(นิยายแปล) หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ - 一剑独尊

ตอนที่ 43 : บทที่ 43 หากฟาดฟันกระบี่เกินกว่า 1 ครั้ง ข้าพ่าย!1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    15 ต.ค. 63

บทที่ 43 หากฟาดฟันกระบี่เกินกว่า 1 ครั้ง ข้าพ่าย!1

 

ขณะที่เย่ฉวนกำลังจะชักกระบี่ จู่ ๆ เสียงเล็กก็พลันดังขึ้นจากด้านหลัง "พี่ชาย..."

 

แม้ว่าเสียงจะเล็กเหมือนยุงบิน แต่เย่ฉวนก็ถึงกับสั่นสะท้าน

 

ชายหนุ่มหยุดมือทันทีและรีบวิ่งเข้าไปหาเย่หลิง เขาอุ้มร่างน้อย ๆ ขึ้นมาด้วยสองมือที่สั่นเทา!

 

ตลอดชั่วชีวิตนี้เขาสามารถชักกระบี่ได้เพื่อน้องสาว และยังสามารถฟาดฟันมันเพื่อน้องสาวได้อีกด้วย!

 

แต่เมื่อเห็นว่าเย่ฉวนไม่ได้เดินหน้าต่อ ฮั่นเซียงเหมิงและชายชราที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ค่อยโล่งใจ!

 

แน่นอนว่าหากเย่ฉวนได้ลงมือไปแล้ว เขาไม่มีทางหยุดแน่จนกว่าเรื่องจะจบ

 

นับว่าโชคดียิ่งที่สาวน้อยเย่หลิงยังมีชีวิตอยู่!

 

ไม่อย่างนั้นแล้วผลที่เลวร้ายที่สุดในวันนี้อาจจบลงด้วยการตายของเย่ฉวน และพวกเขาเองก็จะต้องถูกลงโทษสถานหนัก หรือบางทีอาจจะถูกฆ่าตายในภายหลังด้วยการตอบโต้จากผู้ที่อยู่เบื้องหลังของเย่ฉวนก็เป็นได้!

 

แต่ไม่ว่าจะทางเลือกไหน มันก็ต่างไม่ใช่ผลลัพธ์ที่น่าพิสมัยทั้งสิ้น!

 

ที่ด้านข้างนั้น ผู้อาวุโสกู้กำลังเตรียมตัวจะย่องออกไป แต่กลับถูกชายชราข้าง ๆ ฮั่นเซียงเหมิงใช้เท้ายันจนล้มลงกับพื้น ฮั่นเซียงเหมิงมองผู้อาวุโสกู้อย่างเย็นชา "ท่านจงรอเจ้าสำนักตัดสินโทษเสียเถอะ!"

 

เมื่อได้ยินที่นางพูด ผู้อาวุโสกู้ก็หน้าซีดเผือดคล้ายคนกำลังจะตาย!

 

อีกด้านหนึ่ง เย่ฉวนกำลังประคับประคองน้องสาวอย่างระมัดระวัง จากชายหนุ่มที่ไม่เคยมีน้ำตาสักหยดแม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสมากมายขนาดไหน แต่เมื่อได้เห็นสภาพของเย่หลิง ตอนนี้เขากลับมีสีหน้าซีดเซียว น้ำตาที่เคยกลั้นไว้ไหลมาเป็นทางราวกับสายน้ำ!

 

เย่หลิงมองไปที่เย่ฉวนด้วยความตกใจจนต้องปลอบประโลม "พี่ชาย อย่าร้องไห้ไปเลย ข้า ข้าไม่เจ็บ ข้า..."

 

คนเป็นพี่ชายกอดร่างเล็ก ๆ ของน้องสาวไว้แน่น เขาร้องไห้ออกมาเหมือนเด็ก "ข้ามันเป็นพี่ชายที่แย่ ข้าเป็นพี่ชายที่ไม่ได้ความ..."

 

จากนั้นชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งก็เดินเข้าไปหาเย่ฉวนพร้อมกับเด็กอ้วน "สหายท่านนี้ ข้าได้พาหมอมาด้วย ไม่รู้ว่าท่านต้องการให้ดูอาการของนางเสียหน่อยดีหรือไม่?"

 

เย่ฉวนรีบร้อนตอบรับ "ดี ดี ข้าขอขอบคุณท่านมาก ต้องรบกวนแล้ว!"

 

ชายวัยกลางคนผู้นั้นส่งยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะหันไปมองส่งสัญญาณ จากนั้นชายชราในชุดคลุมสีดำก็พยักหน้าแล้วนั่งยอง ๆ ลงต่อหน้าเย่หลิง เพียงครู่หนึ่ง ชายชราในชุดคลุมสีดำก็กระซิบบอกว่า "ไม่เป็นอะไรมากหรอก นางเพียงแต่ได้รับบาดเจ็บภายนอกก็เท่านั้น ส่วนแขนข้างที่หลุดข้าได้ต่อเข้าที่ให้เรียบร้อยแล้ว ถ้าหากนางได้พักฟื้นสักระยะหนึ่งก็คงหายดีแล้วล่ะ แต่ภายในร่างกายของนางนั้นมีพิษเย็นบางอย่าง แม้แต่ข้าเอง... ก็ยังไม่เคยพบเห็นมันมาก่อน!"

 

ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงมองไปที่เย่ฉวน

 

พี่ชายผู้รักน้องสาวเท่าชีวิตตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ไม่มีปัญหา ตราบใดที่นางไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ในวันหน้าข้าต้องหาวิธีจัดการกับมันได้แน่!"

 

ชายชราชุดดำพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรอีก จากนั้นจึงถอยไปยืนอยู่ด้านข้าง

 

เย่ฉวนกอบกุมมือของชายวัยกลางคนผู้นั้นด้วยความนับถือ "ข้ามีนามว่าเย่ฉวน ไม่รู้ว่าท่านมีนามว่าอย่างไรหรือขอรับ?"

 

ชายวัยกลางคนคลี่ยิ้มก่อนตอบ "ข้าลู่เสี่ยวหลาน ชาเต๋อเหลียนแห่งเมืองพันภูผา!"

 

"ชาเต๋อเหลียน!"

 

เย่ฉวนตกตะลึงเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าก็รีบประสานมือทำความเคารพ "ขอขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือข้าและน้องสาว!"

 

ลู่เสี่ยวหลานพูดกลั้วหัวเราะ "เรื่องเล็กน้อย"

 

เย่ฉวนพยักหน้ารับ จากนั้นก็หันไปหาผู้อาวุโสกู้ที่อยู่ไม่ไกล

 

เมื่อเห็นดังนั้นลู่เสี่ยวหลานก็ตกใจ ไม่ใช่แค่เขา แต่ทุกคนรอบข้างต่างก็ประหลาดใจและคิดเช่นเดียวกัน "อะไรกัน ชายคนนี้จะไม่ยอมเลิกราอย่างนั้นหรือ?"

 

ฮั่นเซียงเหมิงและชายชราที่อยู่ข้าง ๆ มีสีหน้าดูไม่จืด "ผู้อาวุโสกู้ เป็นหนึ่งในบรรดาผู้อาวุโสของสำนักอัปสรเมรัย แม้ว่าจะมียศตำแหน่งน้อยและเป็นเพียงผู้อาวุโสชั้นนอก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นผู้อาวุโสของสำนักเราอยู่ดี!"

 

ไม่ว่าอย่างไรก็จะปล่อยให้ผู้อาวุโสกู้ถูกเย่ฉวนฆ่าไม่ได้เด็ดขาด! ไม่อย่างนั้นแล้วสำนักอัปสรเมรัยคงได้เป็นที่ถูกครหาแน่!

 

เย่ฉวนเดินตรงเข้าไปหาผู้อาวุโสกู้ แต่ฮั่นเซียงเหมิงออกมายืนประจันหน้า "พ่อหนุ่มเย่ สำนักอัปสรเมรัยจะต้องจัดการกับเรื่องนี้แน่ เจ้ามั่นใจได้ว่าผู้อาวุโสกู้ท่านนี้จะต้องถูกลงโทษอย่างหนักและมีคำอธิบายให้กับเจ้า เขา..."

 

เย่ฉวนเหลือบมองไปที่ฮั่นเซียงเหมิงอย่างเย็นชา "หุบปาก!"

 

คิ้วดำเรียวงามของฮั่นเซียงเหมิงขมวดเป็นปมแน่น นางต้องการจะพูดต่อ ทว่าเย่ฉวนกลับเดินเข้ามาหาและจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "เป็นเจ้าเองที่บอกว่าให้เราพักอาศัยอยู่ที่ห้องชั้นบนได้ แต่ไอ้คนผู้นี้กลับมาทำร้ายข้าและน้องสาว น่าขันนัก เจ้าไม่ได้ห้ามเขาเลยเสียด้วยซ้ำ ถ้าให้ข้าเดานะ เจ้าคงอยากที่จะเห็นพลังที่แท้จริงและภูมิหลังของพวกข้าเสียมากกว่า เจ้าต้องการให้เราเป็นศัตรูและต่อสู้กันเองเพื่อที่เจ้าจะได้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียวในตอนท้าย นั่นจริงหรือมิใช่?"

 

ฮั่นเซียงเหมิงค่อย ๆ กำมือเข้าหากันอย่างช้า ๆ หัวใจแทบจะหยุดเต้น

 

เพราะนั่นคือสิ่งที่นางคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้!

 

ไม่ไกลกันนัก ผู้อาวุโสกู้ก็หัวเราะขึ้นด้วยความสะใจ "นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะหรือ ? นางได้ประเมินทั้งความแข็งแกร่งและความรู้สึกที่เจ้ามีต่อน้องสาวต่ำเกินไปน่ะสิ ไม่อย่างนั้นแล้วนางคงต้องหาทางพยายามปกป้องน้องสาวของเจ้าอย่างสุดกำลังเพื่อจะได้เจ้าไปเป็นพวก! น่าเสียดายที่นางทำพลาด ฮ่าฮ่า..."

 

ไม่ทันขาดคำ เย่ฉวนก็พลันเสือกแทงกระบี่ในมือเข้าที่หว่างคิ้วของผู้อาวุโสกู้ในทันที

 

"ซ่าส์!"

 

เลือดสด ๆ ซ่านกระเซ็น!

 

เมื่อเห็นฉากนี้ทุกคนรอบ ๆ ก็เปลี่ยนท่าทางการแสดงออกทันที การลงมือเยี่ยงนี้ถือว่าชายหนุ่มได้ยั่วยุสำนักอัปสรเมรัยอย่างชัดเจน!

 

ฮั่นเซียงเหมิงสีหน้าซีดแล้วซีดอีก!

 

แต่ทุกอย่างยังไม่จบ และมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!

 

เย่ฉวนเก็บกระบี่เข้าที่ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปหาเย่หลิง "พวกคนที่ทำร้ายเจ้า พี่ชายไม่มีทางปล่อยให้มันได้เห็นแสงตะวันในวันรุ่งแน่!"

 

น้ำตาของเย่หลิงพลันไหลพร่างพรู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น