(ซ. set มัดใจ) มัดใจยัยซื่อบื้อ

ตอนที่ 4 : อุบัติแห่งการทวงหนี้ แล้วคนที่ซวยจะเป็นใคร...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    4 ก.พ. 62



ตอนที่ 3

อุบัติแห่งการทวงหนี้ แล้วคนที่ซวยจะเป็นใคร...




      ตอนนี้ฉันนั่งอยู่สวนหลังห้องสมุดของโรงเรียน และเป็นที่ลับตาคนมากที่สุด...

          "จะกินตรงนี้?..." ซันนั่งพิงต้นไม้อย่างชิลๆ เอ่ยปากถามฉันพร้อมจ้องหน้าฉันเขม็ง เมื่อรับรู้ถึงตัวตนของฉัน

          "อื้อ.." ฉันพยักหน้ารัวๆ ตอนนี้ความรู้สึกกลัวก็เริ่มค่อยๆหดหายไปแล้วล่ะ

     ก่อนหน้านี้ฉันแอบไปเรียกครูห้องพยาบาลให้ไปช่วยรักษาพวกรุ่นพี่ที่สลบเหมือดอยู่บนดาดฟ้า แล้วก็ก็แวะซื้อขนมปังที่โรงอาหาร

     สามวันแล้วที่ฉันต้องกินขนมปังแทนที่จะเป็นข้าวกล่อง ฮือ...

          "หิว...." เสียงเย็นยะเยือกกดต่ำลงจนฉันสะดุ้ง จริงสิ... ข้าวกล่องๆๆๆ

     ใจเย็นๆนะ รู้ว่าโมโหหิว แต่ถ้าทำท่าทางอย่างนั้นสายตาแบบนั้น... ฉันกลัว!!!

     "ข้าวกล่องค่ะ...." ฉันยื่นข้าวกล่องให้ซัน แล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างกลัวตาย

   เจ้าตัวรับข้าวกล่องเปิดกินอย่างว่องไว
 
   อื้ม เขากินหมดเลย...

     "น.. น้ำค่ะ" แล้วก็ยื่นน้ำให้เขา

   ซันมองน้ำขวดในมือฉัน แล้วก็เหลือบมองฉันตาเขม็ง ทำใมถึงทำตาดุใส่เล่า!

   คิดว่าฉันแอบเอายาพิษใส่น้ำรึงัย!!

   สุดท้ายเจ้าตัวก็รับน้ำไปดื่ม แล้วก็นอนงีบอยู่ใต้ร่มไม้อย่างสบายอกสบายใจ ฉันแอบเห็นรอยแผลที่มุมปาก ละ..แล้ว เลือด... ติดอยู่ที่เสื้อเขา แอบผวานิดเลยอ่ะ.. 

     ภาพวิวาทของวันนี้ยังติดตาฉันอยู่เลย ฮือ...

     ฉันควักพลาสเตอร์ลายลูกหมีที่แอบไปเอาจากห้องพยาบาลเมื่อกี้มาวางใว้ใกล้ๆขวดน้ำข้างตัวเขา ก่อนจะเดินกลับห้องเรียน

     จริงสิเรื่องตอบแทนข้าวกล่องก็จบแล้วงั้นสิ ฉันไม่ได้ถามเขาเลย... แต่.. คงจบแล้วมั้ง จากนี้ฉันคงไม่ได้ไปที่ดาดฟ้าอีก
 
     อยู่ๆก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมา หลังจากนี้คงไม่ได้เจอเหตุการณ์เหมือนเมื่อกลางวันอีกแล้วล่ะ

     พอฉันกลับมาถึงห้อง ฝนก็รีบถลามาหาฉันทันที

     "ไอๆๆ รู้ข่าวรึยังๆ" ฝนหน้าแตกตื่นพลางคุยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

     นี่ฉันพลาดอะไรไปอีกเนี้ย... "ข่าวอะไรเหรอ?"

     "ก็พวกรุ่นพี่ ม.5 งัย ถูกหามส่งโรงพยาบาลอ่ะ..." พอได้ยินอย่างนั้นตัวเองถึงกับชะงักกึกเลย

     "......"

     "เห็นว่าเกือบปางตายอ่ะ... มีคนบอกว่าเป็นฝีมือของปีศาจ..." 

     "......" พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เพราะมันคือความจริง ทำใมข่าวแพร่สะพัดไปเร็วขนาดนี้นะ คนเห็นเหตุการณ์จริงอย่างฉันถึงกับจุกเลยงัย

     "ทำใมเงียบงี้อ่ะไอ..."เสียงของฝนทำให้ฉันหยุดความคิดไปชั่วครู่

     "ม..ไม่มีอะไร ว่าแต่เธอรู้ได้งัย"

     "ก็เห็นตอนถูกหามส่งโรงพยาบาลน่ะ" 

     "อย่างนี้นี่เอง..." ฉันพยักหน้านิดๆ ถึงว่าทำใมถึงรู้กันขนาดนี้ และไม่ใช่แค่ฝนหรอกที่รู้น่ะ 

     "ว่าแต่เธอไปกินข้าวที่ไหนมาน่ะ ฉันไม่เห็นตัวที่ห้องเลย"

     "ดาด...." เอ๊ยยยย ไม่สิๆๆๆ "ม้านั่งแถวหน้าโรงยิมน่ะ อากาศเย็นดี"

     "ถึงว่าไม่เห็นเลย" ฝนยิ้มน้อยๆกับคำตอบที่ได้รับ ก่อนจะเปิดประเด็นใหม่ "ว่าแต่รอบนี้ปีศาจจะโดนทัณฑ์บนอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้นะ..."

     ท...ทัณฑ์บน!!!

     จริงสิ มีเรื่องรอบนี้ ซันจะโดนอะไรรึเปล่าเนี้ย!

          "ทำไงดี..." ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ

          "หะ...ไอพูดว่าไรเหรอ"

          "ม..ไม่มีๆๆ" ฉันส่ายหัวพั่บๆ เมื่อความคิดดันออกจากปากตัวเองเบาๆ "ว่าแต่เขาจะโดนอะไรมากไหม..."

          "ไม่รู้สิ คิดว่าคงหนักน่าดู..." 

          "คงไม่จะไล่ออกใช่มั้ย...." ฉันถามฝนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

          "ไม่หรอก" อยู่ๆเพื่อนผู้หญิงอีกคนก็พูดขึ้นมา เธอคงจะได้ยินที่พวกเราคุยกันแหละ

          "ทำใมเหรอปลา" ฝนหันมาถาม เอ่อ..ชื่อปลาสินะ...

          "พ่อของปีศาจนั่นเป็นทหารยศใหญ่ แล้วก็เป็นเพื่อนของ ผอ. โรงเรียนเรา..." คำตอบนั่นฉันกับฝนทำตาโต 

          "อื้อหื้อ... ความใช้เส้น..." ฝนบ่นอุบอิบ

          "พวกเธอก็ลองคิดดู จะมี ผอ. โรงเรียนไหนยอมให้ปีศาจมาเรียนกันล่ะ..."

          "เข้าใจเลย และ หมอนั่นไม่โดนไล่ออกแน่นอน!!" ฝนฟันธง

          "อย่างนี้นี่เอง" 

          "ยินดีที่ได้รู้จักนะไอ เราปลา นั่งข้างๆฝนนี่เอง" ปลาหันมายิ้มให้ฉัน

          "อื้อ" ฉันพยักหน้าอย่างยินดี

          "ยัยนี่โลกส่วนตัวสูงจะตายไอ อย่าไปคุย..." ฝนเหล่ตามองปลาอย่างล้อเลียน แล้วแสยะยิ้มเบาๆ

          "ยัยบ้าฝน..."

     แล้วทั้งสองคนก็เถียงกันอย่างสนุกสนาน ฉันลอบยิ้มน้อยๆ และรู้สึกโล่งอกแค่นิดหน่อย หวังว่าซันคงไม่โดนทัณฑ์บนหนักเท่าไหร่หรอกนะ...
     แล้วช่วงบ่าย ซันไม่เข้าเรียนเลย...


     ......

     ร้าน NisaT Cafe

          "งัยน้องไอ กลับมาจากโรงเรียนแล้วเหรอ ทำใมวันนี้มาเร็ว" พี่ณิศาเข้ามาทักแต่ไกลๆ ว่าแต่ทำพี่ณิศาดูโทรมๆแปลกๆ

          "วันนี้ที่โรงเรียนเลิกเร็วน่ะค่ะ" ฉันวางกระเป๋านักเรียนใวในล็อกเกอร์แล้วหันไปคุยกับพี่ณิศาที่กำลังซัดกาแฟอึกใหญ่ "ทำใมพี่ณิดูไม่ค่อยดีเลย..."

          "อือ..ไม่มีอะไรหรอก เมื่อวานทัพกลับบ้านน่ะ..." อ่อสามีพี่ณิศากลับบ้านนี่เอง.. แล้วมันเกี่ยวอะไรกับสภาพพี่ณิศาตอนนี้เนี้ย ฉันถึงกับเอียงคองงโดยไม่คิดจะถามอะไรต่อให้มันงงไปอีก

     จริงสิ.. เบลล่ะ

          "เบลล่ะคะ"

          "ยังไม่มานะ วันนี้ช้านะเนี้ย..." พี่ณิศาพูดขมวดคิ้วพลางมองนาฬิกาไปด้วย

          "ถ้างั้นหนูออกไปทำงานก่อนนะคะพี่ณิ" จังหวะที่ฉันเปลี่ยนยูนิฟอร์มของร้านเสร็จก็เดินออกไปทำงานหน้าเคาน์เตอร์กาแฟเหมือนอย่างเคย

     เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เบลก็ยังไม่มา วันนี้ฉันกับเบลทำงานกะตรงกัน เขาไม่น่าจะมาช้าได้ขนาดนี้นะ 

          "ไอ โต๊ะ 7"

          "ค่ะได้ค่ะ" แต่ไม่ใช่เวลามาคิดนี่นะ ต้องทำงานก่อน

     ฉันเดินตรงไปเสิร์ฟที่โต้ะ 7 ก็พบกลุ่มคนน่ากลัว 2-3 คน นิดๆ และไม่ค่อยคุ้นหน้าเท่าไหร่ หน้าพี่แกดูเถื่อนเหลือเกิน

          "กาแฟได้แล้วค่ะ" ฉันปั้นหน้ายิ้มให้น้อยๆ ก่อนจะวางถ้วยกาแฟบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา

          "น้องๆ คนชื่อเบลทำงานที่นี่ใช่ปะ?" เสียงหยาบกระด้างพุ่งคำถามมาที่ฉันจนตัวเองชะงัก ว่าแต่ถามหาเบลเหรอ...

          "ค่ะ.." ฉันพยักหน้านิดๆ แล้วมองพวกเขาอย่างสงสัย

     เบลรู้จักพวกพี่หน้าตาเถื่อนๆพวกนี้ด้วยเหรอ...

          "แล้วเจ้านั่นอยู่ไหนล่ะ"

          "ว...วันนี้ไม่มาค่ะ"

          "งั้นเหรอ.. ถ้างั้นไปเถอะๆ"

          "ค่ะ" ฉันขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก่อนจะค่อยไปที่เคาน์เตอร์ที่เดิม

     พวกพี่หน้าเถื่อนนั่งคุยกันไม่ถึงห้านาที ก็พากันกลับแบบรีบๆ แล้วมันทำให้ฉันสงสัยอะไรนิดหน่อยว่าเบลไปรู้จักกับคนแบบนั้นได้งัย

          "พี่ณิคะ" ฉันเรียกพี่ณิศาที่ตอนนี้กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่

          "ว่างัยเหรอ..."

          "เบลมารึยังคะ" 

          "ไม่เห็นหัวเลย โทรไปก็ไม่รับ" พี่ณิศาทำหน้าเครียด "ไม่ใช่ว่าถูกพวกแก้งทวงหนี้ดักรุมหรอกนะ โอ้ยยยย ความมโนกูนี่!!!"

     เดี๋ยวนะ!! แก้งทวงหนี้!!!

     พวกที่ถามหาเบลเมื่อกี้นี่เป็นพวกแก้งทวงหนี้รึเปล่าเนี้ย...

          "น้องไอ แล้วแกจะเครียดตามฉันทำใม?" เสียงพี่ณิศาปลุกให้ฉันตื่นจากภวังค์ความคิดทันที

          "พี่ณิ เมื่อกี้หนูเจอพวกพี่หน้าเถื่อนๆแถมไม่คุ้นหน้าคุ้นตา มาถามหาเบลด้วยอ่ะ..."

          "หะ!" พี่ณิศาได้ยินแบบนั้นโทรศัพท์ถึงกับหลุดมือ "กูว่าแก้งทวงหนี้แน่เลย... นี่มันกล้ามาเหยียบร้านฉันเลยเหรอ!??"

          "หนูไม่แน่ใจอ่ะ..." 

          "ไม่ล่ะ มาถามหาถึงที่แบบนี้ต้องมีอะไรแน่ เดียวพี่ตามผัวพี่ก่อน..." พูดจบพี่ณิศารีบวิ่งเข้าไปหลังร้าน อ่าวเห้ย พี่แกลืมโทรศัพท์

     ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากพื้น จังหวะนั้นมีสายเรียกเข้ามาพอดี ฉันเหลือบมองปลายสายเป็นเบลที่โทรมา

     ถือวิสาสะรับแทนคงได้นะ และพอกดรับ...

          (เจ๊!! ช่วยผมด้วยยยยย!!!) เสียงหวาดผวาของเบลดังจนเกือบเผลอทำโทรศัพท์พี่ณิศาหลุดมือ แต่นั่นไม่สำคัญ...

          "เบล...ก..เกิดอะไรขึ้น..."

          (หะ... ไอเหรอ!? ทำใมแกต้องคนรับสายด้วยวะ!) เหมือนได้ยินเสียงหอบระโหยของเบล นี่เขาไปทำรัยมาเนี้ย...

          "พี่ณิลืมโทรศัพท์ เบลอยู่ไหน" 

          (ถัดจากร้านอีกสองซอย.. เห้ยยยย!!!) ติ้ด!!! อยู่ดีๆปลายสายก็ถูกตัดไปเฉย วินาทีนั้นใจฉันเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ...
 
     เกิดอะไรขึ้นกับเบลเนี้ย แต่ที่รู้ๆ แย่แน่ๆ ต้องแย่แน่ๆ 

     ฉันเหลียวซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตระหนก พี่ณิศาหายไปเลย ไม่ไหวแล้ววววว

          "พี่ๆ หนูฝากโทรศัพท์ให้พี่ณิหน่อยนะคะ แล้วฝากบอกให้ตามฉันมาสองซอยถัดจากร้านนี้ ช่วยหน่อยนะพี่..." พูดยืนโทรศัพท์พี่ณิศาให้พี่พนักงานอีกคนหนึ่งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะวิ่งไปหาเบลให้เร็วที่สุด แม้จะช่วยอะไรไม่ได้ก็ตาม...


     อีกด้านหนึ่ง....

          "ลมหอบอะไรให้มึงมาเหยียบถึงร้านกู...." เสียงของทัพที่นั่งไขว้ห้างอยู่ในห้องพักพนักงานหลังร้าน มองผู้มาเยี่ยมอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

          "ทำใม กูมาไม่ได้??" ผู้มาเยี่ยมแสยะยิ้ม

          "เออ..." 

          "กูแค่ผ่านมา..." เขายักไหล่พลางทำหน้าตาย เพื่อแหย่ทัพเล่น 

          "พูดดีๆ...." ทัพกดสายตามองเพื่อนต่ำ เรื่องอะไรเขาจะเชื่อกัน เจ้านี่หาตัวจับยากจะตาย

     ปัง!!! 

          "ทัพ!!!" เสียงประตูถูกเปิดอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงแหลมเล็กของณิศา ใบหน้าเธอดูเหนื่อยหอบ ก่อนจะตื่นตระหนกกับใครอีกคนที่อยู่กับสามีตัวเอง "เซน..."

          "งัย ณิ ไม่เจอกันตั้งนาน" เซนยิ้มมุมปากน้อยๆดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับท่าทีของณิศา

          "เรื่องนั้นใว้ก่อน พวกนายมาช่วยกันนี่หน่อย เด็กฉันกำลังจะแย่แล้ว!!"

          "เด็กไหน!??" เสียงทัพเหี้ยมขึ้น ไอ้คำว่า 'เด็กฉัน' นี่หมายความว่างัย!!

          "โอ้ยยยย ไม่ได้หมายถึงเด็กแบบนั้น พนักงานที่ร้านอ่ะ!!" ณิศาแทบพ่นไฟใส่สามีตัวเอง "เบลอ่ะ! เบลกำลังถูกพวกแก้งทวงหนี้ตาม แล้ววันนี้มันหายไปเลย แถมพวกแก้งนั่นเข้ามาถามหามันอยู่ในร้าน นายรีบตามไปจัดมันเลยนะ พวกมันพึ่งออกไปเมื่อกี้เนี้ย!!"

          "เออๆ เซน ไปกับกู..." ทัพลุกขึ้นพร้อนเขม่นตาสั่งเพื่อนทันที เซนมองหน้าทัพนิ่งๆ ก่อนจะเดินตามทัพไปอย่างชิลๆ
 
     ทั้งสามคนลงมาถึงเคาน์เตอร์หน้าร้าน ก็มีพนักงานคนหนึ่งเข้ามาหาณิศา ส่วนทัพกับเซนก็เดินออกไปดูลาดเลาที่หน้าร้าน

          "พี่ณิค่ะ น้องไอฝากของมาให้ค่ะ แล้วก็บอกว่าให้ตามเธอไปถัดไปอีกสองซอยหลังร้านนี้ค่ะ..." 

          "อะไรนะ! นี่น้องไอไปทำใมที่นั่น!" ตากระตุกรัวๆ นี่น้องไอคงไม่ได้บ้าระห่ำออกศึกคนเดียวใช่มั้ย ตอบ!!

          "ไม่ทราบค่ะ เธอบอกมาแค่นี้แล้วก็วิ่งออกจากร้านไปเลยค่ะ" 

     ณิศาแทบระเบิดตัวเองตายตรงนั้น แต่ตอนนี้ทำไม่ได้ ทำใมเด็กในร้านตัวเองถึงทำตัวเก่งกันเหลือเกินนนนน ห่วงเพื่อนจนขาดสติไปแล้ว...

     ณิศาจึงรีบวิ่งไปหาทัพและเซนที่อยู่หน้าร้าน 

          "ทัพ ถัดจากร้านนี้อีกสองซอย น้องไอล่วงหน้าไปก่อนแล้ว!"


     ......

     โฮกกกกกกกก จะบ้าตาย...

          "ซวยชิบหาย..." เสียงเบลบ่นอู้อี้อยู่ข้างฉัน 

     ตอนนี้ฉันกับเบลนั่งอยู่ในตรอกซอยถัดจากร้านที่ว่า... โดยที่ตอนนี้กำลังถูกมัด และพวกพี่หน้าเถื่อนนั่งเฝ้าอยู่...

     ถามว่าทำใมฉันกับเบลถึงตกอยู่ในสภาพนี้ ก็หลังจากที่ฉันวิ่งออกไปตามหาเบล ก็เจอเบลถูกกระชากลากถูกับพวกพี่หน้าเถื่อนๆที่เข้าร้านมาเมื่อกี้ และโดยที่ไม่คาดคิดแล้วร่างกายไวกว่าสมองตัวเอง ฉันจึงเอาไม้ที่อยู่แถวนั้นไปทุบอย่างใจกล้า.. เอ่อ.. แต่นี่มันไม่ใช่หนัง พวกพี่เถื่อนคงไม่สะท้กสะท้านหรอก อีกอย่างฉันเป็นผู้หญิง พอฉันจะวิ่งหนี ก็ถูกพวกพี่เขาหิ้วตัวมาอย่างง่ายดาย.. T^T

          "ทำใมต้องเป็นแกที่ตามฉันมาด้วยวะ" เบลยังไม่หยุดบ่นอีก 

          "ขอโทษ ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้อ่ะ..." ฉันหันมองเบลน้ำตาคลอ

          "โง่จริง..." เบลถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้สติจะไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเลยก็เหอะ.
..
          "พวกมึงหุบปากได้แล้ว กูรำคาน" เสียบหยาบกระด้างของพี่หน้าเถื่อนที่นั่งเฝ้าเราอยู่พูดขึ้นมา ทำเอาจนทั้งฉันและเบลสะดุ้ง 

          "ปล่อยเพื่อนผมไป พวกพี่มีธุระกับผมไม่ใช่?" เบลต่อรอง แต่หาพวกพี่หน้าเถื่อนสนไม่...

          "ปล่อยให้มันไปแจ้งตำรวจเหรอ กูไม่ได้โง่!!" เสียงตะคอกดังจนฉันสะดุ้งหลับตาปี๋

          "หนี้คราวก่อนผมก็ชดใช้ให้แล้วนี่ จะเอาอะไรอีก" เบลเริ่มขึ้นเสียงบ้างแล้ว

          "เอาไปเป็นค่ารักษาพยาบาล ที่มึงพาคนมาซัดคนของกูงัย!!" พี่หน้าเถื่อนแสยะยิ้ม "ถือว่ายังไม่ได้ใช้หนี้"

          "ได้งัยวะพี่ อีกอย่างผมไม่รู้จักเจ้านั่น...."

          "กูเชื่อ???" เขาทำหน้าเย้ยใส่เบล ก่อนจะหันมามองฉันด้วยสายตาแทะโลม จนฉันขนลุกทั้งตัว.. "คืนนี้กูจะเอาทั้งมึงทั้งเพื่อนมึงไปขัดดอกลูกพี่กูแทนแล้วกัน..."

          "เห้ย หมายความว่างัย..."  เบลอ้าปากพะงาบๆถามอย่างไม่เชื่อหู

          "ก็หมายความว่าใช้หนี้ครั้งนี้ ใช้ตัวพวกมึงไปขัดดอกงัย" พี่หน้าเถื่อนแสยะยิ้มอย่างผู้มีชัย 

     เอ๊ะ...ใช้ตัวขัดดอก ขัดยังงัย??

     ส่วนเบลก็ช็อคไปแล้ว ฉันงงกับเรื่องขัดดอกนิดหน่อย แต่จะถามตอนนี้ก็ยังงัยอยู่ จังหวะนั้นรถตู้ก็เข้ามาใกล้ๆพอดี

          "ช้าชะมัดว่ะ!! รีบเอาขึ้นไป!!" พี่หน้าเถื่อนเปิดประตูเลื่อนรถตู้ แล้วสั่งเพื่อนมา...

          "เห้ย ไม่ไปเว้ย!!!" เบลดิ้นขลุกขลักเมื่อพวกพี่หน้าเถื่อนทำท่าจะอุ้มขึ้นรถ

เพี๊ยะ!! 

     ฉันอ้าปากค้าง เมื่อเบลถูกพี่หน้าเถื่อนตบจนหน้าหัน 

          "เบล!! นี่! ปล่อยนะ!!" พอฉันรู้ตัวจะอุ้มเหมือนกัน ฉันก็ดิ้นสุดแรงเกิด

          "โว้ยยยย มาพยศอะไรตอนนี้วะ!!" พี่หน้าเถื่อนสบถเสียงดัง ก่อนที่จะลงมือกระชากแขนฉันขึ้นรถ...

          "ไอ!! อย่านะเว้ย!!!"

     ปัง!!

          "กรี้ดดดดด/เห้ยยยยย" ทั้งฉันทั้งเบลต่างตกใจเสียงบางอย่างที่ดังมากๆแล้วหวีดร้องพร้อมกัน 

          "ซวยแล้วงัยมึง" พี่หน้าเถื่อนสบถเบาๆเมื่อรับรู้ว่ากำลังจะมีผู้มาใหม่มาเยือนแล้ว เขาหิ้วตัวฉันแน่น

          "รีบหนีเถอะ มันมีปืน" 

          "เออ ขออีนี่ไปแทนแล้วกัน..." พี่หน้าเถื่อนเตรียมจะโยนฉันเข้ารถตู้ แต่ใครจะไปยอมกันเล่า ฉันดิ้นสุดแรงและผลของแรงเหวี่ยงจึงเข้าไปงับหน้าท้องพี่หน้าเถื่อนเข้าอย่างแรง "โอ๊ยยยยย!! อีบ้านี่!!!"

     พลั่ก!!

          "โอ๊ย!!" ฉันเผลอร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อพี่หน้าเถื่อนพลักฉันหลุดออกจากการกัดอย่างรุนแรง

          "ไอ!! กลิ้งมานี่!!!" เบลตะคอกสั่งฉันเสียงดัง ฉันจึงรีบพยักหน้าแล้วเบ้หน้าด้วยความเจ็บก่อนจะรีบเขยิบออกให้ห่างจากพวกพี่หน้าเถื่อน ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังรีบขึ้นรถตู้กันแล้ว

          "ฝากใว้ก่อนเถอะมึง" พี่หน้าเถื่อนชะโงกหน้ามองพวกเราอย่างอาฆาตก่อนที่รถตู้จะถูกขับออกไปด้วยความรวดเร็ว

     หลังจากนั้นพวกฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาใกล้ๆ 

          "เบล!! ไอ!!" เสียงพี่ณิศาพร้อมกับตัววิ่งเข้ามาหา
 
          "พี่ณิ/เจ๊" ฉันกับเบลแทบน้ำตาคลอเมื่อเห็นหน้าพี่ณิศา พี่ณิศากอดพวกเราแน่นพร้อมตัวที่สั่นเทา
 
          "หนีไปได้เหรอ..." เสียงน่าสะพรึงกลัวของอีกคนทำให้ฉันและเบลเงยหน้าขึ้นไปมอง

          "พี่ทัพ/ฮ..เฮีย" ฉันกับเบลต่างก็เสียงสั่นเครือเมื่อรับรู้ว่าเป็นใคร และในตอนนี้หน้าพี่ทัพแกบอกได้เลยว่าโกรธขนาดไหน

          "ณิ กลับไปที่ร้าน ฉันจะสะสางต่อเอง..." พี่ทัพบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนที่จะกดโทรศัพท์หาใครสักคน

          "ปะทั้งสองคนกลับร้านกับพี่.. เร็ว.." พี่ณิศาแก้มัดให้พวกฉันแล้วรีบพยุงฉันกับเบลให้ลุกขึ้น

     พอกลับมาถึงร้านฉันกับเบลก็โดนเขกหัวคนละทีสองทีโดยพี่ณิศา

          "โอ๊ยยยย เจ๊!! ผมเจ็บนะ" เบลโวยวายเสียงดังเมื่อโดนเขกหัว

          "ข้อหามีอะไรไม่บอกพี่ ส่วนไอ ไม่มีสติ.."

          "หนูขอโทษค่ะพี่ณิ..." ฉันทำหน้าสลด ที่พี่ณิศาพูดก็จริงแหละ ฉันไม่น่าวิ่งออกไปแบบนั้น ฉันน่าจะวิ่งไปบอกพี่ณิก่อนดิ... ทำใมเราโง่แบบนี้เนี้ย...

          "แต่ที่พวกเธอปลอดภัยฉันก็โล่งอกแล้ว เห้ออออ" พี่ณิศาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหยิบกล่องปฐมพยาบาลเพื่อทำแผลให้เบล

          "ไอ ทำใมแกดูใจเย็นจังวะ แกเกือบถูกไอ้พวกบ้านั่นจับขึ้นรถตู้เลยนะเว้ยยยย" เบลเขม่นตาถามฉันอย่างสงสัย 

     โหย นี่เขาคิดได้งัยว่าฉันใจเย็นอ่ะ ไม่เย็นเลย ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ แต่ทำอะไรไม่ได้งัย ถูกมัดมือมัดเท้าขนาดนั้น ได้กัดเอาคืนพี่หน้าเถื่อนคนนั้นก็ดีแค่ไหนแล้วอ่ะ

          "ฉันกลัวจนพูดไม่ออกงัยยยยย" 

          "ฟังนะ อย่าทำโง่ๆเหมือนวันนี้อีก นอกจากเธอจะบื้อแล้วเธอยังโง่อีกด้วย!" เบลทั้งเตือนทั้งด่ารัวเลย

          "อย่าด่าพื่อนสิยะ!" พี่ณิศาพูดแทรกพร้อมกับบิดหน้าเบลกลับมาที่เดิม ก่อนจะใช้สำลีเช็ดแผลที่มุมปากเบล "เสร็จแล้วเดี๋ยวขับรถพาส่งที่บ้าน เรื่องงานที่ร้านเดียวพี่เปลี่ยนก่ะให้"

          "เห้ยเจ้ แล้วถ้าพวกนั้นมันยังตามผมอยู่ล่ะ ครั้งหน้าผมได้หายสาบสูญแน่" เบลพูดหน้าตาอื่น แต่ก็จริงของเขานะ มีครั้งนี้ใช่ว่าจะไม่มีครั้งหน้านี่

          "ไม่ต้องห่วง ทัพคงจัดการให้แล้วล่ะ" พี่ณิศาพูดแล้วยักไหล่แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย

     เอ่อ... ให้พี่ทัพจัดการเหรอ

     ทั้งฉันและเบลต่างขนลุกซู่โดยอัตโนมัติ ฉันรู้เพียงว่า พี่ทัพน่ะโหดมาก ตอนฉันเข้าทำงานใหม่ๆ ฉันบังเอิญไปเห็นพี่ทัพกำลังกระทืบพวกผู้ชายหื่นๆอยู่หลังร้านที่ชอบจ้องแทะโลมพี่ณิศาบ่อยๆ แถมพี่เขาดูมีอำนาจมากเสียด้วย...


     ......

     ภายในตรอกซอยแคบๆและเปลี่ยว ซึ่งเป็นทางผ่านลับๆของผู้คนที่ต้องการจะหลบใครสักคน แม้หนทางจะไม่มืดเท่าไหร่นัก แต่คนทั่วไปก็ไม่กล้าใช้เส้นทางนี้ในยามค่ำคืน

     ข้างทางมีรถตู้คว่ำชนต้นไม้ใหญ่อย่างรุนแรง จนไม่อาจใช้การได้ อีกทั้งยางรถถูกเจาะด้วยกระสุนปืนหลายจุด ส่วนคนในรถ บางคนก็สลบจากการที่รถชนกระแทกต้นไม้ บางคนก็นอนเลือดอาบจากการต่อสู้ และอีกคน...

          "ถ้า...เรื่องนี้.. ถึงหูลูกพี่กู พวกมึง..ไม่รอดแน่ อึก..." เสียงแหบระโหยพยายามพูดให้จบประโยคจนกระอักเลือด แม้คืนนี้เขาจะไม่รอด พวกนี้ก็ไม่รอดเช่นกัน 

     เขามองผู้ร้ายที่มีเพียงสองคนท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องไม่ทั่วถึง จึงเห็นหน้าไม่ค่อยชัด แต่รังสีสังหารของพวกเขากลับชัดเจนยิ่งกว่า!

          "มึงไม่ต้องห่วง ลูกพี่ของมึงจะตายภายในคืนนี้..." ผู้ร้ายถือปืนจ่อกระโหลกเตรียมที่จะลั่นไก

          "ทัพ เปื้อนมือมึงเปล่าๆ" เซนเดินนิ่งเข้ามาห้ามปรามเพื่อนตัวเอง "กูจะต่อเอง..."

     ทัพหันมองเพื่อนด้วยแววตาขุ่นเคือง นี่ยังไม่สาแกใจเขาด้วยซ้ำ แต่เขาต้องจัดการต้นตอของเจ้าพวกนี้ต่อ... 

          "ฝากด้วย" ทัพเหลือบมองคนเจ็บอย่างเย็นชาก่อนจะเดินขึ้นรถไป ทิ้งใว้ให้เหลือเพียงปีศาจที่ยืนแผ่รังสีฆ่าคนจนหายใจติดขัด

          "ทีนี้ก็เลือกเอา..." เซนแกว่งมีดสั้นเล่นเบาๆ ก่อนจะสบตาเย็นจัดจนน่าขนลุก "จะตายหรือพิการดี..."



(to be continue.....)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

95 ความคิดเห็น