STUMBLE LOVE เฮียคะ! ระวังสะดุดรักหนู

ตอนที่ 16 : STUMBLE LOVE♥ :: สะดุดครั้งที่ 14 : เฮียโฬมกับรถเครื่อง(?)ของเค้า [FULL 130%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,125 ครั้ง
    12 ต.ค. 62




STUMBLE LOVE เฮียคะ! ระวังสะดุดรักหนู

สะดุดครั้งที่ 14


เฮียโฬมกับรถเครื่อง(?)ของเค้า



ฉันเดินหอบโต๊ะญี่ปุ่นลงบันไดจากหอประชุมคณะด้วยความยากลำบาก นี่ขนาดรอให้คนทยอยออกไปเยอะแล้วนะ ไม่อยากเดินออกช่วงแออัดกลัวไอ้โต๊ะนี่มันจะไปชนคนอื่นเข้า


ฉันแอบรู้สึกดีนั้นแหละที่เฮียโฬมดูใส่ใจอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่พอมาคิดดูอีกที การทีเฮียมันให้โต๊ะญี่ปุ่นกับฉันนี่มันแกล้งกันรึป่าววะ…


มันหนักนะ แถมยังเดินลำบากอีก ถึงระยะทางจามหาวิทยาลัยไปที่หอฉันมันจะไม่ไกลมาก แต่การแบกโต๊ะไปแบบนี้มันทุลักทุเลมากเลยเถอะ อยากจะบ้า!


“ไอริณ” ฉันหันไปตามเสียงเรียกก็พบพายุที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา “เดี๋ยวเราช่วย” พูดจบเจ้าตัวก็ยกโต๊ะญี่ปุ่นจากมือฉันแล้วเดินนำลงบันไดไปทันที


“ขอบใจนะพายุ” ฉันเอ่ยขอบคุณพายุ เมื่อเราสองคนเดินลงมายืนอยู่หน้าคณะเรียบร้อย


“ไม่เป็นไร ไอ้นายกับเพื่อนไปไหน ทำไมไม่มาช่วยริณยกของเลย”


“สายรหัสเรียกไปคุยอ่ะ เราขี้เกียจรอเลยลงมาก่อน รู้สึกเหนื่อยแล้วด้วยจะรีบกลับไปนอนสักตื่น”


“แล้วริณกลับยังไง” พายุถามพร้อมมองฉันอย่างเป็นห่วง “อย่าบอกนะว่าเดิน…”


“อือ เดิน” ฉันตอบไปตามตรง


“เห้ย! ต้องยกโต๊ะนี้ไปด้วยไม่ไหวหรอก” พายุค้านทันทีที่ได้ยินคำตอบจากฉัน


“ไหวดิ ไม่ต้องห่วง” ฉันด้วยท่าสบาย ๆ แบกโต๊ะแค่นี้ไหวอยู่แล้ว


“เราไปส่งไม่ได้ด้วยดิ เดี๋ยวสายรหัสเราเค้ารับไปเลี้ยงสายอ่ะ พี่เค้าบอกหาที่จอดรถยาก ให้ไปด้วยกัน” พายุทำหน้าครุ่นคิด “หรือจะแยกรถไปดี เราไปส่งไอริณก่อนดีมั้ยแล้วค่อยไปหาที่จอดรถเอา”


“เห้ย! ไม่ต้อง ลำบากพายุป่าว ๆ ไปกินเลี้ยงกับสายเถอะ ไม่ต้องห่วงเรา” ฉันรีบโบกไม้โบกมือห้ามพายุทันที


“ไม่ได้ดิเราจีบริณอยู่นะ จะทิ้งได้ไง” พายุส่งยิ้มให้ฉัน “งั้นถ้าริณไม่ให้ไปส่ง เดี๋ยวเราเรียกวินให้ดีกว่า”


“เราไม่อยากนั่งวินมอ’ไซต์อ่ะ เค้าขับเร็วน่ากลัว” ฉันตอบไปตามตรง แล้วมองหน้าพายุอย่างจริงจัง “ถ้าพายุจะอ้างว่าจีบเราอยู่ งั้นเราของอ้างในฐานะคนถูกจีบให้พายุไปกินเลี้ยงกับสายรหัสแล้วกัน ไม่ต้องห่วงเรา”


“แต่…”


“ไปสิ พี่เค้ามาจอดรอแล้วนะ” ฉันรีบพูดขัดพายุแล้วชี้ไปยังรถที่มาจอดอยู่หน้าคณะที่มีพี่ผู้ชายโผล่หน้าออกมาเรียกชื่อพายุอยู่


“เอางั้นเหรอ” พายุยังคงมองฉันด้วยสายตาเป็นห่วง


“อือ เอางั้นแหละ” ฉันผลักหลังเค้าเบา ๆ เพื่อให้เดินไปขึ้นรถสักที มัวแต่พะวงกับฉันอยู่ได้


“งั้น…ถ้าถึงห้องแล้วริณบอกเราด้วยนะ”


“อือ” ฉันตอบรับคำของเค้าจนพายุส่งยิ้มบาง ๆ มาให้แล้ววิ่งไปขึ้นรถทันที


มองรถพายุที่แล่นผ่านไป ฉันก็ยกโต๊ะญี่ปุ่นขึ้นมากอดเอาไว้แล้วออกเดินต่อไปทางประตูหลังเพื่อกลับหอ แต่เดินแบกโต๊ะทุลักทุเลมาได้ไม่เท่าไหร่ก็ได้ยินเสียงท่อดังเข้ามาใกล้


บรื้นนน!


ไม่นานก็มีรถมอเตอร์ไซค์สีครามคันโตมาจอดดักอยู่ด้านหน้า พร้อมคนขับที่เปิดชิลด์บังลมของหมวกกันน็อคขึ้น ฉันจ้องตาคม ๆ ของเจ้าของรถคันโตด้วยความแปลกใจ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรคนตรงหน้าก็พูดประโยคที่ฉันไม่คาดคิดขึ้นมาซะก่อน


“ขึ้นมาดิ เดี๋ยวไปส่ง”


...


Rome talks


“กุญแจ” ผมเดินไปแบมือขอกุญแจรถจากไอ้ธันวาที่ยืนพิงผนังดูดนมกล้วยอย่างสบายใจในช่วงเบรกของกิจกรรมกีฬาสีคณะ


เท่จังว่ะเพื่อนกู ท่ายืนเหมือนจิบไวน์ แต่ดันแดกนมกล้วย


“เดือดร้อนกู” ไอ้ธันวาส่งกุญแจรถคันหรูของมันมาให้ผมแต่ยังไม่วายทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่กัน


“ทำบ่นสัส เดี๋ยวกูไม่ช่วย ‘เรื่องนั้น’ ขึ้นมานะมึง” ผมขู่เรื่องที่ทำให้มันกระวนกระวายใจที่สุดในเวลานี้ขึ้นมา


“เออ ๆ จะทำไรก็ทำ” ไอ้ธันวาพูดปัดแล้วยัดกุญแจรถใส่มือผม “รถจอดอยู่ที่เดิม”


“ขอบใจไอ้เพื่อนรัก”


ผมเดินออกจากห้องประชุมลงไปที่จอดรถหลังคณะแล้วเดินตรงไปยังรถสีดำคันหรูของเพื่อนสนิท เปิดประตูเข้าไปหยิบของที่ฝากไว้ออกมาถือด้วยมือเดียว ของที่ว่าเป็นโต๊ะญี่ปุ่นที่ไปซื้อมาจากห้างไม่ไกลนี้แล้วฝากเอาไว้บนรถมัน เพราะไอ้ลำพังตัวผมที่ขับมอเตอร์ไซค์คงไม่สะดวกจะเอาของแบบนี้มาพร้อมตัวเองด้วย


กิจกรรมที่เหลือวันนี้ก็มีแค่เฉลยสายรหัสเท่านั้น ผมเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนสนิทตัวเองแล้วส่งกุญแจรถคืนเจ้าของ


“นี่มึงซื้อโต๊ะมาให้หลานรหัสมึงเหรอ” ไอ้กวินทร์ถามในขณะที่สำรวจของที่ผมถือมาด้วย


“เออ”


“ไอ้สัส สงสารน้อง ตัวก็แค่นั้นแต่ต้องแบกโต๊ะนี่กลับ” ไอ้กวินทร์ตอบกลับมาแล้วบุ้ยปากไปยังหลานรหัสตัวดีของผมที่กำลังนั่งทำหน้าง่วงอยู่ในแถว


“เหอะ! แค่นี้ไม่ครณามือเด็กนั้นหรอก”


“น้องก็น่ารักดีนี่หว่า ถึงจะดูหัวแข็งไปหน่อยก็เถอะ มึงจะแกล้งอะไรนักหนาวะ” ไอ้กวินทร์ยังซักไซ้ผมไม่เลิก


“น้องผู้หญิงก็น่ารักสำหรับมึงทุกคน” ไอ้ชนาที่ยืนเงียบอยู่นานพูดขึ้น


“โห้ยไรวะ กูเพื่อนรักมึง มึงต้องเข้าข้างกูดิ ไปเข้าข้างไอ้บ้าพลังทำไม” ไอ้กวินทร์ทำท่าอ้อนตีนใส่ชนาเต็มที่


กูขอให้มึงโดนเพื่อนรักมึงถีบสักที


“เห้ย! ไอ้สัสชนา” นั้นไงไม่ทันขาดคำไอ้กวินทร์ก็โดนฝ่าเท้าของเพื่อนชนาไปเต็มแรง “ไม่คุยกะมึงละ ไอ้ธันไปตะเวนถ่ายรูปสาว ๆ ให้กูหน่อย เร็ว!”


พูดจบไอ้กวินทร์ก็ลากคอธันวาที่กำลังถ่ายรูปบรรยากาศกิจกรรมออกไปทันที


ไม่นานเอ็มซีก็ประกาศเริ่มต้นกิจกรรมเฉลยสายรหัสโดยการให้ปี 1 ทุกคนใช้ผ้าตามสีของตัวเองมาผูกปิดตาแล้วให้รุ่นพี่ทยอยเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าน้อง ๆ


เมื่อได้สัญญาณผมก็เดินถือของเข้าไปยืนตรงหน้าไอ้เด็กตัวขาวปากแดง


จนบางทีผมก็สงสัยว่าคนอะไรจะปากแดงได้ทุกวันขนาดนี้วะ…


ผมยืนมองคนตรงหน้าค่อย ๆ ก้มลงแก้ปมผ้าปิดตาของตัวเอง น้องมองไล่ผมตั้งแต่ร้องเท้าขึ้นมาช้า ๆ ไม่นานเจ้าตัวก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมา และเมื่อเงยหน้ามาสบตากับผมที่ยืนกระตุกยิ้มให้อยู่ ไอริณก็ทำหน้าเหมือนอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้


หน้าตาตลกโคตร! ตลกจนเกือบหลุดขำออกมา น่าถ่ายเอาไว้แกล้งชิบหาย


“ไงหลานรหัส? ทำไมต้องทำหน้าตาดีใจขนาดนั้นด้วยวะ” ผมแกล้งพูดแหย่คนตรงหน้า


“เฮียเหรอ…” ไอริณถามออกมาพร้อมแสดงสีหน้าแปลก ๆ เหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมา


อะไรมันจะช็อคขนาดนั้นวะ เป็นผมแล้วมันยังไง!


“ถ้ารหัส 011 ละก็ใช่  ยินดีต้อนรับเข้าสายที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่” ผมหยิบของขวัญต้อนรับมาส่งให้น้องอย่างเริ่มไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่ ดูไอ้เด็กนี้ไม่มีความยินดีเลยสักนิด


แล้วทำไมกูต้องหงุดหงิดด้วยวะ… มันก็ปกติของน้องมั้ย


“ปะ…ป่าวสักหน่อย” ไอริณโอบโต๊ะญี่ปุ่นจากผมไปด้วยความทุลักทุเล


หรือกูจะซื้อของมาไม่เหมาะกันน้องจริง ๆ ปีที่แล้วก็ซื้อไอ้โต๊ะนี่ให้ไอ้ติณเพราะคิดว่ายังไงก็ต้องใช้ เวลานั่งอ่านหนังสือบนโต๊ะเบื่อ ๆ อยากเปลี่ยนที่ไปอ่านจะได้เอาโต๊ะนี่ไปกางบนเตียงหรือบนพื้นได้ไง…


ลืมคิดไปเลยว่า ถึงไอริณจะไม่ได้ตัวเล็กแต่น้องก็ค่อนข้างผอม เอาเป็นว่าสูงยาวเข่าดีหุ่นนางแบบนั่นแหละ ให้มาแบกโต๊ะแบบนี้ มันไม่ได้ป่าววะ


ทะเลาะกับความคิดตัวเองในหัวเสร็จผมก็หยิบโมเดลฟิกเกอร์ตัวการ์ตูนที่ไอริณน่าจะชอบส่งให้เป็นของขวัญอีกอย่าง ผมแอบสังเกตจากปากกาในกระเป๋าน้องที่มันมีแต่ลายไอ้ตัวนี้


“โห่! เฮียสังเกตด้วยเหรอ” ไอริณรับมันไปด้วยท่าทางดีใจ


“อือ”


“ของแท้ซะด้วย เฮียลงทุนไปป่าวเนี่ย แต่ก็ขอบคุณนะคะ” ไอริณพูดจบก็ส่งยิ้มมาให้ เป็นยิ้มที่ผมไม่เคยได้จากน้องมันมาก่อน ปกติเจ้าตัวจะเอาแต่แยกเขี้ยวตั้งท่าใส่กัน ไม่ก็ยิ้มแห้ง ๆ ให้เท่านั้น


แต่ครั้งนี้มัน… อะไรวะ อยู่ ๆ ก็รู้สึกแปลกกับไอ้ท่าทางดีใจจนยิ้มกว้างแบบนั้นเฉยเลย


ผมรีบสะบัดความคิดของตัวเองทิ้งแล้วพูดจากวนประสาทคนตรงหน้าไปตามปกติ จนไอริณโมโหเผลอฟาดมือใส่แขนผมเต็มแรง


เรายืนเถียงกันต่อ ในขณะที่ผมลูบแขนตัวเองที่น้องฟาดลงมาด้วยความรู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ


มือหรือตีนวะ หนักชิบหาย…


“เจ็บมากเลยเหรอ” เถียงกันอยู่ดี ๆ ไอริณก็มองมือผมที่ลูบแขนตัวเองอยู่แล้วถามออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง


“อะไร?”


“ที่หนูตีไป”


“คัน แต่ก็…มือหนักชิบหายเลย”


“ขอโทษ หนูซื้อยาให้เอามั้ย” น้องเอ่ยขอโทษด้วยหน้าสำนึกผิด ทำหน้าเหมือนตอนที่มาอ้อนวอนเรื่องหนี้ไม่มีผิด


เวรเหอะ! ใครสอนให้ไอ้เด็กนี้ทำหน้าขอเห็นใจได้น่าโอ๋น่าทะนุถนอมขนาดนี้วะ แมร่ง!


“เหอะ! เก็บเงินไว้กินข้าวเถอะ!” ผมเลือกที่จะตอบหมา ๆ ออกไปทันที เพื่อสลัดความรู้สึกอยากโอ๋ไอ้เด็กนี้ออกไปจนไอริณทำหน้าเหวออย่างไม่คาดคิดว่าผมจะตอบอะไรแบบนี้


เวร!… กูมันปากหมาจริง ๆ ด้วย


ไม่นานไอ้ธันก็เดินเข้ามาถ่ายรูปของผมกับน้อง ถ่ายไปถ่ายมาผมดันลืมตัวไปโอบไหล่ไอ้เด็กแสบนี้เข้า พอรู้ตัวผมก็รีบปล่อยมือแล้วเดินออกมาทันที


เด็กนั้นมันจะตกใจมั้ยวะที่อยู่ ๆ ก็ไปทำอะไรแบบนั้น…




“พวกมึงรีบเอารูปมั้ย เดี๋ยวกูลัดคิวให้” ไอ้ธันถามเมื่อพวกเราเดินมาถึงลานจอดรถหลังคณะเพื่อแยกย้ายกันกลับ


“รูปเยอะมากเลยเหรอวะ” ไอ้กวินทร์ถามขึ้น


“ก็เยอะอยู่ แต่ส่วนมากกูก็ถ่ายแค่ภาคเรา มีแต่มึงอ่ะที่ถ่ายไปทั่ว” ไอ้ธันหันไปมองกวินทร์นิ่ง


“ก็กูมันคนอัธยาศัยดี ไม่เหมือนพวกมึง”


“ไม่ใช่แล้วไอ้สัส!” ผมด่ามันทันทีที่เพื่อนพูดอวยตัวเอง


“มึงแค่หน้าม่อ” ชนาปรายตามองเพื่อนตัวเองอย่างรำคาญ คำว่าพูดน้อยต่อยหนักเหมาะกับไอ้ชนาก็จริง แต่ไอ้เวรนี่พูดแต่ละคำก็จุกไปนานเหมือนกัน


“โห้ย เพื่อนชนาพูดงี้ผมเสียใจนะครับ” ไอ้วินหันไปพูดกวนตีนใส่ชนา


“พูดมาก มึงจะกลับมั้ย” แต่ไอ้ชนาไม่สนใจมันพูดจบก็เปิดประตูขึ้นรถไปทันที


“กลับครับ ๆ” ไอ้วินตอบรับชนาแล้วรีบวิ่งไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับเช่นกันแต่ยังไม่วายหันมาพูดกันไอ้ธัน “เออ! ไอ้ธันมึงลัดคิวให้กูก่อนนะรูปอ่ะ เดี๋ยวกูส่งให้น้อง ๆ เอง มึงไม่ต้องสะเออะลงในกลุ่มคณะนะ”


พูดจบมันก็ปิดประตูรถแล้วไอ้ชนาก็ขับรถออกไปทันที ไอ้สองคนนี้มันอยู่คอนโดเดียวกัน ส่วนมากมันจะมาด้วยกันผลัดกันบางครั้งก็รถไอ้วิน บางครั้งก็รถไอ้ชนา แต่ส่วนมากจะรถไอ้ชนาเพราะไอ้วินขี้เกียจขับรถ ถ้าวันไหนมันแยกรถมาก็รู้เลยว่าไอ้วินมันนัดสาวไว้


“แล้วมึงถึงไหนละ” ผมเดินเข้าไปถาม ‘เรื่องนั้น’ กับไอ้ธัน “มึงให้กูช่วยแต่ไม่รายงานห่าอะไรเลยแล้วกูจะช่วยยังไง”


“ก็มันยังไม่มีอะไรให้รายงาน กูแค่ตามเค้าอยู่” ไอ้ธันตอบกลับมาสบาย ๆ แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ “เอามั้ย”


ผมรับบุหรี่มาจากมัน แล้วอัดควันเข้าปอดไปเฮือกใหญ่ พวกผมไม่ได้ติดบุหรี่ แค่สูบบ้างเวลาที่อยากสูบ สีสันเล็ก ๆ ให้ชีวิต


“ยากชิบหายเลยว่ะ กูตามขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีก” ไอ้ธันบ่นออกมาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ


“ก็กูบอกแล้วว่ายาก แต่แมร่งก็โง่ชิบหาย โดนมึงตามอย่างสตอล์คเกอร์ยังไม่รู้เรื่องห่าไรเลย” ผมถึงกับขำออกมาเมื่อนึกถึงคนที่พูดถึง


“หน้ากูเค้าจำได้รึป่าวเถอะ… กูคงต้องหาทางเรียกร้องความสนใจอีกสักหน่อย”


“มึงก็พยายามอีกสักหน่อยแล้วกัน มีไรให้ช่วยก็บอกกู” ผมขยี้ปลายบุหรี่ที่สูบไปได้นิดเดียวทิ้งแล้วหันไปบอกลาเพื่อนสนิท “กูไปละ”


ไอ้ธันไม่ตอบอะไรทำแค่พยักหน้ารับแล้วนั่งอัดควันเข้าปอดต่อ ผมไม่อยากสูบเยอะให้กลิ่นติดตัวไปมากกว่านี้ เดี๋ยวกลับบ้านไปคุณนายจะบ่นเอา สเปรย์ดับกลิ่นก็อยู่ในล็อคเกอร์จะเดินไปหยิบมาฉีดดับกลิ่นก็ขี้เกียจซะแล้ว


ผมเดินแยกมาเหวี่ยงขาคร่อม ‘อินดิโก’ รถ BMW S1000 XR สีครามลูกรัก ที่ก่อนหน้านี้ต้องพาลูกไปนอนอู่ ‘เฮียทัพ’ หรือ ‘ขุนทัพ’ ลูกพี่ลูกน้องไอ้ชนาที่ชอบเล่นบิ๊กไบค์จนเปิดอู่ศูนย์รวมบิ๊กไบค์ขึ้นมา ผมค่อนข้างสนิทกับพี่มันเพราะว่าเราชอบอะไรเหมือน ๆ กัน อย่างลูกรักผมคันนี้ก็ได้มันช่วยแนะนำให้


พูดถึงเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงไอ้เด็กแสบต้นตอของเรื่องขึ้นมา อันที่จริงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นผมไม่ได้จะโทษน้องอย่างเดียวหรอก เพราะถ้าจะหาคนผิดเราคงผิดด้วยกันทั้งคู่ แต่ที่ผมโกรธมากคือน้องมันหนีหนี้แถมยังเถียงสิ่งที่ตัวเองผิดแบบหัวชนฝา จนผมโมโหแทบอยากจะลากคอน้องมันไปสถานีตำรวจ แล้วเรียกพ่อแม่มาคุยจริง ๆ จัง ๆ เลยด้วยซ้ำ


แต่พอน้องรู้ความจริงแล้วสำนึกผิดมาขอร้องอ้อนวอน ตอนแรกผมก็ไม่ยอมหรอกเพราะอารมณ์โกรธตอนนั้นมันมีมากกว่า พอเด็กนั้นจนหนทางทำอะไรไม่ได้ถึงขนาดร้องไห้ออกมาแล้วคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนกัน ใจผมก็อ่อนยวบ


แมร่ง! เพราะผมมันแพ้น้ำตาผู้หญิง ไม่รู้เพราะว่ามีน้องสาว หรือเพราะมีเพื่อนสนิทข้างบ้านที่เล่นกันตั้งแต่เด็กเป็นผู้หญิงกันแน่ เวลาพวกมันร้องไห้ที่ไรผมก็ใจอ่อน ยอมพวกมันทุกที


ยิ่งไอริณเป็นคนที่ร้องไห้ได้น่าเห็นใจ น่าสงสารเอามาก ๆ ไอ้ผิวที่เคยขาวซีดแต่เวลาร้องไห้แล้วมันกลับแดงไปหมดทั้งตัว เห็นแล้วไม่กล้าใจร้ายใส่ไปมากกว่านี้ ที่จริง ใจผมกระตุกวูบตั้งแต่ที่พูดแรง ๆ ใส่แล้วน้ำตาน้องหยดลงมาแล้ว...


ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมน้องไม่คุยกับผมดี ๆ ถ้าน้องใช้เหตุผลคุยกันตั้งแต่แรกทำไมผมจะไม่ช่วย 


ผมไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไรขนาดนั้น 


ผมจึงเพิ่มเงื่อนไขการปลดหนี้ขึ้นมานิดหน่อย ทั้งให้น้องมาเป็นเบ๊หรือที่ผมใช้คำสวย ๆ ว่าลูกมือ และทำสัญญาการปลดหนี้ที่ผมเกือบลืมไปแล้วว่าเรายังไม่ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร


ที่ทำไปก็แค่อยากให้น้องจำเป็นบทเรียนว่าอย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก


ซึ่งน้องก็ยอมตกลงอย่างว่าง่าย… ซะที่ไหนละ วันแรกที่ขอร้องก็ตบปากรับคำอย่างดี แต่พออยู่ไปเรื่อย ๆ ไอ้เด็กนั้นก็แข็งข้อขึ้น ทั้งเถียงป่าว ๆ แถมยังแอบด่าผมเป็นภาษาถิ่นที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ จนบางครั้งก็อย่างจะบีบปากแดง ๆ นั้นให้เข็ด


ผมสะบัดเรื่องเกี่ยวกับไอริณออกจากหัว สวมหมวกกันน็อคแล้วบิดรถคันโปรดไปทางหน้าคณะเพื่อมุ่งหน้าออกทางประตูหลังที่ใช้เป็นประจำ ระหว่างที่กำลังผ่านหน้าคณะผมก็เห็นผู้หญิงตัวขาวซีดกำลังเดินยกโต๊ะอย่างทุลักทุเลอยู่ เห็นแบบนั้นผมก็ขับรถไปจอดดักหน้าเธอทันที


“ขึ้นมาดิ เดี๋ยวไปส่ง” ผมเปิดชิลด์บังลมขึ้นแล้วพูดกับน้อง พร้อมพยักเพยิดหน้าให้น้องขึ้นมานั่งซ้อนด้านหลัง


ไอริณมองมาที่ผมอย่างมึนงง แต่ไม่นานก็เปร่งเสียงผ่านปากแดง ๆ นั้นออกมา “ขึ้นรถเฮียเหรอ”


“ก็เออดิ”


“คันนี้อ่ะนะ” ไอริณพูดพร้อมชี้นิ้วมาที่ลูกรักของผม


“ไม่ใช่คันนี้แล้วจะคันไหนวะ”


“ไม่เอาหรอก แม่บอกไม่ให้นั่งรถเครื่องในกรุงเทพฯ”


“ห้ะ?” ผมขมวดคิ้วกับคำศัพท์ของน้อง “รถเครื่อง? รถเครื่องนี่คือบิ๊กไบค์เหรอวะ”


“ไม่ใช่ ๆ รถเครื่องก็คือพวกรถสองล้อไง” ไอริณสายหน้าพัลวันแล้วพยายามหาคำมาอธิบายผม


“งั้นไอ้นั้นก็เรียกรถเครื่องเหรอ?” ผมชี้ไปที่รถจักรยานที่มีคนปั่นออกไป


“ไม่ดิอันนั้นเรียกรถถีบ”


รถถีบ… ภาษาถิ่นอีกแล้วเหรอวะ แต่ก็ยังพอเข้าใจอยู่


“แล้วไหนบอกรถสองล้อ?” ผมเลิกคิ้วถามคนที่ทำหน้าง่วงอยู่ตรงหน้า


ง่วงจนเบลอเหรอวะ?


“ไม่ใช่ รถแบบนี้อ่ะรถเครื่อง” ไอริณชี้มาที่รถผม แล้วชี้ไปที่รถมอเตอร์ไซค์อีก 2-3 คันบริเวณนี้ “อันนั้นก็รถเครื่อง โน้นก็รถเครื่อง”


“อ๋อ เรียกรถมอเตอร์ไซค์ว่ารถเครื่อง” ผมพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่น้องพยายามจะอธิบาย


“เออใช่ รถมอ’ไซค์ หนูนึกคำไม่ออก”


“แล้วทำไมต้องเรียกว่ารถเครื่องวะ” ผมถามออกไปด้วยความอยากรู้


“เฮียไปถามพ่อหนูมั้ย หนูก็ไม่รู้” ไอริณขยี้ตาเบา ๆ “เฮียมีไรอีกมั้ยหนูจะกลับแล้ว ง่วง!”


นั้นไงโดนจนได้กู…


“ง่วงก็ขึ้นมาดิวะ เดี๋ยวจะได้ไปส่งที่หอไง เร็วกว่าเดินตั้งเยอะ”


“ก็บอกแล้วว่าแม่ไม่ให้นั่งรถเครื่องในกรุงเทพฯ มันอันตรายรถก็เยอะ เบียดกันไปเบียดกันมา”


“ตรงนี้รถไม่เยอะ ขึ้นมาเหอะ ตาจะปิดอยู่แล้วจะเดินถึงหอรึป่าวเถอะ โต๊ะก็หนักไม่ใช่เหรอวะ” ผมถามออกไปอย่างเริ่มเหนื่อยใจกันคนหัวแข็งตรงหน้า


“โต๊ะนี้ก็ได้จากเฮียนั้นแหละ รู้ว่าหนักเลยจะแกล้งหนูละสิ”


“ไม่ได้จะแกล้ง ขึ้นรถสักทีสิวะ จะยืนเถียงอีกนานมั้ย แม่อยู่บ้านไม่เห็นหรอกว่านั่งรถเครื่อง”


“ไม่เอา! หมวกกันน็อคเฮียก็มีลูกเดียว หนูไม่นั่งด้วยหรอก”


พูดจบน้องก็ยกโต๊ะขึ้นตั้งท่าจะเดินผ่านไป ผมจึงก้าวขาลงจากรถไปดักหน้าไอ้เด็กแสบ แล้วถอดหมวกกันน็อคส่งให้พร้อมคว้าโต๊ะมาถือเอาไว้


“ถ้ามีหมวกก็ไปได้แล้วใช่มั้ย” ไอริณมองผมอย่างไม่เข้าใจ ผมจึงยัดหมวกใส่มือน้องแล้วส่งสายตาบังคับให้ใส่ “ถ้าดื้อด้านนักงั้นขอใช้คำสั่งในฐานะเจ้าหนี้ก็แล้วกัน”


พูดจบผมก็หมุนตัวกลับไปคร่อมรถแล้วถือโต๊ะเอาไว้ ไอริณทำหน้าไม่พอใจอยู่ครู่นึง แต่สุดท้ายก็ยอมสวมหมวกกันน็อคของผมแล้วเดินตรงมาที่รถ


“เกาะไหล่แล้วปีนขึ้นมา” ผมเอ่ยบอกน้องที่เหมือนจะหาทางขึ้นมานั่งบนรถไม่ได้ ได้ยินดังนั้นไอริณก็เกาะไหล่ผมแล้วปีนขึ้นมานั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นว่าน้องขึ้นมานั่งเรียบร้อยแล้วผมจะส่งโต๊ะญี่ปุ่นให้น้องจับไว้โดยตั้งบนหน้าขาไอริณขั้นกลางเราสองคน


“ไปนะ” ผมบอกแล้วออกรถไปทันที


“กรี๊ดดด เฮียเบา ๆ เดี๋ยวหนูพลัด” ไอริณรีบเอื้อมมือมากำแจ็คเก็ตผมแน่น


“ห้ะ อะไรพลัด ๆ นะ” ผมถามออกไปเมื่อได้ยินที่น้องพูดไม่ถนัด แล้วผ่อนแรงบิดรถ


“หนูต้องถือโต๊ะด้วยนะ บิดเบา ๆ สิเดี๋ยวตกรถจะทำไง”


โทษที เครื่องมันแรง


เฮียเป็นเด็กแว้นเก่าป่าวนิ?


เด็กแว้นเหรอ… แว้นบ้าไรเมื่อก่อนแค่เคยไปยกล้อเล่นกับเพื่อนเองป่าว ก็ไม่แว้นมั้ยวะ เค้าเรียกสิงห์นักบิด!!!


“พูดมาก นั่งไปนิ่ง ๆ เถอะ” ผมสวนกลับไปแล้วตั้งใจขับรถไปยังซอยแถวมหา’ลัยที่เจอกับไอ้เด็กแสบนี้ครั้งแรก “หอไหนวะ”


“ไปอีก” ไอริณบอกในขณะที่ยังคงกำเสื้อผมแน่นเหมือนเดิม “หอรวมใจอ่ะอยู่ข้างหน้านิเฮีย”


ไอริณชี้ไปที่ป้ายหอรวมใจ ผมจึงเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าหอ กวาดสายตาดูหอ 5 ชั้นที่น่าจะมีห้องไม่เยอะ  แล้วหันไปยกโต๊ะลงให้น้อง “อยู่หอนี่เหรอ”


“อือ” ไอริณตอบแล้วปีนลงจากรถ


ผมมองไอ้เด็กแสบที่กำลังพยายามถอดหมวกกันน็อคออกจากหัวตัวเองด้วยความขัดใจ จึงเอื้อมมือไปดึงสายรัดคางให้ขยับเข้ามาใกล้ ๆ เพื่อถอดหมวกให้


“เห้ย! ทำไรนิ” ดูเหมือนไอริณจะตกใจจนเผลอพูดสำเนียงภาษาใต้ออกมาแล้วพยายามถอยห่างจากผม


“อยู่เฉย ๆ ดิวะ” ผมปรามคนหัวแข็งเสียงดุแล้วออกแรงจับสายรัดคางตรงหมวกกันน็อคแน่นเพื่อไม่ให้ไอริณดิ้นหลุด


“แล้วเฮียจะดึงหนูเข้าไปใกล้ ๆ ทำไมเล่า! ปล่อย! จะถอดหมวก”


“ก็จะถอดให้ อย่าดิ้น” ผมพูดแล้วจ้องไอริณเขม็งจนน้องหยุดดิ้น จึงปลดล็อคสายรัดหมวกให้แล้วถอดมันออกมา “แค่เนี่ย ไม่ดิ้นก็เสร็จนานละ”


“แล้วก็ไม่บอกกันดี ๆ” ไอริณบ่นงึมงำแล้วก้มหน้าลงไม่ยอมสบตากับผม


“ขึ้นหอไปดิ ง่วงไม่ใช่รึไง”


“อือ แต่ทำไมเฮียต้องมาส่งหนูด้วยอ่ะ” ไอริณถามโดยที่ยังไม่สบตาผม น้องก้มลงหยิบโต๊ะที่ผมตั้งพิงขาตัวเองไว้ “จะแกล้งก็ไม่เห็นต้องมาส่งเลย”


“ก็บอกว่าไม่ได้แกล้งไงวะ”


เชื่อก็โง่!”


เอ้า! จะเอาไง ผมมองตรงไปยังคนที่ไม่ยอมเงยหน้ามาสบตากันสักที แล้วคุยกันจะมองตีนทำไมวะ มองหน้าดิ


เบื่อหน้า... ไอริณบ่นอุบอิบ แต่ก็ดังพอให้ผมได้ยิน


เดี๋ยวเถอะไอ้ลูกหนี้!” ผมถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างหน่ายในความดื้อรั้น มาส่งเพราะรู้สึกผิดที่ซื้อของหนักให้ เดี๋ยวจะหาว่าจงใจแกล้ง แถมยังแล้งน้ำใจอีก


ครืด~ ครืด~


ทันทีที่ผมพูดจบเสียโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น


-ROSE-


(เฮีย! แม่ฝากซื้อแป้งข้าวเหนียวมาหน่อย พอดีหัดทำบัวลอยแล้วอร่อยจะทำเพิ่มไปแจกข้างบ้าน)


(ซื้อที่ไหนวะ)


(เออรสลืมถาม เฮียหาซื้อมาก็แล้วกัน รสยุ่งกำลังประเมินฝีมือแม่อยู่ แค่นี้นะ ตู๊ด ตู๊ด~~)


เห้ย! เดี๋ยวดิวะไอ้โรส โรส อะไรวะโทรมาสั่ง ๆ แล้วก็วาง นี่กูมีแม่กี่คนกันแน่!


ในระหว่างที่ผมกำลังหัวเสียกับน้องสาวตัวเอง ไอริณที่ยืนอยู่ก็มองมาด้วยสายตาแปลก ๆ วันนี้น้องมองผมด้วยสายตาแบบนี้หลายครั้งแล้ว ทำไมวะ นี่กูดูเป็นคนไม่น่าจะคิดดี ทำดีเลยรึไง


มีอะไร ผมพูดแล้วสวมหมวกกันน็อคที่เพิ่งถอดออกจากหัวไอ้เด็กตรงหน้า


ไม่มีอะไร ไอริณพูดแล้วเหล่ตามองไปทางอื่น แค่จะบอกว่า...ขอบคุณค่ะ


เออ ขึ้นหอไปได้แล้วไป!” ผมตอบรับคำขอบคุณแล้วไล่น้องขึ้นหอ พร้อมขับรถออกจากหอรวมใจทันที


ไอ้เด็กนั้นแมร่ง!


ทำไมอยู่ ๆ ก็มองว่าน่ารักขึ้นมาเฉยเลย แปลก ๆ แล้วกู…

 



ผมถอดหมวกกันน็อคแล้วยีผมจัดทรงเล็กน้อยก่อนจะถือมันเดินเข้าไปในบ้าน ทันทีที่เดินเข้ามาก็เห็นเพื่อนสนิทตัวดีกำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างสบายใจ


มึงมาทำอะไรอีกแล้ววะ


กูเหรอ ทอฝัน ชี้นิ้วเข้าที่ตัวเอง “น้าดาชวนมาชิมบัวลอยไข่หวาน กินมั้ย”


อันนี้ชิมของมึงเหรอ ผมมองบัวลอยไข่หวานชามใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางโต๊ะ


“ก็กินกับรสไง” มันเหล่ตามองผมอย่างรำคาญแล้วตักบัวลอยใส่ปากต่อ


พี่ฝัน พี่ฝันว่าน่ารักใช่มั้ย รสไปขอแม่มาแล้วแม่ให้เลี้ยงละ หันไปมองตามเสียงก็เห็น โรส น้องสาวคนเดียวเดินผ่านผมไปนั่งข้าง ๆ ทอฝัน


น่ารัก ๆ หน้ามันงุ้ย ๆ น่าฟัดมาก


อะไรน่ารัก ผมทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวอีกตัว


ลูกแมว เพื่อนรสกำลังหาคนเลี้ยงอ่ะ


เหอะ ถ้ารู้ว่าเป็นภาระจะอยากเลี้ยงทำไมตั้งแต่แรก


ไม่ใช่นะเฮีย มีคนเอามาทิ้งแล้วเกือบโดนรถชนด้วย ดีนะที่เพื่อนรสไปช่วยไว้ทัน ผมขมวดคิ้วฉงนใจมือฟังโรสเล่าจบ


แล้วทำไมไม่เลี้ยงเองวะ


ที่หอเพื่อนเค้าไม่ให้เลี้ยงอ่ะ เพื่อนก็เลยประกาศหาคนเลี้ยง รสเห็นว่าน่ารักดี แถมแม่ก็อนุมัติให้เลี้ยงด้วย


เอามาเป็นภาระอีกดิ เลี้ยงตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ผมพูดสวนโรสไปจนเจ้าตัวหันมาจิปากใส่


มึงนี่มันปากหมาจริง ๆ นะไอ้โฬม น้องมันอยากเลี้ยงก็ให้เลี้ยงสิวะ รสไม่ต้องไปฟังมันหรอก ผมสายหัวไม่ใส่ใจคำพูดของเพื่อนแล้วเอื้อมมือหมายจะหยิบช้อนตักบัวลอยไข่หวานใส่ปาก


เพียะ!! แต่ยังไม่ทันได้แตะช้อนก็มีฝ่ามือเล็ก ๆ ของไอ้เพื่อนตัวดีฟาดมาอย่างแรง


คนใจดำไม่ต้องมากินเลย ไปตักเองไป๊ มันออกปากไล่ผม


อะไรวะ นี่บ้านกูหรือบ้านมึง?” ผมถามเพื่อนออกไปพร้อมลูบหลังมือตัวเอง ทำไมวันนี้กูโดนตีทั้งวันเลยวะ รอบตัวมีแต่ผู้หญิงมือหนักตีนหนักรึไง


น้องแมวน่ารักมากเลยนะ ถ้าเฮียเจอเฮียต้องชอบแน่ ๆ โรสพยายามพูดโน้มน้าวใจผม แต่ถึงเฮียจะไม่อยากเลี้ยงแม่ก็ให้รสเลี้ยงอยู่ดี ความเห็นของเฮียมันก็เหมือนลมพัดผ่านไปมา เพราะบ้านนี้แม่ใหญ่สุด!”


ไอ้โรสยักคิ้วกวนตีนใส่กันแล้วเจ้าตัวก็ผลุดลุกขึ้นวิ่งออกจากบ้านไปก่อนที่ฝ่าเท้าผมจะไปถึงมัน


เออ จะเลี้ยงก็เลี้ยงแต่อย่าให้เป็นภาระเฮียก็แล้วกัน!” ผมตะโกนไล่หลังน้องสาวตัวดีไป ให้มันได้แบบนี้ดิ...


TALK

[FULL 130%] ครบแล้ววว จำรสกันได้มั้ยย หายไปซะนาน 5555555555 แมวเพื่อนคนไหนกันน้าา คุ้น ๆ จังเลยว่ามั้ยคะ ♥


.
.
.

ปอลิง.ใครรอเล่ม #ทอฝันธันวา เปิดพรีแล้วนะคะ อ่านลายละเอียดตามลิ้งค์ไปเลย

MINNIK

...

มีคำผิดบอกได้นะคะ กด ♥ ให้กันสักนิด คอมเมนต์ให้กันสักหน่อยตามแต่ใจ

รีดเดอร์เลย ♡♡♡





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.125K ครั้ง

1,195 ความคิดเห็น

  1. #576 usamaneepang (@usamaneepang) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:09
    แมวลูกหนี้ปากแดง555
    #576
    0
  2. #575 kypb (@kanyapakBoonyai) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 16:13
    แมวที่เฮียชนอ่ะเปล่าาาา
    #575
    0
  3. #574 comtoontrans (@comtoontrans) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 13:20
    เดี๋ยวจะมีคนหลงแมวไม่รุตัว
    #574
    0
  4. #573 lookkai044 (@lookkai044) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 13:03
    ไอริณบางที การแสดงออก กับเฮีย นางก็ทำท่าทางใส่เยอะไป บางทีก็รำคาญเบาๆ
    #573
    0
  5. #572 Toywoohottest (@Toywoohottest) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 12:44
    ถ้ารู้ว่าเป็นแมวใคร อยากจะอยากเลี้ยงเองก็ได้นะเฮีย
    #572
    0
  6. #571 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 12:11
    เฺฮียอย่ากลับลำหล่ะ 555
    #571
    0
  7. #570 999966669696 (@999966669696) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 12:31
    เฮียก็ดีนะ ถ้าในชีวิตมหาลัยเจอสายรหัสดีแบบนี้ก็ดีสิ ให้ความรู้สึกเหมือนมีพี่ชายที่คอยดูแลน้องเลย องงงง
    #570
    0
  8. #569 Memew888 (@Memew888) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2562 / 12:28

    5555 น่ารักมากกกก

    #569
    0
  9. #568 khem22 (@iamkhem22) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 23:53
    ตลกเฮีย5555555
    #568
    0
  10. #566 nami55 (@nami55) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 20:56
    ขำเฮีย5555555 ไม่แว้นน เฮียแอบใจดีแถมยังตลก
    #566
    0
  11. #565 usamaneepang (@usamaneepang) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 16:28
    ไม่ได้แว้น555
    #565
    0
  12. #564 comtoontrans (@comtoontrans) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 15:45
    อ่านทีไร

    กุววขำภาษาใต้บ้านตัวเองทุกที

    ทองแดงขับปึด
    #564
    1
    • #564-1 My_smile (@09122547) (จากตอนที่ 16)
      13 ตุลาคม 2562 / 12:30
      เหมือนเราเลยย55555
      #564-1
  13. #563 khing210 (@khing210) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 15:21
    จ้ะ ไม่แว้นเลยพ่อสิงห์นักบิด
    #563
    0
  14. #562 mocca-sweety (@sugar-mocca) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 14:41
    ขำเด็กแว้นเก่า55555
    #562
    0
  15. #561 Charlinda88 (@Charlinda88) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 14:21
    แหมๆไๆ พ่อสิงห์นักบิด 555
    #561
    0
  16. #560 Cheeryblue (@Cheeryblue) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:51
    รถเครื่องงงงง 555 บ้านเราก็ใช้คำนี้
    #560
    0
  17. #559 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:44
    ตลกกกก
    #559
    0
  18. #558 kypb (@kanyapakBoonyai) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 13:44

    เฮียก็เป็นคนดีน้าาาา~ น่ารักดั้ววววววว ><

    #558
    0
  19. #556 lookkai044 (@lookkai044) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 16:03
    ความในใจเฮียหรือนี่ อย่าเก็บไว้แต่ในใจน๊า มุมอ่อนโยน ก็ช่วยสื่อออกมาให้น้องรู้หน่อย อย่าดีแต่เอามุมโหดๆ ปาใส่น้องรัว เด่วก็โดนพายุพัดไปกอดไว้ชิลๆ 55
    #556
    0
  20. #555 Maymie's Mimi (@2may) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 13:32
    เฮียเราก็คนดีเหมือนกันน้าา เห็นความอบอุ่นลอยมาเลยอ่ะ แต่เฮียขี้แกล้งไปหน่อยอ่ะ 55555
    #555
    0
  21. #554 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 11:18
    เฮียก็ใจดีอยู่นะ 555
    #554
    0
  22. #553 pimon9172 (@pimon9172) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 10:40
    เฮียออกอาการไวไปนะ ชอบน้องแล้วเหรอจ้า
    #553
    0
  23. #552 aappss (@ap_rachinicorn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 12:30
    เอาล่ะ มีคนเสียอาการจ้าาา55555
    #552
    0
  24. #551 khem22 (@iamkhem22) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 23:41
    ถึงกับเสียอาการเลยนะเฮีย555555
    #551
    0
  25. #550 nami55 (@nami55) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 20:35
    ยังไงคะเฮียยย
    #550
    0