร้อมกล่าวทักทายสมกับที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี
 
จากนั้นวิคเตอร์จึงแนะนำให้ผอ.ได้รู้จักบลูซันเวีย
“ผอ.มอราเลสทางนี้เป็นบลูซัลเวีย อะเพียนา  ลาเมียซีผู้น้องของผม”
 
ผอ.มอราเลสระบายรอยยิ้มอย่างปลาบปลื้ม
“ยินดีที่ได้พบท่านหญิงน้อยบลูซัลเวีย”
 
จากนั้นผอ.จึงมอบเข็มกลัดดอกคริแซนทิมัมดอกไม้อันเป็นสัญลักษณ์มังกรแห่งแสงสำหรับกลัดบนอกเสื้อให้ แล้วผอ.ก็ชะงักเขานึกไม่ถึงว่าผู้ปกครองท่านหญิงน้อยที่มาจะเป็นเอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่นจึงมิได้เตรียมดอกไม้กลัดหน้าอกไว้ให้หากพอพิจารณาดีๆ แล้ว ผ้าเช็ดหน้าสีขาวบริสุทธิ์ซึ่งสอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อของเอิร์ลพับเป็นดอกคัลลาลิลี่ดอกไม้ประจำมังกรขาวไว้อยู่แล้วจึงทำให้ผอ.ยิ้มออกถึงความรอบคอบของเอิร์ล
 
เมื่อแขกผู้มีเกียรติมากันเกือบครบ เลขาเทรซจึงเข้ามารายงานต่อผอ.ว่าท่านดยุคแห่งดราเค่นบวร์กแจ้งเข้ามาเมื่อครู่ว่าจะมาถึงล่าช้าสักเล็กน้อย เมื่อเป็นเช่นนั้นผอ.จึงตัดสินใจร่วมกับเลขาอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายตกลงจะให้รองผอ.อยู่รอรับท่านดยุค ผอ.กับเลขาจะนำคณะไปชมโรงเรียนก่อน
 
หลังพาชมโรงเรียนแล้วผอ.จึงนำคณะไปยังห้องเรียนเพื่อเยี่ยมชมการเรียนการสอน ระหว่างทางที่เดินไปตามระเบียงทางเดินนั้น ผอ.มอราเลสก้มลงถามบลูซัลเวีย
“ท่านหญิงน้อยมีความเห็นเช่นไรบ้าง ในโรงเรียนนี้รวมลูกมังกรต่างสายพันธุ์เอาไว้ มีเพื่อนมากมาย ทำให้ท่านรู้สึกสนใจบ้างหรือไม่ครับ”
 
บลูซัลเวียยิ้มตอบก่อนหันไปหาท่านพี่ของเธอ
 
วิคเตอร์จึงเป็นฝ่ายตอบคำถามนั้นแทน
“ท่านอาจารย์ของผมเปิดสำนักปรุงยา มีลูกศิษย์มากมายหากคำหนึ่งที่ท่านนิยมกล่าวเมื่อรับนักเรียนใหม่คือ เธอไม่ต้องสนิทกับคนที่ไม่อยากสนิท เธออาจจะไม่ต้องเป็นเพื่อนกับทุกคน เป็นตัวของตัวเองแล้วเพื่อนที่ชอบแบบเดียวกันจะเข้ามาหาเธอเอง”
 
เอิร์ลแห่งบวร์กเฮาเซ่นตอบคำถามนั้นด้วยรอยยิ้มงดงามจนผอ.ตาพร่าทำเอาหลงลืมว่าคำตอบช่างแย้งกับสิ่งที่เขาพยายามปลูกฝังเด็กๆ ให้สนิทสนมและทำความรู้จักกับทุกคนนัก
 
แรมซีย์นั่งอยู่ในที่นั่งของเขาตั้งใจฟังครูสอน แรมซีย์มิได้สนใจเรื่องคณะเยี่ยมชมนัก อย่างไรเขาเป็นของเขาเช่นนี้
 
เสียงเบาๆ จากภายนอกเป็นสัญญาณบอกว่าคณะเยี่ยมชมกำลังมาถึง เมื่อประตูเลื่อนเปิดออก ผอ.มอราเลสก้าวนำคณะแขกผู้มีเกียรติเข้ามา เขาหันไปแจ้งครูผู้สอนว่าไม่เป็นไรให้สอนไปตามปกติ
 
มิใช่เพียงแรมซีย์ที่ประหลาดใจ ลูกมังกรที่เป็นสหายร่วมเรียนอนุบาลต่างจับจ้องกับการปรากฏตัวของครูกริน โดยข้างกายนั้นมีเด็กหญิงมังกรแห่งแสงรุ่นเดียวกับพวกเขาเกาะแขนอยู่
 
“นั่นน่าจะเป็นน้องสาวครูกริน” เวย์รากระซิบ
 
“นั่นสิ เคยได้ยินแต่เพิ่งมาเจอตัวจริง” เฟรยาตอบ
 
ลูกมังกรคนอื่นๆ เริ่มฮือฮาที่ได้เห็นมังกรแห่งแสงมาเยี่ยมชมโรงเรียน บางคนบอกว่าพวกเขาราวกับเปล่งประกายสมกับเป็นมังกรแห่งแสงจริงๆ
 
เอิร์ดมานน์ ได้ยินก็นึกรู้อยู่ว่า ดีที่เขาเคยอ่านหนังสือมาก่อน จึงได้สอบถามครูกรินเกี่ยวกับเรื่องนี้ ครูเล่าให้ฟังว่า เพราะเสื้อผ้าของมังกรแห่งแสงมักจะทอหรือแทรกเส้นไหมจากหนอนไหมสายพันธุ์เฉพาะซึ่งมังกรแห่งแสงเป็นผู้ปรับปรุงพันธุ์นั้นให้เส้นไหมที่มีประกายราวเคลือบด้วยเงิน
 
ผอ.ให้จัดเตรียมเก้าอี้สำหรับผู้เยี่ยมชมไว้ทางด้านข้างของห้องเรียนเพื่อจะได้เห็นภาพห้องเรียนได้ทั่ว จึงเชิญแขกนั่งลง
 
ครูผู้สอนเรียกเออร์วิงขึ้นตอบคำถาม ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี การสอนดำเนินต่อไปครูผู้สอนเขียนโจทย์บนกระดานจากนั้นจึงเรียกแรมซีย์ออกไปแก้โจทย์
 
แรมซีย์ใช้ดวงตาสีทองเหลือบมองไปทางครูญาญ่าและ น้องสาว ที่ว่าก่อนก้าวออกไปทำโจทย์บนกระดาน
 
แรมซีย์นึกในใจ ถ้าไม่ติดว่ามีคนอื่นอยู่มากมายเขาแทบจะพุ่งตัวเข้าไปกอดญาญ่าเอาไว้เสียด้วยซ้ำ หลังทำโจทย์เสร็จแรมซีย์เตรียมก้าวกลับไปยังที่นั่ง แต่แล้วประตูห้องก็เลื่อนเปิดออกก่อนที่ผู้เยี่ยมชมคนสุดท้ายจะถูกนำเข้ามา แล้วแรมซีย์ก็รู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่ ทั้งสองเท้าแกว่งไกวอยู่ในอากาศ ก่อนที่ความทรมานจากการถูกคอเสื้อรั้งไว้จนหายใจไม่ออกจะตามมา เมื่อเขาหันขวับไปดูว่าใครเป็นผู้หิ้วคอเสื้อเขาอยู่กลับเป็นคนที่เขาไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดในเวลานี้ ท่านดยุค!’
 
กรินญาเห็นท่านดยุคก้าวเข้ามาเขาจึงยืนขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม ก่อนรีบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่านดยุคหิ้วคอเสื้อแรมซีย์ราวกับหิ้วลูกสัตว์ตัวเล็กเช่นนั้นจะทำให้แรมซีย์หายใจไม่ออก
“ท่านดยุคกรุณาปล่อยแรมซีย์ลงเถอะครับ”
 
ดวงตาสีทองเหลือบมองญาติผู้น้องของตนก่อนจะค่อยๆ วางแรมซีย์ลงบนพื้น
“ตัวหนักเหมือนกันนี่”
 
“...ท่านดยุค” แรมซีย์เอ่ยเรียกอีกฝ่าย
 
ออร์เฟอุสเลิกคิ้ว เชิดหน้ามองญาติผู้น้องของตน
 
แรมซีย์ได้ยินรองผอ.ที่นำท่านดยุคมาส่งเสียงเบาบอกให้ทำความเคารพท่านดยุคเสีย
 
ออร์เฟอุส  เอเรบุสยกมือขึ้นโบกคล้ายไม่ใส่ใจ เขากล่าวเสียงดังพอที่จะได้ยินทั่วถึง
“ไม่เป็นไร เด็กคนนี้เป็นญาติผู้น้องของเราเอง...และท่านพ่อของเราสั่งสอนเขามาได้ดี...”
 
แรมซีย์ขยับกาย ก่อนจะตัดคำพูดนั้นด้วยการทำความเคารพญาติผู้พี่ของตนอย่างนอบน้อมเช่นเดียวกับที่ครูญาญ่าของเขาทำ เป็นการบอกว่าเขาไม่ยอมแพ้และไม่ต้องการให้ใครมาดูหมิ่นเขาเช่นนั้น
“ท่านแม่และครูญาญ่าสอนให้ผมอ่อนน้อม ท่านดยุค!” แรมซีย์จ้องเขม็ง
 
“แต่ความทระนงของมังกรแห่งความมืดที่ท่านพ่อข้าฝังหัวเจ้ายังมีอยู่เต็มเปี่ยม”
ออร์เฟอุสกล่าวก่อนหันไปหากรินญาและบลูซัลเวีย
 
บลูซัลเวียลุกตามท่านพี่ทันทีเมื่อท่านดยุคก้าวเข้ามา เธอก้าวออกมาตรงหน้าก่อนยอบกายทำความเคารพท่านดยุคอย่างงดงาม
 
ออร์เฟอุสยิ้มให้ก่อนอุ้มสาวน้อยมังกรแห่งแสงขึ้น บลูซัลเวียกอดคอออร์เฟอุสอย่างสนิทสนม
“หมู่นี้ไม่ได้พบกันเลยนะคะ”
 
“ก็มาพบแล้วนี่ไง ข้าแจ้งในจดหมายแล้วว่าจะมาย่อมต้องมา” ออร์เฟอุสยืนยัน
 
ด้วยท่าทางแสนสนิทสนมปานนั้น ทำเอาแรมซีย์ต้องจ้องมองญาติผู้พี่ตัวเองก่อนหันไปส่งสายตาคล้ายคำถามต่อครูญาญ่าผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายของมังกรแห่งแสงตรงหน้า
 
กรินญาส่งยิ้มจางๆ ให้แรมซีย์
 
เวย์รากระซิบกับเฟรยาและเคียฮี
“ดูสนิทสนมกันดียิ่งกว่าญาติตัวเองเสียอีก”
 
“ก็นั่นน้องสาวครูกรินนี่” เคียฮีตอบ
 
“ตามจริงก็ญาติผู้น้องของครูกรินเหมือนแรมซีย์กับท่านดยุคน่ะแหละ” เวย์ราแย้ง
 
วิคเตอร์ตัดบทด้วยการบอกให้แรมซีย์กลับไปนั่งที่ หากท่านดยุคเป็นฝ่ายหันไปหาผอ.
“ให้เขาอยู่กับเราตรงนี้ก็ได้”
 
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าขัดท่านดยุค เก้าอี้อีกตัวจึงถูกจัดวางเพิ่มเข้าไป หลังทุกคนยืนขึ้นทำความเคารพแล้วจึงกลับเข้าที่นั่งของตนยกเว้นแรมซีย์ บลูซัลเวียกลับไปนั่งข้างวิคเตอร์ ท่านดยุคจึงนั่งลงข้างอีกข้างของวิคเตอร์โดยมีแรมซีย์คั่นกลาง เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ครูผู้สอนจึงทำการสอนต่อ
 
จากการทักทายของท่านดยุคและเอิร์ลเมื่อครู่ กับท่าทางสนิทสนมของท่านดยุคและท่านหญิงน้อยทำให้ผอ.มอราเรสสัมผัสได้ว่าทั้งคู่มีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา หากผอ.มอราเลสจำได้ว่ามีข่าวซุบซิบที่ท่านดยุคมักจะขัดแข้งกับดัชเชสอยู่บ่อยครั้งมิใช่หรือ หากท่าทีซึ่งแสดงต่อเอิร์ลและผู้น้องนั้นตรงข้ามกันนัก
 
ออร์เฟอุสได้ยินบลูซัลเวียเรียกวิคเตอร์ว่าท่านพี่ๆ จึงหันไปหาญาติผู้น้องของตน
 
“ทำไมไม่เรียกข้าว่าท่านพี่บ้างเล่า?”
 
แรมซีย์ร้องเหอะในลำคอ
 
“ดูท่าท่านพ่อของข้าจะพบเจ้าบ่อยยิ่งกว่าข้าอีกนะ” ออร์เฟอุสลดเสียงลงกล่าวต่อญาติผู้น้องของตน
 
แรมซีย์ไม่สนใจคำผรุสวาทนั้น
“ท่านพาท่านป้ามาเยี่ยมท่านแม่บ่อยๆ ท่านพ่อกับท่านแม่ก็มิได้ไม่ต้อนรับท่านเสียหน่อยจะมาพบท่านแม่บ้างก็ไม่เห็นเป็นไร”
 
“ข้ามีงานมีภารกิจต้องรับผิดชอบ” ท่านดยุคตอบออกไปแต่ฟังดูคล้ายคำแก้ตัว
 
“อ้อ” แรมซีย์หรี่ตาก่อนมองไปทางครูญาญ่า ทีตอนแวะมาที่โรงเรียนอนุบาลบ่อยๆ นั่นหมายความว่าอย่างไร แรมซีย์คร้านจะเถียงกลับเปลี่ยนเรื่องพูด
 
“ท่านลุงเทอร์ก็บ่นอยู่ ว่าเดี๋ยวนี้คุณไม่เห็นน่ารักอ่อนหวาน เหมือนตอนมาอ้อนวอนขอให้สอนนั่นสอนนี่ให้เลย” 
 
ออร์เฟอุสนิ่งไปก่อนจะเอ่ยทวนคล้ายไม่แน่ใจ
“ท่านลุงเทอร์?”
 
“ใช่ท่านลุงบ่นถึงคุณ คุณไม่ไปเยี่ยมท่านลุงบ้างหรือ” ครานี้แรมซีย์เป็นฝ่ายเอียงคอถาม
 
“ตอนนี้ไม่มีหน้าไปพบ อย่างที่ท่านลุงว่านั่นแหละ...” ออร์เฟอุสเปรยก่อนที่ท้ายประโยคจะขาดหายไป
 
แรมซีย์เลิกคิ้ว “แค่ไปพบหน้าท่านลุงคงดีใจ อย่าคิดมากเลย”
 
ออร์เฟอุสมิได้กล่าววาจาล้อเล่น ตัวเขา ณ ตอนนี้ไม่มีหน้าไปพบท่านลุงผู้แสนใจดีต่อเขาสมัยอยู่คฤหาสน์แบล็ควิงค์หรอก ท่านน้าเลี้ยงเขามารักราวบุตรของตน ท่านลุงก็รักเขา สั่งสอนเขาให้เป็นสุภาพบุรุษที่ดีงาม แต่มันใช้ไม่ได้เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าท่านพ่อ ท่านลุงผู้เป็นแบบอย่างผู้ชายที่เขาอยากเป็น แต่ตอนนี้เขาถูกท่านพ่อหล่อหลอมจนห่างไกลจากที่ท่านลุงเคยสอนนัก
 
เมื่อเห็นญาติผู้พี่นิ่งไปเขาจึงสบตาท่านดยุคพร้อมกับกล่าวออกมา
“ท่านลุงฝากบอกว่า หากได้พบคุณให้ฝากบอกด้วยว่า ...
 
ออร์เฟอุสนิ่งงันไปกับคำพูดสั้นๆ นั้น นาฬิกาของเขาสมัยอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แบล็ควิงค์หยุดเดินไปนานแล้ว ไม่ว่าจะหันกลับไปมองสักกี่ครั้งเข็มนาฬิกาก็ค้างอยู่ตรงนั้น เขาไม่อาจเติบโตมาเป็นสุภาพบุรุษที่ดีงามเช่นท่านลุงเทอร์ดังที่ตัวเขาเองเคยวาดหวัง
ถ้าไม่ติดว่ากำลังมีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่เขาคงร้องไห้ออกมาแล้ว แรมซีย์ยกมือขึ้นแตะหลังมือญาติผู้พี่ของตนโดยไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำ
 
ดังนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการชมการสอน ผอ.จึงกล่าวเชิญแขกผู้มีเกียรติไปร่วมทานอาหารกลางวัน
 
ออร์เฟอุสยิ้มปฏิเสธอย่างสุภาพซ้ำยังจูงมือแรมซีย์ให้ตามออกมาด้วยทั้งที่ไม่จำเป็น พาให้เด็กน้อยหงุดหงิดนัก
 
ครานี้ดยุคแห่งดราเค่นบวร์กกลับทำในสิ่งที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจ
“เราขอตัวก่อน และขอตัวญาติผู้น้องเรากลับก่อนเวลาด้วยขอบคุณในน้ำใจของผอ.มาก โรงเรียนของคุณไม่มีที่ติจริงๆ หากตอนนี้ต้องขอเสียมารยาทแล้ว” กล่าวจบเขาก็หิ้วแรมซีย์ขึ้นแล้วสาวเท้าเร็วๆ จากไปเนื่องจากต้องอดทนอยู่มาสักพักแล้ว เขาไม่คาดว่าคำพูดไม่กี่คำที่ฝากไว้กับแรมซีย์จะมีความหมายนัก...
 
“ดูเหมือนว่าเราจะปฏิเสธไม่ได้แล้วนะคะท่านพี่” บลูซัลเวียกระซิบกับท่านพี่ของเธอที่ต้องไปร่วมทานอาหารกับผอ.
 
วิคเตอร์ก้มลงตอบบลูซัลเวีย
“คงจะได้กลับช้าสักหน่อยเพราะต้องอยู่รับหน้าแทนท่านดยุค ด้วยเหตุนี้เขามาเยี่ยมเธอครั้งหน้าก็เรียกร้องจากเขาให้มากหน่อยเป็นการตอบแทนสิ”
 
-----------------------
 
วิคเตอร์   กรินญาและบลูซัลเวีย อะเพียนา ลาเมียซีเดินทางกลับมาถึงปราสาทแห่งแสงในยามบ่าย วิคเตอร์ทราบล่วงหน้าแล้วว่ามารดาของเขาที่ติดตามท่านย่าไปยังไม่กลับมา เขาและบลูซัลเวียจึงก้าวเข้าไปยังห้องอาบแดด
 
บลูซัลเวียจ้องมองเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับอยู่ข้างกายบิดาบุญธรรม เธอจึงไม่ได้ส่งเสียงออกไปเพียงก้าวเข้าไปกอดเมเมนโต้แล้วกล่าวเบาๆ พอให้ได้ยินว่ากลับมาแล้ว แล้วนั่งลงข้างๆ
 
วิคเตอร์เพียงกล่าวทักทายก่อนยิ้มให้เมเมนโต้ก่อนนั่งลงตรงที่นั่งว่างใกล้กับที่เอรอสนอนหลับอยู่ เขาทิ้งน้ำหนักลงเบาๆ ไม่ให้เด็กน้อยรู้สึกตัว
“ต้องรบกวนคุณแล้ว คุณเลยไม่ได้ไปกับมารดา”
 
เมเมนโต้ส่ายหน้า “ไม่เป็นไรฉันเป็นคนอาสาเอง”
 
อิซิเนียเป็นผู้กำหนดให้วิคเตอร์ไปชมโรงเรียนพร้อมบลูซัลเวีย ในตอนแรกอิซิเนียจะหาผู้ที่รับหน้าที่ดูแลเอรอสให้ชั่วคราว หากเมเมนโต้อาสาขึ้นมาเสียก่อน นั่นก็ทำให้ทุกคนวางใจด้วย
 
หลังพูดคุยกันเบาๆ สักพักเมเมนโต้จึงขอตัวไปทำธุระสักครู่ หลังเขาออกจากห้องอาบแดดไปในห้องจึงเหลือเพียงวิคเตอร์กับบลูซัลเวีย และเอรอสที่นอนหลับอยู่
 
บลูซัลเวียจึงขยับเข้าใกล้เอรอสเบาๆ เธอมองญาติผู้น้องที่นอนหลับอยู่ก่อนจะหันไปหาท่านพี่ของเธอ
 
“ถึงตอนนี้ ท่านพี่ก็ยังรออยู่อีกหรือคะ”
 
วิคเตอร์สบตาน้องสาวบุญธรรมของตนด้วยดวงตาสงบ
“อืม... อย่างน้อยก็ยังมีสิ่งให้ยึด”
 
บลูซัลเวียมองดวงตาแสนสงบคู่นั้น เธอส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะกล่าวออกมา “ฉันกลับมาแล้วนี่ไง”
 
“เธอไม่ใช่หรอกบลูซัลเวีย เธอทราบดี”
 
“ท่านพี่จะรออย่างไร้จุดหมายเช่นนี้ไปตลอดหรือ หากฉันบอกให้ท่านหยุดรอเล่า?”
 
วิคเตอร์ไม่ตอบ เพียงยิ้มบางๆ
 
บลูซัลเวียอ้าปากจะกล่าวต่อแล้วจึงปิดปากลงตามเดิม เธอมีสิทธิ์อะไรไปบอกให้คนผู้หนึ่งหยุด ทั้งที่เธอไม่ใช่คนที่เขารอ...
 
“ถึงเธอจะไม่กลับมาก็ไม่เป็นไร....”
 
วิคเตอร์มีคำตอบให้ตัวเองมานาน นาฬิกาของเขามันหยุดลงตั้งแต่ตอนนั้น
ร่างกายเขาเติบโต แต่หัวใจหยุดลงที่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว...
 
(จบตอนที่ 14) Day 14 CLOCK
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
กว่าน้องจะยอมเรียกท่านดยุคว่าพี่ก็อีกหลายปีต่อมา (ฮา) กำลังคิดว่าจะเขียนตอนพิเศษวันเด็กอีกดีไหม ปีที่แล้วของวันเด็กเขียนยาวมาก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น