STUMBLE LOVE เฮียคะ! ระวังสะดุดรักหนู

ตอนที่ 2 : STUMBLE LOVE♥ :: สะดุดครั้งที่ 00 : สาวบ้านนอกเข้ากรุง vs ผู้ชายที่มาพร้อมรถคันใหญ่ [Full]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 461 ครั้ง
    12 ก.ค. 62




STUMBLE LOVE เฮียคะ! ระวังสะดุดรักหนู

สะดุดครั้งที่ 00


สาวบ้านนอกเข้ากรุง vs ผู้ชายที่มาพร้อมรถคันใหญ่



จังหวัดชุมพร


ริณไปซื้อเคยให้แม่ที (ริณไปซื้อกะปิให้แม่หน่อย) เสียงผู้เป็นแม่ดังขึ้นจากในครัวตะโกนเรียกลูกสาวคนเดียวของบ้าน ไอริณ ที่กำลังจัดของใส่กระเป๋า เตรียมตัวสำหรับการไปใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองหลวงที่ห่างไกลบ้านอีกหลายปีข้างหน้า


จ้า ไอริณวิ่งออกจากห้องไปคว้าเงินที่แม่ตั้งไว้ให้บนโต๊ะกินข้าว กุญแจรถเครื่องอยู่ไหน (กุญแจรถมอเตอร์ไซค์อยู่ที่ไหน)


           อยู่ที่รถ เมื่อฟังคำตอบของแม่ไอริณก็วิ่งไปที่โรงจอดรถหลังบ้านแล้วคร่อมรถ พร้อมสตาร์ท เข้าเกียร์ แล้วจัดการบิดรถที่อายุพอ ๆ กับเธอไปยังร้านขายของชำร้านประจำหมู่บ้านเพื่อซื้อของตามที่แม่ต้องการทันที


               อ้าวคนสวยเอาไรลูก (มาซื้ออะไรจ๊ะคนสวย) ป้าเจ้าของร้านทักทายอย่างคุ้นเคย


               เอาเคยครึ่งโลค่ะ (ซื้อกะปิครึ่งกิโลค่ะ) เด็กสาวยิ้มแย้มแล้วสั่งของที่ต้องการกับเจ้าของร้าน


               แล้วนี่ขึ้นกรุงเทพฯ ต่อไร (แล้วจะไปกรุงเทพฯ เมื่อไหร่) ป้าสาย ที่กำลังตักสิ่งที่เด็กสาวตรงหน้าสั่งใส่ถุงชั่งน้ำหนักถามขึ้นอย่างใคร่รู้


               ไปต่อเช้า เดี๋ยวพ่อไม่ส่ง (ไปพรุ่งนี้ เดี๋ยวพ่อไปส่ง) ไอริณตอบขณะเปิดตู้เย็นหาน้ำอัดลมมาดื่มให้สดชื่น เพื่อเอาแรงไปจัดของที่ยังไม่เสร็จต่อ


               สาเร็วพรึดล่ะ ปุ๊บปั๊บเป็นสาวซะแล้ว มีแฟนแล้วอย่าลืมพามาแลบ้างนะ (ทำไมเร็วจัง แป๊บเดียวโตเป็นสาวซะแล้ว ถ้ามีแฟนอย่าลืมพามาแนะนำป้านะ) ป้าสายพูดจบก็ส่งของให้คนเป็นสาวตรงหน้าพร้อมรับเงินไป


             ใช่จะหาง่าย ๆ ล่ะป้า (มันไม่ได้หาง่าย ๆ หรอกนะป้า) ไอริณส่งยิ้มให้ป้าสายเป็นการตบท้ายก่อนจะรีบขับรถกลับบ้านเอาของไปให้แม่ที่กำลังทำกับข้าวสำหรับมื้อเย็นของวันนี้อยู่


                มื้อสุดท้ายก่อนจะไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองที่เมืองหลวงอันห่างไกลจากบ้านแล้วสินะ


 

     เช้าวันต่อมา

                04.00 น.


                ไม่ลืมไรหน่ะ (ไม่ลืมอะไรใช่มั้ย) ผู้เป็นพ่อหันมาถามลูกสาวตัวเองที่ขึ้นมานั่งบนเบาะหลัง


                ไม่ลืม ไอริณตอบ พร้อมเอาหมอนรองคอมาสวมเพื่อเตรียมตัวงีบเอาแรงระหว่างการเดินทาง


                ในใจก็แอบตื่นเต้นรวมทั้งแอบใจหาย ที่จะต้องห่างจากอกพ่ออกแม่ ไปใช้ชีวิตคนเดียว ได้เรียนรู้การโตเป็นผู้ใหญ่สักที


              ไอริณ หรือ ไอรดา รติโชติ เด็กสาวที่กำลังก้าวสู่การเป็นผู้ใหญ่ จากการสามารถสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย S ได้ตามที่เคยใฝ่ฝัน ทำให้ต้องเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครฯ เมืองหลวงที่ห่างไกลจากบ้านเกิดของตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มอะไรใหม่ ๆ ในหลายอย่างที่เธอได้แต่ภาวนาให้สามารถดูแลตัวเองผ่านแต่ละวันไปได้อย่างราบรื่นจากเมืองที่แตกต่างจากบ้านเกิดของตัวเองอย่างมาก ทั้งการใช้ชีวิต การเดินทาง การสื่อสาร รวมถึงอาหารการกิน


                คิดไปก็ปวดหัวหลับเอาแรงซักหน่อยดีกว่า...

 


                10.00 น.

              “สวัสดีค่ะ คุณไอรดาที่เซ็นสัญญาเช่าไว้เมื่อเดือนที่แล้วใช่มั้ยคะ ฉันเดินเข้ามาคุยกับคนดูแลหอหลังจากที่พ่อขับรถมาจอดอยู่หน้าหอ รวมใจ หอที่ได้ทำการเช่าไว้หลังจากการเดินทางมามอบตัวเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย S กับแม่เมื่อเดินที่แล้ว


                ใช่ค่ะ


               อันนี้เป็นกุญแจห้องกับคีการ์ดเข้าหอนะคะ ฉันรับของพร้อมก้มหัวขอบคุณเล็กน้อย แล้วเดินออกมาหาพ่อกับแม่ที่ยืนรออยู่ด้านนอก

               

               คุณลุงคุณป้าสวัสดีค่ะ ยังเดินไม่ทันถึงเป้าหมายก็พบผู้หญิงร่างบาง หน้าสวยคม เดินออกมาจากในหอพร้อมยกมือขึ้นสวัสดี พ่อกับแม่ของเธอ แถมยังไม่ลืมที่จะหันมาโบกมือทักทายกันอีกด้วย


               ป่านไม่ได้เจอตั้งนานลูกบายดีเห่อ (ป่านไม่ได้เจอตั้งนานสบายดีใช่มั้ย) แม่เดินเข้าไปลูบแขน ป่าน หรือ พี่สายป่าน พี่สาวที่อายุมากกว่าฉัน 2 ปี เธอเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองอันห่างไกลที่นี่ก่อนฉันถึงสองปี และแน่นอนที่ฉันเข้าพักที่นี่ก็เป็นคำแนะนำจากเธอ เนื่องจากพ่อแม่ฉันรู้สึกเบาใจที่มีคนรู้จักอยู่ร่วมหอแม้ว่าที่นี่เป็นหอรวมก็ตาม


                    สบายดีค่ะ เรารีบเข้าไปดูห้องน้องรินกันดีกว่าค่ะ” พี่สายป่านชวนพ่อและแม่รวมทั้งฉันเดินเข้าไปในหอ หอที่นี่ไม่มีลิฟต์ททำให้เราต้องช่วยกันขนของของฉันเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้น 2 ดีหน่อยที่ต้องเดินขึ้นไม่กี่ชั้น ถ้าฉันเลือกชั้นสูงกว่านี้คงต้องเดิน ๆ หยุด ๆ กันแน่


                ฉันเดินมาไขประตูห้องที่มีเลขห้อง 205 ห้องริมสุด เปิดประตูเข้าไปในห้องก็พบว่าห้องมีแค่โต๊ะเครื่องแป้ง 1 ตัว ตู้เสื้อผ้า 1 ตู้ โต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ และเตียงนอนเพียงเท่านั้นที่เป็นเฟอร์นิเจอร์หลัก ได้เท่านี้ในราคา 4500 บาท/เดือน ก็ถือว่าค่อนข้างดี แม้ห้องจากค่อนข้างเล็กไปหน่อย เมื่อเรา 4 คนเข้ามายืนอยู่ในห้องนี้ก็เถอะ


                ห้องฮิดนึง อยู่ที่พันนี้แล้วหายใจไม่ออก (ห้องเล็กนิดเดียว อยู่ที่แค่แบบนี้แล้วเหมือนจะไม่มีอากาศหายใจ) พ่อฉันบ่นงุบงิบทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง


                ฉันเดินลากกระเป๋าไปไว้หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วเดินตรงไปสำรวจระเบียงห้อง มองออกไปไม่ไกลมากก็เจอกับมหาวิทยาลัย S มหาลัย ที่ฉันต้องใช้ชีวิตอีกหลายปีเพื่อศึกษาหาความรู้ หอแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมานัก เดินไปก็ไหว แล้วบริเวณนี้ก็มีแต่งหอนักศึกษาเป็นส่วนใหญ่


                ห้องขนาดนี้ปกติค่ะคุณลุง แล้วอีกอย่างน้องริณอยู่คนเดียวสบายมาก พี่สายป่านหันไปพูดกับพ่อฉันที่ทรุดตัวนั่งลงบนเตียง


                เตียงแข็งพรึดละ พันนี้ลูกจะนอนบายเห่อ (ทำไมเตียงแข็งขนาดนี้ แบบนี้ลูกจะนอนสบายเหรอ) ฉันหันไปมองพ่อที่บ่นจู้จี้จุกจิกตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยสายตาหน่ายใจนิดหน่อย


                อะไรจะเป็นห่วงกันขนาดนี้...


                บายมาก อยู่ได้ หายห่วง (สบายมาก อยู่ได้ ไม่ต้องเป็นห่วง) ฉันเดินไปทรุดตัวนั่งลงข้าง ๆ พ่อ แล้วเกาะแขนท่านพร้อมพูดด้วยท่าทางสบาย ๆ


                ฉันเป็นลูกคนเดียวของบ้าน พ่อกับแม่ก็จะหวงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพ่อ เพราะที่จังหวัดฉันเป็นเมืองอนุรักษ์ เป็นเมืองทางผ่าน จึงไม่ค่อยมีอะไรมาก ห้างใหญ่ ๆ อย่างเซ็นทรัลละก็อย่าหวังว่าจะเจอ มีแค่ห้างประจำจังหวัดเท่านั้นแหละ
นี่ยังดีนะที่มีโรงหนังให้ดูบ้าง ไม่อย่างนั้นละก็คงตามกระแสอะไรไม่ทัน สมัยที่ไม่มีโรงหนังละก็ต้องขับรถข้ามไปอีกจังหวัดถึงจะได้ดู ไม่อย่างนั้นก็รอแผ่นอีก 3-4 เดือน แต่เดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตเข้าถึงแล้วใช่มั้ยละ ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนฉันแอบเข้าไปดูหนังในเว็บหนังเถื่อนอยู่บ่อย ๆ (ไม่ดีนะคะ สนับสนุนของถูกลิขสิทธิ์ดีกว่าเนอะ) ซึ่งต่างจากเมืองที่มีแต่ความเจริญและผู้คนมากมายอย่างที่นี่มาก


ฉันเรียนจบมัธยมจากโรงเรียนประจำจังหวัด ปิดเทอมส่วนมากเพื่อน ๆ
จะนิยมเข้ามาเรียนพิเศษกันที่กรุงเทพฯ ฉันขอพ่อเข้ามาเรียนตลอดช่วงปิดเทอม แต่ไม่เคยได้รับอนุญาตสักครั้ง บอกว่ายังเด็กบ้างล่ะ ที่นี่อันตรายผู้คนมากหน้าหลายตาบ้างล่ะ ฉันจึงอาศัยความขยันของตัวเองในการหาหนังสือมาอ่าน ใฝ่คว้าหาความรู้ให้ตัวเองจนสอบเข้ามหา
ลัยชื่อดังแบบนี้ได้ แต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่เคยมาที่นี่นะ เคยมาอยู่ครั้งสองครั้งตอนที่มาทัศนศึกษากับโรงเรียน แต่ก็แค่นั้นล่ะ การเดินทางที่นี่ฉันยังไม่เข้าใจเลย ว่าต้องขึ้นรถเมล์ยังไง ขึ้นไอ้ BTS MRT ยังไง คงต้องศึกษาการใช้ชีวิตอีกเยอะ


แม่ฝากน้องด้วยนะป่าน แม่หันไปพูดกับพี่สายป่าน


ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เดี๋ยวป่านช่วยดูน้องให้ ฉันมองพี่สายป่านที่ตกปากรับคำแม่ไป พี่สายป่านเป็นลูกของคนเฝ้าสวนที่บ้านฉัน เราเล่นด้วยกันบ่อย ๆ ตอนยังเด็ก พ่อพี่สายป่านก็รู้จักกับพ่อฉันมานาน แต่เมื่อโตขึ้นเราต่างคนต่างมีเพื่อนเป็นกลุ่มของตัวเอง ทำให้ฉันกับพี่เค้าห่างกันออกไป ยิ่งพี่เค้าออกมาเรียนตั้ง 2 ปีแล้ว ความรู้สึกมันไม่ได้สนิทชิดเชื้อเหมือนตอนเด็ก ๆ แล้ว ฉันจึงแอบเกรงใจพี่เค้าอยู่เหมือนกัน


พี่ป่านเค้าไม่ว่าง เค้าต้องเรียนนะแม่ ไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยงริณ ฉันพูดแย้งแม่ไป


ไม่เป็นไรหรอกนิด ๆ หน่อย ๆ พี่สายป่านส่งยิ้มมาให้ฉันอ่อพี่ป่านพูดภาษาถิ่นแบบฉันไม่ได้หรอก แต่ฟังที่พวกเราพูดรู้เรื่อง แม่พี่เค้าเป็นคนภาคกลางจึงสอนลูกพูดภาษากลางแทน 


ส่วนฉันคนภาคใต้ทั่งโคตร จึงพูดใต้ตั้งแต่เด็ก ๆ เวลาไปโรงเรียนก็พูดกลางนะ แต่ภาษากลางแบบคนใต้ที่มักจะมีคำภาษาใต้ปนมาในสำเนียงภาษากลางหรือเรียกอีกอย่างว่า พูดทองแดง’ นั้นแหละ


หลังจากจัดของในห้องเสร็จ พ่อกับแม่ก็พาฉันและพี่สายป่านไปหาอะไรกินที่ห้างใกล้ ๆ ก่อนที่พ่อกับแม่จะเดินทางกลับ อันที่จริงฉันบอกให้พวกท่านกลับไปเลยเพราะกลัวจะขับรถถึงบ้านมืดค่ำแล้วเกิดอันตราย กว่าจะขับรถถึงบ้านก็ตั้ง 5-7 ชั่วโมง


แต่ก็เท่านั้น พ่อกับแม่ฉันเคยฟังฉันที่ไหนละ...


แม่กับพ่อไปแล้วนะ อยู่ดี ๆ มีกะไรก็โทรหากัน (แม่กับพ่อจะกลับแล้วนะ มีอะไรก็โทรหาแล้วกัน) แม่เดินเข้ามากอดฉันหลังจากที่กลับมาส่งฉันที่หอ


ไปตะ เดี๋ยวถึงบ้านมืด (ไปเถอะ เดี๋ยวถึงบ้านจะมืดค่ำเอา) ฉันส่งยิ้มแล้วก้มลงไปหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ทันทีที่เห็นท่านยืนน้ำตาคลอ


ใจหาย ไม่เคยห่างไปไหนไกลเลย แม่ฉันพูดจบก็กอดฉันแน่นอีกครั้ง


อย่าร้อง เดี๋ยวริณร้องตาม ฉันที่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ตอบแม่ด้วยเสียงติดตลก เมื่อแม่ผละออกไปฉันก็เดินไปกอดพ่อที่ยืนอยู่ที่รถ พ่อยกมือขึ้นมาลูบหัวฉันเบา ๆ


อยู่ดี ๆ นะ โตแล้ว


อือ ฉันรับคำพ่อสั้น ๆ ใจหายที่สุด การต้องออกมาอยู่ที่ห่างไกลคนเดียวแบบนี้ครั้งแรกมันใจหายสุด ๆ ไปเลยนะ แต่ฉันจะร้องไม่ได้ ขืนร้องออกไปละก็พ่อกับแม่จะเป็นห่วงเอา


ฉันโบกมือให้พ่อกับแม่ที่ขับรถออกไปจนลับตา พร้อมหันหลังจะเดินเข้าหอ ก็เห็นพี่สายป่านยืนกอดอกส่งยิ้มให้อยู่


ออกมาอยู่คนเดียวแบบนี้ครั้งแรกสินะ พี่ป่านพูด


ค่ะ แอบใจหายเหมือนกัน มันโหวง ๆ แปลก ๆ ฉันตอบเธอไปตามตรง


อย่างนี้แหละ เดี๋ยวก็ชิน พี่ป่านเดินมาลูบหลังฉันเบา ๆ แล้วพากันเดินเข้ามาในหอ พี่สายป่านที่อยู่ชั้น 5 ก็แยกออกไปแล้ว ตอนนี้ฉันกลับมานั่งในห้องคนเดียว อยู่ ๆ น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลออกมา


คิดถึงบ้าน... คิดถึงพ่อกับแม่...


อารมณ์ต้องจากบ้านมาอยู่ที่ไกล ๆ คนเดียวเป็นแบบนี้เองเหรอ การต้องเริ่มสังคมใหม่ ๆ เจอผู้คนใหม่ ๆ แบบนี้มันก็แอบน่ากลัวนะ


ฉันจะผ่านมันไปได้ใช่มั้ย...

 



2 วันผ่านไป

ฉันเดินออกมาหาอะไรกินหน้าปากซอยหลังจากแอบงีบไปตอนกลางวัน ตื่นมาอีกทีมองนาฬิกาในมือถือที่แสดงเวลา 5 โมงเย็น ท้องเจ้ากรรมก็ร้องประท้วงขึ้นมา เพราะตั้งแต่กินข้าวไปตอน 10 โมงฉันก็ยังไม่ได้หยิบอะไรเข้าปากอีกเลย


หลังจากแอบนอนร้องไห้ในคืนแรก ฉันก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้อีก ฉันต้องอยู่ให้ได้ มันคือความตั้งใจของฉัน ไม่ต้องกลัวการเริ่มต้นใหม่ ชีวิตคนเราน่ะมันมีสิ่งให้เริ่มต้นใหม่อีกเยอะ คืนแรกมันก็แค่อารมณ์อ่อนไหวของคนที่ต้องจากบ้านมาไกล


พอฉันได้มาอยู่คนเดียวทำทุกอย่างเอง ต้องตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ก็พบว่ามันสนุกดีเหมือนกัน เราอยากจะทำอะไรก็ทำ แถมยังมีพื้นที่ส่วนตัวเยอะด้วย อีกอย่างเดี๋ยวนี้โลกโซเชียลมันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ถ้าคิดถึงพ่อกับแม่ก็แค่วีดีโอคอลคุยกัน ถึงบ้านฉันอาจจะอยู่ห่างไกลความเจริญไปนิดแต่โซเชียลก็เข้าถึงละน่ะ เหมือนแม่ฉันละก็ ถ่ายรูปกับข้าวโพสลงเฟสบุ๊คที่ฉันสมัครให้ทุกวัน พ่อก็ส่งสติกเกอร์ไลน์หากันรัว ๆ


ส่วนพี่ป่านตั้งแต่วันนั้นฉันก็ยังไม่ได้เจอเธอเลย พี่เค้าน่าจะยุ่ง ๆ กับการเตรียมรับน้องละมั้ง ได้ข่าวว่าที่มหาลัยจะให้ปี 3 ดูแลเรื่องการรับน้อง พี่ป่านเรียนคณะวิทยาศาสตร์ เอกฟิสิก ตึกคณะอยู่ตรงข้ามกับคณะฉันนี่เอง


หลังจากยืนรอข้าวผัดพริกแกงหมูกรอบจากร้านอาหารตามสั่งหน้าปากซอยฉันก็เดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ซื้อน้ำเปล่ามา 2 ขวดใหญ่ กินผัดพริกแกงมา 2 วันแล้ว เป็นข้าวผัดพริกแกงที่แอบหวานไปหน่อย ไม่ค่อยจะถูกปากหรอกแต่คิดซะว่ากินเพื่ออยู่ก็แล้วกัน


เมื่อได้ของที่ต้องการครบฉันก็รีบเดินตรงกลับไปที่หอ แต่ระหว่างทางเดินไปหอดันไปเห็นลูกแมวลายสลิดสีทองเดินอยู่กลางถนน ซอยนี้เป็นซอยหอพักแถมอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยอีก จึงมีรถวิ่งสวนไปมาพลุกพล่านเลยทีเดียว ขืนปล่อยไว้ลูกแมวน้อยตัวนั้นต้องโดนรถเสยเข้าให้แน่


ฉันหันมองรถภายในซอยก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ขับมาอยู่ห่างไปค่อนข้างไกล  


จึงรีบเดินตรงเข้าไปอุ้มลูกแมวตัวนั้นทันที แต่หันไปมองทางถนนอีกทีก็พบว่ารถที่เคยเห็นอยู่ไกล ๆ เคลื่อนที่เข้ามาเร็วจวนจะถึงตัวเองอยู่แล้ว


ปี้น ๆๆๆ


เห้ย!” เจ้าของรถคันใหญ่ตะโกนขึ้น เหมือนเค้าจะขับมาค่อนข้างเร็วเลยทีเดียว จากเมื่อกี้ที่เห็นอยู่ต้นซอยแค่ไม่กี่วินาทีก็เคลื่อนที่มาถึงตัวฉันแล้ว


ฉันยืนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทำอะไรไม่ถูก จะกระโดดหลบรถตอนนี้ขาก็ดันแข็งไปแล้วว


เมื่อฉันไม่ก็กระโดดหลบรถ เจ้าของรถคันโตก็รีบหักรถหลบจนเสียหลักพุ่งเข้าใส่กองขยะในซอยเต็ม ๆ


เอี๊ยด! โครม!


เสียงเบรกและเสียงรถล้มทำให้ฉันได้สติรีบหันไปมองรถคันดังกล่าว ก็เห็นรถบิ๊กไบค์คันโตที่ล้มอยู่พร้อมเจ้าของรถที่กระโดดออกจากรถไปกองรวมอยู่กับกองขยะที่มีเศษผักจากร้านอาหารตามสั่งกระจายอยู่เต็มตัวเค้า


คุณ...เป็นยังไงบ้าง?” ฉันรีบวิ่งเข้าไปดูคนขับทันที


เจ็บสิวะ ถามได้ เค้าตอบมาอย่างหัวเสีย ลุกขึ้นปัดเศษขยะออกจากตัวเองแล้วถอดหมวกกันน็อคใบโตออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหล่าของคนตรงหน้า คนเมืองหลวงเค้าหล่อกันขนาดนี้เลยเหรอ ผิวขาวจนเกือบจะเท่าฉันอยู่แล้ว ขนาดฉันเป็นคนขาวมากแล้วนะ จมูกโด่งพุ่งจนจะกระแทกหน้าฉันอยู่แล้ว หน้าเหมือนลูกครึ่งตะวันตกเลย แต่มองดูอีกทีก็เหมือนชาวเอเชียนี่แหละเพราะเค้ามีตาชั้นเดียวเฉียวคม ๆ หรือจะเป็นลูกครึ่งผสมสามชาตินะ


จะข้ามถนนทำไมไม่ดูรถให้ดีก่อนวะครับคุณ เค้าหันมาขมวดคิ้วพูดยี้ยวนฉันอย่างเอาเรื่อง


คือ...ฉันเห็นลูกแมวอยู่กลางถนนก็เลยรีบเข้ามาช่วย ขอโทษค่ะ ฉันรีบสะบัดความคิดที่กำลังวิเคราะห์ใบหน้าของผู้ชายตรงหน้าออกแล้วตอบคำถามเค้าพร้อมก้มหัวขอโทษ


ก่อนจะห่วงชีวิตลูกแมวนี่อ่ะ ห่วงชีวิตตัวเองก่อนมั้ย ผู้ชายตรงหน้าเลิกคิ้วมองแล้วชี้นิ้วมาตรงหน้าฉัน ถ้าผมหลบไม่ทันขึ้นมาไอ้ที่จะตายอ่ะ ไม่ใช่แมวแต่จะเป็นคุณ


อ้าว! ทำไมพูดแบบนี้อ่ะ


นี่! แต่คุณก็ขับเร็วเหมือนกันนะ รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นซอยที่มีคนพลุกพล่าน ใครใช้ให้คุณแว้นรถเครื่องมาซะเร็วขนาดนี้ละ ฉันรัวคำพูดใส่เค้าอย่างเริ่มอารมณ์เสียแล้วเหมือนกัน ตัวเองก็ผิดเหมือนกันนี่ ทำไมเอาแต่โทษฉันละ ขอโทษไปแล้วด้วยซ้ำ!


ห้ะ? รถอะไรนะ


ชิบหาย! หลุดภาษาบ้านเกิดมาจนได้


ฉันหมายถึงไอ้รถคันนี้ ฉันชี้นิ้วไปที่คนบิ๊กไบค์สีครามคันโตที่นอนแอ้งแม้งอยู่ข้างถังขยะ


เห้ย! สีถลอกป่าววะ เหมือนเค้าจะเพิ่งนึกได้ว่ารถตัวเองล้มไถลลงไปกับพื้นจึงรีบวิ่งเข้าไปดูสภาพ ฉันหันไปมองรอบตัวก็พบว่าตอนนี้คนที่ผ่านไปมาเริ่มออกมามุงดูเราสองคนแล้ว


เห้อ~ อยู่ที่ไหน ๆ ก็ไม่พ้นไทยมุงจริง ๆ สินะ


“x!” เค้าสบถออกมาแล้วเอามือลูบลงบนรอยถลอกข้างรถ สีถลอกจริงด้วยว่ะ


ล้มลงไปขนาดนั้นจะถลอกก็คงไม่แปลกหรอกค่ะ ฉันเดินตามเข้าไปดูรอยถลอกที่รถของเค้า


คุณต้องรับผิดชอบ ผู้ชายตรงหน้าหันกลับมามองฉันเหมือนอยากจะพุ่งเข้ามากินหัวกันให้รู้แล้วรู้รอด แล้วหันไปลูบรถพร้อมพึมพำอะไรก็ไม่รู้อยู่คนเดียว อินดิโกลูกพ่อ เจ็บมั้ยลูก


ห้ะ?” ฉันถามเค้าเมื่อได้ยินที่เค้าพูดไม่ค่อยชัด


ผมบอกว่าคุณต้องรับผิดชอบที่ทำลูกผมเจ็บ เค้าหันมามองฉันอย่างรำคาญแล้วพูดเสียงดังฟังชัด


ลูก? เค้ามีลูกแล้วเหรอ แล้วไหนเด็กละ ฉันรีบหันมองเด็กที่มากับเค้า ตายห่าแล้ว! เด็กจะเป็นอะไรมั้ยละเนี่ย!


สุดยอดไปเลยเข้ามาให้ชีวิตคนเดียวไม่กี่วัน นี่ฉันก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ


มองอะไร?”


เด็กไงคุณพาลูกมาด้วยเหรอ ไหนเด็กละ พาเด็กไปโรงพยาบาลก่อนมั้ย ฉันหันกลับมาถามเค้าอย่างกังวลใจ อะไรวะลูกตัวเองหายไม่ไหนไม่รู้ยังยืนลูบรถอยู่ได้


โอ๊ย! นี่กูคุยกับใครอยู่วะผู้ชายตรงหน้ากรอกตาอย่างรำคาญแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จากนั้นจึงพูดขยายความในสิ่งที่ฉันเข้าใจผิด ผมหมายถึงคุณทำรถผมสีถลอก รับผิดชอบด้วย!”


เอ้า! แหลงไม่รู้ความเอง (เอ้า! พูดไรรู้เรื่องเอง)


แล้ง ๆ อะไรนะ เค้าขมวดคิ้วมองฉันอย่างไม่เข้าใจ


ฉันบอกว่าคุณอ่ะ พูดไม่รู้เรื่องเอง ฉันแปลคำภาษาถิ่นของตัวเองให้เค้าฟัง ฉันมักจะเป็นแบบนี้แหละ เวลาตกใจ หรือรำคาญอะไรก็มักจะหลุดภาษาถิ่นออกมาบ่อย ๆ ตามความเคยชิน


ผมว่าคุณนั้นแหละที่คิดไปเอง





I #เฮียโฬมคนขี้เผือก I


TALK

(100%) เห็นเค้ารางการฟาดฟันริมฝีปากมาแต่ไกล  มันจะไม่มีใครยอมใครเลยสินะ 

เจอกันครั้งแรกก็ไม่มีความประทับใจละ แถม ๆๆ ยังคุยกันไม่รู้เรื่องอี๊กกกก

 ต่างคนต่างพูดแต่อะไรที่เข้าใจคนเดียวนี่เนอะ 55555555555


อย่าลืม 1 เมนต์ 1 กำลังใจนะคะ♥



...

MINNIK

...

มีคำผิดบอกได้นะคะ กด ♥ แล้วคอมเมนต์ให้กันด้วยนะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 461 ครั้ง

1,231 ความคิดเห็น

  1. #951 Mwaris (@hinago-akusa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 17:38
    อ่านละติดออกเสียงสำเนียงใต้ด้วยหนิ555
    #951
    0
  2. #697 สาวนุ้ย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 21:39

    งื้ออออ อ่านแล้วนึกถึงวันแรกที่มาเรียนมหาลัยเลย คถ.บ้านคาด จะร้องไห้T_T

    #697
    0
  3. #633 AMon P (@ay-praety) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 04:34
    เราก็เป็นคนใต้นะ แต่เผลออ่านซับตามตลอดเลย555
    #633
    0
  4. #323 Jammie-Jam (@Jammie-Jam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 20:56
    ชอบมากค่ะ ตลกดี มาบ่อยๆนะคะ
    #323
    0
  5. #320 comtoontrans (@comtoontrans) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 14:14
    ต้องบอกว่าเข็บหัวเหม็ดพันนี้555
    #320
    0
  6. #152 sopana23 (@sopana23) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 19:49
    จะถามอยู่ว่าไรท์คนใต้ใช้ป่าว จังหวัดใหนคะตอบกันตะ
    #152
    0
  7. #139 Oil (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 18:46

    ไรท์คนชุมพรใช่ป่าวเราก็คนชุมพรบรรยายซะเห็นภาพ5555

    #139
    0
  8. #88 ooiidd4 (@ooiidd4) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 20:25

    ลูกแมวสื่อรัก

    #88
    0
  9. #29 chomjun82 (@chomjun82) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 10:33

    จะคุยกันรู้เรื่องม้ายยย 555

    #29
    0
  10. #28 noojar27 (@noojar27) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 19:04
    มีแววประสาทจะเสียกะคู่นี้เป็นอย่างมาก5555
    #28
    0
  11. #27 chomjun82 (@chomjun82) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 10:59

    เฮียโฬมช่ายม้ายยยย รอๆๆๆ

    #27
    0
  12. #26 khem22 (@iamkhem22) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 07:11
    ออกมาได้ละเฮีย555555
    #26
    0
  13. #24 noojar27 (@noojar27) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 22:00
    รออิโฬมเลย
    #24
    0
  14. #23 nami55 (@nami55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 20:00

    รอน้าา
    #23
    0
  15. #22 Phapatsara (@Phapatsara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:01
    มาอัพบ่อยๆนะค้าา รอออ
    #22
    0
  16. #20 nami55 (@nami55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 12:23

    รออออออ
    #20
    0
  17. #19 noojar27 (@noojar27) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 09:56
    รอออออิโฬม เลย
    #19
    0