(นิยายแปล) หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ - 一剑独尊

ตอนที่ 46 : บทที่ 46 เจ้าจงดิ้นรนไปเถิด ส่วนข้าจะอยู่ยงคงกระพัน2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    16 ต.ค. 63

บทที่ 46 เจ้าจงดิ้นรนไปเถิด ส่วนข้าจะอยู่ยงคงกระพัน2

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ จ้าวหอฮั่นก็ถึงกับหน้าซีดเผือด ขณะนั้นเองในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองได้ประเมินความสามารถของสตรีลึกลับผู้นี้ต่ำเกินไปมากเพียงใด

 

นางไม่ได้อยู่ในระดับจ้าวแห่งกระบี่แล้ว แต่อาจจะเป็นผู้ฝึกเพลงกระบี่ในระดับราชันย์เสียด้วยซ้ำ!

 

กระบี่ราชันย์ หรือก็คือ ราชาแห่งกระบี่!

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วหัวหน้าหน่วยฮั่นก็หน้าซีดลงกว่าเดิม ถ้าหากสตรีลึกลับแข็งแกร่งขนาดนี้ เกรงว่าแม้สำนักอัปสรเมรัยจะสามารถคัดง้างกับนางได้ แต่เขาก็ย่อมต้องเสียตำแหน่งจ้าวหอไปแน่นอนเนื่องจากไปยั่วยุโทสะนางโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือนั่นก็คือหากเขามีชีวิตรอดต่อไป ไม่เพียงแต่จะถูกลดความสำคัญแล้ว แต่ยังต้องทนทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็นด้วย!

 

เป็นเพราะในครั้งนี้สำนักอัปสรเมรัยได้สูญเสียจ้าวหอไปหนึ่งคน มิหนำซ้ำดูจากท่าทีแล้ว สตรีนางนี้คงไม่หยุดเพียงเท่านี้แน่!

 

การเคลื่อนไหวข้างบนเหนือเรือเหาะคล้ายจะรุนแรงมากจนแม้แต่ผู้มีพลังบางคนจากสำนักต่าง ๆ ก็รู้สึกได้ ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้บริเวณนั้นแม้แต่น้อย พวกเขาพยายามรักษาระยะห่างและเพียงเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ไกลๆ

 

ทุกคนต่างรู้แล้วว่ามีผู้ฝึกเพลงกระบี่ไร้เทียมทานอยู่บนนั้น!

 

บนเรือเหาะ กระบี่วารีลอยกลับมาอยู่ในมือของสตรีลึกลับตามเดิม นางชี้มันไปที่จ้าวหอฮั่นอีกครั้ง "เรียกมา เรียกใครก็ได้มาให้ข้า!"

 

จ้าวหอฮั่นยิ้มอย่างสิ้นหวัง "ท่านผู้อาวุโส ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความผิดของพวกเรา ดังนั้นโปรดระงับโทสะเอาไว้ก่อนเถิด ผู้อาวุโส เราต้อง..."

 

"ฟวั่บบบ!"

 

แขนข้างหนึ่งของจ้าวหอฮั่นลอยกระเด็น!

 

สตรีลึกลับกล่าวอย่างเฉยเมย "ถ้ายังมัวพูดพล่ามไร้สาระอยู่อีก ข้าจะตัดหัวของเจ้าแทนซะ ข้าต้องการให้เจ้าเรียกใครสักคนออกมา ก็จงทำตามนั้น เจ้าเข้าใจหรือไม่?"

 

สีหน้าของจ้าวหอฮั่นขมขื่นไม่น้อย "เรียกใครสักคนอย่างนั้นหรือ? แน่นอนว่าข้าทำได้แน่ แต่หากพินิจดูจากสถานการณ์แล้วไม่ว่าใครก็ตามที่ข้าเรียกมาต้องตายแน่! อย่างไรเสียสตรีตรงหน้าข้าก็ไม่คิดจะหยุดอยู่แล้ว!"

 

"คราวนี้เป็นสำนักอัปสรเมรัยเองที่กระทำการชั่วช้า"

 

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ เขาก็มองไปที่เย่ฉวนซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล "บ้าจริง ไม่ใช่เพราะเจ้าบอกว่าไม่มีใครหนุนหลังอยู่หรือไง? แล้วนางไม่ใช่หรือไงกัน? หากมีใครคอยช่วยเหลือเจ้าอยู่ เหตุใดจึงไม่พูดออกมาก่อนหน้านี้? หากพูดมาตั้งแต่แรกว่าราชันย์แห่งกระบี่ถือหางอยู่ข้างเจ้าแล้วละก็ เรื่องราวจะลงเอยเช่นนี้ได้อย่างไร?"

 

สำหรับเย่ฉวนแล้ว เขายังคงงุนงง

 

ชายหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าสตรีลึกลับผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน นางมีพลังที่แข็งแกร่งมาก แต่กระนั้นเขาก็คิดไม่ถึงว่านางจะทรงพลังมากขนาดนี้อยู่ดี!

 

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว เขาไม่เคยหวังเลยสักนิดว่านางจะออกหน้ามาช่วยเหมือนอย่างตอนนี้!

 

และถึงแม้ว่านางจะมา แต่เขากลับรู้สึกแย่มากกว่า ด้วยเพราะรู้ดีว่าหอคอยเรือนจำที่อยู่ภายในร่างกายนั้นเหมือนจะผิดปกติไปสักเล็กน้อย ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตที่ถูกกักขังอยู่กำลังทะลักทลายออกมาอย่างไรอย่างนั้น!

 

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้แล้ว เหงื่อเย็น ๆ ก็พลันผุดขึ้นบนใบหน้าของเย่ฉวน เขากำลังหวาดกลัว!

 

ในตอนนั้นเอง ชายชราในชุดคลุมสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นบนเรือเหาะ

 

มีใครบางคนมาอีกแล้ว!

 

เย่ฉวนมองไปทางชายชราที่ดูเหมือนนักปราชญ์อย่างรวดเร็ว เคราของคนผู้นี้เป็นสีขาวเช่นเดียวกับผมทั่วทั้งศีรษะ

 

ผู้มาใหม่ไม่สนใจผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ชายชราสบตากับสตรีลึกลับก่อนจะโค้งคำนับ "ข้าคือจ้าวหอชั้นที่สามของสำนักอัปสรเมรัย ขอต้อนรับผู้อาวุโสเทพเซียนกระบี่!"

 

เทพเซียนกระบี่!

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวหอฮั่นก็ถึงกับเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ!

 

เซียนกระบี่!

 

มีเทพเซียนกระบี่อยู่ระหว่างสวรรค์และโลกกี่องค์? หรือควรถามใหม่ว่ามีเซียนกระบี่ทั้งหมดกี่องค์บนโลกนี้กันแน่?

 

อย่างไรเสีย ในทวีปชิงก็ไม่มีทางมีแม้แต่หนึ่งองค์แน่นอน!

 

สตรีลึกลับกล่าวตอบ "ดูท่าเจ้าเองก็ฝึกฝนมาไม่น้อย นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว อย่างเจ้าสิ ถึงจะมีคุณสมบัติคู่ควรกับวิชากระบี่เดียวของข้าหน่อย!"

 

ด้วยคำพูดของนาง กระบี่ข้างตัวจึงสั่นเล็กน้อย

 

ชายชรารีบกล่าวขึ้นทันที "ท่านผู้อาวุโสโปรดใจเย็นก่อน ความแข็งแกร่งของท่านนั้นไม่เป็นสองรองใครในทวีปชิง แน่นอนว่าในฐานะผู้น้อย ข้าไม่กล้าคิดปะทะเพลงกระบี่กับท่านแน่! อย่างไรเสีย ข้าก็ได้แต่หวังว่าท่านจะไม่ใช้ความแข็งแกร่งและสถานะมากดดันให้เราเหล่าผู้น้อยต้องลำบากใจ!"

 

เห็นได้ชัดว่าการพูดแบบนี้หมายความว่าระดับของเขาไม่คู่ควรกับนาง ดังนั้นนางจึงไม่สมควรที่จะรังแกผู้อ่อนแอกว่าเป็นอย่างยิ่ง!

 

"นี่เจ้าอายเด็กมันหรือไร?"

 

สตรีลึกลับหัวเราะเบา ๆ "คนจากสำนักอัปสรเมรัยต้องการที่จะจัดการ... อืม จัดการกับเจ้าหนุ่มน้อยนั่น และพวกนั้นยังกล่าวอีกว่าเป็นเพราะสำนักของเจ้าได้แผ่อิทธิพลไปรอบ ๆ ทั่วทั้งแคว้นเจียง ดังนั้นพวกเจ้าจึงไม่ต้องเกรงกลัวผู้ใด! ดูท่าว่านั่นคงจะเป็นแค่คำคุยโวโอ้อวดเสียแล้ว!"

 

ชายชราไม่โต้เถียงเพราะเขาไม่อยากดิ้นรนหาที่ตายตอนนี้

 

เขามองไปที่เย่ฉวน จากนั้นก็เดินเข้าไปหาพร้อมเอ่ยคำขอโทษด้วยท่าทางจริงใจ "สหายท่านนี้ เป็นเพราะสำนักอัปสรเมรัยได้สร้างความขุ่นเคืองให้แก่เจ้ามาก่อน โปรดให้อภัยเราด้วยเถอะ!"

 

เย่ฉวนรู้ว่าที่อีกฝ่ายมาขอโทษเพราะถูกสตรีลึกลับกดดัน ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่แสดงความเย่อหยิ่งออกไปหรือพูดอะไรทั้งนั้น

 

ช่วงเวลาแบบนี้ เงียบไว้เป็นการดีที่สุด!

 

ชายชราหันไปชำเลืองมองจ้าวหอฮั่นที่อ้าปากกำลังจะพูด เพียงโบกมือขวาเท่านั้น พลังแข็งแกร่งที่มองไม่เห็นก็ได้เข้าห่อหุ้มร่างของผู้ที่กำลังนอนพะงาบใกล้ตายนั่นทันที

 

"ตูม!"

 

เพียงพริบตาเดียว จ้าวหอฮั่นที่เคยหยิ่งยโสก็ได้กลายเป็นเถ้าถ่าน!

 

ชายชราหันมาทำความเคารพสตรีลึกลับอีกเล็กน้อย "ท่านผู้อาวุโสโปรดอภัยให้เราด้วย!”

 

สตรีลึกลับไม่ได้กล่าวอะไรอีก นางค่อย ๆ ผายมือออกอย่างอ่อนโยน จากนั้นกระบี่วารีที่ถูกนำทางก็ร่วงลงสู่แม่น้ำที่เคยแห้งเหือด

 

"ตูม!”

 

ทันใดนั้นแม่น้ำสายใหญ่ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสัตว์ทะเลอาศัยอยู่ในน้ำละลานตาไปหมด!

 

เมื่อเห็นฉากนี้ชายชราก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาตกตะลึงไปเพราะความสะเทือนใจ

 

สตรีลึกลับค่อย ๆ กลายเป็นภาพลวงตา และในไม่ช้านางก็เลือนหายไปจากสายตาผู้คนในบริเวณนั้น แต่เมื่อนางกำลังจะหายไปอย่างสมบูรณ์ เสียงของนางก็พลันดังขึ้นอีกครั้ง

 

"หากสำนักอัปสรเมรัยไม่เต็มใจที่พ่ายแพ้ก็แค่มาหาข้าเพื่อล้างแค้นซะ ข้าน่ะเป็นอมตะ ดังนั้นข้าจึงไม่สนว่าพวกเจ้าจะมากันเท่าไหร่หรือใช้ลูกไม้อะไรก็ตาม!"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น