Sensuality รัก? รัญจวนใจ?

ตอนที่ 14 : Courting me (BL)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.พ. 64

Courting me (BL)
 
ตั้งแต่พีรพัฒน์ก้าวเข้าร้านทำผมก็ได้รับการต้อนรับเป็นอันดีจากผู้จัดการร้าน
“สวัสดีครับคุณพีร์ วันนี้ก็สระเซตเหมือนเดิมนะครับ” ผู้จัดการร้านทำผมทักทายขึ้น
 
“ครับ รบกวนด้วย” พีรพัฒน์ตอบรับ
 
“เชิญทางนี้เลยครับ” ผู้จัดการร้านนำเขาไปยังเก้าอี้นั่งสระผมพร้อมกล่าว “รอสักครู่นะครับ”
 
ไม่นานพนักงานที่เขาไม่คุ้นหน้าก็เดินเข้ามาค้อมศีรษะทักทาย
“สวัสดีครับ ฉันทวัตรยินดีให้บริการครับ” จากนั้นชายหนุ่มท่าทางทะมัดทะแมงรูปร่างสมส่วนก็นำผ้าขนหนูมาคลุมไหล่ให้ “ขออนุญาตนะครับ” แล้วก็สวมผ้าใบสระผมกันเปียกให้อีกชั้น ชายหนุ่มขออนุญาตสัมผัส แล้วยังบอกก่อนทุกขั้นตอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล จะราดน้ำนะครับ ถ้าน้ำร้อนไปบอกได้นะครับ ล้วนเป็นขั้นตอนซึ่งพีรพัฒน์เคยชินทั้งสิ้น
 
เมื่อปลายนิ้วแทรกผ่านเส้นผมยาวของเขานวดลงเบา ๆ ไปตามหนังศีรษะ พีร์เผลอหลับตาลง เขาได้ยินเสียงฮัมเพลงเบา ๆ จนเขาต้องลืมตามองแล้วสบเข้ากับเจ้าของเสียง
 
“ขออภัยครับผมเผลอไป” ฉันทวัตรรีบขอโทษ เขามีท่าทางเขินอาย
 
“ไม่เป็นไร ดูคุณเพลิดเพลินดี” พีรพัฒน์ตอบไป
 
“ครับ ผมคุณสวยมาก แล้วก็นุ่มมากด้วย คงดูแลอย่างดีมาตลอดสินะครับ”
 
พีร์อดยิ้มออกมาไม่ได้ก่อนตอบ “ครับ ผมมาทำทรีตเมนต์ที่นี่บ่อย ๆ”
 
ฉันทวัตรยิ้มรับ
 
“เพิ่งเข้ามาใหม่หรือครับ” พีร์ถามออกไป สายน้ำอุ่น ๆ จากฝักบัวค่อยรดไปตามเส้นผม
 
“ใช่ครับ” ฉันทวัตรตอบรับ เขาล้างแชมพูออกจากเส้นผม ก่อนจะลงคอนดิชันเนอร์ตามไม่นานการสระผมก็เสร็จสิ้นลง ฉันทวัตรใช้ผ้าขนหนูอีกผืนซับน้ำจากเส้นผม ใช้อีกผืนห่อผมแล้วนำไปยังเก้าอี้หน้ากระจก “รอสักครู่นะครับ”
 
พีรพัฒน์มองอีกฝ่ายเดินจากไปผ่านกระจกเงาตรงหน้าซึ่งสะท้อนให้เห็นร้านทำผมซึ่งตกแต่งด้วยบรรยากาศอบอุ่น มีกลิ่นหอมสะอาดมากกว่ากลิ่นน้ำยาทำผม ระหว่างคิดอะไรเพลินนั้นเอง กระจกก็สะท้อนเงาของช่างทำผมประจำตัวที่เข้ามาทักทาย พร้อมคำถาม
 
“วันนี้ทำอะไรดีครับคุณพีร์”
 
-----
 
ฉันทวัตรเลือกซื้อของใช้ประจำวันอยู่ในซูเปอร์มาเก็ตใกล้หอพัก แล้วจึงหันไปเห็นว่าลูกค้าประจำของร้านเองก็กำลังเลือกซื้อของอยู่ไม่ไกล ฉันทวัตรจดจำอีกฝ่ายได้ดี ทั้งใบหน้าสวย ผมดำยาวประบ่าที่เขาได้สัมผัสอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งรูปร่างน่าอิจฉานั้นด้วย ขณะที่คิดว่าควรจะเข้าไปทักทายหรือจะปล่อยผ่านเผื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องการความเป็นส่วนตัว ผู้จัดการเคยกระซิบบอกเขาว่าคุณลูกค้าท่านนี้เป็นนายแบบก็สมควรอยู่หรอกรูปร่างหน้าตาดีขนาดนั้น แต่แล้วฉันทวัตรก็เห็นว่าอีกฝ่ายหันมาเห็นเขาพอดี จึงทำได้เพียงส่งยิ้มให้ อีกฝ่ายยิ้มตอบพร้อมกับก้าวมาทักทายทันที
 
“สวัสดี มาซื้อของหรือ” เจ้าของหุ่นนายแบบทักทาย
 
“ใช่ครับ คุณพีร์เองเหมือนกันหรือครับ” เขาเรียกอีกฝ่ายตามผู้จัดการร้านหลังจากอีกฝ่ายมาใช้บริการอยู่เป็นประจำหลังจากเขามาทำงานที่ร้านนี้
 
“คุณอาศัยอยู่แถวนี้สินะครับ” พีรพัฒน์ทักขึ้น
 
“ครับ” ฉันทวัตรบอกชื่อซอยออกไป
 
“ผมอยู่คอนโดตรงต้นซอย”
 
ฉันทวัตรได้ยินชื่อก็นึกภาพออกทันทีคอนโดมิเนียมราคาแพงนั่นเอง เขาอยู่ห้องเช่าที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน ค่าเช่าพอรับไหว ซึ่งอยู่ห่างจากซูเปอร์นี้ไม่มากนัก
 
ขณะกำลังคิดว่าจะขอตัวก่อนดีไหมก็เห็นอีกฝ่ายจ้องมองมา เห็นสายตานั้นแล้วด้วยความที่ทำงานบริการเขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”
 
“ได้เจอคุณตรงนี้โชคดีจัง คือ...ผมอยากทานสุกี้แต่ทานคนเดียวคงไม่อร่อยไปทานด้วยกันหน่อยเถอะนะ ไม่ต้องห่วงผมเลี้ยงเองแค่ไปทานเป็นเพื่อนก็พอ” พีรพัฒน์บอกออกไปตามตรง เรียกได้ว่าเป็นการขอร้องมากกว่า
 
ฉันทวัตรนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น เห็นดวงตาอีกฝ่ายอ้อนวอนมาทำเอาเขาใจอ่อนยวบ
“คุณพีร์หมายถึงไปทานที่ร้านที่อยู่ด้านหน้าซูเปอร์นี่หรือครับ”
 
“แบบนั้นก็สะดวกดี” พีรพัฒน์ตอบ เขาไม่มีตัวเลือกนัก
 
เห็นสายตาอีกฝ่ายแล้ว ฉันทวัตรก็ถามออกไป
“หรือคุณพีร์อยากทานสุกี้ทำเอง แต่แบบนั้นต้องมีหม้อสุกี้สินะ”
 
ทันใจนั้นดวงตาคล้ายลูกหมาหงอยก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
“มี! ในห้องผมมีอยู่ ถึงจะไม่ค่อยได้ใช้...ไม่เคยใช้งานก็เถอะ คุณทำเป็นด้วยหรือ” พีร์กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
 
“ไม่ได้ยากอะไรเลยครับแต่เวลานี้คงไม่สามารถต้มน้ำซุปได้เพราะต้องใช้เวลา ถ้าคุณพีร์ทานน้ำจิ้มสำเร็จรูปกับซุปก้อนได้...”
 
พีรพัฒน์ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกยินดีมากพอแล้ว เขาอยากทานสุกี้ในห้องตัวเองมากกว่าถ้าเป็นไปได้ ไม่ต้องวาดหวังถึงน้ำจิ้มทำเองหรือน้ำซุปต้มใหม่ แค่นี้ก็ดีกว่ามากแล้ว
 
จากนั้นพีรพัฒน์ก็ลากคุณพนักงานที่เขาคุ้นหน้าหลังจากไปใช้บริการร้านประจำหลายครั้งไปเลือกซื้อเนื้อ ผัก และวัตถุดิบอื่นโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายปฏิเสธ
 
ฉันทวัตรพบว่าห้องครัวในห้องของคุณพีร์นั้นมีอุปกรณ์ครัวครบครันกว่าที่คาด พอถามออกไปก็ได้รับคำตอบมาว่า
“เวลาแม่แวะมาก็มักจะทำอาหารมาให้ แม่กลัวว่าถ้าเอามาให้โดยไม่จัดแจงเตรียมใส่หม้อหรือใส่กล่องถนอมอาหารเข้าตู้เย็นไว้ให้ก็...” ปลายเสียงนั้นขาดหายไปก่อนเจ้าของห้องจะกล่าวต่อ
“แม่ก็กังวลไป แค่ทอดไข่ ต้มไข่ ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็พอทำได้อยู่”
 
ฉันทวัตรไม่ได้แย้งอะไรแต่มองกล่องหม้อสุกี้อย่างดีที่เจ้าของห้องนำมาวางบนโต๊ะอาหารให้ เป็นของใหม่ยังไม่ได้ใช้งานเลยตามที่เจ้าตัวว่า แม้จะเคยแกะกล่องออกมาแล้วก็ตาม เขาจัดแจงนำหม้อด้านนอกออกมาตั้งกลางโต๊ะ เจ้าของห้องรีบหารางปลั๊กไฟมาต่อให้พร้อม ฉันทวัตรจึงนำผักมาล้างเตรียมของใส่ถาดวางบนโต๊ะ ใช้เวลาไม่นานกลิ่นน้ำซุปเดือดจากซุปก้อนก็ส่งกลิ่นหอมเรียกพีรพัฒน์ให้นั่งลงแล้วทอดสายตามองฉันทวัตรจัดการใส่ผักและเนื้อลงในหม้อจนเต็ม เขานึกถึงบรรยากาศล้อมวงทานอาหารในบ้านที่ไม่ได้สัมผัสมานาน จนน้ำเสียงนุ่มนวลเชิญชวนให้เขาเริ่มทานได้แล้ว
 
“อิ่มมากแล้วก็ดีใจมากเลย!” พีรพัฒน์ว่าหลังจากทานเสร็จเรียบร้อย  
 
“งั้นคุณพีร์นั่งไปก่อนผมจะเก็บล้าง” ฉันทวัตรเป็นฝ่ายลุกขึ้นรวบรวมภาชนะใช้แล้ว
 
พีรพัฒน์รีบยื่นมือมาแตะหลังมือฉันทวัตรเป็นเชิงห้าม
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันค่อยล้างทีหลัง มาทำให้กินแล้วจะให้เก็บล้างอีกได้ไง”
 
ฉันทวัตรรีบส่ายหน้าก่อนตอบออกไปพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไรครับ ตอบแทนที่เลี้ยงสุกี้มื้ออร่อยครับ ผมเองก็ไม่ได้ทานแบบนี้มานานแล้ว”
 
เห็นเช่นนั้นพีร์ก็ไม่อยากขัด
“งั้นรบกวนแล้ว”
 
“ไม่เป็นไรครับ” ฉันทวัตรจัดการเก็บล้าง ซึ่งไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับของเหลือใด เพราะคุณพีร์กินเสียเกลี้ยง ตอนแรกเขาก็กังวลว่าจะหมดไหม
 
พีรพัฒน์ที่อิ่มตื้อหลังนั่งพักอยู่ครู่จึงลุกขึ้นมาพยายามช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เช็ดโต๊ะ เช็ดจาน จนเก็บทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ในห้องยังมีกลิ่นอาหารลอยอยู่จาง ๆ
 
เจ้าของห้องสูดกลิ่นในห้อง ก่อนดึงผมตัวเองขึ้นปอยหนึ่งมาดม
“อืม ได้ทานสมใจก็ดีแต่เสียอย่าง หัวเหม็นแล้ว”
 
ฉันทวัตรนึกถึงห้องน้ำที่เขาแวบไปเข้ามา รีบเสนอขึ้น
“คุณพีร์ ขอยกเก้าอี้เข้าไปในห้องน้ำสักตัวได้ไหมเดี๋ยวผมสระผมให้”
 
“จะดีหรือ” เขาไม่อยากเอาเปรียบมาใช้งานนอกสถานที่แบบนี้
 
“ครับ” ฉันทวัตรยืนยัน
 
กว่าฉันทวัตรจะได้กลับบ้านก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน ดีว่าถึงจะอยู่ไม่ไกลแต่คุณพีร์เห็นว่าดึกแล้วเลยขับรถมาส่ง เขาอาบน้ำสระผมแล้วรีบเข้านอน ระหว่างนั้นก็นึกถึงบทสนทนาที่คุยกันระหว่างทานอาหาร ทั้งเรื่องที่เขาเป็นช่างมือใหม่ อีกฝ่ายเป็นนายแบบที่ต้องรักษาภาพลักษณ์จึงต้องเรียบร้อยดูดียามออกไปทำงานทุกครั้ง ทีแรกที่เริ่มทำงานเขาคาดว่าจะเหงากว่านี้ แต่แบบนี้ก็ไม่เลว...
 
หลังจากนั้นฉันทวัตรก็ได้รับโทรศัพท์อยู่บ่อยครั้ง
“เลิกงานหรือยัง” เสียงจากปลายสายถามขึ้น
 
“ครับ ตอนนี้อยู่ซูเปอร์คุณพีร์ละครับ” ฉันทวัตรถามอีกฝ่าย
 
“งั้นเดี๋ยวไปรับ ฉันอยากกิน...” พีรพัฒน์เงียบไปเล็กน้อยก่อนจะบอกออกไปว่าสุกี้
 
“สุกี้อีกแล้วหรือครับ” ฉันทวัตรว่าไปอย่างนั้นก็จริง ในหัวนึกไปถึงวัตถุดิบที่เหลืออยู่ในตู้เย็นกับน้ำจิ้มขวดที่อยู่ในห้องครัว
 
“ผมชอบ...”
 
ฉันทวัตรหัวเราะเบา ๆ
“เอาเป็นสุกี้แบบชามเดียวก็แล้วกันผักในตู้เย็นเหลือไม่มากเท่าไร ผมจะซื้อพวกเต้าหู้ปลากับวุ้นเส้นเข้าไปเติม ไข่ก็ยังมีอยู่”
 
“งั้นเอาสุกี้แห้ง” ปลายสายบอกมา “แล้วเจอกัน”
 
“ครับ” ฉันทวัตรตอบไปอย่างว่าง่าย
 
ฉันทวัตรยังเลือกซื้อของไม่ทันเสร็จ พีรพัฒน์ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมถือตะกร้าซึ่งมีไอศกรีมยี่ห้อดังควอทใหญ่อยู่สองสามรสมาด้วย แล้วจึงพาไปชำระเงิน
 
-----
 
บนโซฟาหน้าทีวีจอแบนรุ่นใหม่บนผนังฉันทวัตรหันมองเจ้าของห้องหอบไอศกรีมมาวางบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้าพวกเขา พีรพัฒน์นั่งลงข้าง ๆ จากนั้นเปิดฝาออกยื่นส่งให้เขากระปุกหนึ่งพร้อมกับช้อนอีกคัน แล้วเปิดอีกสองกระปุกออกตักกิน
 
“คุณพีร์เป็นนายแบบกินแบบนี้จะดีหรือครับ” ฉันทวัตรอดทักขึ้นไม่ได้
 
“ก็มีเธอช่วยกินแล้วไง” พีร์พูดพร้อมขยิบตาให้ “รสนี้ก็อร่อยนะ” เขาไม่ว่าเปล่าใช้ช้อนตัวเองตักไอศกรีมส่งเข้าปากฉันทวัตรทันที
 
“อืม...แต่คุณพีร์ไม่ถามผมสักคำว่าผมอยากได้รสอะไร” ฉันทวัตรว่า
 
“ฉันเลือกรสที่ฉันอยากกิน แต่ถ้ากินไม่หมดวัตรก็ช่วยจัดการแทนสิ”
 
“คุณพีร์เอาแต่ใจจัง” ฉันทวัตรแกล้งบ่น
 
“ทำไม่ได้หรือ” พีรพัฒน์เอียงหน้ามองอีกฝ่าย
 
“ถ้าอยากอ้อนบอกดี ๆ ก็ได้” ฉันทวัตรว่า อันที่จริงเขาชอบเวลาที่คุณพีร์อ้อนเขา
 
“ก็ทำได้กับคนเดียวเท่านั้นแหละ คนที่ทำอาหารให้กิน สระผมให้ แล้วก็ยอมทนที่ผมเอาแต่ใจ” พีรพัฒน์จ้องตาอีกฝ่าย
 
“บอกรักก่อนแล้วจะช่วยกินให้” ฉันทวัตรเอ่ยปากขอ
 
“โอเค...รักนะ” พีรพัฒน์พูดออกมาอย่างง่ายดาย
 
----
 
หลังรับสายจากเบอร์ที่คุ้นเคย และน้ำเสียงที่พาให้ฉันทวัตรยินดีทุกครั้งยามได้ยินเสียง
 
“วัตรวันนี้ฉันอยากกินผัดกะเพราแบบกะเพราแท้ ๆ ไม่ใส่อย่างอื่น” เสียงจากปลายสายบอกมา
 
“ครับ หลังเลิกงานผมจะแวะซูเปอร์ อยากกินกะเพราอะไรครับ หมู ไก่หรือว่ากุ้ง” ฉันทวัตรถามกลับ
 
“กะเพราหมูสับไข่ดาว”
 
“ในตู้เย็นน่าจะยังมีไข่เหลืออยู่ ตั้งใจทำงานนะครับ” ฉันทวัตรตอบกลับแล้วเตรียมจะตัดสาย
 
“วัตรมาค้างด้วยเลยสิ” เสียงจากปลายสายทำเอาฉันทวัตรชะงัก
 
“คุณพีร์ คิดอะไรกินของกลิ่นแรง แล้วมาชวนผมค้างคืน” ฉันทวัตรนึกอยากกลอกตามองบน
 
“เดี๋ยวจะแปรงฟันบ้วนปากให้ปากหอม ๆ ก่อนเลย ตกลงนะ”
 
“ครับ ๆ งั้นผมจะเตรียมเสื้อผ้าไป”
 
“กินข้าวเสร็จแล้วอาบน้ำด้วยกัน สระผมให้ด้วย”
 
“ครับ จะเป่าผมให้ด้วย” ผมตอบปลายสายไปเช่นนั้น
ก็ได้...เขาแพ้ลูกอ้อนคุณพีร์ไปแล้วล่ะ
 
#เรื่องเล่าวันคนโสด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น