มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 15 : ตอนพิเศษวันคริสต์มาส+ปีใหม่ : แสนคำนึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 มี.ค. 62

ตอนพิเศษวันคริสต์มาส+ปีใหม่ : แสนคำนึง
 
เมื่อย่างเข้าสัปดาห์สุดท้ายของปีเลดี้อิซิเนีย เรช ลาเมียซีมาเยี่ยมเยียนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของมังกรแห่งแสงหรืออีกนัยหนึ่งคือ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอันมีลาเมียซีคอยดูแลและให้การสนับสนุนอยู่
 
ผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นบุรุษท่าทางคล่องแคล่วออกมาให้การต้อนรับเจ้าของสถานที่ตั้งแต่ก้าวลงจากรถม้า ระหว่างนำดัชเชสเข้าไปยังอาคารเพื่อไปยังห้องโถง เขารายงานต่อดัชเชสแห่งลิชท์เตนลอสว่า คุณชายน้อยเองก็มาเยือนเมื่อวันก่อน มาเยี่ยมเด็กๆ ก่อนจะไปยังอาณาจักรสีขาว
 
อิซิเนียผงกศีรษะรับทราบก่อนจะกล่าวออกมา
“หลานชายข้ามักจะกลับไปที่นั่นในช่วงเวลานี้อยู่เสมอ ในวันสิ้นปีจนข้ามไปปีใหม่ ข้าเองคงต้องยุ่งอยู่กับการรับรองญาติๆ จึงมาเยี่ยม และนำของขวัญปีใหม่มามอบให้เด็กๆ ก่อน”
 
“พวกท่านสละเวลามาเสมอ เด็กๆ ย่อมดีใจมากแน่นอนครับ”
 
ประตูห้องโถงถูกเปิดออก ผอ.ผายมือเชิญบุคคลสำคัญเข้าไปด้านใน เหล่าเด็กกำพร้าต่างแต่งตัวเรียบร้อยภายใต้การตรวจตราอย่างเข้มงวดของครูผู้ดูแล การมาของดัชเชสนั้นเป็นทางการเสียยิ่งกว่าวันที่คุณชายน้อยมาเยือนเสมอ
 
----------------------------
 
มังกรแห่งแสงบลูเมนข้ารับรับใช้แห่งลาเมียซีผู้ซึ่งติดตามคุณชายน้อยมายังสีขาว เขายืนหลบอยู่มุมหนึ่งพลางใช้ดวงตาสีฟ้าวาววามกวาดมองดูลูกมนุษย์ชาวสีขาวในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ห้อมล้อมคุณชายน้อยกับอาแล็ง  เจอร์วิสแล้วก็อดนึกถึงตัวเองในยามที่ยังอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของลาเมียซีไม่ได้ ตัวเขาเองก็เคยอยู่ในสถานะเช่นเด็กเหล่านี้ ไม่ว่าจะมนุษย์ชาวสีขาวหรือมังกรก็ยังมีเด็กที่เป็นกำพร้า...
 
เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งติดตามคุณชายไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของลาเมียซีแห่งนั้น ความรู้สึกคล้ายได้กลับบ้านเก่า ครูผู้ดูแลบางคนก็เติบโตมาในรุ่นเดียวกัน หากมีเวลาว่างบลูเมนก็มักจะกลับไปเยี่ยมเยียนที่นั่น เขาทราบดี...ใครก็ช่างเถิดแค่มาพบพวกเขาแค่ชั่วเวลาสั้นๆ ก็ทำให้พวกเขายินดีแล้ว เหล่าเด็กกำพร้าเช่นเขาพร้อมที่จะรักคนแปลกหน้าอยู่เสมอ บางคนโชคดีอาจจะได้ออกจากที่นั่นโดยมีคนรับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม บางคนก็รับเอาไปเพื่อเป็นเพื่อนเล่นหรือเป็นข้ารับใช้ของบุตร หากยังดีที่ผอ.ไม่ใจร้ายเกินไปนัก เขาขอถามความเห็นเจ้าตัวก่อนว่ายินดีจะรับชะตากรรมนั้นเมื่อออกไปจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือไม่ ซึ่งบลูเมนเคยปฏิเสธโชคเหล่านั้นเพราะอยากจะเลือกทางของตน
 
บลูเมนกล้าพอที่จะเอ่ยปากบอกความรู้สึกตรงๆ กับคุณชายน้อยเมื่อครั้งที่ได้มาร่วมฝึกในรุ่นเดียวกัน พอเขาอ้าปากชไตน์แทบจะตะครุบปากเขาไว้ด้วยซ้ำว่าการพูดถึงคุณชายน้อยเช่นนั้นมันไม่เหมาะสม หากคุณชายน้อยหาได้ถือสาเขาไม่ กลับนิ่งฟังความรู้สึกของเขาพร้อมกับซาสเกียเงียบๆ
 
บลูเมนเล่าให้คุณชายน้อยฟังเมื่อแรกเห็นคุณชายน้อยมายังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ซึ่งพวกเขาเคยเติบโตขึ้นมา วันนั้นผอ.แนะนำให้ทุกคนได้ทราบว่า ผู้ที่มาเยือนเป็นมีทั้งเลดี้ ทั้งคุณหนู-คุณชาย และทายาทคนล่าสุดของลาเมียซี บลูเมนเห็นแล้วก็รู้สึกว่า คุณชายน้อยที่ผอ.เรียกนั้นมีลักษณะของมังกรขาวเด่นชัดเสียดูไม่เหมือนมังกรแห่งแสงสักนิด ซ้ำยังตาพิการจนคุณหนูกับคุณชายต้องคอยดูแลอยู่ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีคนสนิทจับตาดูอยู่ไม่ห่าง
 
บลูเมนคิดว่า คุณชายน้อยมีพ่อแม่ครบ หากก็ยังไม่ได้สมบูรณ์ในทุกสิ่งซ้ำยังต้องมาแบกรับภาระของลาเมียซี กับเขาที่เป็นเด็กกำพร้าผู้ไม่มีใครอยู่เคียงข้าง มีร่างกายสมบูรณ์ อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสได้ตัดสินใจเลือกชะตาชีวิตของตน แบบไหนจะเรียกว่าดีกว่ากันนะ
 
ตอนนั้นคุณชายกับซาสเกียมิได้ออกความเห็นใดต่อสิ่งที่บลูเมนคิดเห็น เมื่อเติบโตจนมีหน้าที่การงานบลูเมน เคยไปแวะไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่อื่นมาเช่นกัน เทียบกันแล้วนับว่าพวกเขาได้รับสิ่งที่ควรได้รับอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เป็นพระคุณของลาเมียซีและมังกรแห่งแสงชั้นสูงที่ร่วมกันเกื้อหนุน พวกเขาไม่ต้องอดทนหิว ได้ทานเท่าที่ต้องการ ไม่ต้องเบียดเสียดกันจนไม่มีที่หายใจ ได้รับเสื้อผ้าใหม่ทุกปี ได้สิ่งที่อยากได้เป็นของขวัญทุกปี (ผอ.ให้เขียนของที่อยากได้ แล้วจะพิจารณาดูว่าเหมาะสมหรือไม่ แล้วจะพยายามหามาให้) แต่บางสิ่งก็ยากเกินจะได้
 
บลูเมนได้เลือกเส้นทางชีวิตตนเข้าเป็นข้ารับใช้ของลาเมียซีแล้วเข้าปฏิบัติภารกิจ มองดูสหายร่วมรุ่นที่ผ่านการฝึกมาด้วยกันล้มตายไป ชไตน์คนรักของเขาก็พิการจนไม่อาจเดินได้อย่างปกติ ถึงตอนนี้บลูเมนเห็นว่าชไตน์ตัดสินใจถูกแล้วที่รับเด๊บบี้ บุตรของสหายที่เสียชีวิตไปมาเลี้ยงดูเด๊บบี้จึงไม่ต้องถูกส่งเข้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ที่ซึ่งพวกเราต่างแย่งกันที่จะไขว่คว้าหาความรัก
 
ในฐานะข้ารับใช้คนสนิทของคุณชายน้อย บลูเมนทราบดีว่าคุณชายมักใช้เวลาในช่วงนี้ที่สีขาว เมื่อครั้งคุณท่านยังมีชีวิต คุณชายก็ต้องทำหน้าที่ในสำนักปรุงยาเพื่อรับคนป่วยอันเนื่องจากวันฉลองวันคล้ายวันเกิดของจักรพรรดิสองขั้วสีซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีจนหัวปั่นไปจนเกือบเช้า ดังนั้นวันที่ 24 คุณชายจะมายังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้กับสหายชาวสีขาวนามแรมเซย์  เจอร์วิส จนเด็กๆ คุ้นเคยกับคุณชายอยู่ไม่น้อย ก่อนจะกลับไปรับปีใหม่กับเครือญาติของลาเมียซี
 
อาแล็ง  เจอร์วิส มองดูวิคเตอร์ผู้ที่เหมือนน้องชายเขาอีกคน วิคเตอร์เล่าเรื่องเซนต์นิโคลัสนักบุญของมนุษย์ให้เด็กๆ ที่ล้อมวงอยู่ฟัง อาแล็งนึกถึงเมื่อครั้งวิคเตอร์และน้องชายเขายามเป็นอาจารย์สอนเหล่าศิษย์ในสำนักปรุงยา จนเมื่อวิคเตอร์เล่าจบ อาแล็งจึงเปรยขึ้น
“วิคเตอร์ เธอเหมาะจะเป็นครูมากกว่าจริงๆ แต่น่าเสียดายนะที่เธอเลิกไป”
 
วิคเตอร์ยิ้มจางๆ ให้อาแล็ง เขาไม่เคยบอกเล่าให้อาแล็งฟังว่าที่อาณาจักรมังกรเขาเป็นอะไร ทำอะไรบ้าง
 
“เธอจะไม่ไปพบเอนเดอร์หน่อยหรือ” อาแล็งหันไปถามผู้ที่นั่งอยู่ข้างเขา
 
“ไม่ดีกว่าครับ” วิคเตอร์หันไปตอบอาแล็ง ด้วยแววตาสงบราบเรียบ
 
“บิชอปคงอยากพบเธอ”
 
วิคเตอร์ส่ายหน้า “ถ้าพบ...เขาคงร้องไห้อีก”
 
อาแล็งสูดลมหายใจเข้า
“ฉันไม่ทราบหรอกนะว่าตอนนั้นเธอพูดอะไรกับเขา เธอทำตามที่ฉันขอทั้งที่ในความเป็นจริงเธอไม่ต้องทำก็ได้”
 
วิคเตอร์จึงสบตาอาแล็งแล้วย้ำคำเดิม
“ให้เขาอยู่อย่างสงบไปเถิดครับ มีพี่ดูแลอยู่เขาคงดีขึ้น ผมไม่ควรไปกวนน้ำให้ขุ่นอีก”
 
อาแล็งไม่เคยถามว่าวิคเตอร์ปฏิเสธบิชอป  เอนเดอร์ศิษย์ผู้น้องเช่นไร และไม่เคยถามบิช็อปเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น
 
วิคเตอร์ระลึกถึงเมื่อครั้งแรมเซย์ยังมีชีวิต แรมเซย์มักจะหาเรื่องชักชวนให้เขามาที่นี่ในช่วงนี้นับแต่เขาปิดสำนักของท่านอาจารย์ลง โดยมีเอนเดอร์ศิษย์ผู้น้องคนสนิทของแรมเซย์ตามมาด้วยเสมอ หากเขาไม่ควรพบเอนเดอร์อีก เขาปฏิเสธศิษย์ผู้น้องไป มันสมควรเป็นเช่นนั้น สิ่งที่เขาใช้ปฏิเสธรุ่นน้องไปคือความจริงที่แสนธรรมดา แต่เลวร้ายในสายตาคนทั่วไปเช่นเอนเดอร์
 
-------------------------------
 
หลังคืนวันฉลองวันคล้ายวันเกิดของจักรพรรดิสองขั้วสีอันแสนวุ่นวายสำหรับสำนักปรุงยาผ่านพ้นไป เมื่อได้พักผ่อนเต็มที่ วิคเตอร์แต่งตัวด้วยชุดสูทผ้าไหมสีขาว ผูกริบบิ้นผ้าไหมสีเงินเหลือบม่วง ถือช่อดอกลิลี่ภูเขาด้วยมือข้างหนึ่ง เขารับเอรอสจากซาสเกียที่ฝากให้ดูแลแทนในช่วงที่เขาไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และไปช่วยสหายรุ่นพี่ที่สำนักปรุงยาของพวกเขาก่อนจะออกจากคฤหาสน์ไปยังหลุมฝังศพที่แรมเซย์  เจอร์วิสนอนหลับอยู่
 
ในสุสานประจำตระกูลเจอร์วิส ไม่ยากที่จะหาหลุมศพที่ใหม่ที่สุดในนั้น วิคเตอร์ก้าวไปยังหลุมฝังศพนั้นด้วยความคุ้นเคย เขาวางช่อดอกลิลี่ภูเขาพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งลงบนหน้าแผ่นป้ายหลุมศพสหาย
 
“แรมเซย์ผ่านมาอีกปีแล้วล่ะ ฉันเขียนจดหมายมาให้นายด้วย ปีนี้ฉันก็มีลูกศิษย์เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว เป็นครูสอนเด็กเล็กนี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ ถ้านายได้เห็นคงจะหัวเราะเยาะฉันแน่เลย...
 
นายไม่ต้องห่วงว่าฉันจะเหงานะ มีคนห้อมล้อมฉันอยู่ตั้งมากมาย ไม่ต้องกังวลว่าในอนาคตฉันจะอยู่อย่างโดดเดี่ยว หลับให้สบายนะแรมเซย์”
 
วิคเตอร์วางเอรอสให้ยืนด้วยตนเอง แล้ววางมือบนศีรษะของเด็กน้อย
 
“เด็กคนนี้เป็นญาติผู้น้องของฉันเองเขามีปัญหาทั้งด้านสุขภาพ และอีกหลายๆ อย่าง บิดาเขาฝากให้ฉันช่วยดูแล บางที...การได้เลี้ยงดูเด็กคนนี้ทำให้ฉันก็นึกถึงตัวเองว่ากว่าฉันจะเติบโตมาได้คงสร้างความลำบากให้คนรอบข้างมามากเท่าใดกันนะ”
 
วิคเตอร์นึกถึงตัวเองที่ตาบอดแต่กำเนิดจนเดือดร้อนบิดา-มารดารวมถึงท่านอาจารย์ต้องหาทางรักษาเขาอยู่นาน จนมองเห็นได้เป็นปกติ
 
“ฉันเลือกดอกไม้อยู่นาน ตอนแรกจะเลือกคาซาบลังก้ามาให้ สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกเอาดอกลิลลี่ภูเขา (Lily of valley) ฉันไม่อยากเอาลาเวนเดอร์มาเพราะมันเป็นของท่านอาจารย์ ไม่อยากเอาฟอร์เก็ตมีน็อตมาเพราะเป็นของท่านย่า คาโมไมล์ก็เป็นของโปรดของรูบี้ กุหลาบแดงทราเดสเซนส์คือตัวแทนน้องสาวฉัน...แรมเซย์ ฉันจึงเลือกลิลลี่ภูเขามาให้นายเพราะมันคงเหมาะกับเรามากกว่า
 
วันก่อนหน้าวันฉลองฯ ฉันไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับพี่อาแล็งมา คิดว่าฉันไม่ทราบหรือนายเริ่มชวนฉันไปที่นั่นก่อนที่ท่านอาจารย์จะปิดสำนัก น่าจะตั้งแต่ที่ฉันบอกนายว่า ฉันไม่คิดจะมีทายาท
 
ตอนฉันไปพบนายเพื่อมอบมรดกของท่านอาจารย์ให้ ก่อนที่นายจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ฉันขัดนายเพราะฉันเดาได้ว่านายจะบอกรัก ฉันทราบมาตลอด...แต่ไม่อยากบอกปฏิเสธนายเลย จึงเลือกขัดนายเสียแต่ต้นดีกว่า ฉันเดาใจนายถูกว่านายคิดจะชวนฉันมาอยู่ด้วยกันตั้งแต่ก่อนที่นายจะสร้างบ้านสีงาช้างหลังนั้นเสียอีก ฉันทราบว่ากี่ปีนายก็จะรอฉัน...จดหมายสุดท้ายนายก็เขียนเอาไว้...ฉันได้อ่านแล้ว หากนายได้ทำสิ่งที่นายตั้งใจไว้ก็คงดี
 

ฉันอาจจะปฏิเสธนายในครั้งแรกๆ เพราะฉันมีภาระทางฝั่งท่านย่า หากฉันทราบนิสัยนายดี ว่านายคงถามไถ่ฉันทุกครั้งที่มีโอกาส ฉันคงทำเป็นระอาจะตอบแล้ววันหนึ่งจะกลับไปหา
 
แรมเซย์ที่นายพาฉันไปที่บ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อที่จะคอยสังเกตว่าฉันเอ็นดูเด็กคนไหนเป็นพิเศษ แล้วรับเด็กมาเลี้ยงด้วยกันหรือ นายหวังจะได้อยู่กับฉันให้นานที่สุดโดยไม่พรากจากกัน ไม่ต้องตามใจฉันมากขนาดนั้นก็ได้ ฉันบอกว่าจะไม่มีบุตรนายก็คิดว่าไม่มีก็ได้หรือ”
 
วิคเตอร์แย้มรอยยิ้มที่อ่อนหวานที่สุดก่อนจะกล่าวออกมา
 
“แต่อย่างไรก็...ขอบใจนะ ที่นึกถึงฉันอยู่เสมอ ฉันก็คิดถึงนายเช่นกัน...แรมเซย์
สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า ฉันพูดคำนี้กับนายคนแรกเช่นเคย”
 
(จบ แสนคำนึง)
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
 
Talk:
 
จบแล้วค่ะ ฟิคพิเศษวันคริสต์มาสควบปีใหม่ บอกแล้วว่าจบลงด้วยรอยยิ้มปริ่มน้ำตาเช่นเคย
ถ้าแรมเซย์ไม่ตาย และกรินไม่ติดทางบ้านย่าอย่างลาเมียซี แรมเซย์อ้อนสักหลายๆ ครั้งหน่อยหลังปู่ตายกรินคงใจอ่อนยอมมาอยู่ด้วยแล้วล่ะ รักคู่นี้มากเลย...แต่เป็นรักที่ไม่มีวันเป็นจริง
 
ตอนแรกจะให้กรินถือ Casablanca มาให้ค่ะ คาซาบลังก้ามีความหมายถึงบ้านสีขาวค่ะ ซึ่งเป็นบ้านในฝันของทั้งคู่เลย (สีงาช้างออกสีขาวนวลๆ บางคนเรียก Ivory White) สำหรับกรินบ้านหลังนั้นที่กรินไม่รับเพราะมันไม่มีแรมเซย์อยู่กับเขาค่ะ เพราะคนที่อยากให้เขามาอยู่ด้วยไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว มันเป็นบ้านที่ไม่ใช่บ้านของเขา
 
Lily of valley มีความหมายว่า คุณเป็นผู้เติมเต็มความสุขให้ฉัน บางคนเปรียบว่ามันเหมือนหยดน้ำตา นอกจากนี้ยังนิยมใช้เป็นดอกไม้ที่เจ้าสาวถือในเวลาเข้าพิธีแต่งงานค่ะ (ตอนแรมเซย์จูเนียร์แต่งงานก็ถือช่อบูเก้ดอกลิลี่ภูเขานี้แหละ)
 
กรินเป็นผู้ชาย broken heart ที่โรแมนติกมาก เก็บหัวใจเขาไว้ดูต่างหน้า (one shot เมื่อกาลครั้งหนึ่ง https://www.facebook.com/829887370474787/posts/1342131239250395/  บางทีเราเขียน one shot ลงเพจค่ะ บางครั้งก็ไม่ได้รวบรวมมาลงให้เท่าไร) เป็นผู้ชายที่ทำให้รู้สึกว่า ฤดูฝนมันอบอุ่นไม่หนาวเหมือนที่เคย

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น