Sensuality รัก? รัญจวนใจ?

ตอนที่ 9 : You rise me (up) (NL)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 มิ.ย. 61

T
B



ฉันเป็นพนักงานรอเงินเดือน เป็นสาวโสดที่ใช้ชีวิตคล้ายปลาในตู้ ว่ายวนเวียนอยู่แต่ในตู้ปลาอันจำกัด ในช่วงวันทำงานของสัปดาห์ได้แต่ตื่นเช้าแล้วก็พาสารร่างขึ้นรถสาธารณะไปทำงาน พอเลิกงานก็กลับมาพักผ่อนก่อนออกไปทำงานใหม่ในวันต่อมา คอนโดเหมือนเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน และใช้ชีวิตผูกติดกับที่ทำงานมากยิ่งกว่าบ้าน ชีวิตก็เป็นเช่นนี้

 

 

ทุกเย็นเมื่อลงจากรถไฟฟ้า แล้วเดินออกกำลังสักหน่อยก็จะถึงคอนโดที่ฉันเช่าซื้อเอาไว้ เพราะต้องเดินลึกเข้ามาทำให้ฉันได้เป็นเจ้าของในราคาที่พอเอื้อมถึง บางครั้งหากต้องการซื้อของใช้ประจำวันก็จะแวะซุปเปอร์มาเก็ตที่ตามมาเปิดในแหล่งที่มีผู้คนมาอาศัย  ก่อนจะเรียกแท็กซี่เข้ามา

 

ไม่ว่าจะเดิน หรือนั่งรถฉันชอบมองสองข้างทางด้วยความเสียดายวิว แม้จะเป็นภาพเดิมๆ ที่มีฉากเดิมๆ แต่ผู้ร่วมแสดงในฉากนั้นแตกต่างกันออกไปเป็นคนที่เคยเห็นหน้าบ้าง ไม่เคยเห็นหน้าบ้าง เป็นละครในชีวิตจริงที่สนุกกว่าละครที่เป็นการแสดง

 

ด้วยความว่าฝนตกแต่เย็น พอลงจากรถไฟฟ้าฉันจึงเลือกนั่งแท็กซี่เข้ามา พอฝนเริ่มเปลี่ยนเป็นตกเบาลงก็ให้นึกเสียดายค่าแท็กซี่อยู่บ้าง แต่เอาเถอะนานๆ ทีที่ไม่ต้องเดินเข้ามา ฉันมองออกไปนอกกระจกรถ หยดน้ำที่เกาะบนกระจกสะท้อนแสงไฟข้างทางในเวลากลางคืนทำให้ภาพที่มองผ่านกระจกรถดูพร่ามัวคล้ายภาพถ่ายที่จัดแสงไฟมาอย่างดี ละครสองข้างทางก็ยังคงโลดแล่นของมัน ต่างกันที่คู่รักซึ่งเคยเห็นคู่หนึ่ง วันนี้พวกเขากำลังจะเปลี่ยนสถานะ พวกเขายืนกอดกัน ร้องไห้ด้วยกัน ฉันเห็นพวกเขามานาน ตั้งแต่ฝ่ายหญิงที่อาศัยอยู่ในซอยเดียวกับฉันยังไม่มีแฟน จนคบกัน ทะเลาะกันบ้าง งอนกันบ้าง ง้อกัน คืนดีกัน และวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้าย พรุ่งนี้อาจจะไม่เห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันอีก หรือเขาอาจจะดีกันก็ได้ เรื่องราวของทั้งคู่ลับสายตาไปเมื่อรถแล่นผ่านพวกเขาไปถึงหน้าคอนโดของฉัน

 

วันหยุดสุดสัปดาห์ปกติแล้วฉันจะไม่ค่อยออกไปไหน จะหมกตัวอยู่แต่ในห้องเมื่อต้องออกไปบ้างก็ตั้งใจทำทุกอย่างให้จบลงในคราวเดียว เช้าวันนี้จึงตัดสินใจทำงานบ้านให้เสร็จก่อนออกไปข้างนอก ฉันมองจากระเบียงลงไป ตรงจุดที่เคยเห็นคู่รัก ที่ตอนนี้เหลือเพียงฝ่ายชายที่ยืนอยู่ข้างทางด้วยใบหน้าเศร้า

 

เมื่อออกจากห้องฉันเห็นผู้ชายคนนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมแต่ไกล ตอนนี้เขาก้มหน้าจนคางจรดหน้าอก ฉันคิดว่าเขากำลังร้องไห้ ยิ่งเดินใกล้เข้าไปเห็นอกเสื้อที่มีรอยหยดน้ำก็ยืนยันความคิดของฉันได้ดี

 

ไม่รู้อะไรดลใจ จะด้วยความเห็นใจที่เห็นพวกเขามานาน ฉันหยิบกระดาษเช็ดหน้าส่งให้เขา เขาเงยหน้ามองฉันด้วยดวงตาที่คลอด้วยน้ำตา เขาพยายามจะพูดมีเสียงลอดออกมาเล็กน้อย อาจจะเป็นคำขอบคุณ แต่ออกเสียงยากจากการร้องไห้ เขารับความหวังดีรับทิชชู่ไปซับน้ำตา ก่อนมองฉันชัดๆ อีกครั้ง

 

ฉันควรปล่อยเขาไว้ตรงนั้นแต่ฉันกลับไม่ทำเช่นนั้น เขาเป็นคนแปลกหน้า ทว่าเป็นคนแปลกหน้าที่คุ้นเคย ฉันเคยเห็นเขา เขาเคยเห็นฉัน เราต่างไม่รู้จักชื่อของกันและกัน ฉันเคยเห็นเขาอยู่กับคู่รัก เขาเคยเห็นฉันอยู่เพียงลำพัง ฉันรู้สึกไม่อยากปล่อยเขาไว้ตรงนั้น

 

โดยที่ไม่พูดอะไร ฉันดึงข้อมือเขาให้เดินตามฉันไป ฉันไม่พูดอะไร เขาก็ไม่พูด

 

ฉันนึกถึงก่อนหน้าที่คนทั้งคู่จะมาเป็นคู่รัก ฉันเคยต้องให้เพื่อนมาอาศัยอยู่ด้วยเพราะเธอเพิ่งเลิกกับแฟนมา และฉันไม่อยากปล่อยให้เธออยู่คนเดียวให้ฟุ้งซ่าน แน่นอนว่าช่วงนั้นฉันต้องอดทนฟังเธอหลายอย่าง แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี

 

เมื่อเดินมาได้สักพักฉันก็ปล่อยมือจากเขา เขาเดินตามฉันเงียบๆ ไปยังห้างที่ใกล้ที่สุด ตอนแรกเขาแทบจะไม่พูดอะไรกับฉัน ฉันจึงได้ทำธุรกรรมที่ตั้งใจแต่แรก ทั้งการชำระสาธารณูปโภคทั้งหลาย จัดการโน่นนี่นั่น พอเที่ยงก็เดินหาร้านอาหาร ฉันถามเขาว่าทานอาหารญี่ปุ่นได้ไหม เขาก็พยักหน้า เราจึงเดินเข้าร้านอาหารด้วยกัน นานแล้วที่ไม่มีเพื่อนมาทานข้าวด้วยในวันหยุด แต่ก็เหมือนคนร่วมโต๊ะเพราะต่างคนต่างสั่งของตัวเอง ต่างทานของตัวเองโดยไม่พูดคุยกัน พอทานเสร็จฉันมองตาเขา เขาแค่พยักหน้าให้ ฉันจึงถือบิลไปชำระเงินพอกำลังจะหยิบเงินออกมา ธนบัตรมูลค่าสูงก็วางลงในถาดรับเงิน ฉันหันไปมองหน้าเขา เขาไม่พูดอะไรอีกตามเคย เอาเถอะ...ผู้ชายเลี้ยง นานๆ ที

 

จากนั้นฉันจึงเดินเข้าร้านหนังสือ ส่วนหนึ่งที่สามารถผลาญเวลาในวันหยุดคือ หนังสือที่ฉันสนใจ ฉันเดินเข้าไปดูหนังสือใหม่ก่อนมีบางเล่มที่ฉันเล็งเอาไว้ก่อนแล้ว ตอนนี้เขาไม่ได้เดินตามฉันแต่หยุดดูหนังสือที่วางอยู่บนชั้น ฉันเดินวนหลายรอบกว่าจะหยิบหนังสือมาสักเล่ม เมื่อหยิบตามที่พอใจแล้วจึงเดินหาผู้ชายที่มาด้วยกัน เขาเงยหน้าขึ้นมองฉันที่เดินเข้าไปใกล้ เป็นครั้งแรกที่เขาพูด

 

“จะกลับแล้วหรือ?

 

ฉันตอบรับเขาสั้นๆ ว่า “ค่ะ”

 

ฉับมองหนังสือในมือเขาสลับกับมองสีหน้าที่ดูจริงจังแล้ว เดาเอาว่า ตอนนี้เขาอยากหาที่อ่านหนังสือ

 

เขารวบหนังสือที่ฉันถืออยู่ไปชำระเงินให้ บอกให้พนักงานจัดการแยกถุงให้เสร็จสรรพ แต่เขาไม่ได้ส่งถุงหนังสือของฉันมาให้ถือ เมื่อเดินออกจากร้านฉันถามเขา

 

“คุณยังไม่อยากกลับใช่ไหม หาที่นั่งอ่านหนังสือกันไหม?

 

เป็นครั้งแรกที่เขายิ้มบางๆ ให้ฉันเห็น อันที่จริงจะไปนั่งอ่านในร้านกาแฟก็ได้แต่ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือในที่สาธารณะ เมื่อคิดแล้วจึงได้เสนอออกไป

 

“คือ...ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือข้างนอก...” ฉันกลั้นลมหายใจ นี่ยิ่งกว่าลากผู้ชายคนหนึ่งให้เดินตามมาเสียอีก “ไปอ่านที่ห้องฉันก็แล้วกัน”

 

เอาเถอะ...ฉันคิดในใจ ในห้องไม่มีอะไรให้รกหูรกตา (เพราะเมื่อเช้าเพิ่งเก็บกวาด) ระเบียงก็ไม่ได้ตากอะไรไว้

 

เราเดินย้อนกลับมาทางเดิม และผ่านจุดที่เขายืนอยู่เมื่อเช้า ฉันเห็นเขาหยุดมองแวบหนึ่ง จึงเดินนำเขาไป

 

เมื่อถึงห้อง ฉันเชื้อเชิญตามประสาเจ้าบ้านที่ดีให้เขาเลือกที่นั่งตามสบาย เขาวางถุงหนังสือลงบนโต๊ะเตี้ยของชุดโซฟา แล้วนั่งลงที่เบาะเดี่ยว ฉันจึงปลีกตัวไปหยิบขวดน้ำกับแก้วน้ำมา 2 ชุด เขาไม่รอช้าเปิดถุงหยิบหนังสือออกอ่าน เห็นดังนั้นฉันจึงก้าวเข้าห้องนอนไปวางกระเป๋าและข้าวของอื่นๆ ก่อนเปลี่ยนชุดที่ลำลองกว่าออกมา ฉันก็นึกอยากอ่านหนังสือที่ได้มาหมาดๆ เช่นกัน จึงมานั่งลงที่โซฟาตัวยาวแล้วหยิบหนังสือขึ้นอ่าน

 

บางทีเหมือนเราคงประหลาด ตัดขาดการติดต่อ จมอยู่กับโลกของใครของมัน เหตุหนึ่งที่ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือในที่สาธารณะเพราะอายที่จะแสดงสีหน้ายามอ่านหนังสือ พออยู่ในที่ของตัวเองฉันก็ลืมไปเช่นกัน ลืมไปว่าตรงนี้มีคนอื่นอยู่ด้วย

 

ฉันอ่านหนังสือเพลินจนลืมเวลาหากกระเพาะไม่เตือนขึ้นเสียก่อน ฉันเงยหน้ามองดูเวลา ก่อนนึกได้ว่าตอนนี้มีแขกอยู่ด้วยอีกคน เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือสบตาฉัน

 

เขากล่าวขึ้นเรียบๆ “จะไปทานอาหารด้วยกันอีกสักมื้อไหม ผมเลี้ยงเองเป็นการตอบแทน” เขาไม่ได้ขยายความว่าตอบแทนเรื่องอะไร แต่เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้

 

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ถ้าคุณยังไม่อยากกลับ...” ฉันคิดว่าแล้วจะทำอะไรดี สั่งอาหารมาทานในห้อง?

 

เขายิ้มออกมาจางๆ “เช่นนั้นผมลากลับก่อนดีกว่า จะเป็นการรบกวนคุณเปล่าๆ” เขาวางหนังสือลง เลื่อนถุงหนังสือของเขามาตรงหน้าฉัน “ผมเดาว่าคุณน่าจะชอบเลยเลือกมาให้คุณ”

 

ฉันไม่รู้ว่าตอนนั้นฉันทำตาโตขนาดไหน แต่ก็ยิ้มพร้อมกับกล่าวขอบคุณเขา เขาลุกขึ้นยืนก้าวไปที่ประตู ฉันเดินตามไปเปิดประตูให้ เขาหันมาหาฉัน

 

“ขอบคุณที่ช่วยอยู่เป็นเพื่อนทั้งวัน ช่วยได้เยอะเลยครับ”

 

แล้วเขาก็ยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกจากห้องไป ฉันตอบเขาไปเช่นกันว่า “ไม่เป็นไร”

 

หลังปิดประตูลง ฉันกลับมาที่โซฟาตัวเดิมก่อนเปิดถุงหนังสือที่เขาซื้อให้ฉันก่อนจะยิ้มกว้างออกมา

 

-------------------

 

หลายวันต่อมาเสียงกดออดที่ไม่ค่อยดังบ่อยนักจนทำให้นึกฉงนในคราวแรกว่านี่คือ ออดหน้าห้องของฉันไม่ผิดแน่ พอเดินผ่านกระจกฉันก็ลอบมองแว่บหนึ่งก่อนเปิดประตูออกไป

 

สิ่งที่ปรากฏแก่ระดับสายตาคือช่อกุหลาบแดง พอฉันก้าวออกไป ผู้ที่ถือช่อดอกไม้ก็ยกขึ้นตรงหน้า

ฉันเงยหน้าขึ้นมองทันที เป็นใบหน้าที่คุ้นเคย

ใบหน้าเขาเป็นสีระเรื่อ คล้ายคนกำลังเขินอาย

 

“ผมมาขอบคุณ…”

 

เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับช่อกุหลาบแดงจากผู้ชาย

 

-------------------

 

Talk:

 

สวัสดีค่ะ ขออภัยที่หายไปนานมากเลย อาทิตย์หน้าต้องไปต่างจังหวัดอีกเราจึงพยายามลงภายในอาทิตย์นี้ให้ได้

หลังจากนี้จะเหลืออีก 3 ตอนที่เราจะเขียนลงให้อ่านฟรีค่ะ พอครบแล้วจะเขียนส่วนที่เหลือไปพร้อมกับพยายามจัดรูปเล่มพร้อมลงอีบุ๊คด้วยค่ะ อย่างไรก็ฝากเรื่องสั้นชุดนี้ไว้ด้วยนะคะ

รักผู้อ่านทุกท่านค่ะ

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #17 Tdeuy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 16:11

    เบา ๆ แต่น่ารักมากเลยค่ะ

    #17
    0