STUMBLE LOVE เฮียคะ! ระวังสะดุดรักหนู

ตอนที่ 4 : STUMBLE LOVE♥ :: สะดุดครั้งที่ 02 : เพื่อนใหม่ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ [Full]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 505 ครั้ง
    24 ก.ค. 62




STUMBLE LOVE เฮียคะ! ระวังสะดุดรักหนู

สะดุดครั้งที่ 02


เพื่อนใหม่ และคณะวิศวกรรมศาสตร์



ตอนนี้ที่ลานหน้าอาคารกลางมีรุ่นพี่ถือป้ายคณะมารอรับน้อง ๆ ปี 1 เพื่อพาไปร่วมกิจกรรมของคณะเต็มลานเลย ฉันพยายามมองหาป้ายคณะวิศวกรรมศาสตร์ของตัวเองแล้วก็เห็นพี่ผู้หญิงสวมช็อปวิศวะฯ สีแดงเลือดหมูยืนโปรยยิ้มสวยอยู่ มองไปข้าง ๆ ก็เห็นรุ่นพี่สวมช็อปมีรูปเกียร์เป็นสัญลักษณ์อยู่ที่หน้าอกข้างขวา ที่มหาวิทยาลัย S มีคณะวิศวะฯ ทั้งหมด 8 ภาค ซึ่งสีเสื้อของแต่ละภาคก็จะแตกต่างกันออกไป


ฉันเดินตรงเข้าไปหารุ่นพี่ที่ถือป้ายคณะ เธอหันมามองฉันแล้วเอ่ยถามเสียงใส วิศวะฯ ภาคอะไรจ๊ะ

อุตสาหการค่ะ ฉันตอบทั้ง ๆ ที่ยังไม่หยุดจ้องหน้าเธอ น่ารักมากเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าคณะที่ดูเถื่อน ๆ โหด ๆ จะมีคนน่ารักขนาดนี้อยู่ด้วย


งั้นเดินตรงไปที่รุ่นพี่ผู้ชายสวมช็อปสีเทาเลยจ๊ะ เธอชี้ไปยังพี่ผู้ชายร่างใหญ่สวมช็อปสีเทาที่กำลังยืนคุยกับรุ่นพี่อีกคนที่สวมช็อปสีดำ ฉันจึงเดินเข้าไปหาพี่ร่างใหญ่คนนั้น


สวัสดีค่ะฉันทักขึ้นทำให้พี่ผู้ชายร่างใหญ่ตรงหน้ารีบหันมามองกัน


อุตสาหการใช่มั้ยน้อง ลงชื่อตรงเลย พี่เค้าส่งกระดาษมาให้ฉันกรอกข้อมูลลงไป ในกระดาษมีคนมากรอกลงไปก่อนหน้าฉันแล้วประมาณ 10 กว่าคนได้ มีให้กรอกชื่อ รหัสนักศึกษา วันเกิด และข้อมูลการติดต่อช่องทางต่าง ๆ ฉันกรอกข้อมูลเสร็จก็ยื่นมันไปตรงหน้าพี่เค้า เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ได้เห็นว่าพี่ภาคร่างใหญ่กับพี่ผู้ชายช็อปดำกำลังยืนจ้องมาที่ฉันอยู่


มีอะไรรึป่าวคะ


สงสัยปีนี้ภาคมึงคงจะมีสาว ๆ ให้เจริญหูเจริญตาหน่อยละมั้ง พี่ช็อปดำแซวพี่ภาคร่างใหญ่ของฉัน


ก็ช่วยไม่ได้ว่ะ พี่ภาคร่างใหญ่ยักไหล่เบา ๆ


ชื่ออะไรครับ พี่ช็อปดำส่งยิ้มกรุ่มกริ่มมาให้ฉัน


เอ่อ...ไอริณค่ะ ฉันตอบกลับ พร้อมยิ้มแห้ง ๆ ให้ไป มาเรียนคณะนี้ก็ต้องทำใจ เพราะประชากรผู้ชายมันมีมากกว่า ต้องโดนหยอดโดนแซวอยู่แล้ว


แค่ชื่อยังเพราะเลย ~น่ารักแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ ยิ้มให้สักนิด ส่งซิกให้สักหน่อย~” นั้นไง...นี่ฉันจะโดนแซวตั้งแต่วันปฐมนิเทศเลยเหรอ!


ริณขอตัวไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ดีกว่าค่ะ ฉันหัวเราะแห้ง ๆ แล้วยัดกระดาษคืนพี่ภาคของตัวเอง ถามพร้อมชี้นิ้วไปยังกลุ่มที่ตั้งแถวอยู่ด้านหลังโดยมีพี่ที่สวมช็อปสีเทาอีกคนยืนคุมอยู่ อุตสาหการอยู่ตรงนั้นใช่มั้ยคะ 

 

ใช่ ๆ ไปรวมกับเพื่อนได้เลยน้อง พี่ภาคร่างใหญ่พยักหน้ารับ จังหวะที่ฉันกำลังเดินผ่านก็เห็นจากหางตาว่าพี่ภาคร่างใหญ่เอื้อมมือไปโบกหัวพี่ช็อปดำเบา ๆ


คนเรามันก็มีกลไกการป้องกันตัวเองที่แตกต่างกันออกไปสินะ บางคนเจอแบบนี้อาจจะแซวกลับเล่น ๆ บางคนอาจจะพูดไม่ดีใส่ไปเลย แต่สำหรับฉันการบอกปัดแล้วเดินออกมาน่าจะดีที่สุด


อุตสาหการใช่มั้ยน้อง พี่ผู้หญิงตัวสูงดูห้าว ๆ สวมช็อปสีเทาทักฉันที่เดินตรงเข้าไปหา


ใช่ค่ะ


รหัสไรน้อง


... ชิบหายละ! รหัสเกือบ 10 ตัวใครจะไปจำได้วะ ที่เขียนลงกระดาษเมื่อกี้ก็เปิดโทรศัพท์ลอกเอา


เอาแค่ 3 ตัวหลังก็พอ เมื่อเห็นฉันทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่ยอมตอบสักที่เค้าก็พูดขึ้นเสียงติดตลก 3 ตัวหลัง คงจะจำได้ใช่ม่ะ


ได้ค่ะได้ 011 ค่ะ


หืมม สายนี้เหรอ ขอให้โชคดีละกัน ทันทีที่ได้ยินรหัสฉัน พี่เค้าก็ทำหน้าอึ้งแล้วอวยพรกัน พร้อมชี้ให้ฉันไปนั่งหลังผู้ชายคนนึง ฉันไม่ได้สนใจคำพูดของเธอมากนักจึงหมุนตัวเดินตรงเข้าไปที่แถว


อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดละวะ


ด้านหน้าฉันเป็นผู้ชายใส่แว่น ดูเนิร์ด ๆ ส่วนด้านหลังเป็นผู้หญิงผมซอยสั้นที่นั่งยิ้มกว้างให้ฉันตั้งแต่เดินมานั่ง


ชื่อไรอ่ะ เราชื่อ เพื่อน’” เธอสะกิดหลังฉันแล้วแนะนำตัวทันที


เราชื่อ ไอริณ ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันเอี่ยวตัวกลับไปพูดกับเพื่อน


ไอริณเหรอ เออคนข้างหน้าไอริณชื่อ นาย’” เพื่อนแนะนำผู้ชายใส่แว่นที่นั่งอยู่ด้านหน้า ฉันหันกลับมามองก็พบว่านายกำลังก้มหัวทักทายกันเล็กน้อย


ยินดีที่ได้รู้จักนะนาย


ไอริณเป็นคนที่ไหนเหรอ เพื่อนถามขึ้น


เราเป็นคนชุมพร ฉันตอบเพื่อนไป


ชุมพร? ชุมพรนี่อยู่ภาคไหนวะ” เพื่อนขมวดคิ้วมุ่น


ภาคใต้ไง นายตอบคำถามเพื่อนแทนฉัน


ภาคใต้เหรอ เราไม่เห็นเคยได้ยินเลย เพื่อนยิ้มแห้งให้พร้อมเกาหัวแก้เขิน


ไม่แปลกหรอก ชุมพรเป็นจังหวัดแรกของภาคใต้อ่ะ มันเป็นเมืองทางผ่าน ฉันบอกเพื่อนไปตามตรง ถ้าพูดถึงภาคใต้ส่วนมากคนก็จะคิดถึงสุราษฎร์ธานี กระบี่ ภูเก็ต สงขลา ไม่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เลยมากกว่า


โทษนะ แต่มีระเบิดมั้ย เพื่อนถามต่อหน้าเจือน ๆ


คำถามยอดฮิตตลอดสินะ ถ้าบอกว่ามาจากภาคใต้...


ไม่มีนะ เราก็อยู่ปกติธรรมดานี่แหละ 3 จังหวัดชายแดนก็เหมือนกันอยู่ปกติธรรมดา ไม่ได้หมายความว่าอยู่ภาคใต้แล้วต้องวิ่งหนีระเบิดตลอดสักหน่อย ฉันร่ายยาวขยายความเข้าใจให้เพื่อนใหม่


โทษที เราไม่เคยไปเที่ยวภาคใต้เลย เพื่อนหัวเราะเบา ๆ เมื่อฟังฉันพูดจบ


เราเคยไปชุมพรนะ นายหันมาพูดกับฉัน


จริงเหรอ ฉันถามนายออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น น้อยคนมากที่เจอแล้วจะบอกว่าเคยไปชุมพร


อือ เคยไปเที่ยวกับครอบครัว พักที่โฮมสเตย์ นายขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่อาหารอร่อยดี ไอ้ใบเหลียงผัดไข่อร่อยมาก


เห้ย! เราโคตรชอบใบเหลียงผัดไข่ แม่เคยพาไปกินครั้งนึงที่นี่หาร้านอร่อย ๆ กินยากแถมยังแพงอีก เพื่อนพูดเสริม


หายากเหรอ บ้านเรามีต้นใบเหลียงข้างบ้านเลยนะ จะกินก็แค่ไปเก็บมาผัดเอง เพื่อนเบิกตากว้างทันทีเมื่อฟังฉันพูดจบ


โห้ย อิจฉาว่ะ เอาต้นมันมาปลูกที่นี่บ้างได้มั้ย


มันคงขึ้นให้หรอก นายปลายตามองเพื่อนอย่างหน่าย ๆ ว่าแต่สองคนนี้ทำไมพูดเหมือนคนรู้จักกันมานานเลย


ไว้เดี๋ยวเราเอามาฝากนะ ถ้าแม่ส่งมาให้เดี๋ยวเอามาฝากพวกนี้หน่อยก็แล้วกัน ว่าแต่ทั้ง 2 คน เป็นเพื่อนกันนานแล้วเหรอ


เรากับนายนะเหรอ เพื่อนชี้ที่ตัวเองกับนาย ฉันจึงพยักหน้าย้ำว่าเธอเข้าใจถูกแล้ว ว่าไงดี คือไม่ได้เป็นเพื่อนเก่าหรอกแต่เคยเจอกันมาก่อน


เคยเจอกันมาก่อน?”


เจอกันที่ค่ายวิศวะฯ ของมหาลัยนี่แหละ นายไขความข้องใจให้ฉัน ค่ายวิศวะฯ คือค่ายที่แต่ละมหาวิทยาลัยจัดขึ้น เพื่อให้น้อง ๆ ที่สนใจในคณะนี้ได้ลองเข้ามาศึกษาและทำความเข้าใจกับคณะวิศวกรรมศาสตร์มากขึ้น ว่าเรียนยังไง จบไปทำงานประมาณไหน การจะสอบเข้าควรเตรียมตัวอย่างไร แล้วก็มีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ร่วมทำกัน ตอนที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดรับสมัคร ฉันอยากมามากเลย แต่ขอพ่อยังไงท่านก็ไม่อนุมัติ พูดแล้วเศร้า


เรากับนายเคยโดนทำโทษออกไปเต้นแร้งเต้นกาด้วยกันอ่ะ พอเห็นนายเราก็เลยรีบเข้ามาทัก เพื่อนเล่าที่มาที่ไปที่รู้จักกับนายให้ฟัง แล้วหันไปถามประโยคที่เข้าใจกันอยู่ 2 คน เออ เพื่อนสนิทนายที่อยู่ด้วยกันตลอดเรียนที่นี่ป้ะ? ชื่อพายัพ พาอะไรแล้ววะ ลืม


นายขมวดคิ้วอยู่ครู่นึงก็ตอบคำถามเพื่อน ไอ้พายุ?”


เออใช่ พายุ ที่หน้าตี๋ หล่อ ๆ อ่ะ เพื่อนรีบขยายความถึงคนที่เอ่ยถึง


เรียนที่นี่แต่มันเรียนไฟฟ้า นายตอบเสียงเรียบ


หว่า...เซ็งเลยคิดว่าจะมีอาหารตาไว้มองสักหน่อย เพื่อนทำหน้าหมดอาลัยตายอยากสุด ๆ ฉันหันไปมองเพื่อนด้วยความแปลกใจ ฉันไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ออกมา คิดว่าเพื่อนเป็น... ทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไงไอริณ


คือเราคิดว่าเพื่อนเป็น... ควรพูดมั้ยมันดูเสียมารยาทโคตร ๆ


เป็น?” เพื่อนเลิกคิ้วเมื่อฉันไม่ยอมพูดมันให้จบ


เป็นแบบชอบผู้หญิงอ่ะ ฉันพยายามพูดอ้อม ๆ กลัวคำพูดของตัวเองมันจะไปกระทบใจเพื่อนจะผิดใจกันเปล่า ๆ


เพราะบุคลิคภายนอกของเราสินะ เพื่อนตอบกลับมาขำ ๆ ไม่แปลกหรอก ใคร ๆ เห็นเราก็คิดแบบนี้ทั้งนั้น


ขอโทษนะที่เข้าใจผิด ฉันเอ่ยปากขอโทษเพื่อนทันที


ไม่ต้องขอโทษหรอกริณ เอ่อ เราเรียกแค่ริณได้มั้ย เพื่อนถามฉันเมื่อเผลอเรียกชื่อของฉันย่อ ๆ


ได้เรียกเราแค่ริณเฉย ๆ ก็ได้


โอเคริณเฉย ๆ


ไม่ตลกเหอะ นายแทรกขึ้นมาทันทีที่เพื่อนพูดจบ


อ้าวแป๊กเหรอวะ ฮ่า ๆ เพื่อนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแก้เขิน จะได้ไม่เครียดไง เดี๋ยวไว้ไปฝึกเล่นมุขใหม่ละกัน


เห้อ~” นายถอนหายใจแล้วส่ายหัวเล็กน้อย 


นายคงคิดว่าจะจัดการยังไงกับไอ้เพื่อนที่ชื่อเพื่อนคนนี้สินะ แต่ฉันว่าดูมีสีสันดีออก ถ้าต้องอยู่กับเพื่อนแบบนี้อีก 4 ปีในรั้วมหาลัย ชีวิตคงไม่น่าเบื่อ


คืองี้นะริณ เราอ่ะไม่สนหรอกว่าจะเพศอะไร แค่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข หรือเราสบายใจเวลาที่อยู่กับเค้าเราก็โอเคหมด เพราะงั้นการที่ริณสงสัยว่าเราชอบผู้หญิงก็ไม่ผิดไง เพื่อนตอบฉันแล้วส่งยิ้มกว้างมาให้


ฉันมองเพื่อนอย่างรู้สึกทึ่งในความคิดของเธอ มันก็จริง...แค่คนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจสินะ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่รสนิยมส่วนบุคคล ใครจะชอบอะไรก็ไม่ผิด แต่คนส่วนใหญ่มักเอาคำว่าเพศมาจำกัดแบ่งกลุ่มคนออกเป็นกลุ่ม ๆ คิดแค่ว่าผู้หญิงต้องคู่ผู้ชายถึงจะถูก


ทั้งที่จริง ๆ แล้วเรื่องความรักมันไม่มีอะไรตายตัวเลยด้วยซ้ำ การที่เพื่อนสนใจทั้งผู้หญิงผู้ชายก็ไม่ผิด การที่ฉันสนใจแค่ผู้ชายก็ไม่ผิด มันก็แค่ความชอบส่วนบุคคล แค่นั้นเอง...


เอาละน้อง ๆ ทุกคนนี่ก็เวลาบ่ายโมงละ น่าจะครบกันแล้วเนอะ รุ่นพี่ที่ยืนคุมพวกเราอยู่ปรบมือเสียงดังเรียกให้พวกเราที่นั่งคุยกันอยู่หันไปสนใจ เดี๋ยวพี่จะพาพวกเราทุกคนไปคุยกันที่ลานคณะของพวกเรา เอ้า! ยืนขึ้นแล้วเดินตามมาเป็นแถวเลย


พวกนักศึกษาปี 1 ที่นั่งกันอยู่ลุกขึ้นยืนตามคำสั่งของรุ่นพี่ แล้วเดินตามกันออกไปที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ฉันมองเพื่อน ๆ ทั้งหมดก็พบว่ามีเพื่อน ๆ ร่วมภาคประมาณ 30 กว่าคนเท่านั้นเอง


เราเดินตามรุ่นพี่มาเรื่อย ๆ จนถึงสระบัวขนาดใหญ่ มองไปอีกฝั่งก็เป็นตึกคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หันกลับมามองฝั่งตรงข้ามก็พบป้ายคณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมสัญลักษณ์เฟืองเกียร์ สัญลักษณ์ประจำคณะวิศวะฯ รุ่นพี่พาพวกเราเดินเลี้ยวไปฝั่งคณะวิศวะฯ แล้วตรงไปยังลานหน้าคณะที่มีกลุ่มรุ่นพี่ใส่ช็อปสีต่างกันออกไปยืนรวมกันอยู่กลุ่มใหญ่


ภาคอุตสาหการเดินเรียงไปนั่งลงที่ลานหน้าคณะและตามด้วยเพื่อนภาคอื่นเข้ามานั่งรวมกันทั้ง 8 ภาค เมื่อนักศึกษาปี 1 เข้ามาครบแล้ว ก็มีรุ่นพี่ผู้ชายที่ดูท่าทางจะเป็นหัวหน้าหรือประธานรุ่นอะไรสักอย่าง เดินออกมาใช้โทรโข่งพูดกับนักศึกษาปี 1


ยินดีต้อนรับน้อง ๆ 200 กว่าคนเข้าสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย S นะครับ เมื่อรุ่นพี่คนนี้พูดจบก็มีเสียงปรบมือจากรุ่นพี่คนอื่น ๆ เพื่อต้อนรับพวกเรา ผมชื่อ ก้อง เป็นประธานรุ่นปี 2 อยู่ภาคโยธาครับ เมื่อพี่ก้องพูดจบให้รุ่นพี่ 10 กว่าคนที่ยืนอยู่แนะนำตัวกับพวกเราเรียงคน


วันนี้ไม่มีอะไรมาก พวกพี่จะมาอธิบายเกี่ยวกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ของที่นี่ รวมถึงแจ้งกิจกรรมที่น้อง ๆ จะต้องเจอทันทีที่เปิดเทอม และมาสันทนาการเพื่อหลอมรวมพวกเราให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะตอนนี้พวกเราทุกคนก้าวขาเข้ามาร่วมสถาบันนี้ด้วยกันแล้ว... ฉันนั่งฟังที่พี่ก้องอธิบายให้ฟังโดยรวมก็พบว่าในปีแรก นักศึกษาปี 1 จะเรียนวิชารวมกัน จะมาแยกเรียนวิชาภาคตอนปี 2 ดังนั้นกิจกรรมรับน้องก็จะแบ่งเป็น 2 แบบ คือรับน้องรวมทั้งคณะ กับรับน้องแยกแต่ละภาค นอกจากนี้ยังมีการแบ่งพวกเราออกเป็นกรุ๊ป ซึ่งในแต่ละกรุ๊ปก็จะมีเพื่อน ๆ พี่ ๆ จากภาคอื่น เพื่อให้สนิทกันมากขึ้นรวมถึงมีคอนเนกชั่นที่หลากหลายซึ่งจะมีประโยชน์กับการทำงานในภายภาคหน้า


คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย S จะแยกออกเป็น 8 ภาค และในแต่ละภาคก็จะมีสีเสื้อช็อปที่แตกต่างกันออกไป


โดยภาคอุตสาหการ จะสวมเสื้อช็อปสีเทา ภาคเคมี สวมเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมู ภาคเครื่องกล สวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้ม ภาคโยธา สวมเสื้อช็อปสีขาว ภาคคอม สวมเสื้อช็อปสีฟ้าน้ำทะเล ภาคไฟฟ้า สวมเสื้อช็อปสีดำ ภาคสิ่งแวดล้อม สวมเสื้อช็อปสีเขียวเข้ม และภาคโลจิสติก สวมเสื้อช็อปสีน้ำตาลเข้ม นอกจากนี้ยังมีเสื้อช็อปรวมของคณะวิศวะฯ เป็นสีกรมอีกด้วย เท่ากับว่า แต่ละคนจะมีช็อป 2 สี คือช็อปรวม และช็อปของแต่ละภาค


กิจกรรมที่ว่าก็มีประมาณนี้นะครับ ทันทีที่เปิดเทอมน้อง ๆ จะแยกไปรับน้องกันแต่ละภาค โดยการรับน้องรวมของคณะพี่ ๆ จะแจ้งน้องอีกที่ในกลุ่มแชทนะครับ เดี๋ยววันนี้น้อง ๆ ทุกคนน่าจะโดนลากกันเข้ากลุ่ม ส่วนเรื่องกรุ๊ปพี่จะแบ่งให้ทันทีที่เปิดเทอมครับ เมื่อพูดคุยเรื่องต่าง ๆ กันเสร็จแล้ว พี่ก้องก็ให้พี่ ๆ เข้ามาสันทนาการ ให้ร่วมสนุกร้องเพลง และเล่นเกมกันเพื่อกระชับมิตร รวมถึงออกไปเต้นแร้งเต้นกากันอีกด้วย จนถึงเวลาอันควรก็ปล่อยน้อง ๆ ปี 1 ให้แยกย้ายกันกลับในที่สุด


พี่ ๆ เค้าก็ดูใจดีนะ รับน้องคงไม่โหดมากหรอกมั้ง” เพื่อนพูดขึ้นทันทีที่เราแยกย้ายเดินออกจากลานวิศวะฯ


อือ พี่เค้าก็ดูสนุกสนานดี ฉันเห็นด้วยกับเพื่อน บอกตามตรงฉันกังวลกับการรับน้องมาก ฉันเป็นคนไม่ค่อยชอบสถานการณ์โดนกดดันสักเท่าไร ยิ่งมาเรียนในคณะที่มีประชากรผู้ชายเยอะขนาดนี้ การรับน้องมันต้องโหดแน่ ๆ แค่คิดว่าต้องมานั่งก้มหน้าโดนตะคอกใส่ก็อยากจะร้องไห้ จิตใจของเด็กต่างจังหวัดที่ต้องมาใช้ชีวิตคนเดียวแถมยังต้องโดนสถานการณ์กดดันแบบนั้นอ่ะ มันไม่ดีเอาซะเลย แม้แม่ฉันจะบอกว่าฉันจิตใจแข็งแกร่งดั่งหินผาก็เถอะ


สนุกดิก็พี่สันฯ นายเอ่ยขัดฉันกับเพื่อนเสียงเรียบ


โห้ยย ไรวะ ไม่มีให้กำลังใจ แบบความหวังสักนิดที่ไม่ต้องโดนว๊ากอ่ะ เพื่อนโวยวายนายพร้อมทำหน้าไม่สบอารมณ์ที่เพื่อนตัวดีพูดอะไรที่ทำลายความหวังของเธอ (รวมถึงของฉันด้วย T^T)


ก็เรื่องจริง ไม่เชื่อรอดูเปิดเทอม นายปรายตามองเพื่อนพร้อมดันแว่นที่สวมอยู่ขึ้น จะว่าไปนายที่ดูเนิร์ด ๆ ก็ขี้แอคใช่เล่นเลยนะ เหอะ ๆ


ไอ้นาย!” เสียงตะโกนเรียกชื่อนายทำให้พวกเรา 3 คนหันไปมองตามต้นเสียง พบกับผู้ชายร่างสูงวิ่งตรงเข้ามาหา สิ่งที่แตะตาที่สุดในตัวเค้าคงไม่พ้นผมสีบลอนด์สว่างตานั้นละมั้ง ฉันว่าถ้าเปิดเรียนไอ้หมอนี่ไม่ย้อมกลับได้มีเฮแน่


เห้ย! นั้น พายุใช่ป่าววะ เพื่อนกระทุ้งข้อศอกใส่นายรัว ๆ เพื่อเร่งให้เจ้าตัวตอบคำถาม


อือ


สีผมแมร่งจ๊าบสัส เพื่อนพูดถึงคนที่กำลังวิ่งมาหยุดยืนหอบหายใจอยู่ตรงหน้าเรา 3 คน


หาตัวยากชิบหายพอรวมกันทั้งคณะแบบนี้ พายุบ่นแล้วปรายตามองที่เพื่อนสนิทตัวเอง


หวัดดีพายุ นายอาจจะจำเราไม่ได้นะ แต่เราจำนายได้นะ เราเคยเจอกันที่ค่ายวิศวะฯ ปีที่แล้ว ยินดีที่ได้รู้จักอีกรอบ เราชื่อเพื่อน คนช่างพูดก็พลามไม่หยุดแถมยังยื่นมือออกไปตบไหล่คนมาใหม่เบา ๆ อย่างสนิทสนม (สนิทตอนไหน?)


จำได้ดิก็เล่นโดนออกไปเต้นกับไอ้นายโคตรบ่อย พายุยิ้มกว้างโชว์ฟันทั้งปากส่งให้เพื่อน


เอ่อ... ทำไมดูสนิทกันง่ายจัง


ฉันยืนเอ๋อเหมือนคนไม่รู้จะทำตัวยังไง เอาไงดีละ ฉันค่อนข้างเข้ากับคนอื่นยากน่ะ ไม่รู้ว่าควรเข้าหายังไง เริ่มพูดคุยยังไงดี เป็นคนกลัวความเปลี่ยนแปลงและไม่ค่อยชอบที่จะเข้าสังคมใหม่ ๆ วันนี้ที่ได้เจอกับรส นาย และเพื่อน คือสุดยอดแล้วฉันไม่คิดว่าจะหาเพื่อนได้ 3 คนในวันเดียวด้วยซ้ำ


เหมือนพายุจะสังเกตเห็นฉันแล้วเค้าจึงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย


เอ่อ... ฉันที่กำลังจะแนะนำตัวเองก็โดนเสียงของเพื่อนกลบไปซะก่อน


คนนี้ชื่อไอริณ เพื่อนใหม่ ๆ น่ารักใช่มั้ยละ ไม่พูดเปล่าเพื่อนดันตัวฉันออกมาข้างหน้าด้วย ฉันจึงส่งยิ้มให้พายุเล็กน้อย ส่วนพายุก็กระตุกยิ้มแล้วยกมือขึ้นทักทายกัน


มาวันแรกก็ได้เพื่อนน่ารักขนาดนี้แล้ว ไม่เบาเลยนะมึง พายุหันไปพูดจายี้ยวนใส่คนที่ยืนเงียบอยู่


ก็เค้ารหัสหลังกู นายยักไหล่อยากไม่ใส่ใจ


เออ ว่าแต่ไอริณมาจากโรงเรียนอะไรอ่ะ พายุหันมาให้ความสนใจกับฉันอีกครั้ง


เราเป็นเด็กต่างจังหวัดอ่ะ มาจากชุมพร


เห้ย! จริงดิ ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่าเด็กใต้ พายุเบิกตาตี๋ ๆ นั้นขึ้นเล็กน้อย


อีกแล้ว... กี่คนแล้วนะที่บอกว่าฉันไม่เหมือนคนภาคใต้ ภาพจำคนใต้คือผิวคล้ำ เสียงดังรึไงกัน คนภาคใต้ก็มีหลายเชื้อชาตินะ มันก็ปกติเหมือนคนภาคอื่นนั้นแหละ เห้อ~~


คนใต้ไม่ได้ผิวคล้ำจากแดด และเสียงดังเพราะต้องตะโกนแข่งกับลมทะเลทุกคนหรอกนะ ฉันพูดอธิบายไปยิ้ม ๆ แม้ในใจจะแอบเหนื่อยกับการต้องมาอธิบายอะไรพวกนี้ก็เถอะ


ป่าว ๆ เรารู้แต่ไอริณดูผิวพรรณดีมากกว่าเด็กต่างจังหวัด พายุขำกับคำพูดของฉันเล็กน้อย


ไอ้เรื่องผิวพรรณดีก็คงต้องขอบคุณพ่อกับแม่นู้นแหละ แต่ฉันก็ไม่ค่อยปล่อยตัวเองไปสัมผัสแดดมากนักหรอก เวลาออกไปช่วยงานในสวนก็ใส่แขนยาวขายาวคลุมมิดชิดตลอด


ฉันเป็นผู้หญิงนะมันก็ต้องรักสวยรักงามเป็นธรรมดาสิ


อ๋อ ฉันพยักหน้ารับไปส่ง ๆ ว่าจะขอแยกตัวไปก่อนดีกว่าเพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว เดี๋ยวต้องไปซื้อของต่อกว่าจะกลับถึงหอกลัวดึกเอาเสียก่อน งั้นริณไปก่อนนะ พอดีจะไปทำธุระต่อ


เห้ย! เดี๋ยวดิ เราขอไลน์ไอริณหน่อยได้ป้ะ




I #เฮียโฬมคนขี้เผือก I


TALK

[100%] ฮัลโหลมีคนรอเฮียอยู่ใช่มั้ยคะ เป็นเงียบมาก 555555555555 หรือเพราะเฮียยังไม่ออก 

เรื่องนี้เรากดดันตัวเองเยอะพอสมควรเลยเพราะอยากพัฒนาจากเรื่องที่แล้ว 

ยังไงก็เอนจอยรีดดิ้งน้า เลิฟฟฟฟ

 




...

MINNIK

...

มีคำผิดบอกได้นะคะ กด ♥ แล้วคอมเมนต์ให้กันด้วยนะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 505 ครั้ง

1,225 ความคิดเห็น

  1. #90 ooiidd4 (@ooiidd4) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 20:45

    รอเฮียโฬม

    #90
    0
  2. #62 chomjun82 (@chomjun82) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:47

    หยอดกระปุกจ่ายค่าตัวเฮีย หุหุ

    #62
    0
  3. #61 nami55 (@nami55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 18:23

    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #61
    0
  4. #60 kaewnit (@kaewnit) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 17:29
    รอเจ้าโรมเมื่อไหร้จะมา
    #60
    0
  5. #59 nami55 (@nami55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 21:39

    รออออออ
    #59
    0
  6. #56 ตะวันหมอก (@pf_pr_myself) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 22:45
    โดนตกจนได้555
    #56
    0
  7. #55 noojar27 (@noojar27) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 20:48

    #######
    #55
    0
  8. #54 nami55 (@nami55) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 11:16

    ......
    #54
    0
  9. #53 nuy1451000175639 (@nuy1451000175639) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 06:33
    สายรหัส 011 ก็ต้องมีคนหล่อสิไรท์ หล่อด้วยปาก...ด้วบ5555
    #53
    0
  10. #52 NINA_Supathinee (@NINA_Supathinee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 00:45
    สาย011 เหมือนกันเลยยย
    #52
    0
  11. #51 ` TKook (@iplus701b) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 00:29
    สายรหัสใครน้าาาา
    #51
    0
  12. #50 tairacha (@tairacha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 23:52
    ชุมพร...ก็อยู่ทางเหนืองัย 😆
    #50
    0
  13. #49 noojar27 (@noojar27) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 21:20
    ต่ออับต่ออออออออพี่โฬมจะมาแล้วววว
    #49
    0
  14. #48 mkchim_ntd95 (@mkchim_ntd95) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 17:31
    รออออค่าา
    #48
    0
  15. #47 noojar27 (@noojar27) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 09:39
    รอออออออ
    #47
    0
  16. #46 noojar27 (@noojar27) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 09:38
    รออออออ
    #46
    0
  17. #45 mkchim_ntd95 (@mkchim_ntd95) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 13:18
    ยังไงๆๆ
    #45
    0
  18. #44 lookkai044 (@lookkai044) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 12:01

    เอาแล่วๆๆๆ
    #44
    0