(นิยายแปล) หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ - 一剑独尊

ตอนที่ 47 : บทที่ 47 หัวใจที่แท้จริง!1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    17 ต.ค. 63

บทที่ 47 หัวใจที่แท้จริง!1

 

ทันใดนั้นทุกคนบนดาดฟ้าเรือพลันเงียบเสียงลง

 

ชายชราในชุดคลุมสีเทานิ่งเงียบ เขาเลือกที่จะเก็บซ่อนความรู้สึก ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครคาดเดาได้ว่าคนผู้นี้กำลังโกรธหรือว่ามีความสุขกันแน่

 

แน่นอนว่าที่จริงเขาย่อมต้องรู้สึกโกรธแค้นอยู่ในใจ เนื่องจากไม่เคยมีผู้ใดกระทำการอาจหาญเหยียบหยามสำนักอัปสรเมรัยต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้มาก่อน แต่ถึงแม้จะขุ่นเคืองสักแค่ไหนก็ตาม ในเวลานี้ชายชราก็ไม่กล้าระบายมันออกมา

 

เซียนกระบี่!

 

สตรีลึกลับผู้นั้นท่าทางน่าจะเป็นเซียนกระบี่จริง ๆ หากเขาเดาถูก แน่นอนว่าสำนักอัปสรเมรัยย่อมไม่ได้อยู่ในระดับที่จะต่อกรกับนางได้เลยแม้แต่น้อย

 

ถ้าหากว่าสำนักอัปสรเมรัยรวบรวมกองกำลังจากสาขาที่มีอยู่ทั้งหมด อาจพอเป็นไปได้ว่าจะสามารถรับมือกับเซียนกระบี่ได้อย่างสูสี แต่นี่เป็นเพียงการวางแผนเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีกำลังรบที่สมดุลกันเพียงเท่านั้น ใครเลยจะรู้ว่าเซียนกระบี่ยังมีพรรคพวกเพื่อนพ้องอีกหรือไม่? หรือหากนางรู้จักมักจี่กับกองกำลังหนุนหลังที่แข็งแกร่งกว่านี้ล่ะ?

 

ต่อให้นางไม่มีพวกพ้องหรือกองกำลังอื่นคอยหนุนอยู่เบื้องหลังจริง ๆ ทว่าลำพังแค่นางเพียงคนเดียวก็สามารถถล่มสำนักอัปสรเมรัยให้ราบคาบได้แล้ว!

 

เซียนกระบี่!

 

ความสามารถในการต่อสู้ของคนประเภทนี้น่ากลัวเพียงใดน่ะหรือ?

 

นอกเหนือจากผู้พิทักษ์เต๋าแห่งจักรวาลแล้ว คนที่ไม่ต้องหวาดกลัวผู้ใดก็คือเซียนกระบี่! ในบรรดาตำแหน่งที่บรรลุได้ยากที่สุดก็เห็นจะเป็นเต๋าแห่งกระบี่นี่แหละ

 

ดังนั้นแม้ว่าสิ่งที่สตรีลึกลับพูดมาจะทำให้เขาต้องอับอายอย่างมาก แต่ชายชราก็ไม่มีความกล้าพอที่จะโต้แย้งอะไรอยู่ดี

 

ข้อหนึ่งที่ควรรู้ก็คือผู้ฝึกเพลงกระบี่มักจะมีนิสัยแปลก ๆ ถ้าขืนยังดึงดันปริปากมากกว่านี้อีกหนึ่งคำแล้วละก็ เขาอาจจะต้องตายที่นี่วันนี้เลยก็ได้!

 

ชายชราในชุดคลุมสีเทาเลิกจมอยู่ในความคิด เขาหันไปมองเย่ฉวน เห็นได้ชัดว่าการที่สตรีลึกลับผู้นั้นยอมหยุดลงมือ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะชายหนุ่มตรงหน้าเขาคนนี้

 

ผู้ฝึกเพลงกระบี่มักไปไหนมาไหนอย่างอิสระ แต่เมื่อมีลูกศิษย์ไว้สืบทอดแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป

 

ศิษย์ผู้สืบทอดแห่งเซียนกระบี่!

 

ชายชราในชุดคลุมสีเทารู้สึกสงสัยไม่น้อย อันที่จริงพวกเขาควรพยายามอย่างเต็มที่ในการเอาอกเอาใจเพื่อให้คนผู้นี้รู้สึกพอใจสิจึงจะถูก แต่ดูสิว่าคนของเขาทำอะไรลงไป!

 

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ชายชราในชุดคลุมสีเทาก็เดินเข้าไปหาเย่ฉวน จากนั้นจึงงอนิ้วและกระดิกเรียกของสิ่งหนึ่งออกมา มันเป็นบัตรใบสีม่วงที่ถูกยื่นมายังเย่ฉวน "สหายเอ๋ย ความขุ่นเคืองที่เกิดขึ้นระหว่างท่านและสำนักอัปสรเมรัยได้ถูกชำระสะสางไปแล้ว นี่เป็นบัตรอภิสิทธิ์จากทางสำนักอัปสรเมรัย ขอให้สหายโปรดรับไว้"

 

อีกด้านหนึ่ง ฮั่นเซียงเหมิงก็เร่งรีบอธิบายขึ้นอย่างรวดเร็ว "หากใช้บัตรสีม่วงใบนี้ ท่านจะได้รับส่วนลดครึ่งหนึ่งหากซื้อของจากในสำนักอัสรเมรัยในอนาคต นอกจากนี้แล้วท่านยังสามารถฝากขายสิ่งของอะไรก็ได้ในสำนักอัปสรเมรัยโดยที่เราจะไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราจะแจ้งให้คุณชายเย่ทราบในภายหลัง"

 

แน่นอนว่าเย่ฉวนไม่ได้ปฏิเสธ เขารับบัตรอภิสิทธิ์สีม่วงใบนั้นมาก่อนจะกำหมัดแน่นและกล่าวว่า "เอาละ ถ้างั้นข้าขอไปพักผ่อนก่อนละกัน"

 

หลังจากนั้นเขาก็ดึงเย่หลิงให้มาด้วยกันก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป

 

เมื่อคล้อยหลังเย่ฉวนและน้องสาวไปแล้ว ฮั่นเซียงเหมิงและชายชราข้างนางก็ค่อย ๆ คุกเข่าลงอย่างช้า ๆ

 

ชายชราในชุดคลุมสีเทาค่อย ๆ หลับตาลง "ปู่ของเจ้าเคยเป็นคนของข้า แน่นอนว่าข้าไม่ได้ปฏิบัติกับเขาอย่างคนใต้บังคับบัญชา หากแต่นับถือเป็นเหมือนพี่น้อง เจ้าเป็นหลานสาวของเขา จึงนับว่าเป็นหลานสาวของข้าด้วยเช่นกัน"

 

ฮั่นเซียงเหมิงก้มหน้าลงเล็กน้อยและไม่กล้าปริปากแม้แต่คำเดียว

 

ชายชราในชุดคลุมสีเทาส่ายหน้า "ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก เพราะเป็นเจ้าเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเขาที่เหลืออยู่ แต่อย่างไรเสียเจ้าก็ควรพ้นสภาพจากการเป็นคนของสำนักอัปสรเมรัย จงกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองหลวงซะแล้วก็ดูแลตัวเองให้ดี"

 

เมื่อได้ยินดังนั้น ฮั่นเซียงเหมิงก็พลันหน้าซีดลงอย่างหวาดผวา

 

การทำงานอย่างหนักในหลายปีที่ผ่านมาของนางสูญเปล่าแล้ว!

 

ชายชราในชุดคลุมสีเทาเหลือบมองไปที่แม่น้ำใหญ่ด้านล่าง มือข้างขวาค่อย ๆ กำแน่นอย่างไม่รู้ตัว "เซียนกระบี่หรือ... ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาสได้เห็นในชั่วชีวิตนี้ แต่กลับมาเป็นเช่นนี้เสียได้..."

 

หลังจากนั้นชายชราก็หมุนตัวและหายลับไปบนท้องฟ้า

 

บนดาดฟ้าเรือ ฮั่นเซียงเหมิงยิ้มจางออกมาอย่างคนไร้ค่า "ข้าทำผิดอะไรงั้นหรือ?"

 

ถัดจากนางไป ชายชราก็กล่าวปลอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "คุณหนู หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว ท่านอย่าโทษตัวเองให้มากนักเลย"

 

ฮั่นเซียงเหมิงส่ายศีรษะ "หากข้าจริงใจกับเขาเสียตั้งแต่แรก การมีเขาเป็นสหายไว้คอยสนับสนุน หากจะขึ้นเป็นเจ้าสำนักอัปสรเมรัยในอนาคตคงเป็นเรื่องง่าย... โชคร้ายที่ข้าคิดมากเกินไป ข้าพลาดโอกาสพลิกฟื้นชะตาของตัวเองและครอบครัวไปแล้ว!"

 

ชายชราก้มศีรษะเล็กน้อยและไม่พูดอะไรออกมา

 

ฮั่นเซียงเหมิงยืนขึ้นและเหม่อมองไปที่ท้องฟ้า "เอาล่ะ เรื่องในวันนี้ข้าจะจำไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกัน"

 

เมื่อกล่าวจบ หญิงสาวก็หันหลังและเดินจากไป

 

เย่ฉวนกลับมาที่ห้องพักพร้อมกันกับเย่หลิง และคราวนี้เป็นเพียงห้องพักธรรมดา ๆ เท่านั้น  เพราะสองพี่น้องรู้สึกเข็ดหลาบกับเรื่องวุ่นวายจึงไม่อยากพักอยู่ที่ห้องชั้นบนแล้ว!

 

ภายในห้อง หลังจากที่เย่ฉวนกล่อมจนน้องสาวหลับไปแล้ว เขาก็กลับไปที่หอคอยเรือนจำอีกครั้ง และเมื่อเข้าไปด้านใน ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันที!

 

เขาพบว่าชั้นที่สองได้ขยับเขยื้อนจากตำแหน่งเดิมไปเล็กน้อย!

 

เมื่อสังเกตได้ดังนี้สีหน้าของเย่ฉวนก็พลันเปลี่ยนไป และก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูด เสียงของสตรีลึกลับก็ดังขึ้นอีกครั้ง "โทสะของเจ้าคลายลงบ้างแล้วหรือยังหืม?"

 

เย่ฉวนคำนับอย่างสุดซึ้ง "ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือข้า!"

 

สตรีลึกลับเอ่ยอย่างเย็นชา "ช่วยเจ้าอย่างนั้นเหรอ? แล้วเจ้ารู้ไหมว่าทำไมข้าถึงออกมาช่วยเจ้า?"

 

เย่ฉวนส่ายหน้า

 

สตรีลึกลับทวงถามความทรงจำของลูกศิษย์ "เจ้ายังจำประโยคที่ข้าเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ได้หรือไม่? ข้าถามว่า เจ้ารู้ผลลัพธ์ของวิชาฟาดฟันกระบี่หนึ่งคราหรือเปล่า"

 

เย่ฉวนพยักหน้า

 

สตรีลึกลับกล่าวต่อ "ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเจ้าปลดปล่อยกระบี่ออกมากะทันหัน วันนี้ข้าก็ว่าจะไม่ออกไปหรอก!"

 

เย่ฉวนตกใจ เขายังรู้สึกค่อนข้างสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ทำไมหรือ? ถ้าหากว่าข้าไม่ชักกระบี่ออกมาแล้วละก็ เรื่องชั่ว ๆ พวกนั้นก็คงเงียบหายแน่"

 

"ฮึ่ม!"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น