(นิยายแปล) หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ - 一剑独尊

ตอนที่ 48 : บทที่ 48 หัวใจที่แท้จริง!2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    17 ต.ค. 63

บทที่ 48 หัวใจที่แท้จริง!2

สตรีลึกลับกล่าวเสียงเย็น "เงียบหายอย่างนั้นเหรอ ? คนเรามีหรือที่ชีวิตนี้จะไม่โดนเล่นตุกติกบ้า แน่นอนว่านั่นย่อมไม่มีอะไรผิด แต่ถ้าญาติสนิทหรือคนที่เกี่ยวข้องถูกกระทำแบบนั้น เจ้าจะต้องพิจารณาผลลัพธ์จากอะไรบ้าง? การจะกวัดแกว่งกระบี่ได้คน ๆ นั้นต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ? นอกจากนี้แล้วถ้าหากเจ้าไม่ชักมันออกมาและเลือกที่จะเก็บงำความโกรธเกรี้ยวเอาไว้ภายใน หัวใจของเจ้าที่เป็นเต๋าแห่งกระบี่ก็จะต้องแตกเป็นเสี่ยง ๆ ชั่วชีวิตนี้เจ้าจะไม่มีโอกาสได้เป็นเซียนกระบี่เช่นที่ฝันอีกต่อไป"

 

"เต๋าแห่งกระบี่จะแตกเป็นชิ้น ๆ งั้นเหรอ? ทำไมล่ะ?" เย่ฉวนยังคงงงงวย

 

สตรีลึกลับกล่าวตอบ "ผู้ฝึกฝนเพลงกระบี่นั้นก็คือผู้ที่ฝึกฝนทั้งกระบี่และจิตใจ มีเพียงหัวใจที่แท้จริงเท่านั้นที่จะเหมาะสมสำหรับการฝึกกระบี่ ในเวลานั้นเป็นเพราะเจ้าต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้องสาวจึงตั้งใจจะฆ่าพวกมันให้หมด แต่อย่างไรก็ดี หากเจ้าตระหนักได้ถึงผลที่จะตามมาและเลือกที่จะนิ่งเฉยเสีย การกระทำของเจ้าก็จะถือว่าขัดแย้งกับเจตจำนงที่แท้จริงในใจ แน่นอนว่าเจ้าอาจจะไม่รู้สึกถึงผลกระทบใด ๆ ถ้าหากเลือกเช่นนั้น แต่กระบี่จะถูกล่อลวงด้วยตัวเจ้าเอง เมื่อนั้นแล้วกระบี่ใจกระจ่างที่เจ้าเพิ่งบรรลุมาก็จะสลายไปในขณะนั้นด้วย"

 

เย่ฉวนยิ้มอย่างขมขื่น "ผู้อาวุโส ถ้ากาลก่อนมีผู้ฝึกฝนเพลงกระบี่แข็งแกร่งเช่นนี้ ข้าเกรงว่าอายุพวกเขาคงไม่ยืนแน่!"

 

สตรีลึกลับพูดเสียงกระซิบ "นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงมีผู้ฝึกฝนเพลงกระบี่เพียงแค่ไม่กี่คนบนโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซียนกระบี่ที่แท้จริงยิ่งมีน้อยกว่ามาก! อย่างที่ข้าบอกไป หนทางสู่วิถีเต๋าแห่งกระบี่นั้นยากเย็นกว่าที่เจ้าคิดไว้มากนัก!"

 

เย่ฉวนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เขาเริ่มรู้สึกได้ถึงสิ่งนั้นขึ้นมาบ้างแล้ว

 

คราวนี้สตรีลึกลับเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง "ข้าไม่น่าพลั้งมือลงไปเลยทีเดียวเชียว แล้วตกลงเจ้าว่ารู้ถึงผลพวงของการกระทำครั้งนี้หรือไม่?"

 

"สิ่งที่จะตามมางั้นเหรอ?"

 

เย่ฉวนตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะเผลอหลุดปากถามออกมาโดยไม่รู้ตัว "ก็แล้วผลกระทบพวกนั้นมันคืออะไรกันเล่า?"

 

สตรีลึกลับกล่าว "ข้าเคยเตือนเจ้าแล้วว่าผนึกของหอคอยแห่งนี้กำลังค่อย ๆ คลายออก เป็นเพราะว่าการโจมตีของข้าคราวนี้ นี่จึงทำให้ผนึกของแต่ละชั้นได้รับผลกระทบ พูดง่าย ๆ ก็คือ ผนึกเหล่านี้กำลังถูกปลดล็อคก่อนกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผนึกชั้นสองนั้นคลายออกเร็วกว่าเวลาอันควรมาก อย่างช้าที่สุดภายในเวลาสี่ถึงห้าเดือนนี้ผนึกก็จะต้องถูกคลายออกอย่างสมบูรณ์แน่ ถ้าหากเจ้ายังหากฎแห่งเต๋าไม่พบ เจ้าก็จะตาย และจงอย่าหวังพึ่งข้า เพราะหากข้าให้ความช่วยเหลือเจ้าในระหว่างที่จัดการกับผนึกชั้นที่สอง ผนึกของชั้นอื่น ๆ ในหอคอยก็จะหละหลวมเช่นกัน จากนั้นผลที่ตามย่อมร้ายแรงกว่ามาก ข้าจะไม่ยินยอมทำลายผนึกของหอคอยนี้เพื่อเจ้า เข้าใจไหม?"

 

เย่ฉวนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถาม "แล้วตอนนี้ท่านออกไปข้างนอกไม่ได้หรอกหรือ?"

 

สตรีลึกลับตอบกลับ "ข้าไม่สามารถโจมตีหรือแสดงตัวออกไปข้างนอกได้อีกจนกว่าเจ้าจะพบกฎแห่งเต๋าอย่างน้อยหนึ่งข้อ แน่นอนว่าถึงทำได้ข้าก็จะไม่ช่วยเจ้าอยู่ดี หากว่ากันตามตรง เหตุที่ข้ายอมออกไปเพื่อช่วยเหลือเจ้าคราวนี้ นั่นก็เพราะว่าเจ้ากล้าชักกระบี่ออกมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับน้องสาว อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ชอบหน้าเจ้านั่นอยู่แล้วด้วย เข้าใจหรือไม่?"

 

เย่ฉวนพยักหน้ารับ "ข้าเข้าใจแล้ว"

 

ชายหนุ่มตระหนักอย่างชัดเจนได้ว่าคนเราย่อมต้องพึ่งพาอาศัยตนเองเป็นหลัก และยิ่งรู้แจ้งแก่ใจด้วยว่าการมีคนออกตัวช่วยเขาเพียงหนึ่งครั้ง มันไม่ได้หมายความว่าความช่วยเหลือนั้นจะต้องเกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้มีคุณสมบัติพอที่จะให้ใครยื่นมือเข้าช่วยเป็นครั้งที่สอง!

 

การที่นางยอมออกหน้าเพื่อเขาในครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นความกรุณาอย่างยิ่งแล้ว!

 

เย่ฉวนไม่ใช่คนอกตัญญู ชายหนุ่มไม่คิดว่านางจำเป็นจะต้องเข้ามาช่วยเหลือเขาอยู่ทุกครั้งไป และแน่นอนว่าหากในอนาคตต้องพบเจอกับอุปสรรคอื่นใดอีก ชายหนุ่มก็ไม่คิดที่จะเอ่ยปากแม้แต่น้อย!

 

การกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งด้วยตัวเองนั้นเป็นวิถีของราชันย์

 

ดังนั้นเขาจึงไม่คิดมองหาที่พึ่งทางจิตใจ ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่สตรีลึกลับเอ่ยเตือนนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มเข้าใจทุกอย่างและตั้งมั่นไว้ว่าควรทำทุกอย่างด้วยตัวเอง! มันช่างเลื่อนลอยและเป็นเรื่องโง่เขลาหากต้องฝากความหวังของตัวเองไว้ที่ผู้อื่น!

 

เฉพาะปัญหาเกี่ยวกับผนึกนั้น... หากต้องการที่จะค้นพบกฎแห่งเต๋า เขาจำเป็นจะต้องบรรลุขั้นหลอมรวมลมปราณหรือขั้นทะยานสวรรค์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เสียก่อน นั่นก็เพราะสตรีลึกลับได้บอกไว้ว่าความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กฎแห่งเต๋าปรากฏได้!

 

เป็นเรื่องที่ลำบากยิ่ง!

 

เย่ฉวนส่ายหน้าและถอนหายใจ เหมือนเรื่องต่าง ๆ กำลังถาโถมเข้ามา อย่างแรกคืออาการป่วยของน้องสาว ส่วนอย่างที่สองก็คือผนึกของหอคอยเรือนจำ

 

เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าหอคอยเรือนจำนี้เกิดความผิดปกติ และยังรู้สึกได้ถึงความจริงจังในน้ำเสียงของสตรีลึกลับมากกว่าปกติด้วย ชายหนุ่มรู้ว่านางไม่ได้ล้อเล่น ต่อให้ผนึกคลายนางก็จะไม่มีวันต่อสู้เพื่อเขาแน่!

 

ของอย่างนี้มันต้องแก้ด้วยตัวเอง!

 

ดูเหมือนว่าเขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบร้อนถาม "ท่านผู้อาวุโส กระบี่ใจกระจ่างคืออะไรหรือ?"

 

เขายังไม่ลืมคำถามที่ยังไม่ได้รับการไขข้อข้องใจและยังติดค้างอยู่ก่อนหน้านี้

 

เมื่อเงียบไปครู่หนึ่ง สตรีลึกลับก็อธิบายดังนี้ "กระบี่ใจกระจ่างนั้นเป็นเหมือนกับความรู้สึกเมื่อเจ้ามองเข้าไปในกระจก โดยปรกติแล้วเจ้าจะไม่มีทางรู้ว่าตัวเองหน้าตาเป็นอย่างไรจนกว่าจะได้จ้องมองเข้าไปในนั้น กระบี่ใจกระจ่างก็อาศัยหลักการเช่นเดียวกัน ตอนนี้เจ้าเริ่มเห็นทิศทางเต๋าแห่งกระบี่ได้อย่างชัดเจนแล้ว เจ้าจึงรู้ดีว่าเต๋าแห่งกระบี่ของตัวเองมีลักษณะอย่างไร พูดง่าย ๆ ก็คือเมื่อเจ้าจดจำตัวเองได้อย่างชัดแจ้ง เจ้าก็จะรู้จักเต๋าแห่งกระบี่ไงล่ะ!"

 

เย่ฉวนเอ่ยถามน้ำเสียงทุ้ม "มันมีประโยชน์ไหม?"

 

สตรีลึกลับกล่าวตอบ "ดูเหมือนว่าเจ้าจะลืมไปแล้วอย่างหนึ่ง เจ้าได้ใช้เคล็ดวิชา 'หนึ่งกระบี่ตัดสินเป็นตาย' แต่คราวนี้ดูเหมือนว่าร่างกายเจ้าจะไม่ได้รับผลข้างเคียงมากเท่าคราก่อน!"

 

เมื่อได้ยินมาถึงตรงนี้ เย่ฉวนก็นิ่งงันไป!

 

"จริงด้วย!"

 

ชายหนุ่มได้ใช้ 'หนึ่งกระบี่ตัดสินเป็นตาย' ออกไปก็จริง ทว่าตอนนี้สภาพร่างกายเขาไม่ได้แย่เหมือนแต่ก่อน และทรุดโทรมลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!

 

เสียงของสตรีลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง "กระบี่ใจกระจ่างก็คือสภาพจิตใจของเต๋าแห่งกระบี่ เมื่อเจ้าต่อสู้กับศัตรูในอนาคต ภาพลวงตาใด ๆ จะไม่มีผลกับเจ้าเลยแม้แต่น้อย แต่แน่นอนว่าหากศัตรูมีความแข็งแกร่งเหนือชั้นกว่าเจ้ามากเกินไป มันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นอกจากนี้แล้วหากหัวใจของเจ้านั้นกระจ่างใสชัดเจน การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่ของเจ้าก็จะอยู่ในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นเรื่องที่ต้องออกแรงเป็นสองเท่า เจ้าจึงสามารถทำได้โดยใช้ความพยายามแค่เพียงครึ่งเดียวเมื่อเจ้าใช้ทักษะในการกวัดแกว่งกระบี่ของตัวเอง... ข้าเหนื่อยแล้วและข้าไม่อยากอธิบายเรื่องง่าย ๆ เหล่านี้ให้เจ้าฟังอีก เจ้าจงเรียนรู้ด้วยตัวเองยามที่ฝึกฝนวิชากับเงาลวงซะ!"

 

เย่ฉวนสิ้นคำพูด "..."

 

หลังจากนั้นไม่นาน เย่ฉวนก็เริ่มมองหาเงาลวงเพื่อทำการฝึกฝนต่อ

 

เมื่อออกแรงฟันกระบี่ลงไปครั้งแรก เย่ฉวนพลันตกตะลึง

 

นั่นเพราะความรู้สึกที่ได้รับมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่เพียงเท่านั้น แต่เมื่อเจ้าเงาลวงพุ่งเข้าใส่กระบี่ครั้งแรกเขาก็ต้องตกใจอีกนั่นเพราะว่าคราวนี้ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปเช่นกัน ชายหนุ่มไม่สามารถอธิบายความรู้สึกนี้ได้ แต่หากต้องพูดออกมา มันเหมือนว่าการฟาดฟันกระบี่ในแต่ละครั้งของเขากลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิมมาก...

 

เวลาผ่านพ้นไปได้ชั่วโมงครึ่ง เย่ฉวนจึงหยุดมือลง

 

กระบี่เล่มยาวเสียบเข้าที่หน้าอกของเงาลวงตรงหน้า!

 

ในชั่วพริบตาเดียวเงาลวงนั้นก็ค่อย ๆ สลายหายไป

 

เย่ฉวนก้มศีรษะลงเล็กน้อยและตกอยู่ในความเงียบ

 

หลังจากนั้นเขาก็ยืนนิ่ง และพินิจมองกระบี่หลิงเซียวที่ถืออยู่ในมือเป็นนานก่อนที่ในที่สุดจะหลุดพึมพำออกมาเบา ๆ "ตอนนี้ข้ารู้สึกแล้วว่ากระบี่เล่มนี้มันเป็นของข้าจริงๆ...."

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น