(นิยายแปล) หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ - 一剑独尊

ตอนที่ 32 : บทที่ 32 หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    10 ต.ค. 63

บทที่ 32 หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา!2

 

เย่ฉวนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เขาไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับองค์ชายแห่งแคว้นเจียงที่นี่!

 

เมื่อคืนสติได้แล้ว เย่ฉวนก็ประสานมือคำนับพลางเอ่ยตอบ “ข้าเย่ฉวน คนพเนจร!”

 

เจียงมู่ฉีไดได้ยินดังนี้เขาก็หัวเราะดังลั่นและเอ่ยขึ้น “ท่านพี่เย่ ด้วยพลังของท่านแล้ว การจะเป็นคนมีชื่อเสียงได้ก็เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น!”

 

เย่ฉวนส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร เขาไม่สนใจชื่อเสียงลาภยศ บ่อยครั้งแล้วที่ชื่อเสียงสามารถฆ่าคนได้!

 

ในตอนนี้ฝนก็เริ่มซาลงเล็กน้อย

 

ชายชราลุกขึ้นและเอ่ยออกมา “องค์ชาย ถึงเวลาต้องไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

เจียงมู่ฉีพยักหน้าเล็กน้อย เขาหยิบไก่ย่างสุกเหลืองขึ้นมาและมองเย่ฉวน “ท่านพี่เย่ ข้าต้องไปที่ไหนสักแห่งแล้ว ข้าขอลา!”

 

เอ่ยดังนี้แล้วเหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างได้ เขาหยิบป้ายหยกออกมายื่นให้กับเย่ฉวน “ท่านพี่เย่ นี่คือป้ายหยกที่ข้าพกมาซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์กับท่านในเมืองหลวง โปรดอย่าปฏิเสธเลย ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่กล้าทานไก่ย่างของท่าน!”

 

เย่ฉวนเหลือบมองเจียงมู่ฉีจากนั้นก็รับป้ายหยกไว้

 

เห็นเย่ฉวนรับป้ายหยกแล้ว เจียงมู่ฉีก็ยิ้มกริ่มและเอ่ยขึ้น “แล้วเจอกัน!”

 

หลังจากนั้นเขากับชายชราก็หันหลังหายไปที่ประตูโรงเตี๊ยม

 

เย่ฉวนมองแผ่นหลังของพวกเขาและนิ่งเงียบเป็นเวลานาน

 

ด้านนอกโรงเตี๊ยม ชายชราก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขรึม “องค์ชาย พระองค์ต้องการดึงเขามาอยู่ข้างเดียวกับเราหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

 

เจียงมู่ฉียิ้มอ่อนโยน “คน ๆ นี้เป็นผู้ฝึกวิชากระบี่ ในการประลองเมื่อก่อนหน้านี้ เราต่างมีพลังยุทธ์เสมอกัน แต่เขาไม่ได้ใช้กระบี่ หากเขาใช้กระบี่ ข้าก็ไม่อาจกล่าวได้เเน่ชัดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ!”

 

กล่าวดังนี้แล้วเขาก็หันมองโรงเตี๊ยมผุพัง “เขาสมควรได้รับการเชิดชูจากผู้เยี่ยมยุทธแห่งแคว้น เป็นเรื่องดีแล้วที่ข้าพบเขาในเดินทางครั้งนี้”

 

ชายชราอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงกล่าวตอบ “คน ๆ นี้มีพื้นฐานพลังยุทธ์ที่แข็งแกร่งและมีทักษะการต่อสู้ไม่น้อย แต่ยังไงซะเขาก็อยู่เดียวดายไม่มีตระกูลชั้นสูงหรือสำนักใดหนุนหลังเขา อนาคตของเขามีจำกัด อีกอย่างเขาไม่ได้เป็นคนของตระกูลชั้นสูงและไม่มีเบื้องหลัง นั่นหมายความว่าเขาสามารถช่วยเหลือองค์ชายได้ไม่มาก นี่อาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมองค์ชายใหญ่กับองค์หญิงเก้าถึงไม่ส่งคนมาที่เมืองชิง พ่ะย่ะค่ะ”

 

เจียงมู่ฉีกลั้วหัวเราะ “มารดาของพี่ใหญ่มาจากตระกูลอวี๋ ที่ถือได้ว่าเป็นตระกูลชนชั้นสูงในแคว้นเจียง แม้แต่องค์จักรพรรดิพ่อของข้าก็รู้สึกหวาดกลัวเขาขึ้นมาแล้ว ส่วนพี่สาวเก้าของข้าก็เป็นแม่ทัพกองกำลังติดอาวุธที่มีอำนาจในกองทัพและครอบครองกองทัพม้าเกือบครึ่งของแคว้นเจียง พวกเขาสองคนย่อมไม่สนใจอัจฉริยะพวกนี้”

 

ชายชราจึงเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นแล้วทำไมองค์ชายยังคงเดินทางมาที่นี่ล่ะ พ่ะย่ะค่ะ?”

 

เจียงมู่ฉีเอ่ยเสียงนุ่ม “เทียบกับพวกเขาแล้ว ข้าไม่มีข้อได้เปรียบใด ๆ เลย พวกเขาอาจจู้จี้ในการเลือกคนแต่ข้าก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ บางทีการร่วมมือกับเขาอาจเปลี่ยนเป็นความช่วยเหลือครั้งใหญ่ในวันหน้าก็ได้นะ?”

 

ชายชราส่ายหน้า “ผู้ฝึกกระบี่นับว่าหายากแท้ แต่ถ้าเขาเป็นผู้ฝึกกระบี่เพียงหนึ่งเดียวมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก เว้นแต่ว่าเขาจะเป็นยอดฝีมือที่บรรลุเต๋าแห่งกระบี่ แต่มันยากมากกว่าจะเป็นยอดฝีมือที่บรรลุเต๋าแห่งกระบี่ได้ ท่านคิดว่าเขาจะทำได้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

 

“คนคนนี้มีฝีมือเชิงกระบี่ค่อนข้างดี แถมยังอายุไม่มาก! แคว้นเจียงเราขาดยอดฝีมือกระบี่มาเกือบ 50 ปีแล้ว ยังไงข้าก็ว่าเราควรที่จะลองเชื่อในตัวเขาดูเถอะ”

 

...

 

ในโถงรับแขก

 

“พี่ชาย คนๆ  นั้นเป็นองค์ชายจริงหรือเจ้าคะ?” เย่หลิงถามอย่างใคร่รู้

 

เย่ฉวนพยักหน้า “เขาน่าจะเป็นจริง ๆ นั่นแหละ”

 

เย่หลิงกระซิบ “เขาเหมือนจะจงใจรอท่านอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ!”

 

เย่ฉวนเหลือบมองเย่หลิงและยิ้ม “แม้แต่ในตระกูลชั้นสูง คนบางคนก็ต้องหาพวกพ้องที่จะเสริมสร้างกองกำลังของตัวเอง อย่าว่าแต่คนจากราชวงศ์เลย”

 

กล่าวดังนี้แล้วเขาก็ลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงเบา ๆ “ตอนนี้ข้าเพียงต้องการรักษาไข้พิษเย็นของเจ้า ข้าไม่มีความสนใจที่จะสู้เพื่อลาภยศชื่อเสียงอะไรหรอก”

 

เย่หลิงกอดเย่ฉวนเบา ๆ “พี่ชาย ในอนาคตข้าจะสามารถฝึกวรยุทธ์ได้ไหมเจ้าคะ?”

 

เย่ฉวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนสิ เจ้าทำได้ แต่ก็ไม่ต้องคิดมาก หากเจ้าทำไม่ได้ พี่ชายคนนี้ก็จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องเจ้าตลอดไป!”

 

เย่หลิงยิ้มหวานจากนั้นก็กอดเย่ฉวนเเน่นขึ้น “ข้าอยากให้พี่ชายปกป้องข้านะ แต่ข้าเองก็อยากปกป้องพี่ชายได้ด้วยเช่นกัน”

 

เย่ฉวนกำลังจะพูดอะไรออกมา แต่ในตอนนี้ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากข้าง ๆ “พวกเจ้าสองพี่น้องช่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันจริง ๆ”

 

เมื่อสิ้นเสียง ชายชราคนหนึ่งก็เดินเข้ามา!

 

คนที่เดินเข้ามาคือฉินเยว่ ผู้อาวุโสแห่งตระกูลฉิน

 

เห็นเขาแล้ว เย่ฉวนก็กำมือขวาแน่น เขาเหลือบมองเย่หลิงและเอ่ย “หลบไปอยู่ข้าง ๆ ข้า!”

 

เย่หลิงมองชายชราจากนั้นก็กระซิบ “พี่ชาย ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ!”

 

หลังจากนั้นนางก็ยอมหลบไปข้าง ๆ แต่โดยดี

 

ฉินเยว่ตวัดมองเย่ฉวนแล้วจึงพูดขึ้น “ส่งหินเสริมปราณพวกนั้นมา แล้วข้าจะเหลือร่างไร้ชีวิตของพวกเจ้าสองพี่น้องไว้”

 

หมัดทั้งสองของเย่ฉวนกำแน่น สีหน้าของเขากลายเป็นสีน้ำเงินสลับเขียวอย่างโกรธเเค้น แต่เขาก็ไม่พูดอะไรออกมา

 

ฉินเยว่แสยะเย็นและเอ่ยขึ้น “อะไรกัน? เจ้าอยากจะสู้งั้นหรือ? เจ้ามีพลังแค่ระดับผสานลมปราณเท่านั้น แต่ข้าอยู่ในระดับทะยานสวรรค์แล้ว! การฆ่าเจ้าไม่จำเป็นต้องใช้ทัษษะยุทธ์แค่ลงมือกระบวนเดียวก็เพียงพอแล้ว!”

 

แม้ฉินเยว่จะเอ่ยเช่นนั้น แต่เขาก็ตั้งรับโดยไม่ประมาท

 

ด้วยระดับพลังและอายุของเขาแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนเขลาและไม่มีวันประมาทศัตรู!

 

เย่ฉวนเอ่ยเสียงทุ้ม “ถ้าข้าส่งมันคืน ท่านจะไว้ชีวิตข้ากับน้องสาวของข้าไหม?”

 

ดวงตาของฉินเยว่หรี่ลงเล็กน้อย “เจ้ากำลังต่อรองกับข้าอยู่เรอะ?”

 

เอ่ยเช่นนี้มือขวาของเขาก็ค่อย ๆ กำแน่น ชั่วพริบตาเสื้อผ้าของเขาก็พองขยาย และเขาก็ดูราวกับราชสีห์ตัวผู้ที่พร้อมจะโจมตี

 

เย่ฉวนเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หยิบถุงดำออกมาและขว้างไปให้ฉินเยว่ เมื่อเห็นถุงดำแล้ว ฉินเยว่ก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขารีบคว้าถุงไว้ แต่ในตอนนี้เย่ฉวนก็พลันปรากฏกายต่อหน้าเขา!

 

สีหน้าของฉินเยว่ยังไม่เปลี่ยนแปลง เขาแค่นเสียงเอ่ย “ข้ารู้แล้วว่าเจ้าต้องเล่นลูกไม้กับข้า!”

 

ขณะที่เอ่ยเช่นนี้ ชายชราก็ตวัดมือขวาตบลงอย่างฉับพลัน

 

“ฉ่าาา!”

 

เสียงลมปราณระเบิดดังไปทั้งสนาม!

 

“ปั้งง!”

 

หลังจากที่เย่ฉวนโดนฝ่ามือนั่นเข้าไป เขาก็ถูกอัดเข้าไปในกำแพงที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร

 

ชายชรายังคงไม่หยุด เขากระโจนตัวไปหาเย่ฉวนและตะครุบชายหนุ่มเอาไว้ ไม่ไกลนักเย่หลิงก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว “พี่ชาย!”

 

นางรีบพุ่งไปตรงหน้าเย่ฉวนแล้วกอดผู้เป็นพี่ไว้แน่น!

 

ชายชราไม่หยุดมือแต่กลับซัดสองพี่น้องด้วยพลังฝ่ามือ พูดให้ชัดก็คือเขาซัดฝ่ามือใส่เย่หลิง!

 

เห็นดังนี้ เย่ฉวนก็โกรธจัดเสียจนดวงตาแทบถลน ในตอนนี้จิตใจของเขาได้ว่างเปล่า

 

ฝ่ามือของชายชราเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

 

ในตอนนี้เย่ฉวนพลันดึงเย่หลิงมาไว้ข้างหลัง ชั่วขณะต่อมากระบี่หลิงเซียวก็ปรากฏในมือ ชั่วพริบตาเดียวเสียงตวัดกระบี่ดังทุ้มก็ดังขึ้นในสนาม

 

ภายในเพลงกระบี่นี้ เขามีความคิดเดียวเท่านั้น!

 

ต้องฆ่า!

 

เขาต้องฆ่าเขา!

 

หนึ่งกระบี่นี้จะชี้ชะตาความเป็นและความตาย!

 

ขณะเดียวกัน เสียงของสตรีลึกลับพลันดังขึ้นในหอคอยเรือนจำ “ชายผู้นี้ จิตสังหารแรงกล้านัก เพียงแค่มีคนจะแตะต้องน้องสาวของเขา จิตสังหารของเขาสำหรับอายุแค่นี้ถือว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น