Sensuality รัก? รัญจวนใจ?

ตอนที่ 1 : Touch me (BL)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    28 ก.ค. 61

T
B
 

Touch me

 

ผมรับงานพิเศษจากคำแนะนำของรุ่นพี่ที่สนิทกันคนหนึ่ง ไม่ใช่งานยากอะไรนักแค่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นในตัวเองสูงสักหน่อย และที่สำคัญคือต้องไม่ประหม่าเมื่อถูกสายตานับสิบคู่จ้องมองมาบนร่างที่เปลือยเปล่าโดยไม่มีอะไรปกปิดของผม

 

การรับงานเป็นนายแบบนู้ดให้ตามสถาบันสอนศิลปะไม่จำเป็นต้องมีรูปร่างหน้าตาดีนักศึกษาศิลปะต้องการศึกษาสรีระทุกรูปแบบ แต่การที่ผมมีกล้ามเนื้อที่สวยอย่างเป็นธรรมชาติและการที่มีร่างกายยืดหยุ่นสามารถทำท่าทางได้ตามที่ต้องการก็เป็นข้อดีของผม โดยปกติเรารับงานผ่านเอเจนซีเพราะปลอดภัยกว่ามีการตรวจสอบและไม่ถูกหลอกลวงให้ไปทำงานอะไรแปลกๆ รวมถึงสามารถพิจารณาข้อตกลงของแต่ละงานได้

 

งานที่ผมรับมางานนี้เป็นการจ้างงานโดยตรงจากผู้ว่าจ้างที่ผ่านรุ่นพี่ของผมและเราได้คุยโทรศัพท์เพื่อตกลงรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ผู้ว่าจ้างยังโอนค่าตัวผมล่วงหน้ามาให้ด้วยเรียกว่าคุยกันง่าย เมื่อผมเดินทางมาถึงบ้านและสตูดิโอส่วนตัวของเขา บ้านเดี่ยวขนาด 2 ชั้นที่ชั้นล่างถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ทำงานของเจ้าของบ้าน มันจึงเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใช้ในงานศิลป์ ผู้ว่าจ้างของผมเป็นชายร่างใหญ่ที่มีดวงตาเหมือนปลาตายนิ่งสนิทและไร้แวว ช่างดูไร้ความน่าสนใจ ทั้งยังไม่สูบบุหรี่ไว้ผมหรือหนวดเครายาวเหมือนศิลปินบางคนหรืออาจจะหลายคน เขาชี้ให้ผมนั่งที่เก้าอี้มีพนักพิงตัวหนึ่งที่เตรียมไว้อยู่หน้าโต๊ะที่มีกระดานรองเขียนกับกระดาษวาดภาพวางอยู่

 

ทีแรกผมเข้าใจว่าอาจต้องทนร้อนแล้วแต่ยังดีที่นายจ้างผมใจดีเปิดแอร์ให้ เขาบอกว่าตอนนี้ยังไม่ต้องถอดหรอกให้นั่งก่อน เพียงแต่เขาจะขอถ่ายรูปหรือสเก็ตช์รูปเก็บเอาไว้สักหน่อย ผมพยักหน้าเพราะตอนว่าจ้างมีกล่าวถึงเอาไว้แล้วว่าเขาจะไม่ถ่ายของสงวนหรือนำรูปพวกนี้ไปเผยแพร่ที่ไหน หากผมไม่มั่นใจสามารถขอตรวจสอบรูปได้หลังจากที่เขาถ่ายเสร็จ กล้องถ่ายรูป DSLR ชนิดความละเอียดสูงติดตั้งเลนส์ถูกนำมาถ่ายผมในหลายๆ มุม เขาลากเก้าอี้มานั่งข้างผมเพื่อเปิดรูปที่เพิ่งถ่ายให้ดู ผมจึงได้เห็นตัวเองในแบบ 360 องศาเลยที่เดียว เขาบอกว่าการมีเทคโนโลยีนั้นช่วยได้เยอะหากมีของจริงเป็นแบบก็ยังดีกว่า

 

ผมพบว่าสิ่งเดียวที่ดูน่าสนใจของชายคนนี้คือ มือ เขามีมือและนิ้วมือที่สวย  นิ้วยาวแกร่งดูมีพละกำลัง จากนั้นเขากลับไปนั่งที่โต๊ะหยิบดินสอมาร่างภาพผมในระยะใกล้ ทั้งหน้าตรง ซ้าย-ขวา บางครั้งก็สเก็ตช์เจาะจงบางส่วนบนใบหน้าของผม บางครั้งเขาหยิบอุปรณ์ที่คล้ายวงเวียนที่ปลายทั้งสองข้างโค้งเข้าหากันตรงกลางมากางออกเพื่อวัดมุม  บางครั้งก็หยิบแวร์นิเย (Vernier Caliper) มาวัดขนาด จากนั้นจึงจดทุกอย่างลงบนภาพสเก็ตช์ที่เขาวาดไว้ ทั้งหมดกว่าจะเสร็จกินเวลาไปจนใกล้เที่ยง แม้เขาจะคอยบอกว่าหากเหนื่อยผมจะพักสักครู่ก็ได้ ผมก็ขอแค่เวลาดื่มน้ำที่เขาเตรียมให้บ้างกับเข้าห้องน้ำในช่วงนั้น อันที่จริงผมไม่เสียเปรียบหรอก เขาจ่ายค่าจ้างผมเป็นรายวันถึงวันนี้ไม่เสร็จวันต่อไปหากเขายังอยากเรียกใช้ผมอีกก็ไม่เป็นไร พอใกล้เที่ยงเขาก็ถามผมว่าจะทานอะไรเพื่อโทรสั่งอาหาร นี่เป็นอีกสวัสดิการที่ผมพอใจกับงานนี้ ค่าจ้างรายวันจ่ายล่วงหน้าพร้อมอาหารกลางวัน-เย็น

 

หลังพักทานอาหารกลางวันเขาถึงให้ผมถอดเสื้อออกเขาชี้ไปที่ราวด้านข้าง ผมถอดเสื้อยืดที่สวมมาออกใส่ไม้แขวนที่เตรียมไว้ให้บนราวก่อนกลับมาคราวนี้เขาขอให้ผมยืน เขาถือกล้องเดินรอบผม 2-3 รอบ ก่อนจะตรวจสอบรูปทั้งหมดต่อหน้าผม จากนั้นเขาให้ผมนั่งลงแล้วเขาก็สเก็ตช์ภาพอย่างต่อเนื่อง ผมนั่งนิ่งบ้าง ขยับตัวเปลี่ยนท่าตามที่เขาสั่ง แต่ดวงตาผมยังคงจับจ้องเพียงสิ่งเดียว...มือคู่นั้นของเขา ที่ข้างหนึ่งกำลังถือดินสอในแนวขนานกับกระดาษเพื่อแรเงา ข้างหนึ่งตรึงกระดาษกับกระดานรองให้อยู่กับที่ มือขวาของเขากำลังสร้างสิ่งที่ราวกับผมไม่ใช่ต้นแบบของมันขึ้นเป็นสิ่งที่ดูงดงามและมีเสน่ห์...งดงามเกินไปแล้ว สายตาผมจ้องมองสิ่งที่มือคู่นั้นต่างประสานงานกันสร้างขึ้นมา บางครั้งงานศิลปะงดงามขึ้นได้หาใช่เพราะต้นแบบ แต่เป็นศิลปินได้ใส่จิตวิญญาณของตนลงไปสินะ เราสองคนพูดจากันน้อยมากกระทั่งช่วงพัก บทสนทนาที่ยาวที่สุดคือ ผมจะทานอะไรเป็นอาหารเย็น ผมทานอาหารเย็นกับผู้ว่าจ้างก่อนจะลากลับ ระหว่างทานข้าวเขาบอกผมว่า พรุ่งนี้ผมคงต้องถอดทั้งหมดจริงๆ แล้วนะ ผมยิ้มพร้อมกับยักไหล่ให้เขา

 

“นั่นเป็นงานที่คุณจ้างผมมาอยู่แล้วนี่”

 

วันต่อมาผมเข้าไปถอดทุกอย่างในห้องน้ำยกเว้นเสียแต่ปราการด่านสุดท้ายของท่านชายที่เขาบอกว่าตอนนี้เขายังไม่สนใจจะใช้ ผมที่เคยเปลือยหมดตัวกลับรู้สึกว่าการมีของหนึ่งชิ้นอยู่บนร่างกายที่ไม่มีอะไรเลยนี่ต่างหากที่เป็นจุดสนใจ แต่เมื่อผู้ว่าจ้างบอกว่าไม่ต้องผมจึงไม่ได้ถอดกางเกงชั้นในแบบบิกินี่ออก แล้วคลุมด้วยเสื้อคลุมอาบน้ำก้าวเดินออกไป เขาชี้จุดให้ผมยืน ตาผมจ้องมองไปยังสิ่งที่เขาเตรียมเอาไว้ ขณะที่ผมปลดสายคาดเอวของถอดเสื้อคลุมออก เขาเองก็ดึงเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆ ที่คลุมสิ่งที่ผมจ้องอยู่ออก เป็นดินเหนี่ยวที่โปะบนโครงลวด ส่วนที่เป็นศีรษะน่าจะขนาดใกล้เคียงกับศีรษะของผมต่อกับส่วนคอลงไปถึงอกน่าจะเป็นผลจากการวัดสัดส่วนอะไรหลายอย่างเมื่อวาน

 

ดวงตาของเขายังไร้แววเหมือนเดิม สองมือเขายิ่งน่าสนใจกว่าเดิม เมื่อเขาบอกผมว่าวันนี้ขอสัมผัสใบหน้าและตัวผมสักหน่อยเงื่อนไขนี้อยู่ในรายละเอียดที่ผมทราบมาแต่ต้น ผมรู้สึกว่าเขาเป็นฝ่ายประหม่ายามสัมผัสผมด้วยซ้ำ เขาพยายามล้างมือให้สะอาด เช็ดมือจนแห้งสนิท ก่อนที่ปลายนิ้วสวยๆ นั้นจะแตะลงบนใบหน้าของผม เพียงแผ่วเบา ผมสัมผัสได้ถึงความร้อนจากปลายนิ้วของเขายามลากผ่านส่วนโค้งบนใบหน้า ส่วนที่นูนขึ้นมาและส่วนที่ลึกเข้าไป

 

“...ดวงตา...” ผมได้ยินเสียงเขาพูด “...เป็นสิ่งที่ยากที่สุด”

 

เขาใช้ดวงตาที่นิ่งสนิทเหมือนปลาตายนั้นมองมาที่ผม เขานั่งลงตรงหน้าผมพร้อมกับบอกว่า

 

“ตอนนี้มองมาที่ฉัน...มองตรงมา”

 

ผมจึงต้องมองตาของเขา ถึงกระนั้นผมก็อดมองมือของเขาไม่ได้ มือที่หยิบเครื่องมือที่ใช้ในการปั้นดินเหนียวขึ้นมา ผมไม่แน่ใจว่าเขาเรียกว่าอะไรบ้างยามเขามองมาที่ผม ผมก็มองตาเขา เมื่อใดที่เขาละสายตาจากผม ผมก็มองไปยังมือของเขาที่ปั้นดินเหนียวให้เป็นรูปทรง บางครั้งที่เขาเอื้อมมือมาเพื่อจะสัมผัสผมแต่มือของเขาเลอะอยู่ เขาจึงได้แต่ดึงมือกลับก่อนหาทิชชู่เปียกมาเช็ดมือตัวเองให้สะอาดก่อนสัมผัสผม

 

บางครั้งเขาก็มองมาพร้อมกับถามผมว่า พักก่อนไหม? หรือถามว่าแอร์เย็นไปไหม? ผมทราบว่าเขาพยายามลดลมแอร์ลงแล้ว เพื่อให้เหมาะสมกับการปั้นดินเหนียว

 

เมื่อส่วนหัวเริ่มเป็นรูปเป็นร่างก็มาที่คอ คราวนี้มือของเขาแตะบริเวณต้นคอไล่ลงมาถึงรอยบุ๋มของไหปลาร้า จากนั้นก็ไล้ไปตามความยาวที่แผ่ออกไปจนถึงไหล่

 

“กล้ามเนื้อนายสวย แต่นายไม่ได้เข้าฟิตเนสไม่ใช่หรือ”

 

ผมยิ้มให้เขาพร้อมคำตอบว่าผมไม่มีเงินขนาดนั้น อาศัยว่าผมทำงานใช้แรงรับจ้างสารพัด

 

“...ฉันชอบกล้ามเนื้อแบบนี้นะ” เขาว่า

 

ก่อนจะกลับไปหยิบเครื่องมือเพื่อทำงานต่อ

 

ผมจึงมองมือที่สัมผัสผมเมื่อครู่ นึกถึงความอุ่นร้อนของปลายนิ้วที่ส่งผ่านมายังผิวของผม เขาเล่าให้ผมฟังว่า เขาก็ต้องไปออกกำลังกายบ้างเช่นกันไม่เช่นนั้นจะเสียสุขภาพหากนั่งทำงานเพียงอย่างเดียว แล้วเขาก็พูดเรื่องที่น่าสนใจขึ้น

 

“เคยคิดไหม ฉันอาจจะเป็นคนสัมผัสนาย แต่นายก็ได้สัมผัสฉันเช่นกัน...”

 

วันต่อมาผมยังมานั่งประจำอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่ได้สวมอะไรเลย

 

“ดวงตานายวันนี้ไม่เหมือนกับเมื่อวานอีกแล้ว ฉันอาจต้องปรับแต่งใหม่”

 

ผมเลิกคิ้วก่อนจะถามออกไป “แล้วคุณชอบแบบไหนมากกว่า”

 

“วันนี้...”

 

ผมก็ยังเป็นผมคนเดิม เพียงแต่ผมนึกไม่ถึงว่าเขาจะสังเกตผมขนาดนั้น และผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้เลยเพียงแต่ว่าเมื่อได้รับรู้สัมผัสจากปลายนิ้วที่ส่งผ่านมายังผิวของผม จากมือคู่นั้นผมจึงเริ่มมองลึกเข้าไป โดยไล่สายตาไปที่ท่อนแขนล่ำสัน ไปที่บ่าไหล่ บางครั้งก็หยุดสายตาพิจารณาอกกว้างๆ ว่าจะมีกล้ามเนื้อแบบไหนกัน

 

เขาขอให้ผมยืนขึ้นทำท่าทางตามที่เขาต้องการ ผมพยายามมองไปที่ดวงตาที่เหมือนปลาตายคู่นั้นเพื่อที่ผมจะได้ไร้อาการตอบสนองใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากผมเปลือยทั้งตัว

 

เมื่อเขายื่นเสื้อคลุมมาให้ผมพร้อมกับบอกว่าพักก่อนเถอะ ผมก็สวมก่อนจะนั่งลงแล้วดื่มน้ำ ที่แย่ที่สุดของวันนี้ไม่ใช่ความรู้สึกว่าผมอยากจะลองวางมือบนอกเขาบ้าง แต่ผมเกิดอยากรู้ว่ามีทางไหนบ้างไหมที่ทำให้ดวงตาคู่นั้นเปลี่ยนไปบ้าง ช่างเป็นความคิดโง่ๆ ผมคิด...มันเป็นไปไม่ได้

 

หลังจากนั้นตัวผมเหมือนไม่มีสมาธิ ช่างแย่จริงๆ ดูเหมือนว่าเขาเองก็สังเกตเห็น ผมมองดูชิ้นงานพร้อมกับคิดในใจว่า บางทีวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้มาที่นี่ก็ได้

 

ตอนที่ทานอาหารเย็นเขาบอกผมว่าเขาต้องทำโครงที่อาจต้องใช้เวลาไม่น้อย เอาไว้เขาจะนัดว่าให้มาอีกทีเมื่อไร ผมบอกว่าคุณไลน์มาบอกผมก็ได้ นี่คุณยังไม่ได้แอดไลน์ผมอีกหรือ เขาจึงค่อยนึกได้

 

หลายวันที่ไร้การติดต่อจากเขา อย่างไรผมก็ได้รับค่าจ้างที่ไปทำงานครบถ้วนแล้วผมจึงส่งข้อความผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ถามเขาว่า ระหว่างนี้ผมสามารถรับงานระยะสั้นก่อนได้ใช่ไหม เมื่อทางนั้นตอบกลับมาสั้นๆ ว่า ได้ ผมจึงติดต่อเอเจนซี่เพื่อรับงานเป็นนายแบบในห้องเรียนศิลปะ

 

ผมเคยได้ยินว่ามีชายชราชาวจีนผู้หนึ่งที่รับเป็นนายแบบนู้ดให้นักศึกษาเช่นเดียวกัน ด้วยประสบการณ์ที่อยู่ในนั้นมานานทำให้เขาเรียนรู้จนสามารถมอบคำแนะนำให้นักศึกษาเสมือนเป็นอาจารย์ผู้หนึ่งได้ด้วยช่างน่าทึ่งจริงๆ ผมคิด บางทีผมอาจต้องศึกษาแบบครูพักลักจำดูบ้างแล้ว บ่ายแก่ของวันนั้นเสียงเตือนจากแอพพลิเคชั่นดังขึ้นทันทีที่ผมเปิดเสียง

 

เขาส่งไลน์มาถามว่าเย็นนี้ผมว่างไหมมาทานข้าวเย็นด้วยกันสิ เขาอยากให้ผมแวะไปหาสักหน่อย ผมตอบไปทันทีว่าเพิ่งเสร็จงานจะเข้าไปหาพร้อมกับรายการอาหารที่อยากทาน

 

ผมไปถึงบ้านเขาพร้อมกับอาหารที่จัดเรียงเรียบร้อย ดวงตาของเขายังคงเหมือนปลาตายหากสีหน้าเขาดูหงุดหงิด

 

“มาทานข้าวกันเถอะ” เขาเรียกให้ผมนั่ง

 

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”

 

หลังคำถามนั้นเขาจ้องตาผมเขม็ง

 

“...แววตานายเปลี่ยนอีกแล้ว” เขากล่าวขึ้นลอยๆ

 

“ผมขอโทษ...” ผมพูดออกไปทันทีเมื่อคิดว่าตัวเองอาจเป็นสาเหตุให้เขามีท่าทางหงุดหงิดเช่นนี้

 

เขาส่ายหน้าก่อนจะบอกผมว่า

 

“ไม่ใช่เพราะนายหรอก บางทีก็เป็นแบบนี้แหละ” เขานั่งลงตรงข้ามกับผม หยิบช้อนส้อมขึ้นก่อนลงมือทานอาหารเย็น โดยที่เราไม่มีคำพูดอะไรต่อกันอีกจนทานอาหารเสร็จ เขายกจานชามไปล้างก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม ระหว่างนั้นผมก็ปรี่ไปที่ตู้เย็นหยิบน้ำเย็นมาเพิ่มแล้วนั่งลงที่ของตัวเอง

 

ดวงตาคู่นั้นมองมาที่ผมก่อนจะพูดขึ้นว่า “ฉันรู้สึกเหมือน...ยังมีบางอย่างไม่พอ...”

 

ผมเริ่มนึกอะไรได้จากประสบการณ์ในห้องเรียนศิลปะ

 

“อารมณ์ศิลปินอะไรจำพวกนี้หรือครับ ”

 

“ฉันไม่อยากใช้คำนี้หรอกนะ แต่ก็ใกล้เคียงล่ะ”

 

หลังจากนั้นเราก็คุยอะไรกันต่อจนกระทั่งผมลุกขึ้นไปล้างมือก่อนจะบอกเขาว่า

 

“ขอผมดูผลงานของคุณหน่อยได้ไหมครับ”

 

เขาพยักหน้าให้ ก่อนเดินนำผมเข้าไปที่สตูดิโอ เห็นขาตั้งที่ยึดบริเวณขาของรูปปั้นดินเหนียวเอาไว้ ผมเดินวนรอบ เอียงคอมองแล้วก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่ตัวผมที่มาเป็นแบบเลย...มันดูดีเกินไป ผมจึงหันไปถามเขา

 

“มีอะไรที่มันไม่โอเคหรือครับ”

 

“มีสิ...มันบอกไม่ถูก”

 

เป็นครั้งแรกที่ผมเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเขา เขาชะงักเล็กน้อยแต่ผมยังไม่ได้ดึงมือกลับ ผมถามเขาตามตรง

 

“บอกผมหน่อยสิ ที่คุณไม่พอใจคืออะไร ผลงานของคุณหรือตัวผมกันแน่? ถ้าเป็นที่ผม ผมจะคืนเงินให้คุณทั้งหมดเพราะผมบกพร่อง คงเป็นแบบให้คุณไม่ได้อีก”

 

“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” เขาจ้องมองผมด้วยดวงตาไร้แวว

 

“ดวงตาของคุณยามมองมาที่ผมมันไม่บ่งบอกอะไรเลย ทั้งที่ผมรู้สึกว่าในน้ำเสียงคุณยังมีความไม่พอใจแฝงอยู่”

 

ผมเลื่อนปลายนิ้วไปบนสันกรามของเขาขึ้นไปใกล้ดวงตา

 

“คุณบอกว่าแววตาผมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ทำไมแววตาคุณยังเหมือนเดิมล่ะ”

 

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้ผมพูดออกไปแบบนั้น ผมไล้นิ้วไปบนริมฝีปากบางของเขา จู่ๆ มันก็แยกออกจากกันก่อนขยับเข้ามาระยะประชิด แล้วแนบสนิทกับริมฝีปากผม พอผมจะส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ กลายเป็นเปิดโอกาสให้ลิ้นของเขาแทรกเข้ามาภายใน ผมแทบหายใจไม่ทันจนต้องออกแรงผลักเขาออก

 

แล้วผมก็ได้เห็นดวงตาคู่นั้นหวามไหว นี่แหละดวงตาที่ผมอยากเห็นแต่เขาก็หันหนีก่อนก้มลงมองพื้นแล้วพูดออกมาว่า “...ขอโทษที”

 

ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าทำเกินไปหน่อย เขาคงไม่กล้าสบตาผมอีกเหมือนผมเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรสัมผัส

 

“ดวงตานายทำให้ ฉัน...” เสียงเขาขาดหายไป “...ทำให้ควบคุมลำบาก”

 

ผมจึงก้าวเข้าไปหาเขา สอดปลายนิ้วเข้าไปเกาะกุมนิ้วมือของเขาที่ผมชอบมองและหลงไหลอยากได้สัมผัสของเขา ก่อนจะโถมเข้ากอดเขา  

 

“เอ่อ...แบบนี้ไม่ดีนะ” น้ำเสียงเขาประหม่า

 

“หมายถึงตรงนี้ไม่ดีหรือยังไงครับ?” ผมถามเขาออกไป

 

“งั้นเราขึ้นไปที่ห้องนอนก็แล้วกัน...”

 

(จบ)


Talk:

 

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ โปรเจคเรื่องสั้นอีโรฯ รายสะดวกของเรานี้หวังว่าจะทำให้ทุกท่านเพลิดเพลินได้บ้าง ตอนต่อไปยังไม่อาจระบุได้ แต่หากคิดถึงวาร์บไปอ่าน 3 ตอนนี้เป็นตอนพิเศษในนิยายที่เราเขียนจบไปแล้วได้ค่ะ พอร์นเช่นกันแต่มีพล็อตมากกว่านิดนึง

Somnambulismus 1 https://writer.dek-d.com/Miran/writer/viewlongc.php?id=1563641&chapter=68

Somnambulismus 2 https://writer.dek-d.com/Miran/writer/viewlongc.php?id=1563641&chapter=69

Somnambulismus 3 https://writer.dek-d.com/Miran/writer/viewlongc.php?id=1563641&chapter=70

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #18 13lada (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 14:31
    เป็นอะไรที่ละมุน ดีมากค่ะ และ หาอ่านแบบนี้ยาก
    #18
    1
    • #18-1 Miran/Licht(จากตอนที่ 1)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 20:59
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ
      #18-1
  2. #14 Tdeuy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 13:36

    หลังจากนั้นต้องจินตนาการต่อเองใช่ไหมคะ กรีดร้องแดดิ้นต่อไป^^

    #14
    2
    • #14-1 Miran/Licht(จากตอนที่ 1)
      28 เมษายน 2562 / 14:39
      มีแค่เท่านี้สำหรับในเวลานี้ค่ะ ในอนาคตก็ไม่แน่นะคะ อาจจะมีเพิ่ม :)
      #14-1
    • #14-2 Tdeuy(จากตอนที่ 1)
      28 เมษายน 2562 / 21:51
      ชอบนะคะเรื่องสั้น
      แต่ที่ไม่ชอบตรงที่มันสั้น และต้องจินตนาการต่อเองนี่แหละค่ะ
      #14-2
  3. #12 เมล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 14:20

    น่ารักดีค่ะ เราตามมาอ่านจากที่คุณแนะนำในกระทู้

    พระเอกหน้าปลาตายสุดๆ 5555

    เรื่องอื่นก็น่าอ่านมากเลย แต่เห็นว่ามีเรื่องนี้เรื่องเดียวที่ไม่ดราม่า แต่ช่วงนี้ถือเป็นช่วงพักผ่อนจิตใจ

    เพราะงั้นถ้าหายเศร้าเมื่อไหร่จะกลับมาอ่านเรื่องอื่นต่อแน่นอนค่ะ!

    ขอบคุณที่แนะนำนะคะ


    #12
    3
    • #12-2 เมลเมล (จากตอนที่ 1)
      18 ธันวาคม 2561 / 23:38
      กรี๊ดๆ ไปอ่านมาแล้วค่ะ

      ฟินมากเลยทั้งสองเรื่อง

      โอ๊ยน่ารักกก

      การใช้คำหรือการบรรยายของคุณเป็นเอกลักษณ์

      มากเลยอ่ะ

      เหมือนเราอ่านนิยายแปลอยู่เลย ชอบบบ
      #12-2
    • #12-3 Miran/Licht(จากตอนที่ 1)
      19 ธันวาคม 2561 / 05:42
      เป็นปลื้มมากค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ
      #12-3
  4. #8 Kurara_Kaoru (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 15:12

    สนุกดีค่ะ เราตามมาจากบอร์ด เพราะอ่านคอมเมนต์ของคุณแล้วเรารู้สึกว่า อ๊ะ น่าจะเขียนนิยายได้ดีนะ ก็เลยก็ตามเข้ามา เราขอวิจารณ์เรื่องนี้นะคะ ถ้าทำให้รู้สึกไม่ดี อาจจะต้องขออภัยบ้าง แต่เราเชื่อว่าการคอมเมนต์ที่ดี คือการทำให้นักเขียนพัฒนางานขึ้นไปได้เรื่อย ๆ ค่ะ โดยภาพรวม เราชอบเรื่องอารมณ์ของเรื่องนี้มากเลย มันมีความเนิบนาบ อีโรติก แล้วก็ความลุ้นอยู่ในตัว เราสัมผัสได้ถึง Unresolved sexual tension ที่ลอยจาง ๆ ในเรื่อง เราสงสัยว่าดวงตาปลาตายคู่นั้นจะเปลี่ยนไปตอนไหนกันนะ เราสงสัยว่า ใครกันแน่ที่จะอดทนไม่ไหวก่อน (หัวเราะ) ที่ต้องน่าชื่นชมคือ คุณเขียนได้เหมือนเรียนหรือทำงานทางด้านศิลปะค่ะ ซึ่งทำให้เนื้อเรื่องมันดูสมจริงขึ้น เพราะตัวเอกที่เป็นนายแบบรับจ้าง น่าจะมีความรู้ทางด้านศิลปะไม่มากก็น้อย อีกอย่างตอนจบเขียนได้ดีค่ะ ทำให้เราแอบฟิน (หัวเราะ) ยังมีจุดที่ปรับปรุงได้อีกนิดนึง คือคำผิด ที่มีค่อนข้างน้อย แต่ยังเจออยู่ 2-3 คำในช่วงท้ายค่ะ บางทีอาจจะตกสายตาผู้เขียนไปบ้าง (เราก็เป็นบ่อยนะ)


    อีกจุดหนึ่งคือประโยคตรงที่บอกว่า "ผมพยายามมองไปที่ดวงตาที่เหมือนปลาตายคู่นั้นเพื่อที่ผมจะได้ไร้อาการตอบสนองใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากผมเปลือยทั้งตัว" ตรงนี้เรางงตรง เราไม่รู้ว่าคุณอยากจะบอกว่า ตัวเอกพยายามจ้องตาปลาตาย เพื่อไม่ให้ร่างกายตื่นตัวเกิดอารมณ์ทางเพศ อันจะเป็นการทำให้สองฝ่ายขวยเขิน หรือคุณเขียนผิด จากรู้อาการตอบสนอง เป็นไร้อาการตอบสนอง คือ ตัวเอกพยายามจะมองหาว่าเจ้าของดวงตาปลาตายเนี่ย เค้ามองร่างเปลือยตัวตัวเอกแล้วแอบตื่นตัวบ้างไหมน้า ซึ่งในกรณีนี้เหตุการณ์ทั้งคู่อาจจะเกิดได้ค่ะ

    #8
    1
    • #8-1 Miran/Licht(จากตอนที่ 1)
      24 กรกฎาคม 2561 / 20:23
      ขอบคุณค่ะ ที่ตามเข้ามาอ่าน การวิจารณ์ทำให้เรารับรู้ข้อบกพร่องของตัวเองค่ะ ด้วยมุมมองของเราและผู้อ่านอาจจะแตกต่างกัน เราเรียนสายวิทย์ค่ะ แต่ทำงานศิลปะเป็นงานอดิเรก วาดรูปมาตั้งแต่เล็กงานปั้นก็สนใจอยู่แต่ค่อนข้างยาก ที่เคยปั้นคือ ดินเบา (ดินเกาหลี) ค่ะ แต่ไว้ว่างๆ จะลองแบบอื่นดูบ้างเห็นมีตัวน่าเล่นอยู่เยอะเชียว

      เรื่องคำผิดลอดสายตาอันนี้เจอบ่อยค่ะ จะพยายามปรับปรุงไปเรื่อยๆ บางครั้งเราสุ่มเปิดมาก็ยังเจออยู่บ่อยครั้ง ตอนนี้ตั้งใจว่า ตอนที่ทำอีบุ๊คจะตรวจใหม่ให้ดีๆ ค่ะ

      ตรงที่ถามมานั้น ตัวเอกเขามองไปที่ตาเพราะมันดูไร้อารมณ์ เขาจะได้ไม่เขิน หรือเกิดอารมณ์อื่นค่ะ
      #8-1
  5. #5 wewellwi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 23:17

    Sith... ถ้าติดตามต่อ...เลือดจะทะลักหมดตัวก่อนมั๊ยเนี่ย -_-^


    (แต่ชอบนะ ติดตามต่อค่ะ)

    #5
    1
    • #5-1 Miran/Licht(จากตอนที่ 1)
      30 เมษายน 2561 / 06:13
      มีทั้ง porn และไม่ porn ค่ะ สลับๆ กันไป
      #5-1
  6. #4 A.p.Alis (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:01
    แวะมาอ่านค่ะ
    #4
    1
    • #4-1 Miran/Licht(จากตอนที่ 1)
      26 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:54
      ขอบคุณค่ะ
      #4-1
  7. #2 homhyp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 08:24
    ติดตามค่ะะ
    #2
    1
    • #2-1 Miran/Licht(จากตอนที่ 1)
      23 มกราคม 2561 / 13:43
      ด้วยความยินดีค่ะ ^__^
      #2-1
  8. #1 I L L R E I (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 09:22
    แวะมาอ่านแว้วจ้า -3-
    #1
    1
    • #1-1 Miran/Licht(จากตอนที่ 1)
      2 มกราคม 2561 / 09:36
      ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาอ่าน

      เง้อ อีดิทละข้อความหาย

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มกราคม 2561 / 09:37
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 2 มกราคม 2561 / 09:38
      #1-1