Day 2 แบ่ง
ครอบครัวปรัศนีอาศัยอยู่ท้ายซอยเป็นบ้านหลังใหญ่หลังเดียวที่มีทั้งตึกทรงยุโรปและเรือนที่สร้างจากไม้อยู่ภายในรั้วเดียวกัน ขณะที่คุณฉงนศรีศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 คุณฉงนศรีพบว่าที่ดินฝั่งตรงข้ามมีการก่อสร้างบ้านขึ้น หากจนแล้วเสร็จเธอก็ยังไม่เคยได้เห็นหน้าเจ้าของบ้านสักที ยามผ่านรั้วบ้านหลังนั้นพอได้มองลอดรั้วบ้านเข้าไปเธอก็อดยิ้มไม่ได้ ด้านหลังของสวนหน้าบ้านที่จัดแบ่งพื้นที่ไว้ปลูกพืชผักสวนครัวกับที่นั่งกินลมเล่นเป็นบ้านน่ารักหลังหนึ่ง แต่ก็ยังไร้วี่แววผู้เข้ามาอยู่อาศัย บางครั้งเธอมองต้นมะเขือเปราะที่เริ่มออกลูกก็นึกในใจว่า เสียดายเจ้ามะเขือเปราะคงจะได้เ่ยวแห้งคาต้นโดยไม่มีใครปลิดไปจิ้มน้ำพริกเป็นแน่ หากไม่กี่วันต่อมาที่คาดว่าผลมะเขือน่าจะเปล่งเต็มที่กลับเห็นเหลือแต่ก้าน ใครกันหนอเก็บไปเสียแล้ว ทั้งที่ภายในบ้านก็ยังปิดเงียบไม่มีใครย้ายมาอยู่อาศัยสักหน่อย
บ่ายวันหนึ่งคุณฉงนศรีกลับมาจากไปซื้อของหน้าปากซอย ในมือข้างหนึ่งถือถุงใส่ของอีกมือถือร่มบังแดดเธอเดินเลียบรั้วของ ‘บ้านน่ารัก’ พลันสายตาก็เห็นว่าภายในมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ม้าหิน เด็กชายเอียงคอมองเธอ คุณฉงนศรีจึงส่งยิ้มให้ เธอส่งเสียงถามออกไป
“สวัสดีค่ะ คุณจะมาอาศัยอยู่ที่นี่หรือคะ”
เด็กชายที่เตี้ยกว่าเธอเล็กน้อยก้าวมาที่ประตูรั้ว เงยหน้ามองเธอก่อนจะตอบคำถาม
“เพิ่งย้ายมาวันนี้ครับ พี่สาวอยู่แถวนี้หรือครับ”
ฉงนศรีเอียงตัวเล็กน้อยสายตาเหลือบมองไปยังบ้านของตัวเอง
“ฉันอาศัยอยู่ที่บ้านฝั่งตรงข้ามค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราคงเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว ฉันชื่อฉงนศรีค่ะ ฉงนศรี ปรัศนี เรียกว่าศรีก็ได้ค่ะ”
เด็กชายยิ้มให้ก่อนจะเปลี่ยนเป็นท่าทางเขินอายเมื่อแนะนำตัว
“ผมชื่อ ชาย...ครับ” หางเสียงนั้นเบาลงจนคุณฉงนศรีได้ยินไม่ชัด
“คุณชื่ออะไรนะคะ ศรีได้ยินไม่ค่อยชัดเจน”
เด็กชายก้มหน้าลงอ้อมแอ้ม
ทันใดก็มีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวออกมาจากบ้าน ส่งเสียงเรียก
“เมณี่! เมณี่!” พอเธอมองเห็นว่ามีใครอีกคนยืนอยู่นอกรั้วจึงค่อยลดเสียงลงก่อนเดินเข้ามาใกล้ “ตายจริงคุยกับเพื่อนอยู่หรือลูก”
“ครับแม่” เด็กชายหันไปตอบ ก่อนหันไปหาคุณฉงนศรีอีกครั้ง
คุณฉงนศรีจึงได้แนะนำตัวอีกครั้ง เธอยกมือไหว้อย่างงดงามก่อนจะกล่าวออกมา
“สวัสดีค่ะ หนูอาศัยอยู่บ้านฝั่งตรงข้ามชื่อฉงนศรีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
เจ้าของบ้านยกมือขึ้นรับไหว้ก่อนหันไปหาลูกชาย
“เช่นกันจ้ะ เมณี่ก็ไม่เชิญเพื่อนเข้ามานั่งคุยกันข้างใน”
ฉงนศรียิ้มให้สตรีเจ้าของบ้าน
“ไม่เป็นไรค่ะ ศรีคงรบกวนไม่นาน”
เจ้าของบ้านจึงยิ้มให้อย่างอารีก่อนขอตัวเข้าบ้านไป
เด็กชายจึงค่อยอ้อมแอ้มบอก
“ผมชื่อเมณี่ครับ มาจากชายมณี คุณยายท่านชอบทวิภพมากครับเลยอยากตั้งชื่อผมตามนางเอกของเรื่อง แม่ก็เห็นดีเห็นงามตาม ตอนแรกจะตั้งว่า สมชายมณีด้วยซ้ำแต่พ่อค้านเสียก่อน”
คุณฉงนศรียิ้มให้เด็กชายก่อนจะเอ่ย
“รูปก็งาม นามก็เพราะ”
นั่นเป็นคราแรกที่คุณฉงนศรีได้ทำความรู้กับเด็กชายบ้านตรงข้าม...ชายมณี
---------------
Day 2 Divided
ที่คุ้นเคยมากคือ Divider ที่ส่วนใหญ่เรียกกันว่าวงเวียน แต่ที่เคยใช้เป็นแบบปลายเข็ม 2 ด้าน ใช้ควบคู่ไปกับไม้บรรทัดขนานและแผนที่สมัยเรียนเดินเรือนี่แหละ
ความคิดเห็น