มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 13 : 11. โหดร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

โหดร้าย
 
เฟรยาผู้กำลังชื่นชมของสะสมสุดรักสุดหวงของผอ.มอราเลสอยู่ ถามคำถามขึ้นด้วยความสงสัยที่เก็บมานาน
“ผอ.คะทำไมโรงเรียนเราถึงไม่มีมังกรแห่งแสง จะว่าไปตอนอยู่อนุบาลนอกจากครูกรินก็ไม่มีนักเรียนอื่นที่เป็นมังกรแห่งแสง”
 
เฟรยาถามผอ.ในสิ่งที่เธอเคยสงสัย ตั้งแต่เรียนอนุบาลทั้งโรงเรียนไม่มีนักเรียนที่เป็นมังกรแห่งแสงเลย ครูกรินเองหากไม่บอกว่าเป็นลูกครึ่งมังกรแห่งแสงก็คงไม่มีใครทราบเลย
 
ขนาดโรงเรียนประถมนี้มีนักเรียนมากมาย มังกรแห่งความมืดถึงจะมีน้อยแต่ไม่ถึงกับมีแรมซีย์แค่คนเดียว ส่วนหนึ่งอาจเพราะข้อกำหนดของโรงเรียนอนุบาลนั้นมีมากกว่าโรงเรียนประถม แต่ใช่ว่ามังกรแห่งแสงจะไม่มีคนที่มีคุณสมบัติเท่าเทียมกัน
 
เฟรยาจำได้ว่าครูกรินเคยเล่าว่ามีน้องสาวที่เป็นญาติผู้น้องอยู่คนที่อายุใกล้เคียงกัน เพราะเป็นบุตรบุญธรรมของน้องสาวบิดานับว่าเป็นญาติใกล้
 
ผอ.ธีโอบาลด์  มอราเลสนิ่งคิดไปเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถาม
“เรื่องนี้ตอบได้ค่อนข้างยาก คงเพราะปกติมังกรแห่งแสงจะอยู่รวมกัน และมักจะเก็บตัวไม่ค่อยยุ่งกับมังกรอื่นนัก”
 
เฟรยาสังเกตสีหน้าผอ.อยู่เห็นว่า ในแววตาของเขากลับมีประกายบางอย่างอยู่
 
“แต่ว่านะ ตอนนี้ฉันกำลังมีโครงการบางอย่างอยู่ และหวังว่ามันจะสำเร็จไปได้ด้วยดี ดังนั้นคงต้องขออุบเอาไว้ก่อนแล้วกันนะ”
 
เฟรยาตอบรับ “งั้นหรือคะ หนูจะรอฟังนะคะ”
 
ผอ.กล่าวต่อว่า “ฉันกำลังรอจดหมายตอบกลับ ถ้าตอบรับอย่างน้อยก็น่ายินดีและมีหวัง อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ฉันหวังว่าจะเป็นเช่นนั้นนะ”
 
เฟรยาจึงเล่าให้ผอ.ฟัง
“ที่หนูไปเยี่ยมครูกรินมาล่าสุด ที่รร.อนุบาลมีลูกมังกรแห่งแสงแล้วนะคะ เป็นญาติฝั่งลาเมียซีของครู ที่มาฝากให้ดูแล”
 
ผอ.ทำตาโตเมื่อได้ยิน แต่ก็พึมพำว่าอาจจะเพราะฝากญาติใกล้ดูแลด้วยละมัง ซึ่งเฟรยาเห็นด้วยเพราะใช้ชื่อสกุลว่าลาเมียซี
 
--------------------------
 
หลังเลิกเรียนวันนั้นเออร์วิงชวนเอิร์ดมานน์ไปที่แปลงดอกไม้ของเฟรยาที่เขาไปช่วยดูแลอยู่
“ตอนนี้ดอกไม้ที่ปลูกกำลังจะออกดอกล่ะ” เออร์วิงบอกเล่าให้ฟังพลางหันมองคนข้างๆ
 
เอิร์ดมานน์ไม่มีท่าทีตอบรับหรือปฏิเสธใด
 
“มีอะไรหรือเปล่าเอิร์ดมานน์ หรือฉันเกิดไปทำให้นายไม่พอใจ จึงได้ทำสีหน้าขึงขัง ไม่นุมนวล่อนหวานเหมือนตอนมาง้อฉันเลย”
 
เอิร์ดมานน์สะบัดหน้าหนีเจ้ามังกรวารีช่างแหย่ เวลาไม่พูดก็ไม่มีอะไร พอเปิดปากขึ้นมาทีชอบแหย่เขาเสียเหลือเกิน ก่อนที่เอิร์ดมานน์จะได้ตอบโต้อะไร สายตาของเขาที่มองไปยังจุดหมายปลายทางของพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
 
เอิร์ดมานน์ทราบเรื่องที่เจ้ามังกรวารีอาสามาช่วยสหายดูแลแปลงดอกไม้ ต่อให้สหายทั้งคู่จะยังเป็นเด็กหากแปลงดอกไม้ตรงหน้าที่เออร์วิงตั้งใจจะพาเขามาดูนั้นไม่สมควรจะอยู่ในสภาพนี้โดยเด็ดขาด
 
ไม้พุ่มที่กำลังจะออกดอกตามที่เออร์วิงเล่านั้นล้มระเนระนาด บางส่วนถูกกระชากถอดถอนออกจากแปลง ดินบางส่วนถูกขุดเป็นโพรง
 
“ไปตามเฟรยามาเร็วเข้า!” เอิร์ดมานน์พูดแทบจะเป็นคำสั่ง เออร์วิงจึงหันหลังวิ่งออกไปทันที
 
-------------------------
 
ออร์เฟอุสนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง คิ้วสีเข้มของเขาขมวดเข้าหากัน ดวงตาปิดแน่นหากน้ำตากลับไหลออกมา เจ้าตัวยังครางออกมาด้วยเสียงที่ฟังไม่ได้ศัพท์บ่งบอกว่าเขากำลังฝันร้าย
 
ออร์เฟอุสพยายามต่อสู้อยู่ในฝันนั้น แล้วเขาก็ได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยว่า
ออร์เฟอุส! ออร์เฟอุส! ตื่นเถิด
 
ดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะลืมตาตื่นขึ้นจากฝันร้าย เจ้าของนามลุกพรวดขึ้น สองตายังคงเบิกโพลงจับจ้องไปยังผู้ซึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงแล้วทอดสายตามองเขาอยู่ วิคเตอร์แตะบ่าเขาดันเบาๆ
อย่าลุกพรวดพราดแบบนี้ เอนลงไปก่อนเถิดครับ
 
ออร์เฟอุสยังขืนตัวเองไว้ แสงจันทร์ส่องให้เห็นดวงตาราวลูกแก้วใสที่จ้องมองมาด้วยความเป็นห่วง
สองแก้มเขายังคงเปียกชื้นด้วยน้ำตา ดวงตาสีทองทั้งคู่เต็มไปด้วยน้ำตา
 
วิคเตอร์เห็นสภาพนั้นแล้วก็ได้แต่ข่มใจเอ่ยออกไป
ข้ารับใช้ไปตามผมมา บอกว่าได้ยินคุณส่งเสียงแปลกๆ
 
วิคเตอร์จึงยื่นมือไปกุมมืออีกฝ่ายไว้ให้สงบ ข้ารับใช้ไปปลุกเขาขึ้นมาพร้อมกับแจ้งเรื่องให้ทราบ วิคเตอร์ต้องมาด้วยตนเองเพราะทราบดีว่า อีกฝ่ายเป็นถึงมังกรแห่งความมืดระดับสูงเกิดเรื่องอะไรขึ้นระดับข้ารับใช้คงเอาไม่อยู่ เขาจึงต้องลุกออกจากเตียงสวมเสื้อคลุมก่อนมาอยู่ที่ตรงนี้ ข้างเตียงของมังกรแห่งความมืดในเวลากลางดึก
 
คุณฝันร้าย? มันน่ากลัวมากไหม วิคเตอร์ถามด้วยคาดว่าอีกฝ่ายคงอยากให้ถามเช่นนี้
 
ไม่เป็นไรแค่มีเจ้าอยู่ตรงนี้ออร์เฟอุสยังห้ามน้ำตาตัวเองไม่ได้ น้ำตาเขาไหลลงมาไม่ขาด หากเขาก็ไม่คิดจะปาดมันออก
 
วิคเตอร์เห็นน้ำตานั่นแล้วก็คิดตัดพ้อ แรมเซย์นายจะเหลือสำเนาไว้เพื่ออะไร น้ำตาของออร์เฟอุสคลออยู่เต็มหน่วย เขาเห็นแล้วหากก็ได้แต่มอง วิคเตอร์ไม่อยากให้การกระทำของเขาทำให้อีกฝ่ายคิดไปเป็นอื่น
 
ถ้าตรงหน้าเขาเป็นแรมเซย์  เจอร์วิส เขาคงจะเช็ดน้ำตาให้แล้วดึงมากอดเอาไว้เสีย แต่ไม่ใช่นี่คือออร์เฟอุส
 
วิคเตอร์  กรินญาบ่นในใจเป็นรอบที่ล้าน ทำไมต้องเหมือนกันกระทั่งท่าร้องไห้ด้วย
 
“อยู่กับข้า อย่าไป!” ออร์เฟอุสเอ่ยออกมาคล้ายคำสั่งกึ่งขอร้อง
 
วิคเตอร์จึงบีบมือออร์เฟอุสเบาๆ “ผมอยู่ที่นี่แล้ว คุณนอนพักผ่อนก่อนเถอะ”
 
“ข้าเหมือนเด็กที่เกรงกลัวฝันร้าย” ออร์เฟอุสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้เป็นปกติ
 
“ไม่ว่าใครคงมีสิ่งที่กลัวครับ หากตอนนี้ผมเอาชนะความกลัวได้แล้ว”
 
“เจ้าผ่านมาได้ ข้าก็เช่นกัน แต่บ้างครั้งมันก็ยังมาเล่นงานถึงในฝันแทนโลกแห่งความเป็นจริง” ออร์เฟอุสเรียกให้วิคเตอร์ขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะซบศีรษะลงบนบ่า
 
“อยู่กับข้าก่อนได้ไหม ไม่ทำอะไรหรอก”
 
วิคเตอร์ได้ยินเช่นนั้นก็ระบายลมหายใจ เห็นเขาเป็นเด็กไม่ประสาหรือจึงจะเชื่อคำเช่นนั้น
 
เช้านั้นวิคเตอร์ผู้ตื่นขึ้นฝึกร่างกายแต่เช้า เพิ่งได้พบซาสเกียผู้ยืนรอพบเขาอยู่บนทางที่ทอดเข้าสู่ด้านข้างคฤหาสน์ วิคเตอร์จึงพาร่างชุ่มเหงื่อเข้าไปกอดซาสเกียทั้งตัว
มาแล้วหรือซาสเกีย เธอกลับไปรายงานท่านย่าแทนฉัน”
 
ซาสเกียผู้กลับไปรายงาน นายแห่งลาเมียซี แทนคุณชายเมื่อคืน พักผ่อน ชำระร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ก่อนมาพบคุณชายน้อยของเขา ทว่าตอนนี้...เปื้อนไปด้วยเหงื่อ ถึงอย่างนั้นซาสเกียก็ยังโอบกอดคุณชายน้อยของเขาไว้แน่น
 
“ผมรู้สึกละอายใจแทนคุณเหลือเกิน ที่สรรหาวิธีมาแกล้งผมได้สารพัด” ซาสเกียกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเหลือบมองไปทางคฤหาสน์ที่อยู่ด้านหลังคุณชายน้อย
 
วิคเตอร์สังเกตเห็นสายตาซาสเกียที่มองไปเบื้องหลังก็เข้าใจ ทางด้านนั้นมีใครที่มาเป็นแขกพักอยู่
 
“ผมได้รับรายงานมาว่า เมื่อเช้ามืดคุณชายไปที่ห้องพักแขก” ซาสเกียกล่าวเสียงเรียบเรื่อย
 
“เพราะมีข้ารับใช้มาตามให้ไปดูหรอก แขกของฉันฝันร้ายน่ะ”
 
“คุณใช้เวลาอยู่ที่นั่นสักพัก...”
 
“ท่านดยุคขอให้ฉันอยู่ เขากล่าวว่า ไม่ทำอะไรหรอก
 
“แล้วคุณก็เชื่อหรือครับ”
 
“ฉันไม่ใช่เด็กที่จะเชื่อคำพูดเช่นนั้น ซาสเกีย” วิคเตอร์หัวเราะหึ “ดังนั้นจึงต้องทำให้เขาพักผ่อนโดยเร็วที่สุด”
 
ซาสเกียหัวเราะเบาๆ แล้วจึงเอียงหน้าก่อนจะกระซิบบางอย่างข้างหูคุณชายน้อยของเขา
 
“เข้าใจแล้ว” วิคเตอร์ตอบรับ
 
ซาสเกียจึงเปลี่ยนเรื่อง พ่อผมเคยสอนคุณชายไหม แต่ผมมั่นใจว่าพ่อคงไม่เคยพูดคำนี้กับคุณชายน้อย
 
หืม? ว่ามาสิ
 
ซาสเกียคลายอ้อมแขนออก แล้วขยับกายออกเล็กน้อย เขาประสานสายตากับคุณชายน้อยของเขา ใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ซาสเกียขยับริมฝีปาก
รักคือความปรารถนาไม่รู้หมด เพื่อให้ได้เป็นที่ปรารถนามิรู้สิ้น
 
ซาสเกียสบตาวิคเตอร์ เขามิได้เห็นแววตาสงสัย หากคุณชายน้อยที่จ้องมองเขาอยู่นั้นเป็นฝ่ายพูดขึ้น
มันอยู่ในหนังสือของ Robert Frost* บิดาฉันเคยพูดให้ฟังอยู่
 
สิ้นคำพูดนั้นซาสเกียกลับเป็นฝ่ายที่ปล่อยมือจากวิคเตอร์แล้วหันหน้าหนี
ผมน่าจะทราบดีว่าพ่อไม่อ่านหนังสือพวกนั้นหรอก นอกเสียจากว่าเขาฟังมาจากคุณชายเทเนอร์
 
วิคเตอร์ยกสองมือขึ้นประคองใบหน้าซาสเกียให้หันหลับมาเผชิญหน้ากับเขา
ไม่เอาน่าซาสเกีย ครูเซชส์จะเคยได้ยินจากบิดาฉันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดนี่นา อย่างอนสิ
 
ครับ ไม่แปลกหรอก ก็พ่อเป็นเงาของคุณชายเทเนอร์นี่ ผมแค่กำลังคิดว่า พ่อบอกเล่าให้ผมฟังด้วยความรู้สึกแบบไหน จนตอนนี้เขาก็ยังไม่เลิกโทษตัวเองที่คุณชายเสียไป
 
วิคเตอร์มิได้แสดงอาการแปลกใจสักนิด เขากล่าวว่า
ซาสเกีย ฉันบอกครูไม่รู้ตั้งกี่รอบแล้ว บิดาฉันสั่งให้เขาไปทำงานอื่นในวันนั้นอย่างจงใจ ขนาดเธอบิดาฉันยังไม่ยอมให้ตามไป เขาแค่อยากคุยกับเมเมนโต้ตามลำพัง
 
ไม่ใช่ครับ คุณชายน้อยไม่ทราบอะไร พ่อโทษตัวเองว่า เขาน่าจะดึงดันฝืนคำสั่งแล้วติดตามคุณชายไป อย่างน้อยที่สุด เขายังได้ปกป้องคุณชายน้อย ตอนที่คุณท่านไปรับคุณมา คุณไม่ได้สติไปเป็นวันนะครับ
 
วิคเตอร์ปิดเปลือกตาลงก่อนจะกล่าว
ฉันแค่ถูกทำให้หลับไป...ซาสเกีย ไม่ได้เป็นอะไร ถึงเมเมนโต้จะลบความทรงจำในตอนนั้นของฉันไป
 
ซาสเกียใช้สองมือแตะบ่าคุณชายน้อยแล้วบีบเบาๆ
ผมทราบครับ แต่ไม่มีสิ่งใดจะเปลี่ยนพ่อได้ เขายังทรมานในที่ของเขา ในจุดที่เขาเริ่มขึ้น ปล่อยเขาไปเถอะครับคุณชายน้อย
 
“...งั้นหรือ วิคเตอร์เอ่ยอย่างอ่อนใจ หรี่ตาขึ้นมองผู้เป็นเงาของเขา
 
คุณชายน้อยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดในเรื่องนี้ ซาสเกียยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของคุณชายน้อยของเขา
“พ่อไม่เคยอภัยให้ตัวเองที่ปกป้องคนที่เขารักไม่ได้ ปกป้องคุณไม่ได้ เขาทำอะไรไม่ได้สักอย่างที่จะปกป้องคนที่เขารัก พ่อคิดแบบนี้มาตลอด เขาไม่เหมือนคุณชายนะครับที่จะวาง และให้อภัยได้”
 
วิคเตอร์สบตาซาสเกีย
“ถ้าเรื่องเมเมนโต้ เรื่องมารดาฉัน ฉันไม่ติดใจเพราะมันเป็นข้อตกลง เป็นข้อแลกเปลี่ยน...ซาสเกีย ส่วนเรื่องบิดาฉันก็เป็นอุบัติเหตุ เขาไม่ได้ตั้งใจ
 
ซาสเกียฉันไม่คิดจะเอาเรื่องอะไรเพราะเท่านี้เขาก็ทรมานพอแล้ว เธอก็รู้เห็นว่าการที่ได้สิ่งที่ตนต้องการมาอยู่ในมือนั้น ถึงจะสมหวังแต่สิ่งที่หวังอาจจะไม่ใช่ความเป็นจริง”

ซาสเกียผงกศีรษะรับ เขาเป็นข้ารับใช้คนสนิทเหตุใดจะไม่ทราบเล่า
 
วิคเตอร์ยังคงกล่าวต่อ
“เขาคงคาดไม่ถึงว่า แม้มารดาจะลืมบิดา ลืมฉันไป แต่มารดาไม่เคยรักเขา ท่านตกลงที่จะแต่งงานกับเขาแต่ไม่เคยร่วมเรียงเคียงหมอน
 
ยิ่งพอมารดาจำฉันได้ มารดาบอกว่าเรื่องบิดา ท่านเข้าใจว่าไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เรื่องที่พรากมารดามาจากฉันกับบิดา ท่านไม่พูดถึง ท่านอาจจะให้อภัยแต่มันคงต้องใช้เวลา
 
จนตอนนี้มารดายิ่งมึนตึงกับเขายิ่งกว่าเดิม เขาต้องรับผลของการกระทำของตัวเองไปซาสเกีย”
 
“พ่อผมก็เช่นกันครับ ไว้เขาคิดได้เมื่อไรก็ดีเอง” ซาสเกียสบตาคุณชายน้อยของเขาก่อนจะเสมองไปทางอื่น ยามที่กล่าวถึงบิดาตนเอง มันทำให้เขามีอารมณ์หลากหลาย
“พ่อมีผมเพราะอยากมีคนที่เขารักและได้ความรักตอบ แต่มันเป็นคำพูดของแม่เพราะแม่ก็คงคล้ายพ่อ พวกเขารักผมแต่ไม่ได้รักกัน ผมเชื่อแม่ดีกว่าจะคิดว่า พ่อมีผมเพราะอยากได้คนที่มาคอยอยู่ข้างคุณชายน้อย”
 
“ซาสเกีย เธอเกิดก่อนฉันนะ” วิคเตอร์มองตามเงาของเขาพร้อมทั้งเอ่ยแย้ง
 
“ผมเกิดมาเพื่ออยู่ข้างคุณ อย่างน้อยผมก็ภูมิใจ...เช่นนี้” ซาสเกียหันกลับมาเผชิญหน้ากับวิคเตอร์
 
“เธอก็รู้ว่าครูรักฉันเพราะอะไร” ใช่...วิคเตอร์ก็ทราบว่าเหตุใดครูจึงรักเขามากกว่าบุตรชายของตน
 
“ครับ...เขารักคุณ เพราะคุณเป็นบุตรชายของคนที่เขารัก...” ซาสเกียเพ่งมองคุณชายน้อยของเขา ก่อนจะเข้าไปโอบกอดเอาไว้อีกครั้ง
 
“ผมไม่ได้อิจฉาคุณชายน้อยหรอก คุณไม่ได้ผิดอะไร ผมแค่หมั่นไส้พ่อ”
 
วิคเตอร์กอดซาสเกียเช่นกัน เขายกมือขึ้นลูบหลังซาสเกีย
ดีแล้วล่ะซาสเกียอย่ารักฉันเลย ฉันเสียคนที่รักฉันไปหลายคนแล้ว
 
เรื่องนี้ผมไม่คิดจะละอายใจนะ ผมจะอยู่กับคุณชายน้อยไปตลอด
 
“ไม่หรอก ท่านอาจารย์สอนเอาไว้...ถึงเราจะไม่แยกจากกันเพราะเรื่องของความรัก เราก็ต้องตายจากกันอยู่ดี”
 
“ที่คุณไม่อยากเสียใครไปอีกเพราะคุณแรมเซย์หรือ” ซาสเกียคลายอ้อมแขนออกเพื่อจะได้สังเกตสีหน้าของคุณชายน้อยได้ชัดเจนขึ้น
 
“อาจจะใช่ซาสเกีย มันเกิดขึ้นกะทันหันจนตั้งตัวไม่ติด เขาจากไปโดยที่อายุยังน้อย”
 
ซาสเกียจึงถามออกไป “คุณชายน้อยเคยคิดจะใช้ชีวิตกับเขาบ้างไหม”
 
วิคเตอร์ผงกศีรษะช้าๆ “เคยสิ...ฉันแค่อยากเห็นเขามีชีวิตที่ดี เคยคิด...ว่าหากฉันปลดภาระของลาเมียซีออกแล้ว ถ้าเขาไม่มีใครฉันจะกลับไปหาเขา”
 
ซาสเกียแย้งขึ้น “คุณคิดว่าถึงเขาจะไม่อยู่กับคุณ เขาจะมีคนอื่นได้หรือ”
 
วิคเตอร์ยกมุมปากขึ้นยิ้มจางๆ “ถ้าตอบอย่างหลงตัวเอง ไม่หรอก...เขาไม่มีทางรักคนอื่น หากเขายังอยู่แล้วรอฉันในบ้านสีงาช้างหลังนั้น หากฉันไม่ตายเสียก่อนจะกลับไปใช้เวลาที่เหลือกับเขา”
 
“คุณชายน้อยมอบบ้านหลังนั้นคืนให้เจอร์วิสคนพี่ไปแล้ว” ซาสเกียสบตาคุณชายน้อยพยายามมองหาอะไรบางอย่างในนั้น หากเขาก็ไม่พบอะไร แววตาคุณชายน้อยยังคงสงบราวกระแสน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น แม้คำตอบที่ตามมานั้น...ฟังแล้วช่างน่าปวดร้าว
 
“เพราะที่นั่นไม่มีแรมเซย์แล้วซาสเกีย จะมีประโยชน์อะไร
มันไม่ใช่บ้านของแรมเซย์กับฉันอีก…”
 
วิคเตอร์จึงตัดบท “ฉันต้องไปพบท่านย่าแล้ว ท่านจะรอนาน”
 
ซาสเกียผงกศีรษะรับทราบแล้วจึงปล่อยมือจากคุณชายน้อย
 
เรื่องของครูเซชส์น่ะนะ คำแนะนำจากฉัน...มีลูกเสียซาสเกียจะได้เข้าใจ
 
“คุณชายน้อยก็ยังไม่มีลูกเสียหน่อย” ซาสเกียกล่าวทีเล่นทีจริง
 
“ฉันดูแลลูกหลานคนอื่นจนพอจะทำความเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ได้” วิคเตอร์ก็ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
 
ผมจะไปมีกับใครได้?ซาสเกียแค่นหัวเราะถามกลับ
 
นายมีคนที่บ้าน... วิคเตอร์ตอบกลับทันที
 
ผมแค่ให้เฟลอร์ไปดูแลบ้านผมให้ นอกจากนี้...คุณก็ทราบว่าแค่เฟลอร์รอดชีวิตมาได้นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว ผมคงไม่...”
 
ตอนนี้ไม่ แต่อนาคตก็ไม่แน่นะซาสเกีย เธอมองนายยิ่งกว่าผู้มีพระคุณ วิคเตอร์กล่าวทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะละจากซาสเกียไป
 
บลูเมนผู้รับหน้าที่ติดตามคุณชายน้อยแทนซาสเกียตั้งแต่เมื่อคืนได้แต่กอดอกพิงต้นไม้มองอยู่ห่างๆ คุณชายน้อยคงทราบไม่น่าจะเดาไม่ได้ ซาสเกียชอบงอนหาเรื่องให้คุณชายน้อยปลอบแบบนี้มาไม่รู้กี่รอบแล้ว
 
บลูเมนหันมองไปยังคฤหาสน์ เขาก็ทราบว่าท่านดยุคมองอยู่ตั้งแต่แรก แล้วใช่ว่าคุณชายน้อยจะสนใจจะหาคำแก้ตัวต่อท่านดยุคเสียที่ไหน ถ้าเป็นลูกมนุษย์ชาวสีขาวผู้นั้นก็ว่าไปอย่าง บลูเมนขยับกายเพื่อเปลี่ยนที่เมื่อคุณชายน้อยออกจากจุดเดิม
 
---------------------
 
เมื่อวิคเตอร์เข้าไปยังคฤหาสน์ ข้ารับใช้ส่งผ้าชุบน้ำมาให้เช็ดหน้าเช็ดเนื้อตัว ตามด้วยเสื้อคลุมเนื้อหนากว่าชุดฝึกที่สวมอยู่ วิคเตอร์รับมาสวมก่อนก้าวล่วงเข้าไปในห้องที่นายแห่งลาเมียซีรออยู่แล้ว
 
ในห้องกว้างขวางนั้นตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่มีความหรูหราอยู่ในที เลดี้อิซิเนีย เรช ลาเมียซีนั่งรอหลานชายอยู่กับบลูซัลเวีย อะเพียนา ลาเมียซีในชุดเก้าอี้ที่รับกับห้อง ให้วิคเตอร์ออกจะแปลกใจสักเล็กน้อยที่บลูซัลเวียติดตามมาด้วย
 

“ท่านย่าไม่จำเป็นต้องมาด้วยตัวเองก็ได้นี่ครับ”
 
อิซิเนียลุกขึ้นก้าวมาหาหลานชายคนเดียว
“ย่าแค่มาดู ทุกครั้งหลังเสร็จภารกิจต้องเห็นหน้าเจ้าก่อน”
 
“ครับ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว...”
 
(จบตอนที่ 11) Day 11 CRUEL
#INKTOBER2018 #FICTOBER #DrachenGrundschule #DrachenKindergärten #มังกรน้อย
Talk :
 
ลากยาวมาจนครบ 1 อาทิตย์น็อครอบเลย ขออภัยจริงๆ ที่ล่าช้า ถ้าไม่มีอะไรตอนต่อไปก็จะมาพรุ่งนี้ วันปีใหม่ก็มีฟิคปีใหม่ค่ะ 3 ตอนรวดเลย แต่ลงตอนนี้เสร็จแล้วขอตัวไปเดินเที่ยวก่อนค่ะ อยากไปเดินที่หนึ่งอยู่นานมากรอคนซาอยู่ อยากไปชิมเครื่องดื่มร้านวัวแดง
 
#ใช่สิฉันมันโง่ เคยเจอแฮชแท็กนี้ในทวิตแล้วก็จะมีคนที่แบ่งปันเรื่องตัวเองหนึ่งในนั้นคือ คำที่เอามาเล่นในตอนนี้ค่ะ นอนด้วยกันเฉยๆ ไม่ทำอะไรหรอก
 
ความสัมพันธ์ของกรินกับซาสเกียมัน จะว่าง่ายก็ง่ายซับซ้อนก็ไม่ได้มากนะ มันเข้าใจได้ง่ายๆ แต่ เราเข้าใจซาสเกียนะ คือรู้อยู่แต่บางทีพูดแล้วถึงก็อดงึดไม่ได้
มันไม่ได้โกรธหรืออิจฉากริน แต่แบบ...ถ้าเราเป็นซาสเกียจะไม่รู้สึกอะไรเลยคงไม่ได้ และเป็นพ่อตัวเองที่ทำให้รู้สึกแบบนั้น
 
ชอบเวลากรินคุยกับซาสเกียเปิดเผยเหมือนคุยกับแรมเซย์แต่ยังมีความทะนงในฐานะคุณชายหน่อยๆ พอกรินยอมพูดเรื่องแรมเซย์ปุ๊ป #ชัดไหมคะกรี๊ดได้เลยค่ะ อ่านฟิคปีใหม่ต่อนะคะจะได้อิน รอบนี้เขียนถึงแรมเซย์อีกแล้ว
 

* Robert Frost : Love is an irresistible desire to be irresistibly desire.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น