มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 16 : 13. ปกป้องไว้ด้วยหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

ปกป้องไว้ด้วยหัวใจ
 
เอิร์ดมานน์รีบทักท้วงสหาย
นายจะทำอะไร? แรมซีย์ช่วยบอกให้พวกเราฟังทีได้ไหม
 
แรมซีย์ยกมุมปากขึ้นน้อยๆ ก่อนเริ่มต้นแถลงไข
ฉันคิดว่า ถ้าเป็นการยากที่จะหาตัวการ ฉันอาจจะต้องพึ่งทางลัด แต่ถ้ายังมีหนทางที่ดีอาจจะใช้วิธีประนีประณอมสักหน่อย
 
แรมซีย์ก้าวเข้าไป แล้วคุกเข่าลงหน้าแปลงดอกไม้ที่ยับเยิน เขาแหวกต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดออก ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาก่อนจะใช้หยิบจับอะไรบางอย่างขึ้นมา มันเป็นสายสร้อยร้อยลูกปัด
 
เวย์ราอุทานเอ๋? เมื่อกี้ฉัน เออร์วิง เอิร์ดมานน์ก็ค้นไปแล้วนี่
 
แรมซีย์อธิบายตอนที่พวกนายค้นกันอยู่ ฉันใช้เวทมังกรแห่งความมืดตรวจสอบดูน่ะ มันใช้ได้ทั้งค้นหาของที่ซ่อนอยู่ในเงา และตรวจพลังเลยพบอันนี้เข้าใจว่าน่าจะเป็นของติดตัว มันมีพลังของมังกรพฤกษาเหลืออยู่
 
แรมซีย์หันไปหาเฟรยาก่อนจะยกสายสร้อยสั้นๆ นั้นให้ดูชัดๆ
เฟรยาเธอพอจะคุ้นกับสิ่งนี้บ้างไหม?”
 
เฟรยาเอียงคอมอง เธอกล่าวออกมาเรื่อยเปื่อย
คนที่จะชี้ว่าแปลงดอกไม้ไหนเป็นของใครคงมีแต่คนในชุมนุมพฤกษาด้วยสินะ ฉันพอจะนึกออกว่าใคร ส่วนเรื่องที่เธอเกี่ยวข้องอะไรกับพีทหรือโพนั้น...
 
เวย์ราทักขึ้นว่าเราช่วยกันเก็บกวาดแปลงดอกไม้ก่อนดีไหม?”
 
แรมซีย์จึงแย้งว่านี่เย็นแล้วเดี๋ยวท่านแม่จะมารับแล้วไว้พรุ่งนี้มากันแต่เช้าแล้วกัน
 
เคียฮีเสนอว่าให้ฉันจุดไฟเผาเลยดีไหม
 
มังกรปฐพีรีบห้ามความคิดนั้นทันทีหยุดเลยเคียฮี ดินจะเสียนะถ้าเธอทำเช่นนั้น
 
เฟรยามองหน้าเคียฮีก่อนหันไปหาเอิร์ดมานน์และเออร์วิงเมื่อเธอนึกบางสิ่งขึ้นได้
มังกรพฤกษาที่ตกแต่งดอกไม้ติดหน้าอกด้วยสร้อยลูกปัดนั่นมีนามว่าซาน่าตอนแรกที่เข้าชุมนุมใหม่ๆ เธอสนิทสนมกับพีทมากจนฉันเข้าใจว่าเป็นคนรักของพีทเลยด้วยซ้ำ แต่ว่า...เธอเคยออกปากเองว่าเป็นคนรักตัวจริงของเฟอร์ดินานด์  นันเดเวอร์คนอื่นน่ะแค่คนที่ติดสอยห้อยตาม
 
พอเฟรยากล่าวจบทุกคนพร้อมใจกันเงียบแล้วมองหน้ากัน จากนั้นก็แยกย้ายกันไป
 
--------------------
 
แรมซีย์มาโรงเรียนแต่เช้าหลังเก็บกระเป๋าแล้ว เขาตรงไปที่แปลงดอกไม้ของเฟรยากลับพบว่า มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ที่นั่น เธออายุมากกว่าแรมซีย์ราว 2-3 ปี แต่สายตาแรมซีย์มองเห็นว่าดอกกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิสสีม่วงที่กลัดบนหน้าอกนั้นประดับด้วยสร้อยลูกปัดแบบเดียวกับที่เขาเก็บได้จากแปลงดอกไม้เมื่อวาน
 
มีอะไรหรือ?” แรมซีย์ยกรอยยิ้มที่มุมปากก่อนทักขึ้น
 
มาดูแล้วก็สงสารนะ กำลังจะออกดอกสวยๆ แท้ๆ ดวงตาสีเขียวอ่อนเจือความเศร้าของเธอมองไปที่แปลงดอกไม้
 
แรมซีย์คิดในใจก็ฝีมือเธอไม่ใช่หรือ
 
เขาขอให้ฉันชี้จุดให้... เธอกล่าวต่อ ใบหน้าสวยนั้นหมองลงไป “ตอนฉันลังเล พีทได้ยินเข้าเขาที่อยู่ระหว่างโดนทำโทษกลับสนับสนุนแล้วบอกตำแหน่งเสียเอง”
 
แรมซีย์คิดตามนั่นสินะ ถ้าเป็นพีทคงทราบอยู่แล้วว่าแปลงดอกไม้ของเฟรยาอยู่ตรงไหน
 
“แล้วทำไมจึงยอมปล่อยให้เขาทำตามใจล่ะ เขาก็แค่ผู้ชายใจแคบ เห็นแก่ตัว”
 
“นั่นสินะ...ผู้ชายใจร้าย...” เธอกล่าวเช่นนั้นแต่สายตาเธอเลื่อนลอย
 
แรมซีย์ก็ยิ่งตอกย้ำเข้าไปอีก
ดูจากการกระทำเขา ทำลายแปลงดอกไม้นี่อย่างไม่ใยดี แล้วเขาจะดูแลคนอื่นได้ไหม ผู้ชายใจร้ายเช่นนั้น
 
เธอกล่าวถูกทุกอย่าง เขาขอคบกับฉัน แต่กลับไม่บอกใครต่อใครว่ามีฉันอยู่ฉัน ผู้หญิงคนอื่นตามเขาเป็นพรวนก็ไม่คิดจะสนใจความรู้ฉันสักนิด พีทเลยมาปลอบฉัน...ทำเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉัน แต่สุดท้าย...มาคิดดูแล้วคนหนึ่งหวังใช้ประโยชน์จากฉัน คนหนึ่งก็ตักตวงเอาจากฉัน ซาน่ากล่าวออกมาแต่ละคำอย่างยากลำบาก เธอพยายามฝืนไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา
 
“คนหนึ่งไม่นึกถึงเธอ อีกคนก็เห็นแก่ได้ ยาเสน่ห์มันใช้ไม่ได้จริงหรอก เธอก็น่าจะทราบดี” แรมซีย์มองมังกรพฤกษาตรงหน้า
 
“ตอนที่เขาล้มลงเพราะยานั่นฉันก็เจ็บใจพอแล้ว... ทำไมต้องพยายามให้คนอื่นรัก มีฉันคนเดียวไม่พอหรือไง” สุดท้ายซาน่าอดร้องไห้ออกมาไม่ได้
 
“อย่าให้ใครคนหนึ่งมามีอิทธิพลต่อชีวิตเธอ ควบคุมและบงการทุกอย่าง นั่นหาใช่ความรักก็แค่อยากครอบครอง” แรมซีย์ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
 
ซาน่ารับผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา
“ขอบคุณนะ ฉันจะรักตัวเอง”
 
“เธอมีดีของเธอนี่นา อย่างน้อยก็รู้ว่าสิ่งที่ทำมันไม่ดี ฉันเคยได้ยินมาจากเฟรยาเกี่ยวกับกฎภายในของมังกรพฤกษา...เธอถึงได้ต้องยอมเขา เข้มแข็งให้มากกว่านี้เพราะเธอยังมีโอกาสเลือกที่จะปล่อยให้เป็นไปตามกฎหรือยืนขึ้นสู้กับกฎบ้านั่นแบบที่เฟรยาบอกพวกเราว่าเธอจะทำแน่”
 
ซาน่าแค่นหัวเราะ
“นั่นสินะ เพราะกฎนั่นปลูกฝังมาให้ฉันต้องมองหาผู้ชายดีๆ ที่จะพึ่งพาได้ แต่พอได้ยินเธอพูดแบบนี้ เรื่องของฉันกลายเป็นเรื่องเล็กๆ ไปเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับความกล้าของเฟรยา... บางทีถึงเวลาหรือยังที่มังกรพฤกษาเพศหญิงจะลุกขึ้นโต้แย้งกฎนั่น ว่าเราเข้มแข็งพอจะดูแลตัวเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งใคร”
 
“ถ้าเธอเข้มแข็งพอที่จะไม่ใส่ใจกฎนั่น บางที...ถึงตอนนั้นจะมีแต่คนเข้าหาเธอด้วยซ้ำ”
ซาน่าส่ายหน้าเธอคิดว่าคนที่เข้าหาจะมีอยู่สองแบบคนที่ชื่นชมกับคนที่หวังตักตวงผลประโยชน์จากเธอ
 
“พวกเธอช่างเข้มแข็งนัก กล้าที่จะยืนหยัดขึ้น ฉันได้ยินมาตั้งแต่ตอนเกิดเรื่อง”
 
ซาน่าส่งผ้าเช็ดหน้าคืนให้แรมซีย์พร้อมกล่าวขอบคุณ
“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเลิกกับเขาเสียที” ซาน่ามองแปลงดอกไม้แล้วเหมือนตัวเธอ รักที่กำลังจะงอกงามแต่พังทลายไม่มีชิ้นดี
 
“เธอมีคนรักหรือยัง?” ซาน่าหันไปถามแรมซีย์
 
“มีสิ...ฉันมีคนที่ฉันรัก” แรมซีย์ตอบอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
 
“งั้นหรือ...น่าอิจฉาคนที่ได้รับความรักจากเธอ”
 
“ใช่ เขาเป็นคนที่คู่ควร คนที่ฉันรักคือคนที่สอนพวกเราให้รู้จักยืนหยัดเพื่อตัวเองและปกป้องคนอื่น
 
ซาน่าได้ยินเธอก็ระบายรอยยิ้มออกมา
“ถ้าเธอยังไม่มีใคร ฉันคงขอคบกับเธอแทนเขาไปแล้ว” ซาน่าก้มลงจูบแก้มแรมซีย์ก่อนจะจากไป
 
แรมซีย์ยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก
 
เออร์วิง เอิร์ดมานน์ เวย์ราค่อยๆ ก้าวออกมาหลังจากแอบอยู่ พักหนึ่ง
 
“ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี” เออร์วิงกล่าวหลังก้าวมาอยู่หน้าแรมซีย์
 
“อืมก็ผิดคาดนิดหน่อย แต่เธอไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร จบแบบนี้ก็ดี” แรมซีย์สบตาเออร์วิงกล่าว
 
“เมื่อกี้ฉันเห็นนะ” เวย์ราอมยิ้มพร้อมกับมองแรมซีย์
 
“แล้วไงล่ะ เวย์รานายก็...ได้แค่มอง” แต่คำนั้นจี้ใจเวย์รายิ่งกว่า
 
“แต่ยังเหลือเฟอร์ดินานด์ กับพีทอีกสินะ” เอิร์ดมานน์คะเน
 
“ถ้ากับพีทหรือโพแค้นเคืองฉันอาจจะพอเข้าใจแต่เจ้ามังกรวายุที่ดูฟุ้งๆ นั่นเคืองฉันด้วยเรื่องอะไรกัน”
 
“เขาคงต้องขายหน้าน่าดูจากเคียฮี แล้วยังถูกคนเห็นในท่าทางหมดสภาพแบบนั้น เขาที่อยากให้คนอื่นนิยมชมชอบย่อมต้องรักษาภาพลักษณ์” เอิร์ดมานน์ว่า
 
“ฉันยังมองไม่ออกถึงสาเหตุที่ว่านั่น ถ้าญาญ่ามาช้ากว่านี้สักหน่อยได้ยินว่าอาการจะหนักกว่านี้” แรมซีย์โต้แย้ง
 
“บางเรื่องมันไร้เหตุผลแรมซีย์ กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เขาอาจจะเคืองที่นายน่าจะหยุดเรื่องนี้แต่ต้น จนเขาต้องอยู่ในสภาพน่าอับอาย” เอิร์ดมานน์พยายามอธิบายให้สหายฟังว่าบางครั้งควมโกรธแค้นมันก็ไร้ที่มาที่ไป
“ที่สำคัญตอนนี้ทุกคนก็รู้หมดว่า เขาทุ่มสุดตัวถึงขนาดซดยาหมด แถมนายยังตอกย้ำอีกว่า ของพรรค์นั้นมันไม่มีจริง มันยิ่งเหมือนโดนนายดูถูกว่าหลงเชื่อและหวังพึ่งพาฤทธิ์ยาให้ตัวเองเป็นที่ชื่นชมของคนอื่น” เวย์ราเสริมให้ฟัง แน่ล่ะมันเหมือนโดนตบหน้าว่าเขาโง่ที่หลงเชื่อ
 
“แล้วไม่จริงหรือ ถ้ายาเสน่ห์มีจริง...ท่านดยุคจะต้องตามจีบญาญ่าเสียหลายปีเพื่ออะไร ถ้ายาที่ทำให้เกลียดมีจริง ญาญ่าคงทำแล้วสาดใส่เขาไปแล้ว เผลอๆ หลอกให้อาบเลย เพราะมันก็แค่ของในอุดมคติ”
 
ลูกมังกรทั้งสี่มองหน้ากันไปมาก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมา จนเฟรยากับเคียฮีที่ตามมาทีหลังรู้สึกประหลาดใจ
 
------------------------
 
เฟอร์ดินานด์ นันเดเวอร์มังกรวายุเกรด 5 มองหน้าเด็กที่อายุน้อยกว่าตนซึ่งส่งสารนัดพบหลังโรงเรียนเลิก เขาทราบว่าเด็กนั่นมาพบเขาเรื่องอะไรแต่ที่นี่เป็นโรงเรียน และเด็กนั่นมาพบเขาเพียงลำพังตรงบริเวณด้านหน้าที่ตั้งโพเดียมที่ผอ.ใช้พูดสั่งสอนนักเรียนทุกเช้าช่างโอ่อ่าเปิดเผยเสียจริงเฟอร์ดินานด์คิด ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายยิ้มละไมเขาจึงปัดไปว่ามันก็เป็นแค่รอยยิ้มหยิ่งยโสโอ้อวดตามแบบของมังกรแห่งความมืดที่มักข่มคนอื่นอยู่เสมอ
 
เฟอร์ดินานด์ทำใจกล้า...ใช่ว่าเขาจะไม่กลัวเกรงพลังของมังกรแห่งความมืด เคยได้ยินว่าลำพังตัวเล็กๆ ก็มีพลังทำลายล้างสูงแล้ว แต่ความคับแค้นใจที่มีมากกว่ามันทำให้เขาต้องลงมือไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม แต่เด็กนี่เล่นเขาที่ลานหน้าโรงเรียนอย่างเปิดเผยไม่เกรงสายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมา
 
แรมซีย์มองสายตาอีกฝ่ายที่เกรงกลัวแต่แสร้งทำเป็นกล้า
“ฉันแค่มาพูดดีๆ และตักเตือน เพื่อให้นายจดจำได้วันหลังที่ผ่านตรงนี้นายจะได้ระลึกได้ ดีไหม?
 
เฟอร์ดินานด์ถลึงตาใส่แรมซีย์ หากเขาไม่นึกว่านอกจากเจ้าเด็กอวดดีตรงหน้าจะไม่กลัว กลับโต้ตอบเขาอย่างเยือกเย็นผิดวิสัยเด็กทั่วไป
 
“ฉันเป็นมังกรแห่งความมืด ฉันฝึกความอดทนมาอยู่นะแต่มันก็มีจำกัด ถ้านายทำให้สหายฉันต้องมาเดือดร้อน ฉันไม่เอาไว้แน่”
 
“นายเป็นแค่เด็กเกรด 2” เฟอร์ดินานด์พูดเสียงรอดไรฟัน
 
“แล้วไงล่ะ ก็บอกแล้วว่าฉันเป็นมังกรแห่งความมืด” แรมซีย์ยังคงย้ำคำเดิม
 
เฟอร์ดินานด์ได้แค่คิดว่ามังกรแห่งความมืดแล้วไงล่ะ ย้ำอยู่ได้จนเขาเริ่มหงุดหงิดก่อนจะสูดหายใจเข้าเพื่อสงบใจแล้วเปลี่ยนท่าทีเสียใหม่
 
“นายอยากให้ฉันสนใจนายหรือ? ใช่สินะ เพราะตัวฉันนี้หน้าตาดีมีรูปเป็นทรัพย์”
 
เฟอร์ดินานด์จ้องมองอีกฝ่าย แรมซีย์ใช่จะหน้าตาเลวเสียที่ไหน ผิวพรรณแบบลูกผู้ดีมีตระกูล คิ้วเข้ม ดวงตากลมโตเป็นประกายกับขนตางอนยาว ที่ดูรวมๆ แล้วก็น่าเอ็นดูไม่น้อย
 
“นายเรียกร้องความสนใจจากฉัน อยากให้ฉันคบกับนายหรือ นายไม่อยากเป็นแค่คนที่เป็นฝ่ายมาตามติดฉันเองใช่ไหม”
 
แรมซีย์เบิกตาก่อนจะแค่นเสียง “หลงตัวเองเกินไปแล้ว พอก่อนที่ฉันจะสะอิดสะเอียนนายมากไปกว่านี้”
 
แรมซีย์หยิบอะไรบางอย่างจากในเสื้อนอกออกมาชูให้อีกฝ่ายดู เฟอร์ดินานด์เห็นแล้วเอื้อมมือมาคว้าหมายจะแย่งไป แรมซีย์ดึงมือกลับแล้วเก็บมันไว้ที่เดิม
“ฉันไม่อยากจะแฉมันออกไปโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ตอนนี้ภาพลักษณ์ที่นายเพียรสร้างมาก็แทบไม่เหลือ”
 
แล้วแรมซีย์จึงทำท่าร้องอ้อในลำคอเบาๆ
“ฉันเพิ่มเติมให้อีกอย่าง เมื่อเช้าฉันได้พบซาน่าเธอบอกว่าคบกับนายอยู่สินะ แต่เธอบอกว่าจะเลิกกับนายมาหาฉันแทน”
 
แรมซีย์หัวเราะเล็กน้อยก่อนหันหลังจากมา โดยไม่สนสายตาเคียดแค้นด้านหลัง แล้วเฟอร์ดินานด์ นันเดเวอร์ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงแว่วมาตามลมที่ทำให้เย็นยะเยือกหัวใจ
“ถ้านายจะเล่นกับใครนายควรจะรู้จักสถานะอีกฝ่าย แต่กับฉันคิดดีแล้วหรือ?”
 
เฟอร์ดินานด์จิ๊ปาก ก่อนตะโกนตามหลังไป “เป็นมังกรแห่งความมืดแล้วไง นายมันแค่เด็กเกรด2 ตัวกะเปี๊ยก นายไม่ใช่เชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์มาจากไหนเสียหน่อย!
 
แรมซีย์เดินอ้อมตึกไปที่แปลงดอกไม้ของเฟรยาที่สภาพตอนนี้ดูดีกว่าเมื่อวานมาก เอิร์ดมานน์สังเกตสีหน้าสหายก่อนจะถามออกมา
แรมซีย์นายเป็นอะไรหรือเปล่า
 
แรมซีย์ส่ายหน้าปฏิเสธฉันแค่...รู้สึกขึ้นมาได้ว่า ตอนที่ตามเกี้ยวญาญ่า ญาญ่าจะรู้สึกแบบไหนกันนะ ไปพบคราวหน้าต้องไปขอโทษ
 
-------------------------
 
ในห้องทำงานหรูหราบนคฤหาสน์เอเรบุส ดยุคแห่งดราเค่นบวร์กออร์เฟอุส  เอเรบุสนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ดวงตาสีทองทอดมองจดหมายเชิญตรงหน้าระหว่างฟังคำรายงานจากข้ารับใช้ที่ให้เฝ้าจับตาดูเจ้าเด็กแรมซีย์ที่โรงเรียน มุมปากเขายกยิ้มพลางคิดว่าก็สมกับที่เป็นบุตรชายท่านน้า แต่ที่ท่านพ่อทุ่มเทสั่งสอนไปก็ใช่จะไร้ค่า
 
ออร์เฟอุสหันไปสั่งข้ารับใช้คนสนิทให้ร่างจดหมายตอบไปก่อนเลื่อนจดหมายตรงหน้าไปให้
ก่อนที่ตัวเองจะเลื่อนถาดหมึกและกระดาษออกมา มีจดหมายไม่กี่ฉบับที่เขาเขียนด้วยตนเอง
เขาคิดในใจ เอาเถิด...จะสละเวลาสักหน่อยก็แล้วกันเพื่อเห็นแก่ท่านน้าที่เขารัก ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว
 
-----------------
 
วันนี้วิคเตอร์  กรินญาเดินทางมายังคฤหาสน์เอเรบุสตามคำเชิญของผู้เป็นเจ้าของคนปัจจุบันดยุคแห่งดราเค่นบวร์ก ออร์เฟอุส  เอเรบุส
 
ยามก้าวล่วงเข้าสู่ด้านในคฤหาสน์วิคเตอร์ถอดเสื้อคลุมสีเทาเนื้อหนาออกส่งให้ผู้ติดตามของเขา ออร์เฟอุสที่รอต้อนรับอยู่สังเกตเห็นผู้ติดตามผู้นี้ก็ระลึกขึ้นได้ว่า เป็นผู้ติดตามวิคเตอร์อยู่เป็นประจำ และเป็นผู้ที่วิคเตอร์กอดอยู่อย่างสนิทสนมตอนเขาไปพักยังคฤหาสน์ตากอากาศบนผาเอื้อมตะวันของลาเมียซีหากนั่นก็มิใช่ครั้งแรกเสียเมื่อไร ก่อนหน้านี้ก็เคยเห็นท่าทางหยอกล้ออย่างสนิทสนมของวิคเตอร์กับข้ารับใช้ผู้นี้ ออร์เฟอุสมิได้แสดงท่าทีใดออกไปนำวิคเตอร์ออกไปยังสวนที่จัดวางโต๊ะน้ำชา อีกทางด้านหนึ่งมีคอนเหล็กตั้งอยู่
 
บนคอนเหล็กนั้นคือ กิ้งก่าบินในความคิดของวิคเตอร์ หากรูปร่างจริงของมันเป็นสัตว์เลื้อยคลานแต่มีปีกเหมือนค้างคาวแทนรยางค์คู่หน้า มีหงอนแข็งขนาดใหญ่ที่หัว ลำตัวสีเทาค่อนไปทางดำกับจงอยปากยาว
 
วิคเตอร์ย่อมจดจำเจ้าสัตว์เลี้ยงของท่านดยุคที่เคยทำให้เกิดเรื่องจนนำไปสู่การรื้อฟื้นความหลังและความทรงจำของมารดาเขาได้ดี มาเห็นครานี้ดูจะตัวโตขึ้น
 
ท่านดยุคตรงเข้าหาสัตว์เลี้ยง เจ้าตัวนั้นก็กัมหัวลงมาให้ท่านดยุคลูบหัวมันอย่างน่าเอ็นดู ซ้ำเจ้าของคนดียังเรียกให้วิคเตอร์เข้าไปใกล้ด้วย เพื่อให้วิคเตอร์ทำความคุ้นเคยกับเจ้าสัตว์เลื้อยคลานกึ่งสัตว์ปีกนั้น
 
คราวที่แล้วข้าพาเขาไปอวดในงานเลี้ยงจนเกิดเรื่องขึ้น ทำให้วุ่นวายแล้ว...แต่หลังจากนั้นเจ้าจึงยอมเปิดเผยตัวว่าเป็นหลานชายของเลดี้ลาเมียซีออร์เฟอุสละสายตาจากสัตว์เลี้ยงตัวโตไปยังวิคเตอร์
 
ผมใช้ชื่อสกุลว่ากรินญาก็ดีอยู่แล้วผู้ถูกกล่าวพาดพิงตอบเรียบๆ
 
วิคเตอร์ทราบดีว่าเป็นข้อตกลงกับของท่านอาจารย์กับท่านย่าของเขาตอนแต่งงานกัน ด้วยลาเมียซีสืบตระกูลด้วยสตรีบุตรชายจะเป็นกรินญาบุตรสาวจะเป็นลาเมียซี ตั้งแต่รุ่นบิดา-มารดาของเขา และรุ่นของเขาก็สมควรเป็นเช่นนั้นวิคเตอร์จึงหาได้สนใจแม้กระทั่งการที่ตัวเองตาพิการแต่กำเนิด...จนกระทั่ง ว่าที่ลาเมียซีรุ่นต่อมามีอันต้องลาจากไปโดยมิทันลืมตาดูโลก
 
วิคเตอร์ใช้เวลาไม่นานทำความคุ้นเคยกับเจ้ากิ้งก่าบินของท่านดยุค ผู้เป็นเจ้าของพูดจาโอ้อวดให้ฟังว่ามันบินได้รวดเร็วเท่าใดกัน วิคเตอร์มองระยางค์คู่บนที่เป็นปีกคล้ายค้างคาวขนาดใหญ่ก็เห็นด้วยว่ามันคงบินได้เร็วจริง หากวิคเตอร์จำได้ว่าเจ้าตัวนี้ยังโจมตีได้
 
หญิงรับใช้จัดโต๊ะน้ำชาเรียงของว่างบนโต๊ะเสร็จก็ถอยออกไปยืนรอบๆ รอรับคำสั่งอื่นจากผู้เป็นนาย ออร์เฟอุสเชื้อเชิญเขานั่งลง วิคเตอร์เลื่อนสายตามองไปยังคนของเขา ซาสเกียยืนห่างจากเขาไปเป็นระยะหนึ่งอย่างเป็นปกติ
 
เด็กรับใช้ผู้รับหน้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงถือถังบรรจุอาหารมาป้อนให้สัตว์เลี้ยงของท่านดยุคเช่นกัน อาหารสดชิ้นใหญ่ที่ทำให้เจ้ากิ้งก่าบินไม่ต้องดูพวกเขาทานอย่างตาละห้อย
 
หลังรับของว่างและน้ำชาท่านดยุคเข้าไปลูบศีรษะเจ้ากิ้งก่าบินได้อีกครั้งแต่ครั้งนี้มันกลับสะบัดออกคล้ายตะครั่นตะครอ จากนั้นมันก็โผบินออกไปอย่างรวดเร็วให้ออร์เฟอุสต้องยกมือขึ้นป้องใบหน้ากันแรงลมจากปีกที่เข้ามาปะทะ
 
วิคเตอร์ลุกขึ้นจากโต๊น้ำชาแล้วสังเกตพฤติกรรมที่ดูแปลกไป เจ้ากิ้งก่าบินนั้นบินได้รวดเร็วสมคำอวดของเจ้าของในขณะเดียวกันมันก็ทรงพลังไม่น้อย วิคเตอร์จำความเสียหายเมื่อครั้งงานเลี้ยงขององค์ชายได้
 
เป็นไปตามคาดหลังมันบินวนสักพักก็พุ่งลงมาโฉบเอาโต๊ะน้ำชาล้มคว่ำจนเกินเสียงดังจากเสียงเครื่องกระเบื้องที่ตกแตกกระจาย
 
ฝ่ายเจ้าของยังบ่นอย่างไม่จริงจังมันชอบหยอกเล่นเช่นนี้เสมอ
 
หากวิคเตอร์เห็นต่างออกไป เขาเหลือบมองไปทางซาสเกีย
 
ครั้งที่สองซึ่งเจ้ากิ้งก่าบินโฉบลงมานั้นมันกวาดเอาสวนพังไปเป็นแถบ หาใช่การหยอกเล่นแล้ว...
ครั้งที่สามนั้นเกิดขึ้นรวดเร็วเมื่อเจ้ากิ้งกาเปลี่ยนทิศทางแล้วพุ่งเข้าใส่เจ้าของสุดที่รักที่ยังมัวตะลึงอยู่ วิคเตอร์คะเนดูแล้วจึงรีบคว้าออร์เฟอุสที่กำลังตะลึงออกจากทิศทางนั้นเข้าสู่อ้อมแขนตน
 
มันไม่ปกติแล้วครับออร์เฟอุสวิคเตอร์บอกคนที่อยู่ในอ้อมแขนคุณดูดวงตามันสิ มันไร้แววต่างจากตอนแรก
 
เกิดอะไรขึ้น?” ออร์เฟอุสยังรู้สึกไม่เชื่อในเรื่องที่เกิดขึ้น
 
ขอคำอนุญาตด้วยครับวิคเตอร์กล่าวโดยมิได้ละสายตาจากนกยักษ์มันคลั่งไปแล้ว คงไม่อาจกลับเป็นเช่นเดิม
 
ออร์เฟอุสมองเข้าไปในดวงตาที่สะท้อนสีรุ้งก่อนหันมองไปยังสัตว์เลี้ยงของเขา เป็นจริงดังว่า ดวงตามันเปลี่ยนไป มือทั้งคู่นั้นกุมท่อนแขนวิคเตอร์อยู่ก่อนค่อยผลักออกเบาๆ
ไม่ต้อง ข้า...สมควรรับผิดชอบ!
 
ท่านดยุคจ้องมองไปยังเจ้าสัตว์เลี้ยงที่ถึงจะชอบทำลายข้าวของบ้าง แต่เขาก็รู้จักในอีกแง่มุมดีๆ ของมัน และตอนนี้กำลังเตรียมจะพ่นไอทะมึนใส่เขา
 
ข้ารับใช้ของคฤหาสน์ต่างขยับเข้าปกป้องนาย แต่ท่านดยุคกลับยกมือเป็นสัญญาณให้ถอยออกไป
 
ซาสเกียยังไม่ขยับตัวจากจุดเดิมของเขาสักนิด สายตาเขามิเคยละจากนายน้อยไปนานนัก
 
มังกรแห่งความมืดแต่ไหนแต่ไรก็ทรงพลัง ลึกลับแลดูน่ากลัวเหมือนรัตติกาลที่ลึกล้ำ ออร์เฟอุสร่ายเวทย์บางอย่าง สัตว์เลี้ยงของเขามีธาตุแห่งความมืด และผู้เป็นมังกรแห่งความมืดสามารถควบคุมมันได้
 
วิคเตอร์จับจ้องเจ้ากิ้งก่าบินตัวนั้น เขาทราบว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อร่างมันเกิดอาการกระตุก ก่อนจะร่วงหล่นลงคล้ายหมดสิ้นเรี่ยวแรง ความมืดที่สั่งสมในตัวมัน เป็นสิ่งที่มันเคยใช้โจมตี ถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็นมีดเล็กนับร้อยพันก่อนพุ่งเข้าทำลายมันจากภายใน ในที่สุดร่างของกิ้งก่าบินได้ร่วงลงกองกับพื้น
 
วิคเตอร์เป็นผู้เข้าไปตรวจสอบโดยห้ามไม่ให้ท่านดยุคเข้ามา เมื่อตรวจสอบว่าไร้สัญญาณชีพ วิคเตอร์จึงเหลือบมองไปทางเจ้าของ ออร์เฟอุสจึงได้ก้าวเข้าไปหา
ดูนี่สิครับวิคเตอร์เรียกให้ออร์เฟอุสดู
 
ที่ปรากฎแก่สายตาคือ จุดเล็กๆ จุดหนึ่งบนสะโพกที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นม่วงคล้ำเลือดเล็กน้อยที่ซึมออกมาและแข็งตัวไปแล้วนั้นมีสีดำ
 
ยาพิษครับ จึงทำให้เจ้าตัวนี้คลั่งได้
 
ออร์เฟอุสเลิกคิ้วมองดูรอยเท่ารอยเข็ม ก่อนมองไปยังดวงตาเบิกโพลงของสัตว์เลี้ยงของเขา
 
มันไม่ได้ซับซ้อนนักหรอกครับ คนร้ายน่าจะเดาได้ไม่ยากวิคเตอร์มองเข้าไปในดวงตาสีทองคนของผมรีบจัดการให้ทันทีที่ทราบแล้วส่งตัวให้พ่อบ้านของคุณจัดการต่อแล้วครับ
 
ออร์เฟอุสมองร่างสัตว์เลี้ยงที่ตกเป็นเหยื่อของเขา ก่อนผงกศีรษะรับทราบ แค่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติที่อย่างไรเขาก็ไม่ชินสักที
 
วิคเตอร์สังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายก็เข้าใจ จึงเอ่ยขึ้น
ผมขออนุญาตขอตัวก่อนดีกว่าครับ คุณมีเรื่องต้องจัดการทั้งอารมณ์และภายในบ้าน
 
ออร์เฟอุสหันมามองวิคเตอร์
คนที่ยิ่งใกล้ชิดกลับต้องคอยระแวง... ทั้งที่ก่อนรับเข้ามาก็ตรวจสอบมาเป็นอย่างดีคำพูดนั้นคล้ายเปรยขึ้นลอยๆ เสียมากกว่า
 
ซาสเกียยื่นเสื้อคลุมให้ วิคเตอร์รับมาสวมก่อนหันไปสบตาซาสเกีย
 
มีอะไรหรือวิคเตอร์มองเข้าไปในดวงตาของคนสนิทที่จ้องมองเขาไม่วางตา
 
คุณชายน้อยไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” ซาสเกียถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเป็นห่วง
 
ปราศจากบาดแผลเธอก็เห็น
 
ไม่ใช่ครับซาสเกียดึงมือคุณชายน้อยของเขาไปกุมเอาไว้
 
ออร์เฟอุสจ้องมองกิริยาของนายบ่าวนั้นด้วยดวงตาสีทอง เขามองแผ่นหลังในเสื้อคลุมสีเทา ไหล่ยังคงตั้งตรง
 
คุณไม่เป็นไรใช่ไหม...เสียงนั่น ผมทราบว่าคุณไวกับเสียง แล้วมันคล้าย...ซาสเกียขยายความต่อ สีหน้านั้นเป็นกังวลต่อคุณชายน้อยของเขา
 
วิคเตอร์ส่ายศีรษะช้าๆ
พวกเราเป็นมังกรมองเห็นในความมืดได้ดี เราเคยต้องปิดตาฝึกในห้องมืดนี่ ตอนนั้นก็ผ่านมาได้วิคเตอร์ยังคงตอบอย่างไม่ยี่หระ
 
ไม่เหมือนกันครับ นั่นคุณชายน้อยเปิดประสาทระแวดระวัง แต่อันนี้เหมือนกับ...
 
ไม่เป็นไรซาสเกียวิคเตอร์เข้าใจว่าซาสเกียเป็นห่วงเขาเรื่องอะไร จึงยกมือข้างที่ว่างขึ้นลูบใบหน้าซาสเกีย
 
ขอบใจที่เป็นห่วง เธอมักจดจำรายละเอียดเล็กน้อยอยู่เสมอ ใช่...เสียงเหมือนตอนนั้น แต่ไม่เป็นไร ฉันมีเธออยู่วิคเตอร์ตอบให้ซาสเกียคลายกังวล
 
วิคเตอร์หันไปหาเจ้าของสถานที่ผู้จ้องมองพวกเขาอยู่ก่อนเอ่ยขึ้นว่า
เหตุในครั้งนั้นเป็นเพราะเราถูกทรยศโดยข้ารับใช้ที่เชื่อใจและอยู่กันมานาน หลังจากนั้นเราจึงไม่ผูกคนสนิทด้วยความจงรักหรือภักดีเพียงเท่านั้น
 
วิคเตอร์หันกลับไปสบตาซาสเกียที่ยังกุมมือเขาอยู่
หากเราผูกไว้ด้วยสิเน่หา...
 
วิคเตอร์ปล่อยมือจากซาสเกียก่อนออกเดินไป ออร์เฟอุมมองเจ้าของแผ่นหลังนั้นห่างออกไปโดยมีผู้ติดตามเดินเยื้องออกมาอยู่ไม่ห่าง
 
(จบตอนที่ 13) Day 13 GUARDED
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk :
 
ตอนแรกพาร์ทของเด็กๆ มันจะกาวกว่านี้แต่นักแสดงรับเชิญเธออยากเล่นบทดราม่ามากกว่า
 
ซาสเกียออกรัวๆ เลย เมื่อก่อนซาสเกียออกมาเป็นแบล็คกราวน์ / extra เฉยๆ พอให้มีบทพูดแล้ว… มาเบรกท่านดยุครัวๆ เลย
 
ตอนกรินบอกว่าผูกไว้ด้วยเสน่หานี่ ตอนแรกจะใช้คำว่าผูกไว้ด้วยเล่ห์เสน่หาอยู่นะ
 
เงาจะมีเฉพาะตระกูลหลักค่ะ เช่น
เทเนอร์กับครูเซชส์ แต่เทเนอร์เสียไปก่อน
วีวี่แม่กรินก็มีเงาค่ะ แต่ KIA (Killed in Action/เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่) ไปแล้วค่ะ ถึงจะมีผู้ติดตามคนอื่นแต่ก็ไม่ใช่คนที่เคยสนิทสนมมา
กรินกับซาสเกียนี่ กรินชอบแกล้งซาสเกียมากค่ะ ซาสเกียถึงได้มีคำพูดติดปากว่า น่าละอาย น่าละอายจริงๆ
 
ช่วงนี้จะติดทั้งที่บ้านกับที่ทำงานรัวๆ เลยค่ะ คงจะเลทบ่อยๆ จนกว่าจะจบหน้าที่สักราวๆ กลางปีล่ะค่ะ (คาดว่านะ) ที่พยายามลงให้เสร็จวันนี้เพราะวันเสาร์เจอเรื่องด่วนอีก (เพิ่งมาบอกเอาเมื่อวานเตรียมตัวแทบไม่ทัน) ตอนต่อไปตั้งใจว่าจะลงให้ทันวันอาทิตย์นี้ ขออย่าให้มีงานเข้ามาอีกแล้วกัน
 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น