(นิยายแปล) หนึ่งกระบี่นิจนิรันดร์ - 一剑独尊

ตอนที่ 30 : บทที่ 30 ข้ามันนิสัยไม่ดี!2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    9 ต.ค. 63

บทที่ 30 ข้ามันนิสัยไม่ดี!2

“กร๊อบบ!”

 

เสียงกระดูกแตกดังลั่น ฉินชางเบิกตากว้างเปี่ยมไปด้วยแววไม่อยากเชื่อและเสียใจ

 

เห็นเย่ฉวนสังหารฉินชางแล้ว ภาพที่เกิดขึ้นทำเอาคนที่อยู่ใกล้เคียงพลันตะลึงค้าง!

 

เย่ฉวนถอนเท้ากลับและเดินกลับไปทางด้านข้างของเย่หลิง เขาลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงเบา ๆ “นางไม่ได้ขอความเมตตา นางแค่อยากจะหนีไปก่อนแล้วค่อยกลับมาจัดการเราอย่างบ้าคลั่งทีหลัง!”

 

เขาไม่ใช่คนประเภทที่ชอบอธิบาย แต่เขาก็ไม่อยากเป็นคนเลือดเย็นในสายตาของน้องสาว

 

เย่หลิงส่ายหน้าเบา ๆ และนางก็ยึดแขนของเย่ฉวนไว้แน่น “ไม่ว่าท่านพี่จะถูกหรือผิด ข้าก็จะยืนอยู่ข้างท่านเสมอเจ้าค่ะ”

 

ความรู้สึกอบอุ่นผุดในใจของเย่ฉวน จากนั้นเขาก็หันไปมองคนเหล่านั้นที่อยู่ไม่ไกล “ทำไมพวกเจ้ายังไม่เริ่มโจมตีอีกล่ะ เข้ามาเถอะข้ารู้ว่ามันเป็นหน้าที่?”

 

พลังของผู้คุ้มกันตรงหน้าเขาล้วนอยู่ต่ำกว่าขั้นสี่ สำหรับเขาแล้วพวกนี้ไม่ถือว่าเป็นภัยแม้แต่น้อย

 

หัวหน้ากลุ่มจ้องมองเย่ฉวน “เจ้าเป็นใคร?”

 

เย่ฉวนตอบอย่างแห้งแล้ง “ข้าแซ่เย่ มาจากเมืองชิง!”

 

ชายคนนั้นเอ่ยด้วยเสียงทุ้ม “เมืองชิง...แซ่เย่...เจ้ามาจากตระกูลเย่!”

 

สีหน้าของเย่ฉวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ข้าไม่ได้เป็นคนตระกูลเย่แล้ว และนี่ก็คือเรื่องจริง ไม่สู้ก็ถอยกลับไปซะ!”

 

แต่พวกเขาจะเชื่อได้อย่างไร? ในตอนนี้เย่ฉวนพลันเดินไปอยู่ข้างศพของฉินชางและเกี่ยวถุงสีดำบนเอวของฉินชางด้วยเท้าขวา จากนั้นถุงก็ลอยมาอยู่ในมือของเขา!

 

เห็นดังนี้แล้ว สีหน้าของหัวหน้ากลุ่มที่อยู่ไกลออกไปก็ดูน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง

 

ดวงตาของคนในกลุ่มนั้นจับจ้องไปที่เย่ฉวน จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้น “ตระกูลเย่ ตระกูลฉินแห่งเมืองชิงจะจดจำไว้ให้ขึ้นใจ!”

 

หลังจากนั้นคนพวกนี้ก็แบกร่างของฉินชางหันหลังจากไป

 

พวกเขาไม่กล้าเริ่มการต่อสู้ เพราะตอนนี้ฉินชางถูกสังหารแล้ว นางมีพลังระดับหลอมรวมลมปราณแต่กลับไม่อาจต้านทานอีกฝ่ายได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว!

 

 

แม้เย่ฉวนจะโจมตีนางอย่างโหดเหี้ยม แต่เขาก็ไม่อาจทำอะไรได้หากเขาไม่มีพลัง หัวหน้ากลุ่มกับคนอื่น ๆ ต่างรู้ดีว่าเย่ฉวนแข็งแกร่งกว่าพวกเขามาก

 

พูดสั้น ๆ คือ พวกเขาต่างหวาดกลัวต่อความตาย!

 

หลังพวกเขาจากไปแล้ว เย่ฉวนก็เปิดถุงดำออก ชั่วพริบตาเดียวสีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป!

 

หินเสริมปราณ!

 

ในถุงสีดำนี้ มีหินเสริมปราณอยู่ถึงสิบหกก้อน!

 

สิ่งที่เรียกว่าหินเสริมปราณเป็นหินชนิดหนึ่งที่รวบรวมพลังลมปราณเอาไว้ หินเสริมปราณพวกนี้เป็นตัวช่วยชั้นยอดของเหล่าจอมยุทธ์ โดยหินเสริมปราณจะถูกแบ่งออกเป็นระดับต่ำ ระดับสูง ระดับสูงสุด ระดับหยก ระดับอมตะ และระดับเทพเจ้า

 

ในเมืองชิงเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะได้เห็นหินเสริมปราณระดับต่ำ แต่ในถุงนี้กลับมีแต่หินเสริมปราณระดับสูง ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีหินเสริมปราณระดับสูงสุดก้อนหนึ่งอยู่ในถุงอีกด้วย!

 

หินเสริมปราณระดับต่ำมีค่าอย่างน้อยที่สุดหนึ่งร้อยชั่งทอง และหนึ่งร้อยชั่งทองก็เพียงพอแล้วที่ครอบครัวคนทั่วไปจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขสันต์เป็นสิบปี

 

ตอนนี้ในถุงนี้มีหินเสริมปราณระดับสูงอยู่ถึงสิบหกก้อน!

 

แม้แต่ทั้งตระกูลเย่ก็ยังไม่มีหินเสริมปราณระดับสูงในปริมาณมากเท่านี้!

 

“ข้ารวยแล้ว!”

 

เย่ฉวนเก็บถุงไว้ และใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ ฉายแววยินดี!

 

เขาไม่รู้ว่าฉินชางไปได้หินเสริมปราณจำนวนมากมายขนาดนี้มาจากไหน แต่ชายหนุ่มแน่ใจว่าหากเป็นตระกูลฉินหรือชายกลางคนและคนอีกสองคนที่เหลือที่ไล่ล่าฉินชางเมื่อก่อนหน้านี้ พวกเขาย่อมไม่ยอมให้หินเสริมปราณระดับสูงในถุงนี้หลุดมืออย่างเเน่นอน!

 

สายเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตเหล่าตระกูลชั้นสูงคือเหมืองทอง แต่ถ้าพวกเขาต้องการสร้างโชคลาภให้กับครอบครัว เพื่อปีนขึ้นมาและยืนหยัดอยู่เหนือตระกูลชั้นสูงธรรมดา พวกเขาจำต้องพึ่งพาหินเสริมปราณ มีเพียงการใช้หินเสริมปราณเท่านั้นพวกเขาจึงจะสร้างคนที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้!

 

มีหินเสริมปราณอยู่มากมายนัก และมันก็เพียงพอที่จะให้ตระกูลชั้นสูงสร้างคนแข็งแกร่งในระดับหลอมรวมลมปราณจำนวนมากออกมา หรือแม้แต่ทำให้คนผู้นั้นกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่มีพลังขั้นทะยานสวรรค์!

 

คิดดังนี้แล้วเย่ฉวนก็รีบดับกองไฟ และขับรถม้าออกไปพร้อมกับเย่หลิง

 

อย่างที่เย่ฉวนคาดการณ์ไว้ เกือบครึ่งชั่วยามผ่านไป ชายกลางคนและชายชราสองคนก็ปรากฏตัวยังจุดที่เย่ฉวนเคยอยู่

 

ชายกลางคนนี้คือฉินปา ประมุขตระกูลฉิน จอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริงที่มีพลังขั้นทะยานสวรรค์! ชายชราสองคนเบื้องหลังเขาก็มีพลังระดับทะยานสวรรค์เช่นกัน!

 

ฉินปาเหลือบมองไปรอบ ๆ จากนั้นก็เอ่ยเสียงห้าวลึก “ข้าได้ยินว่าตระกูลเย่มีผู้ถูกเลือกคนหนึ่งที่ชื่อเย่หลาง ผู้ที่ทำให้เกิดนิมิตแห่งสวรรค์และโลกเป็นเขาจริง ๆ หรือ?”

 

แม้เมืองชิงกับเมืองลั่วจะอยู่ติดกัน แต่มันก็มีระยะห่างระหว่างพวกเขาอยู่ เนื่องจากตระกูลฉินไม่ใช่ตระกูลทรงพลังอำนาจ พวกเขาห่างชั้นนักในเรื่องของการรวบรวมข้อมูล ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลเย่ในเมืองชิง!

 

เบื้องหลังฉินปา ชายชราเอ่ยเสียงทุ้ม “เขาจะเป็นเย่หลางหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่เขาเป็นคนตระกูลเย่แน่นอน ตระกูลเย่ไม่อาจหนีเรื่องนี้ไปได้หรอก!”

 

ฉินปาพยักหน้าและเอ่ยเสียงเย็น “ข้าจะไปที่เมืองชิงเพื่อขอคำอธิบายจากตระกูลเย่ สำหรับชายผู้นั้น เขาคงหนีไปได้ไม่ไกล ฉินเยว่ ติดตามเขาไป เมื่อจับเขาได้ก็อย่าประมาทศัตรูเด็ดขาด หากเขาเป็นเย่หลางคนนั้น!”

 

ชายชรานามฉินเยว่พยักหน้า เขาเขย่งเท้าเบา ๆ และทั้งร่างของเขาก็ทะยานไปบนอากาศ จากนั้นเขาก็หายตัวไปในราตรีอันมืดมิดในระยะทางไกลออกไปราวกับวิญญาณ!

 

มือขวาของฉินปาค่อย ๆ กำหมัดและมีสีหน้าเย็นชา “ตระกูลเย่ พวกเจ้าล้ำเส้นกันมากเกินไปแล้ว!”

 

หลังจากนั้นเขาก็หันหลังและหายตัวไป

 

ในราตรีอันมืดมิด เย่ฉวนขับรถม้าด้วยความเร็วยิ่ง โชคดีที่มีแสงจันทร์จาง ๆ เขาถึงสามารถมองเห็นถนนได้เลือนราง

 

“พี่ชาย ทำไมสตรีผู้นั้นถึงเจตนาสร้างปัญหาให้กับเราล่ะเจ้าคะ?”

 

“เพราะนางคิดว่าเรามีฝีมือด้อยกว่าน่ะสิ!”

 

“คนที่ด้อยกว่าทุกคนจะถูกรังแกไหมเจ้าคะ?”

 

“คนหลายคนเป็นเช่นนี้ ถ้าเจ้าอ่อนแอ พวกเขาก็จะรังแกเจ้า เจ้าไม่สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในโลกนี้ หากเจ้าไม่แข็งแกร่งพอ!”

 

“พี่ชาย ท่านฆ่าคนไปหลายคนแล้วใช่ไหมเจ้าคะ?”

 

“อืม จะมีคนถูกฆ่ามากขึ้นอีกในภายภาคหน้า”

 

“ทำไมล่ะเจ้าคะ?”

 

“พี่ชายเจ้านิสัยไม่ดี จึงไม่อาจทนถูกรังเเกได้ หากใครสักคนยั่วโมโห ข้าก็จะฆ่ามันเสีย!”

 

"..."

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น

  1. #4 -Haru- (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 16:25
    อยากจะพุ่งไปปิดหูน้องสาว สอนอะไรเด็กมันห้ะ! ไอเจ้าเย่ฉวนนี่!
    #4
    0