มังกรน้อย อยู่ชั้นประถมแล้วนะ!

ตอนที่ 1 : 1. พิษรักซึมลึก...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 309
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    14 มี.ค. 62

พิษรักซึมลึก...
 
วันนี้เป็นอีกวันที่มังกรแห่งความมืด แรมซีย์อยากให้ระฆังเลิกเรียนดังขึ้นให้เร็วที่สุด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้ใจเย็นลง พลางคิดในใจว่าถึงจะเลิกเรียนแต่เขาก็ต้องรอสหายอยู่ดี และคงไม่มีใครที่ร้อนใจเท่าเขา ถึงจะรู้กันว่าเขาแทบอยากพุ่งไปใจจะขาดโดยไม่รั้งรอ แต่ทำเช่นนั้นก็ดูจะเสียกิริยาเกินไป นัดสหายแล้วว่าจะไปด้วยกันจะไปเพียงลำพังก็มิได้
 
เมื่อระฆังเลิกเรียนดังขึ้นเป็นจังหวะ แรมซีย์ยิ่งต้องข่มใจอดทนให้มาก เขากำหนดสติเก็บข้าวของลงกระเป๋า หันไปทางกระจกหน้าต่างด้านข้างโต๊ะเรียนที่เขานั่งอยู่ แรมซีย์มองเงาสะท้อนของตัวเองจางๆ ในกระจกใสนั้น จัดโบว์ไทด์ที่คอเสื้อให้เข้าที่ ดึงชายกางเกงขาสั้นสีกรมท่าให้เรียบตึง กระชับสูทตัวนอกสีเดียวกับกางเกงให้เรียบร้อย จัดเข็มกลัดดอกไม้บนอกเสื้อก่อนหันไปหาสหายที่นัดไว้ เมื่อสหายร่วมรุ่นอนุบาลผู้จะร่วมทางไปเยี่ยมอดีตคุณครูอนุบาลกับเขาทั้งสองพร้อมแล้ว แรมซีย์จึงเป็นฝ่ายเดินนำไปยังรถม้าที่ท่านแม่ของเขารออยู่แล้วบริเวณหน้าโรงเรียน
 
เลดี้อะเซเลียอ้าแขนกอดบุตรชายจูบแก้มซ้าย-ขวาทักทาย ก่อนหันไปกอดสหายของบุตรชายอีก 2 ที่ก้าวตามกันมาไม่ห่าง เมื่อต้อนเด็กๆ ขึ้นรถม้าเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอนุบาลที่ลูกมังกรเคยเรียน
 
เสียงของอะเซเลียดังขึ้นพูดคุยกับเด็กๆ เป็นระยะ หากแรมซีย์ถูกปล่อยเอาไว้ให้จมอยู่กับอารมณ์ของตัวเอง นางทราบดีว่าตอนนี้จิตใจของบุตรชายไปอยู่ที่ใดแล้วจึงไม่คิดจะถามไถ่สิ่งใด
 
1 ปีแล้วที่แรมซีย์  บาคเฮาเซ่น ต้องฝึกความอดทนเช่นนี้ ถึงจะทรมานเช่นไรก็ตาม เพราะเขายังต้องอดทนต่อไปอีกนับ 10 ปี เพียงแต่ในระยะเริ่มต้นนั้นคงจะต้องใช้ความอดทนมาก แรมซีย์คิดว่าสักวันเขาคงจะชิน แต่อีกใจก็คิดว่าคงไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะชาชินกับเรื่องนี้ ความทรมานอันนี้ช่างคล้ายกับฤทธิ์ของยาพิษที่นับวันยิ่งกัดกร่อนร่างกายเหลือเกิน
 
-------------------
 
กรินญา และรูบี้ผู้เป็นน้องชายอยู่ในระหว่างดูแลการส่งลูกมังกรให้ถึงมือผู้ปกครองจนคนสุดท้าย แม้เด็กในห้องของเขาจะกลับกันไปหมดแล้วก็ตามยกเว้น...
 
“ญาญ่า!” น้ำเสียงตื่นเต้นแกมยินดีนั้นนำมาก่อนที่แรมซีย์จะสาวเท้าเร็วๆ เข้ามาหา เขาไม่กล้าวิ่งเพราะเกรงเอิร์ดมานน์ที่ตามหลังมามักจะเน้นเสียงทีละคำหากเขาทำเช่นนั้นว่า มันจะแลดูไม่งาม
 
กรินญาหันไปตามต้นเสียง เห็นมังกรแห่งความมืดที่พยายามก้าวให้เร็วที่สุดเท่าที่เด็กชั้นประถมจะทำได้ ผู้ที่ตามมาติดๆ เป็นสาวน้อยมังกรอัคคี และผู้ที่รั้งท้ายคือ มังกรปฐพีที่ก้าวย่างอย่างงดงามรักษากิริยาอย่างไม่ขาดตกแม้แต่น้อย
 
“แรมซีย์ เคียฮี เอิร์ดมานน์” กรินญาเอ่ยนามอดีตลูกศิษย์ทั้งสาม
 
มังกรแห่งความมืดใช้ดวงตาสีทองเป็นประกายจ้องมองไปยังผู้ที่เขาอยากพบหน้าเป็นที่สุด แม้ตอนนี้จะหอบน้อยๆ ก็ตาม
 
“แล้วเลดี้บาคเฮาเซ่นเล่า?” กรินญาอมยิ้มน้อยๆ ถามจากแรมซีย์
 
“ท่านแม่คอยอยู่ที่รถม้าครับ” แรมซีย์ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ มารดาเขาทราบดีจึงปล่อยพวกเขามาเพียงลำพัง
 
“ตอนนี้อยู่เกรด 2 กันแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ” รูบี้ยอบกายลงมาหาลูกมังกรที่ตอนนี้เติบโตขึ้นจากเดิมไม่น้อย อ้าแขนออกรับสาวน้อยมังกรอัคคีที่เข้ามาสวมกอด
 
“เพิ่งจะเปิดเทอมได้อาทิตย์เดียวเองค่ะครูรูบี้ ปีนี้โชคดีที่เราได้อยู่ห้องเดียวกันหมดเลย” เคียฮีตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนก้าวออกจากอ้อมแขนครูรูบี้หันไปหาอดีตครูอีกคน
 
“จะว่าดีก็ดีที่อยู่กับผู้ที่คุ้นเคย” เอิร์ดมานน์เสริม
 
หากตอนนี้ดวงตาสีทองของแรมซีย์จับจ้องไปยัง สิ่ง ที่อยู่ในอ้อมแขนของครูญาญ่า เอิร์ดมานน์เองก็สังเกตเห็นมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้วแต่ยังมิทันเอ่ยถาม แรมซีย์ก็ชิงถามก่อนตามคาด
 
“ญาญ่านั่นคือ อะไรครับ”
 
กรินญาก้มลงมองเด็กน้อยผมสีเงิน ดวงตาสีชมพูอ่อนในอ้อมแขน ก่อนจะตอบแรมซีย์
“เด็กคนนี้คือ เอรอส โรส ลาเมียซี”
 
เอิร์ดมานน์ผงกศีรษะเล็กน้อย เข้าใจในทันทีว่าเด็กคนนี้เป็นญาติฝั่งย่าของครูกรินเองนั่นแหละ ฝ่ายแรมซีย์เองเมื่อได้ยินชื่อก็นึกคำที่จะถามต่ออยู่นานจนกรินญาเป็นฝ่ายอธิบายขึ้นแทน
 
“เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอมาก พ่อแม่เขาจึงฝากให้มาดูแลเป็นกรณีพิเศษ เพราะอายุถึงเกณฑ์แล้ว”
 
แรมซีย์ฟังไปก็เผลอกำมือเข้าหากัน
 
“เขาขาดธาตุไฟ ตัวเลยเย็นเป็นพิเศษ” กรินญากล่าวต่อใช้มือข้างที่ว่างลูบศีรษะแรมซีย์ให้ผ่อนคลาย
 
“แล้วญาญ่าต้องอุ้มไว้แบบนี้ตลอดหรืออย่างไร” แรมซีย์ซักต่อพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ
 
“ไม่หรอก ใช้วิธีหน่วงพลังสร้างอาณาเขตเฉพาะไว้ แต่เขาชอบให้อุ้มแบบนี้”
 
“งั้นขอเคียฮีอุ้มได้ไหมคะ?” เคียฮีอ้าแขนออกรับมังกรที่ตัวเล็กกว่าปกติจากครูกริน เคียฮีแนะนำตัวแต่เด็กน้อยอ้าปากขึ้นก็หุบลงด้วยความลังเล
 
“เขาพูดได้เป็นคำๆ น่ะ ยังพูดยาวๆ ไม่ได้” กรินญาอธิบาย
 
เคียฮีพยายามให้เด็กน้อยเรียกชื่อ ก็แก้กันอยู่หลายครั้ง ผ่านไปไม่นานเด็กน้อยเอรอสเริ่มขมวดคิ้วทำท่าไม่สบายตัว
 
“...คงจะร้อนเกินไป” กรินญาจึงรับเอรอสจากเคียฮีกลับมาอุ้มเช่นเดิม เคียฮีเป็นมังกรอัคคีเดิมก็ร่างกายร้อนกว่าปกติอยู่แล้ว
 
เคียฮีมองเด็กน้อยที่กลับไปทำสีหน้าปกติแล้วก็ว่า “หน่วงพลังนานๆ นี่ไม่ใช่ทำง่ายๆ เลยนะคะ”
 
กรินญายิ้มให้สาวน้อยมังกรอัคคี
 
“แล้วท่านดยุคไม่ได้มาหรือครับ” แรมซีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับตั้งคำถามขึ้น
 
“มาแล้ว...และงอนกลับไปแล้ว” รูบี้เป็นฝ่ายตอบแทน
 
“เพราะเด็กคนนี้หรือ งั้นผมขอลองบ้างได้ไหม ผมก็ฝึกควบคุมพลังมาแล้วเหมือนกัน” แรมซีย์นึกอยากลองบ้าง แต่อุ้มได้ไม่นานแรมซีย์ก็รู้สึกเมื่อยแขน
 
“ญาญ่าไม่เมื่อยบ้างหรือ ไหนจะต้องคอยหน่วงพลัง” สุดท้ายแรมซีย์ก็ต้องส่งเอรอสคืนครูญาญ่าไป
 
“ระดับท่านดยุคไม่ลำบากเรื่องควบคุมพลังเหมือนพวกเธอ แต่เขาบ่นว่าฉันทนอุ้มเด็กคนนี้นานๆ ได้อย่างไร”
 
“นั่นสิคะ ครูกรินไม่เมื่อยหรือคะ” เคียฮีถามขึ้นบ้าง
 
“ฉันก็ถามท่านย่าตอนรับเด็กคนนี้มา ท่านบอกว่าคนเป็นพ่อแม่อุ้มลูกทุกวันจะเคยชินไปเอง ก็หัดเอาไว้ละกัน” 
 
รูบี้เป็นฝ่ายหัวเราะแทนเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ก็พี่มีบุตรเสียที่ไหนกันเล่า
 
“อาทิตย์เดียวญาญ่าก็ชินแล้วหรือ?” แรมซีย์อดสงสัยไม่ได้
 
“คงเพราะเมื่อก่อนก็อุ้มอยู่เป็นประจำ” กรินญาเหลือบมองไปทางน้องชายที่ยืนอยู่ไม่ห่าง
 
รูบี้สบสายตาพี่ชายพลางบ่นกระปอดกระแปด “ผมไม่ได้ตัวหนักขนาดนั้นเสียหน่อย”
 
“เด็กคนนี้ตัวเล็กกว่าปกติ ก็หนักกว่าเธอไม่มากนักหรอก”
 
“ญาญ่าต้องรับฝากอีกนานไหม แล้วนี่อย่าบอกนะว่าเขานอนกับญาญ่าด้วย” แรมซีย์เริ่มคิดไปไกลซึ่งก็ไม่ต่างจากที่ท่านดยุคตั้งคำถามก่อนหน้านี้
 
กรินญาได้แต่มองเด็กน้อยมังกรแห่งความมืดว่า สมเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ความคิดอ่านไม่ต่างกันจริง
“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เอาล่ะกลับกันได้แล้วเดี๋ยวเลดี้บาคเฮาเซ่นจะคอยนาน”
 
เคียฮีกับเอิร์ดมานน์จึงกล่าวลาทั้งครูกริน ครูรูบี้ และเอรอส
 
หากแรมซีย์กลับจับมือข้างที่ว่างของครูกรินญาไว้ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาครู พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
 
“1 ปีที่ผ่านมาผมพยายามทำตามคำสอนของท่านลุงเอเรบุสมาตลอด ผมจะอดทนนะ จะทำตามที่ท่านลุงสอนว่า จะทำการใหญ่ ต้องรู้จักอดทน
 
รูบี้ทำหน้าไม่เข้าใจความหมายของแรมซีย์จนเอิร์ดมานน์ต้องแปลความหมายให้ด้วยความระอา
แรมซีย์หมายถึง เขาจะอดทนจนกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วมาขอครูกรินแต่งงานน่ะครับ
 
-----------------
 
กรินญาจัดการชำระร่างกายเปลี่ยนเป็นชุดนอนให้เอรอส จากนั้นจึงสวมสร้อยหินอุ่นโดยจัดให้แนบตัวของเอรอส บิดาของเอรอสตามหาของหายากชิ้นนี้มาให้กับบุตรชายคนเดียว ทั้งใช้เส้นสายของลาเมียซีช่วยจึงได้มาครอบครองเพื่อให้ช่วยมังกรแห่งแสงที่พร่องธาตุไฟผู้นี้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ กรินญาเพียงแค่ช่วยดูแลคอยควบคุมความร้อนรอบตัวให้เด็กคนนี้ให้พอดีอยู่เสมอโดยไม่ให้กระทบกับคนอื่น การมีหินอุ่นช่วยได้พอควรยามที่เขาไม่อาจอยู่ดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา อย่างน้อยก็จนกว่าเด็กคนนี้จะควบคุมพลังตัวเองได้
 
นอกจากนี้ตามคำบอกเล่าของท่านย่า เอรอสติดจะให้มีคนกอดเอาไว้เสมอ มารดาของเอรอสที่ร่างกายไม่แข็งแรงมักจะกอดเด็กคนนี้ไว้เท่าที่มีโอกาส แต่เคออสบิดาของเอรอสกลับไม่กล้ากอดบุตรชายตนเอง เพราะบุตรชายช่างดูเปราะบางราวแก้วที่แตกง่าย กรินญารู้จักเคออสมานาน เขาเป็นมือดีของลาเมียซีหากมักรู้สึกว่ามือของตนไม่เหมาะจะแตะต้องบุตรชาย
 
“เคออสเป็นเพียงไม่กี่คนที่สนับสนุนฉันแม้จะตาบอด” กรินญากล่าวถึงตนเองในวัยเยาว์ที่ตาบอดแต่กำเนิด เขาใช้ดวงตาที่ครั้งหนึ่งไม่อาจสะท้อนภาพใด จ้องมองไปยังเด็กน้อยมังกรแห่งแสงที่นอนอยู่กับน้องชาย
 
“ตอนนั้นฉันไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก คิดว่าคงคล้ายกับกรณีของบิดามารดา บุตรชายจะสืบทอดทางกรินญา บุตรสาวจะสืบทอดทางลาเมียซี
 
ตอนนั้นบิดามารดาก็อายุยังน้อย เพียงแต่ว่า...พวกเขาตั้งใจรักษาดวงตาของฉันให้หายก่อนจึงจะมีบุตรคนที่สอง ถึงจะมีใครที่ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร”
 
“พี่ถึงมิได้สนใจจะสืบตำแหน่งทางลาเมียซี” รูบี้กล่าวเสียงเบาไม่ให้รบกวนเด็กน้อยที่ใกล้จะหลับอยู่ข้างๆ
 
“นั่นเป็นส่วนของน้องสาวฉันรูบี้ แต่ก็นั่นแหละวาจาก็คล้ายดั่งยาพิษ ถึงจะไม่ใส่ใจแต่กลับยังจดจำผู้ที่เคยสร้างความไม่พอใจตอนนั้นเอาไว้” กรินญาเองก็ลดเสียงลง เข้าไปลูบศีรษะเอรอสที่นอนหลับในอ้อมแขนรูบี้ 
 
“ฝากด้วยนะ” กรินญาจูบรูบี้เพื่อดึงพลังแปลงร่างคืนให้กลับสู่ร่างเดิม รูบี้จึงคืนร่างเป็นกระต่ายนอนขดตัวให้ความอบอุ่นอยู่ข้างกายเด็กน้อย
 
“ราตรีสวัสดิ์” กรินญากล่าวก่อนจะก้าวออกจากห้องนอนของน้องชายไป
 
(จบตอนที่ 1) Day 1 POISONOUS
#INKTOBER2018 #FICTOBER
Talk :
 
สารภาพว่าตอนแรกตั้งใจจะวาดภาพประกอบแต่ทำไม่ทัน (อีกแล้ว)
 
เนื่องจากแรมซีย์เลื่อนชั้นไปแล้วจึงต้องหาคนกลางระหว่างท่านดยุคกับกรินจึงมีน้องเอรอสขึ้นมาค่ะ แต่ภาคนี้เน้นที่ลูกมังกรมากกว่ากรินกับท่านดยุคนะ กรินก็ออกมาตามที่แรมซีย์คิดถึง
ภาคที่แล้วว่าไปถึงตอนจบ ภาคนี้เป็นช่วงระหว่างนั้นที่ไม่ได้กล่าวถึงค่ะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น