(ซ. set มัดใจ) มัดใจยัยซื่อบื้อ

ตอนที่ 50 : ยังไงก็ต้องถอดอยู่ดี...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    11 ก.ย. 62



ตอนที่ 49


ยังไงก็ต้องถอดอยู่ดี...




     รวิชญ์นั่งคอตกข้างถังขยะใบใหญ่ที่ถูกปิดสนิทแค่ไหน แต่เขาก็ไม่น่ามานั่งคอตกอยู่อย่างนี้ เพราะอะไร...


     เขากำลังโดนปล้นต่างหาก ไม่สิ ปล้นไปแล้ว พวกมันเอาไปหมดเลย...


     รวิชญ์กำลังจะเดินกลับบ้านตามปกติ เขาอดใจรออาหารสุดอร่อยจากฝีมือลูกสาวของเขา ขณะเดินผ่านตรอกซอยสุดน่ากลัวที่เห็นทีไรก็น่าขนลุก เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องจากด้านใน


     แถวนี้ในเวลาแบบนี้จะมีคนเดินผ่านไปมาไม่ค่อยมาก แต่รวิชญ์ไม่ยอมอยู่เฉยๆ เขารีบตัดความกลัวแล้วเข้าไปช่วย...


     สุดท้ายเขาก็กลับกลายเป็นคนโดนปล้นเสียเอง ส่วนผู้หญิงที่ได้ช่วยเอาไว้ก็วิ่งอ้าวหายไปก่อนแล้ว...


     เขาเป็นคนซวยแทน... กรรม...


     และที่มากกว่านั้น


     แม้ไม่เห็นหน้าเพราะมันมืด แต่ก็พอรู้จากท่าทางและน้ำเสียงดูเหมือนจะเป็นพวกวัยรุ่น แต่ริอ่านทำตัวเป็นโจรขโมยเงินคนอื่น...


     เขาอยากจะโทรแจ้งตำรวจจัง... ถ้าไม่ติดที่ว่าโดนพวกมันยึดโทรศัพท์...


     และที่สำคัญโทรศัพท์ไม่ได้ล็อกรหัส พวกมันเลยเข้าไปขุ้ยเล่นพบภาพลูกสาวตัวเอง ไอ้เวรตะไลลลลลล...


     รวิชญ์ตื่นตระหนก เพราะเขาหวงลูกสาวมาก อย่างน้อยเรื่องวันนี้เขาไม่อยากให้ลูกสาวได้เกี่ยวข้อง แต่คงไม่ทัน เขาพยายามแย่งโทรศัพท์คืนมา แต่เพราะจำนวนคนมีมากเกินไป เขาถึงต้องระบมนั่งคอตกข้างถังขยะอยู่อย่างนี้...


     พวกมันให้ลูกสาวของรวิชญ์มาที่นี่ เพื่อปล่อยตัวเขาอีก... ไอ้พวกบ้าเอ้ยยยยย


     แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรดี ไอ้พวกเด็กหื่นนี่ดึงลูกสาวสุดที่รักของเขาเข้ามาเกี่ยวข้องแบบนี้ ไอ้พวกเด็กบ้า ลูกสาวเขามีแฟนแล้วโว้ยยยยยย


     อยากตะโกนใส่หน้าไอ้เด็กเวรตะไลพวกนี้จริงๆ แต่กลัวโดนพวกมันต่อยอีก...


     ตอนนี้พวกมันก็กำลังยืนรอลูกสาวของเขา ได้สักห้านาทีแล้วมั้ง...


     เอายังไงดีนะ จะทำยังไงดี เขาห่วงลูกสาวมากเลย ถ้าเป็นอะไรเขาคงขาดใจตาย...


     ขณะที่รวิชญ์กำลังใช้ความคิด เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินใกล้เข้ามา เพราะความเงียบและมืดของซอยนี้ ทำให้ได้ยินเสียงชัดเจนกันทุกคน 


          "มาแล้วเหรอวะ?"


          "แม่งมืดชะมัด ใช้ไฟฉายโทรศัพท์ส่องดิ"


     รวิชญ์เงยมองกลุ่มโจรวัยรุ่นคุยกัน กับเสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่ลูกสาวตัวเอง เขามั่นใจ และตอนนี้เสียงฝีเท้าก็หยุดลงแล้ว รวิชญ์เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆเท่านั้น และความรู้สึกเย็บวาบทั่วร่างนั่นมันอะไรกัน?


     ส่วนกลุ่มวัยรุ่นหัวขโมยน้อย ควักโทรศัพท์เปิดไฟฉายส่องดูต้นทางที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก่อนหน้านี้ สายตาทุกคู่ต่างจ้องมองชายในชุดนักเรียนที่ยืนแผ่รังสีอำมหิตที่รุนแรงกว่าความมืดเสียอีก วินาทีนั้นพวกเขาและรวิชญ์ต่างอ้าปากค้าง


     นั่นซัน... แฟนลูกสาวตัวเองนี่..


     แล้วทำไมมายืนทำท่าน่ากลัวอยู่ตรงนี้ล่ะ? รึว่าลูกสาวเอาเรื่องนี้ไปบอกซัน แต่มันไม่สำคัญ...


     ที่ผ่านมารวิชญ์มองซันเป็นเด็กผู้ชายที่ดีและเรียบร้อยมาตลอด แต่บัดนี้ดูเหมือนเขาจะมองผิดไป...


     เพียงแค่รวิชญ์ได้มองซันที่ยืนนิ่งแต่สายตาดุร้ายและรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาราวกับจะฆ่าทุกคนได้แบบนั้น... ด... เด็กคนนี้มันอันตรายมากเกินไปแล้ว!!


          "เห้ย!! มึงมัน..." อีกฝ่ายทำท่าเลิ่กลั่กราวกับรู้จักซันอย่างนั้นแหละ... 


          "ปี...!!!" เหมือนคนถือโทรศัพท์ที่แสดงสีหน้าไม่ต่างกัน กำลังพูดอะไรสักอย่าง แต่...


     ผั๊วะ!!!


     คนที่ถือโทรศัพท์กลับโดนซันต่อยกระเด็นไปคนแรก ผลของมันทำให้ทั้งคนทั้งโทรศัพท์หล่นลงพื้น และรอบข้างกลับมืดอีกครั้ง 


          "เชี่ย!!"


          "หนีสิวะ!! อั่ก!..."


     พลั่ก! ผั๊วะ! ผั๊วะ! ตุ่บ!


     รวิชญ์อ้าปากค้างกับความมืดตรงหน้า แม้จะมองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกได้ถึงร่างสองสามร่างร่วงนอนกระแทกพื้น นี่อย่าบอกนะ ว่าพวกที่ร่วงเป็นพวกเด็กวัยรุ่นขโมยน้อยนั่นอ่ะ


     ไม่ทันที่รวิชญ์จะได้ตั้งสติ เสียงทุกอย่างก็เงียบลง แต่ก็รู้สึกได้ถึงสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของรวิชญ์...


          "พ่อคะ!!" เสียงแหลมเล็กอีกเสียงทำให้รวิชญ์ได้สติ นี่เป็นเสียงลูกสาวตัวเอง เธอวิ่งมาพร้อมกับไฟฉายในมือ 


          "ไอ! ลูกพ่อ" รวิชญ์รีบถลาเข้าไปกอดลูกสาว โล่งอกที่เธอไม่ได้เป็นอะไร 


          "เหมือนหนูเหยียบอะไรไม่รู้แฮะ" ไอบ่นเบาๆ เธอใช้เท้าตัวเองคลำๆเขี่ยๆดู เหมือนจะขยับได้แฮะ...


     ลูก... นั่นคนลูก... ไม่ต้องใช้เท้าขยี้แรงแบบนั้นก็ได้นะลูก... -_-


     รวิชญ์ดึงลูกสาวออกห่างบรรดาที่เหมือนศพนอนกองเรี่ยราด เมื่อแสงไฟฉายในมือของไอสาดส่องดูบริเวณพื้นที่เละเลือดเต็มไปหมด พลันทำให้รวิชญ์ยืนนิ่งอึ้งขนลุกซู่ซ่า...


     นี่อย่าบอกนะ ว่าเป็นฝีมือซันน่ะ... ไม่จริงใช่ไหม...


     ที่ผ่านมาก็เคยรู้อยู่แล้วนอกจากมาดเรียบร้อยนิ่งๆแบบนี้ เขาถึงกับเป็นครูสอนลูกสาวฝึกป้องกันตัว แต่ไม่คิดว่ามันจะน่ากลัวขนาดนี้ไง...


          "ซันอ่ะ บอกแล้วนะว่าอย่าทำให้พวกเขามีแผลอ่ะ" ไอทำหน้ามู่ เธอส่องไฟฉายสำรวจรอบด้านพร้อมทำหน้าขยาดไปด้วย เห็นเละเลือดขนาดนั้นไม่เคยชินในสายตาเธอหรอก


     ที่บอกว่าอย่าให้พวกเขามีแผลน่ะ เพราะเธอจะทำเองน่ะ ให้สาสมกับที่พวกเขาทำกับพ่อเธอแบบนี้...


          "ทำแทนให้แล้ว ทีนี้กลับได้รึยัง" ซันเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ เขากลับสู่โหมดปกติโหมดเดิมเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้ลงมือเกือบฆาตกรรมคนไป...


          "อื้อ กลับกันๆ" ไอพยักหน้านิดๆ ก่อนจะลากพ่อเธอออกไปจากซอยมืดๆนี่เสียที


     รวิชญ์เออออตามลูกสาวอย่างงงๆ อีกใจหนึ่งก็สับสนไปด้วย กลัวด้วย หน้าซีดๆของเขาทำให้ไอที่เงยมองเขาเป็นระยะๆถึงกับยิ้มอ่อนๆ


     ไอพาพ่อเข้าไปนั่งม้านั่งหน้าร้านมินิมาร์ท เพื่อสงบสติอารมณ์ "พ่อเห็นเหรอ?"


     เหมือนลูกสาวเขาจะรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร รวิชญ์ส่ายหน้าเบาๆพลางถอนหายใจไปด้วย...


          "พ่อไม่เห็นหรอก มันมืดมาก... พ่อไม่คิดว่าซันจะเก่งขนาดนี้ พ่อเลยกลัวหน่อยๆ" รวิชญ์กุมขมับตัวเอง ราวกับคนจิตตกไปแล้ว


     ไอยิ้มนิดๆ ก่อนจะกุมมือรวิชญ์ทั้งสองข้างอย่างอ่อนโยน


          "พ่อไม่ต้องกลัวนะคะ เขาช่วยพ่อนะ ซันเขามือหนักไปนิดค่ะ ต่อยทีเลือดกระเด็น" ไอยิ้มแหย หัวเราะแฮะๆจนน่าหมั่นไส้ "ทั้งๆที่หนูขอไว้แท้ๆ อยากจัดการเองแท้ๆ..."


     ประโยคสุดท้ายเหมือนจะบ่นกับตัวเอง แต่อะไรนะลูก... จัดการเอง นี่ลูกสาวสุดที่รักของเขากล้าคิดขนาดนี้เลยงั้นหรือ...


     ลูกสาวคนสวยของเขาไปเอาความเข้มแข็งมาจากที่ไหนกัน เมื่อก่อนยังขี้แยแท้ๆ


     รวิชญ์ยิ้มน้อยๆ ยกมือลูบหัวกึ่งขยี้ลูกสาวเบาๆอย่างมันเขี้ยว


          "พ่อแค่กลัว ไม่ได้รังเกียจ จะว่าไปซันอยู่ไหนเนี้ย..." พอรวิชญ์เอ่ยถึงซันเขาก็นึกขึ้นมาได้ เขาหันซ้ายมองขวาหาแฟนลูกสาวตัวเอง ก็เจอร่างสูงเดินถือน้ำอัดลมออกมาพอดี


     ซันเดินเข้ามาทั้งน้ำอัดลมสองกระป๋องในมือทั้งสองข้าง เขายื่นให้รวิชญ์ก่อนที่รวิชญ์จะรับไปอย่างงงๆ


          "ขอบคุณที่มาช่วยนะ ไม่งั้นแย่แน่ๆ" รวิชญ์ยิ้มอย่างอ่อนโยน ซันพยักหน้ารับนิดๆก่อนจะเปิดน้ำอัดลมแล้วดื่มเข้าไปอึกใหญ่


          "เดี๋ยวซัน... ของฉันล่ะ งื้อออ" ไอเริ่มโวยจนซันชะงักกึก ท่าทางน่าขำของคู่นี้ทำให้รวิชญ์เริ่มหัวเราะ แต่...


     ซันหยุดดื่มน้ำอัดลม คาดว่าคงเหลืออยู่ เขายื่นกระป๋องน้ำอัดลมของตัวเองให้ไอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ซึ่งตรงข้ามกับไอที่ทำหน้ามุ้ย แต่เธอก็รับน้ำอัดลมในมือซันมาดื่มต่อทันที


     เห้ย เห้ย เห้ยยยยยยย...


     รวิชญ์อ้าปากค้างกับภาพตรงหน้า น... นี่มันจูบทางอ้อมชัดๆ แถมยังทำโดยไม่รู้สึกรู้สากันทั้งคู่ด้วย รึว่าไม่รู้...


     โอยยยย...  รวิชญ์อยากกลับบ้านแล้ว...




     ......



     หลังจากที่ซันได้เข้าไปช่วยพ่อเสร็จก็กลับบ้านพร้อมกัน เรื่องงานพิเศษฉันโทรบอกพี่ณิศาเรียบร้อยแล้ว บอกแค่ว่ามีเรื่องด่วนจริง แต่ฉันต้องทำชดเชยค่าเสียเวลาในวันนี้ ต้องดูกะอีกทีล่ะนะ


     ย้อนความกันสักนิดหนึ่งนะ หลังจากที่ฉันรู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหน ความจริงก็ไม่รู้จักซอยนั้นหรอก ไปถามซันมาอีกทีน่ะ ซันดูออกแต่แรกเลยว่าฉันมีเรื่องอะไรมา เขาก็เค้นเอาความจริงเสียให้ได้...


     อีกใจอยากให้ซันช่วยเปิดทางให้มากกว่าให้เขาลุยเดี่ยวเสียเอง อย่างน้อยฉันขอทั้งตบและเตะพวกเขาสักคนละทีสองที แต่ซันไม่ยอม เขาหน้าตึงทะมึนมากเลยล่ะ...


     พอถึงซอยที่ว่าซึ่งไม่ได้ไกลจากบริษัทที่พ่อทำงานเท่าไหร่ ซันบอกให้ฉันคอยอยู่หน้าซอยห้านาที จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงโหยหวนดังมาตามตรอกซอยอยู่ไกล พลันรู้สึกว่าซันทำหนักมือไปไหม...


     นี่คงไม่ใช่ว่าเขาระบายอารมณ์ไม่พอใจก่อนหน้านี้ลงกับคนพวกนี้อ่า... งื้ออออออ...


     แต่ก็หนักมือไปจริงๆนั่นแหละ โชคดีมากๆที่พ่อยังปลอดภัย แต่แววตาและท่าทางท่านยังสับสนกับเหตุการณ์


     คงไม่เคยเจอซันโหมดโหดลงมือสินะ ไม่ต้องสงสัยเลย...


     พ่อไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก มีแค่แผลที่มุมปาก กับรอยถลอกนิดหน่อย แต่มันก็น่าเจ็บใจที่ฉันไม่ได้ลงมือกับพวกเขาด้วยตัวเอง


     พ่อบอกว่าพวกเขาเป็นแค่เด็กวัยรุ่นชอบขโมยเงินเท่านั้น... 


     ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่หายโกรธคนพวกนั้นหรอกนะ แต่พอเห็นสภาพน่าอนาถของพวกเขาทำให้ใจฉันอ่อนยวบเลย... ซันนะซัน ลงมือหนักไปจริงๆ


     ฉันบ่นกับซันเรื่องนี้ ร่างสูงได้แค่ตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและคำสั้นว่า "มันมืด..."


     แต่ซอยมันมืดจริงๆนั่นแหละ แม้จะยังงงๆว่าเขาต่อยโดนได้ยังไง...


     ตอนนี้ฉันอยู่หน้าบ้านเพื่อออกมาส่งซันกลับบ้าน ฉันก้มมองร่างสูงอีกครั้งที่สภาพชุดนักเรียนยังคงดูดีไม่มีรอยเลือด ถ้ามีละก็พี่ซินไม่ก็พี่เซนได้ส่งสายตาดุๆเขม่นใส่ซันแน่ๆ ฉันกลัวซันโดนลงโทษเหมือนคราวที่แล้วอีกน่ะ...


     ซันยกมือหนาขึ้นมาขยี้หัวฉันจนเกือบจะยุ่ง เพราะต่างคนต่างเงียบนานพอสมควรแล้ว...


     ที่ฉันมองซันไปมาทั่วตัวอย่างนั้นน่ะ เพราะเขาต่างหากที่มองฉันด้วยสายตาที่น่าใจเต้นแรงอย่างนั้นอ่ะ...


          "ผมยุ่งหมดแล้ววว" ฉันรีบโวยแล้วคว้ามือซันออกมาจับล็อกไว้แน่น ไม่ค่อยจะชินหรอกท่าทางของซันอย่างนี้อ่ะ


     ตั้งแต่คบเป็นแฟนกัน ไม่กี่วันเขาก็รุกฉันเร็วมาก... มากเกินไป! ทั้งกอด ทั้งจับมือ เขี่ยผมฉันเล่น บลาๆๆ เยอะแยะจนฉันเขินไปหมดทั้งตัวแล้วอ่ะ!!


     ซันยิ้มมุมปากน้อยๆ แววตาสีเหลืองเข้มช่างน่าดึงดูดมากเลย ไม่คิดว่าดวงตาเขาจะสวยขนาดนี้ยามเมื่อจ้องมองมายังฉัน...


          "จะกลับแล้ว..." 


          "อื้อ ถึงบ้านแล้วโทรมาบอกด้วยนะ" ฉันพยักหน้ารัวๆ และเผลอปล่อยมือซันในที่สุด


          "พรุ่งนี้ฝึก อย่าลืมแล้วกัน" ไม่พูดเปล่าแถมยังดึงฉันเข้ามากอดแน่นเลย ฉับพลันร่างทั้งร่างของฉันก็แทบละลายคาอ้อมกอดเขาแล้ววววว...


     ปกติ เขาไม่ทำอย่างนี้ก่อนกลับบ้านเขานะ ทำไมรู้สึกว่าวันนี้เขาอ้อนฉันจัง


     คนตัวใหญ่กว่าฉันกอดฉันแน่นจนฉันที่ตัวเล็กจนแทบจะล้มอยู่แล้ว นี่เขากอดฉันแน่นไปนะ เป็นอะไรรึเปล่านะ...


     ฉันยกมือขึ้นลูบหลังซันเบาๆ ความเขินและความตื่นเต้นเริ่มหายไป เมื่อฉันได้สงสัยในตัวของเขา "เป็นอะไรเหรอซัน..."



          "ทีหลังอย่าทำอย่างนั้นอีก..." ร่างสูงหันมากระซิบริมหูด้วยน้ำเสียงค่อนข้างไม่พอใจ และเริ่มกอดรัดฉันแน่นขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มจะมาคุ...


     งื้อออออ... จะฆ่าฉันรึงายยยย... T^T


     แต่ที่เขาพูด ฉันเข้าใจความหมายของเขานะ...


          "ขอโทษนะซัน" ฉันยิ้มนิดๆ พลางลูบหลังซันไปด้วย


     ซันผละออก แล้วยกมือขึ้นมาหยิกแก้มฉันอย่างมันเขี้ยว...


          "งื้อออออออ" ฉันยอมให้ซันหยิกแต่โดยดี อย่างน้อยก็ให้เขาระบายอารมณ์อันมาคุกับแก้มของฉันเนี้ยแหละ ดีกว่าโดนกอดรัดแรงๆเหมือนงูรัดเหยื่อล่ะนะ


     ซันยิ้มมุมปากน้อยๆ ท่าทางเขาดูอ่อนลงแล้ว ฉันรู้สึกโล่งอกไปนิด แต่ก็เพิ่งรู้สึกได้


     มืออีกข้างของซันยังโอบเอวฉันไว้อยู่ ฮือ... ทำไมฉันเพิ่งมารู้สึกตัวเอาป่านนี้นะ T^T


          "ปล่อยเลยนะซัน" ฉันรีบยกมือซันที่โอบเอวออกอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ง่ายกว่าที่คิด ร่างสูงยิ้มมุมปาก สายตากรุ้มกริ่มจนรู้สึกหวิวๆไปทั้งร่าง 


     มันเป็นอย่างนี้ทุกครั้งแหละ ไม่รู้ทำไมร่างกายถึงรู้สึกร้อนๆทุกครั้งที่ซันมองมาแบบนี้...


อีกอย่าง ช่วงนี้ซันยิ้มบ่อย จนทำให้ฉันหลงรักเขามากขึ้นไปอีก คนบ้า!


     สุดท้ายซันก็ยอมกลับบ้านเขาเสียที ฉันกลับเข้าบ้านและปิดประตู ถึงกับทรุดลงพื้นหน้าประตูบ้านตัวเอง ทั้งหน้าทั้งหูทั้งตัวเลย! มันแดงและร้อนฉ่าไปหมดแล้วมั้ง ความรู้สึกมันออกมาชัดเจนจนสมองเริ่มรวน


     ความรู้สึกที่ซันส่งผ่านทางสายตา มันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ


     แวบหนึ่งฉันไม่อยากให้เขากลับบ้านเลย... แล้วฉัน... ต้องการอะไร?




     วันต่อมา...



     วันนี้ฉันเรียนตามปกติ ก็เช่นเคยนั่นแหละนะ...


     หลังจากที่ซันกลับบ้านไปเมื่อวาน ฉันคุยกับพ่อนิดหน่อยเรื่องเขา ดีนะที่พ่อยังไม่รู้ว่าซันมีฉายาว่าปีศาจน่ะ...


     พ่อไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับปีศาจเลย ท่านมัวเอาแต่ทำงานอย่างเดียว ดีแล้วล่ะที่ท่านไม่รู้น่ะ...


     ส่วนผู้คนอื่นๆที่อยู่ในเมืองนี้ ต่างรู้จักฉายาปีศาจเป็นอย่างดี น้อยคนนักและกลุ่มพวกนิสัยไม่ดีเท่านั้นที่รู้จักหน้าค่าตาของบรรดาปีศาจ... ปลากับฝนบอกมาอีกทีน่ะ ไม่บอกฉันไม่รู้หรอกนะ


     เมื่อการเรียนของวันนี้จบลง ฉันก็ต้องไปฝึกป้องกันตัวกับซันที่บ้านของเขาต่อ...


     เอาแล้วไง... วันนี้ซันลงมาฝึกฉันด้วยตัวเองอีกแล้วอ่า... 


     ฝึกกับเขาทีไร ฉันน่วมตลอดเลย เขาก็ไม่ได้สอนอะไรหรอก แค่ให้ฉันทั้งชกทั้งเตะทั้งต่อยไปที่พี่ซินได้สอนเทคนิคมาลงที่ซันหมดเลย งื้ออออออ... ไม่ต้องถามผลแพ้ชนะหรอกนะ...


     บอกแล้วไงว่าฉันน่วม รู้รึยังว่าใครชนะอ่ะ...


     เพราะแบบนี้ฉันถึงรู้ว่าซันเคลื่อนไหวเร็วมาก ไหวพริบดีเกินไปแล้ว... แต่.. เขาก็เท่ไปเลยแฮะ...


          "วันนี้ยูโด..." เสียงกระหึ่มๆดังขึ้นจากข้างหลังฉัน ในขณะที่ฉันกำลังคิดไปเรี่อยเปื่อยทั้งตาระยิบระยับ ฉันสะดุ้งทันทีเลยไงเล่า... อยู่ๆก็มาอยู่ด้านหลังฉันแบบนี้อ่ะ!


          "ย..ยูโดงั้นเหรอออออ" ฉันอ้าปากค้าง รีบหันมองร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังจนคอแทบจะเคล็ดจนตาตะลึง


     คนบ้า! จะให้ฉันใช้ยูโดกับเขางั้นเหรออ่ะ อีกอย่างฉันยังไม่เคยได้ใช้จริงกับใครเลยนะ


          "คิดว่าฉันเป็นโรคจิตเหมือนที่ผ่านมาแล้วกัน..." ซันพูดทั้งหน้าตาย ก่อนจะเดินถอยหลังสองสามก้าว เตรียมตั้งรับให้ฉันบุกเข้ามา...


     โรคจิตเหมือนที่ผ่านมางั้นเหรอ! ไม่ใช่แล้ว!! จะให้ฉันมองเขาเป็นอย่างนั้นได้ไงกันเล่า...


     ฉ...ฉันยอมรับว่าที่ผ่านมาตอนฝึกกับเขา เขาก็แทนตัวเองเป็นโรคจิตคนหนึ่งเพื่อให้ฉันมีแรงสู้แบบไม่เกรงใจ แต่นี่อย่าลืมสิ ว่าสถานะของเราสองคนมันเปลี่ยนไปแล้วน่ะ... ตอนนี้ใครมันจะกล้าคิดว่าเป็นโรคจิตแบบนั้นกัน


          "ถ้าไม่เข้ามา ก็ตาย..." ซันส่งเสียงกระหึ่มดุจคำรามจนฉันตกใจฉับพลัน พูดจบเขาก็เดินตึงตังมาหาฉันอย่างรวดเร็ว


     รีบหนีสิ ไม่อยากตายอ่ะ...


     ฉันรีบติดสปีดวิ่งหนีเขาทันทีโดยอัตโนมัติ ตามสัญชาตญาณของคนกลัว ซันจากเดินก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นว่าวิ่งตามฉันซะอย่างนั้น เราวิ่งไล่จับกันรอบโรงฝึกอย่างกับเด็กเล่นกันแต่มันแตกต่างนิดหน่อย


          "งื้อออออ ฉันไม่อยากตาย อย่าตามมานะ!" ฉันเหวลั่นตามอากาศ ยังดีที่โรงฝึกมันกว้าง ฉันเลยไปวิ่งสปีดไปได้เรื่อยๆ จนเริ่มจะหมดแรงอยู่แล้ว...


     ทำไมซันถึงโหดงี้อ่ะ แม้ฉันจะหลับตาวิ่งหนีไปอย่างนั้นแต่ก็รู้สึกถึงรังสีชั่วร้ายที่ตามมาข้างหลังฉันติดๆ แง... TOT


     แต่ฉับพลันเหมือนความอยากรู้ของตัวเองได้ดับความหวาดกลัวทุกสิ่งอย่าง...


     เมื่อฉันวิ่งหนีซันไปทั่วโรงฝึกจึงเห็นทางเข้าและกลิ่นของความเย็นเข้ามากระทบ จึงทำให้ฉันหยุดวิ่ง...


          "เป็นอะไร?" เสียงซันไม่ได้เข้าหูฉันสักนิดเดียว เพราะความสนใจจากด้านในทางเดินที่ฉันทอดมองนั้นมัน...


     ตั้งแต่ฝึกที่นี่ฉันไม่เคยได้เดินดูทั่วโรงฝึกแบบนี้ วันนี้ฉันพึ่งได้เห็นทางเข้าของสระว่ายน้ำ!!!


          "สระว่ายน้ำ..." ฉันพึ่มเบากับตัวเองเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าที่นี่จะมีสระว่ายน้ำด้วย น่าทึ่งเกินไปแล้ว!


     น้ำในสระที่ระยิบระยับสะกดฉันในเสี้ยววินาที ทำให้ฉันต้องเดินเข้ามาดูใกล้ๆเหมือนมีแรงดึงดูด...


     ฉันหันซ้ายมองขวาดูรอบๆ ที่นี่เป็นสระว่ายน้ำ แม้ไม่ใหญ่เหมือนที่โรงเรียนก็เถอะ แต่มันสร้างความแปลกใจให้ฉันมากเลยล่ะ


          "ก็แค่สระว่ายน้ำ..." ซันเดินเข้ามายืนข้างฉัน ร่างสูงเหลือบตาดุมองฉันนิดหน่อย ดวงตาสีเหลืองเข้มฉายความหงุดหงิดชัดเจนเลย เมื่อเห็นใบหน้าและตาประกายวิ้งๆของฉัน


          "ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าที่นี่มีสระว่ายน้ำอ่ะ" ฉันยิ้มกว้าง แล้วเดินสำรวจรอบสระด้วยความสนใจ


          "มันมีทุกโรงฝึกนั่นแหละ..." ซันบอกทั้งหน้าตายราวกับเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว


     ปกติของนายแต่ไม่ปกติของฉันน่ะสิ ดีจัง มีสระว่ายน้ำทุกโรงฝึกเลยเหรอ ที่ผ่านๆมาฉันเห็นมีแค่สามโรงฝึกเท่านั้นเองนะ น่าสนุกจัง งื้ออออออ... อยากกระโดดว่ายน้ำเล่นจังง่ะ


     ที่บ้านฉันไม่มีหรอกสระว่ายน้ำ ที่โรงเรียนครูอนุญาตให้เข้าเฉพาะเวลาที่มีเรียนว่ายน้ำเท่านั้น อย่าพูดถึงสวนน้ำอะไรนั่นเลย ฉันไม่เคยไปหรอกนะ!


     ฉันนั่งขอบริมสระ พลางกวักน้ำในสระเล่น และเอาขาทั้งสองข้างลงแช่ น้ำในสระเย็นมากเลยล่ะ!


     ส่วนซันที่ตามฉันมาตลอดเขายืนทะมึน กอดอกอยู่ข้างๆฉัน ส่งสายตาดุๆใส่ฉันไม่หยุด หาฉันสนไม่...


     แต่ฉันคิดเรื่องน่าสนุกบางอย่างออก...


     ฉันลุกขึ้นมายืนข้างซันด้วยรอยยิ้มมีเลศนัยอย่างเห็นได้ชัด ส่วนซันขมวดคิ้วยุ่ง มองฉันอย่างสงสัย หึๆๆ...


     หมับ!


     ฉันรีบคว้ามือซันข้างหนึ่งทั้งยิ้มร่า ก่อนจะลากเขาลงสระว่ายน้ำไปด้วยกันซะเลย ฮ่าๆ ๆ ๆ


          "โดด~~~"


     ตู้มมมมมม...


     อ่า.. .น้ำเย็นมากเลย! ชื่นใจสุดๆ น้ำในสระท่วมถึงอกฉันเท่านั้นเอง แบบนี้ก็ว่ายน้ำได้สบายเลยน่ะสิ ฉันหันไปมองซันที่เปียกปอนไปหมด ผมปรกหน้าจนแปลกตา ทำให้ฉันหลุดขำออกมา...


     ร่างสูงยืนนิ่ง แต่กลับไร้รังสีความไม่พอใจรอบตัว แต่กลับดูน่ากลัวแบบๆแฮะ...


     ฉันยิ้มร่ากลบเกลื่อนความกลัวไว้ในใจ พลางเดินลุยน้ำเข้าไปหาซันใกล้ ยกมือขึ้นไปปัดเส้นผมที่เปียกน้ำออกให้พ้นตา ซันมองลงมาที่ฉันนิ่ง จนน่าแปลกใจจนเผลอสบตากันเข้าพอดี


     ดวงตาที่เหลืองเข้มสบมองมาสื่อความหมายบางอย่างให้ จนใจฉันเต้นแรงไปหมด ไม่คิดว่าซันตอนเปียกน้ำจะน่าดึงดูดเข้าหาขนาดนี้...


     "ซัน..." ฉันเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา สองมือฉันเลื่อนลงมาประคองใบหน้าคมของซันทั้งสองข้าง


     ซันโอบเอวแล้วกระชับให้ฉันเข้าไปใกล้ๆจนร่างเราสองกันแนบชิดกันภายใต้สระน้ำที่เย็นเฉียบ แต่ต่างกับความรู้สึกร้อนรุ่มจนพลันทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวตามใจตัวเอง


     เหมือนมีอะไรดึงดูดระหว่างกัน ทั้งฉันแล้วซันต่างเลื่อนใบหน้าเข้าหากันจนริมฝีปากประกบกันอย่างอ่อนโยน เพราะความเงียบของสระว่ายน้ำทำให้ได้ยินเสียงหัวใจเราสองคนเต้นประสานกันจนดังกึกก้องไปทั่วหู


     ฉันเลื่อนมือลงมาจับไหล่ของซันและจิกไว้แน่นราวกับระบายอารมณ์ร้อนๆที่อยู่ข้างใน ร่างสูงบดเบียดและมอบความอบอุ่นผ่านจุมพิตที่เริ่มทวีความร้อนให้มากขึ้น จนร่างกายฉันเริ่มหวิวแปลกๆ


     ไม่นานนักซันเป็นฝ่ายถอนจูบออกให้ฉันพักหายใจ จูบลืมตายนี่มันอะไรกัน!?


     เพียงฉันพักหายใจพร้อมสบสายตาหวานๆให้ซันโดยไม่รู้ตัวแค่ไม่กี่วินาที ซันเลื่อนใบหน้าเข้ามาอีกครั้งและเลียปากฉันอย่างแผ่วเบา...


     ฉันเบิกตากว้างอย่างตกใจ ความนุ่มนิ่มที่โดนปากฉันเมื่อกี้กลับรู้สึกดีจนร่างกายเริ่มแปลกไปอีก ฉับพลันฉันก็โอบรอบคอซันให้ก้มลงมาใกล้อีกชิด แล้วจูบกับเขาอีกรอบด้วยความรู้สึกแปลกใหม่


     ร่างสูงโอบกอดฉันแน่น เขาสอดลิ้นเข้ามาเกี่ยวเล่นในปากฉันอย่างเร่าร้อน ฉันเองก็ตอบสนองเขาเช่นเดียวกัน จนความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งขึ้นสูงรับรู้ได้ชัดเจนขึ้นไปอีก


     ฉันไม่รู้ว่ามันคือความรู้สึกอะไร เพียงแต่มันทำให้ฉันรู้สึกดีจนอยากจะละลายในสระน้ำนี้แล้ว


     ฉันเป็นฝ่ายถอนจูบเพื่อพักหายใจอย่างยอมแพ้ และเข้าไปซบอกซันเบาๆ ซันกอดฉันแน่น พลางฝังริมฝีปากร้อนๆที่ขมับฉันก่อนจะลงไปที่แก้มบ้าง...


     ลมหายใจร้อนๆของซันรดรินไปทั่วใบหน้าฉัน ก่อนจะรู้สึกตัวฉันก็ถูกเขาอุ้มขึ้นให้มานั่งริมขอบสระ ก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นตามมาเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขายื่นมือหนากดฉันลงให้นอนลงด้วยกันทั้งอย่างนั้น ดวงตาสี่เหลืองเข้มที่น่าดึงดูดราวกับจะสะกดฉันให้จมไปกับความรู้สึกเดียวกันกับเขา 


     ซันไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาเขาสื่อมาชัดเจน เขากักร่างฉันไว้ไม่ให้ไปไหน ก่อนที่ร่างสูงจะถอดเสื้อวอร์มแขนยาวออกตาตัว ส่วนมืออีกข้างก็รูดซิปเสื้อวอร์มของฉันลงไปด้วย...


     ฉันยันตัวเองให้ลุกตามร่างสูง เขาขมวดคิ้วนิดหน่อย แต่พอสบสายตาฉันเขาก็ก้มลงบดริมฝีปากฉันอีกครั้ง... แขนแกร่งโอบรัดรอบตัวฉันแน่น ก่อนจะดึงเสื้อวอร์มแขนยาวให้ออกจากตัว จนเหลือแต่เพียงเสื้อยืดสีขาวตัวเองที่ดันเปียกน้ำไม่ต่างจากซัน จนเห็นข้างในไปหมด...


     ฉันยกมือขึ้นปิดบริเวณอกอย่างเขินอาย พลางหันหน้าหนีไปทางอื่น เสื้อยืดเปียกน้ำแบบนี้เห็นหมดน่ะสิ แถมยังใส่สีขาวอีก ฉันกลับไปใส่เสื้อวอร์มแขนยาวได้ไหมเนี้ย...


          "ไม่ต้องปิดหรอก..." ซันกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจนฉันขนลุกไปทั้งตัว "ยังไงก็ต้องถอดอยู่ดี..."


     บ้า!! คนบ้า!!! ลามก!!!!


          "อื้อ..." ไม่ทันที่ฉันจะได้โต้แย้งอะไร ซันก็มุดเข้าซอกคอฉันก่อนจะไล่ริมฝีปากฝังซอกคอฉันอย่างอ่อนหวานและร้อนแรง จนฉันเผลอกอดซันแน่น ความร้อนของเราสองคนเริ่มระอุไปทั่วร่างอีกครั้งพลันทำให้สติหลุดไปไกล...


     ซันจัดท่าให้ฉันขึ้นมานั่งบนตักซึ่งเป็นท่าคร่อมเขาเสียเอง เพื่อที่จะ...


          "อื้อ... อื้อ..." ฉันเผลอหลุดส่งเสียงที่น่าอาย ไม่ต่างจากหนังโป๊ที่พี่ซินให้ดู เมื่อซันยังไม่ยอมละออกจากบริเวณซอกคอฉัน สัมผัสร้อนๆจากริมฝีปากที่ฝากฝังประทับบนซอกคอทำให้ฉันแทบระทวยกองอยู่บนตัวเขาแล้ว...


     มือทั้งสองข้างของฉันจิกไหล่ของซันเพื่อระบายอารมณ์เขินอายออกมา พร้อมๆกับรู้สึกถึงมือร้อนๆของซันลูบไล้ทั่วบริเวณเอวก่อนจะสอดมืดเข้าด้านในเสื้อสีขาวของฉัน...


     ซันละออกจากซอกฉัน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าคมเข้ามาจุมพิตฉันอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง...



...





(to be continued)




Minetji : คนแต่งจิขาดใจตายแล้วค่ะ ตัดจบแบบนี้คนอ่านจะตามฆ่าคนแต่งไหมคะ?? ฮ่าๆๆๆ


รวิชญ์ คือชื่อพ่อของน้องไอนะคะ ในที่สุดก็มีชื่อแล้ว กว่าจะคิดออก(คิดมั่วๆค่ะ) 


ผลจากการปั่นเร็วค่ะ เลยอัพเร็ว หึๆๆๆ หวังว่าคนอ่านจะชอบกันนะคะ



ขอบคุณที่อ่านนะคะ


ขออภัยสำหรับคำผิดค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

95 ความคิดเห็น

  1. #88 Mudmeenaja123 (@Mudmeenaja123) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 10:56
    ชอบมากกกก
    #88
    0
  2. #87 panpapiyong (@ppan_ling) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 20:40
    ค้างมาก!ตัดจบได้ทำร้ายกันมาก!รีดทรมานนนนนน
    #87
    0
  3. #86 Miss- N (@nadtarika19894) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 20:01
    โอยไรท์ เลือดจะหมดตัวแล้วจ้า ซันนี่ร้อนเเรงสมชื่อจริงๆ
    #86
    0
  4. วันที่ 11 กันยายน 2562 / 17:14
    ค้างงงง ไรท์ทำแบบนี้กับเราได้งายยยย
    #85
    0